รีวิวชีวิตเด็กทุนเกาหลีช่วงปรับภาษาก่อนขึ้นปี 1 ที่ HUFS (ม.ฮันกุก) มหา'ลัยเด็ดสำหรับเด็กสายภาษา!

สวัสดีค่ะชาว Dek-D เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ  'เพื่อน' ภภัสสร สุชาติวนิช หรือเจ้าของแอคเคานต์ @chuchuhangul ในทวิตเตอร์นั่นเองค่ะ หลังจบ ม.ปลายสายวิทย์-คณิตที่ไทย เธอก็ตัดสินใจขอ ‘ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรหลานทหารผ่านศึกเกาหลี’  (Descendant's of Korean War UN Veterans Scholarship) ไปเรียนคอร์สภาษาก่อนจะขึ้นปี 1 คณะ Korean as a foreign Language ของ Hankuk University of Foreign Studies - 한국외국어대학교 หรือ HUFS คณะภาษาที่นี่ดังมาก แถมมหาวิทยาลัยยังตั้งอยู่ที่กรุงโซลด้วยค่ะ

และความพยายามบวกกับคุณภาพการเรียนการสอนที่เริ่ดสุดๆ ของที่นี่ ก็ทำให้เธอไต่ระดับจาก TOPIK กึบ 2 สู่กึบ 6 หลังจากเรียนคอร์สภาษาไปประมาณ 4 เทอม และจบคอร์สภาษาเกาหลีระดับสูงสุดด้วยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วมาอ่านรีวิวขอทุน สมัครเรียน วิธีสอนเจ๋งๆ  สังคมวัฒนธรรม และความดีงามของระบบการจัดการบ้านเมืองของเกาหลีกัน~

จากวงการ K-POP
พาตกหลุมรักภาษาเกาหลี

เราสนใจ  K-POP มาตั้งแต่ประถมเลยค่ะ (ช่วงนั้น EXO ดังมากๆ) จนเราอยากฟังออกว่าเค้าพูดอะไรกันบ้างโดยไม่ต้องอ่านซับไตเติล เลยเอาเงินเก็บไปซื้อหนังสือเรียนภาษาเกาหลีขั้นพื้นฐานดู ปรากฏว่าสนุกเฉยเลยยย ไม่รู้สึกทรมาน ยิ่งเจอบทยากๆ ยิ่งอยากเข้าใจให้ได้ 

พอขึ้น ม.ปลายเราเรียนสายวิทย์แล้วรู้สึกไม่ใช่ตัวเอง ก็อาศัยช่วงพักกลางวัน ช่วงก่อนนอน หรือตอนไหนว่างๆ ก็หยิบหนังสือภาษาเกาหลีมาอ่านเหมือนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ 55555 ตอนอยู่ไทยเราไม่เคยเรียนพิเศษภาษาเกาหลีเลย เน้นเรียนแบบค่อยไปค่อยไป อาศัยอ่านหนังสือกับลงคอร์สฟรีตามเน็ต การทำแบบฝึกหัดก็สำคัญมาก พวกข้อสอบ TOPIK เก่าๆ จะทำให้เราเก่งขึ้น ถ้าเจอแกรมมาร์อะไรที่ไม่รู้ เราจะไม่พยายามท่องจำเพราะกลัวตัวเองเบื่อ แต่ใช้วิธีจดโน้ตแยกออกมาให้ตัวเองเห็นผ่านตาทุกวันจนจำได้ 

รีวิวขอทุนลูกหลานทหารผ่านศึก

หลังจบ ม.6 เราเริ่มมองหาทุนไปเรียนต่อเกาหลี วิธีสมัครจะคล้ายๆ ทุนรัฐบาลเกาหลี แต่ไม่มีสัมภาษณ์ และจำนวนรับน้อยมาก  (ป.ตรี-ป.เอก รวมแค่ 5 คนต่อปี) และต้องสมัครเรียนที่ Hankuk University of Foreign Studies เท่านั้น ถ้าไปที่อื่นต้องออกค่าเทอมเอง

คำแนะนำ

  • ขั้นตอนที่ยากและเตรียมตัวนานที่สุดสำหรับเราคือการเขียน essay ความยาว 4 หน้า ใช้เวลาไป 2-3 เดือน นั่งลบๆ แก้ๆ หลายรอบจนกว่าจะพอใจ เพราะมันไม่มีสูตรตายตัว ต้องใส่ใจมากๆ เลยค่ะ
  • ผลงานที่ส่งควรจะ relate กับคณะที่อยากเข้า อย่างตอนนั้นเราอยากเข้าคณะภาษา เลยใส่ Certificate คอร์สเรียนภาษาเกาหลีออนไลน์ไปด้วย
  • แนะนำว่าถ้าจะสมัครทุน เซฟสุดควรเตรียมเอกสารให้พร้อมล่วงหน้าสัก 3-4 เดือน  เพราะเอกสารห้ามตกหล่นและมีโอกาสโดนแก้หลายรอบค่ะ
ศึกษาการรับสมัครของปีล่าสุด (หมดเขตแล้ว)

........

เรียนคอร์สภาษาที่ ม.ฮันกุก
(จาก TOPIK กึบ 2 สู่กึบ 6!!)

 

เล่าก่อนว่า ม.ฮันกุก เป็นมหาวิทยาลัยไม่ใหญ่ ทำให้เดินไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องนั่งรถไกล แถมพื้นที่รอบๆ ก็ยังเป็นโซนที่คนไม่พลุกพล่าน และมีครบทุกอย่างทั้งร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด รถไฟ รถเมล์ ฯลฯ ที่สำคัญคือคณะภาษาของที่นี่ดังมากค่ะ  มีให้เลือกทั้งเอกภาษาเวียดนาม ไทย อินเดีย ฯลฯ แต่อีกคณะยอดฮิตของนักเรียนต่างชาติคือบริหาร เพราะเรียนเป็นภาษาอังกฤษ *แต่ก็จะมีบังคับภาษาเกาหลีด้วย

พอมาถึงเราต้องไปลงเรียนคอร์สภาษาเกาหลีก่อนที่ Center for Korean Language and Culture (CKLC) ของ Hankuk University of Foreign Studies (HUF) ซึ่งเราไปตรงกับช่วงโควิด เลยได้เรียนคลาสจริง 40% : ออนไลน์ 60%

คอร์สภาษาจะมีทั้งหมด 6 ระดับ ระดับนึงมีเป็นสิบห้อง และคลาสนึงไม่เกิน 15 คน แต่พอเจอโควิดทำให้นักเรียนลดลงจากพันเหลือหลักร้อย ปีเรามีแค่คลาสละ 7-8 คน คลาสไม่ใหญ่ ครูดูแลทั่วถึง ให้ feedback ได้ตลอด ถ้ามีข้อสงสัยก็ส่ง mesage ไปถามเค้าได้ตลอด ส่วนเพื่อนในคลาสก็จะเป็นนักเรียนต่างชาติล้วนๆ

คอร์สภาษาระดับนึงใช้เวลาเรียน 200 ชม. =  1 เทอม  = 10 สัปดาห์ วันละ 4 ชม. เราเรียนไป 3-4 เทอมก็ถึงระดับ 6 ผลคือก่อนไปเราได้ TOPIK กึบ 2 แล้วเรียนคอร์สภาษาระดับ 3 พอถึงระดับ 5 ก็ไปลองสอบใหม่ผ่านกึบ 6 ไว้ยื่นมหาวิทยาลัย เกินคาดไปอีก <3 

เล่าวิธีเรียนเจ๋งๆ
ของการเรียนที่ให้มากกว่าภาษา

เราเริ่มเรียนจากระดับ 3 (กลางๆ) เรียนทั้งศัพท์ แกรมมาร์ สำนวน ฝึกฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ช่วงแรกไม่รู้สึกว่าปรับตัวยากเลย เพราะครูใจดีและแอคทีฟมาก เค้าพยายามปรับการพูดให้นักเรียนระดับนั้นเข้าใจง่าย มีวิธีสอนที่น่าสนใจ อย่างเช่นกริ่นสถานการณ์ให้ฟังก่อน แล้วค่อยๆ ดึงเข้าบทเรียนไวยากรณ์ ทำให้เราตั้งใจฟังว่าเขาจะเล่าอะไรบ้างค่ะ

พอระดับ 5-6 จะมีโต้วาทีทุกวีค ได้ทั้งฝึกพูดและฝึกกระบวนการคิดแบบ Critical Thinking ด้วย ต้องหาข้อมูลมาเพื่อถกกับเพื่อน เลยทำให้รับรู้ปัญหาในสังคมเกาหลีไปด้วยเลย อย่างเช่นประเด็นที่เกาหลีไม่มีสุนัขจรจัดเพราะโดนจับฉีดยาฆ่าตายหมด หรือประเด็นที่คนเกาหลีบางส่วนไม่โอเคกับโฆษณาแฝงในซีรีส์ (ที่เรียกว่า Product Placement หรือ PPL) เพราะถ้าแทรกเยอะจะทำให้เสียอรรถรส 

เวลาสอบเลื่อนระดับจะไม่ยากถึงขนาด TOPIK เนื้อหามาจากในหนังสือเลย อาจพลิกแพลงหน่อยแต่ไม่ยากเกินไป ถ้าตั้งใจเรียนก็ทำได้แน่นอนค่ะ :D แล้วพอจะจบระดับ 6 สิ่งที่ต้องทำคือวิทยานิพนธ์ (Thesis) ความยาว 20 หน้า หรือจะเลือกทำคล้ายๆ ไดอารี่ความยาว 20 หน้าก็ได้ ภาษาจะแนวๆ นิยาย แล้วครูก็จะรวมงานของนักเรียนเป็นเล่มตีพิมพ์เหมือนเป็นหนังสือรุ่น

ในที่สุดก็เรียนเรียนจบระดับสูงสุด!

แต่มันเป็นความเศร้าาา  ปกติจะมีพิธียิ่งใหญ่ๆ นักเรียนทุกระดับจะมารวมตัวกันในฮอลล์มหาวิทยาลัย  ให้นักเรียนที่จบระดับ 6 สวมชุดครุยขึ้นเวทีรับใบจบ  แต่พอช่วงโควิดกลายอยู่กันแค่ในคลาสกับครู ถ่ายรูปร่วมกันเฉยๆ  // อีกกิจกรรมที่โดนงดไปเหมือนกันคือกีฬาสีฤดูใบไม้ร่วง  ช่วงนั้นจะอากาศดีสุดยอด แล้วเด็กต่างชาติจะมารวมตัวกันเล่นกีฬา  เสียดายมากค่ะ มีโอกาสแค่ครั้งเดียวเอง TT

เข้าสู่เว็บไซต์สถาบันภาษา ม.ฮันกุก

........

ขึ้นปี  1 ที่ ม.ฮันกุก
รีวิวการเรียนครึ่งเทอมแรก

 

คณะที่เราเรียนคือ 'Korean as a foreign Language' มีนักเรียนต่างชาติไป 80% นอกนั้นเป็นคนเกาหลีที่โตในต่างประเทศแล้วกลับมาเรียนที่นี่ การสมัครคร่าวๆ คือต้องมี TOPIK 3 ขึ้นไป + เขียน essay+ ส่งเอกสารนิดหน่อย (ไม่ยุ่งยากเหมือนตอนขอทุน) 

ปกติค่าเทอมตกเทอมละ 4 ล้านวอน (~110,000+- บาท) แต่เราได้ทุนเรียนฟรี จริงๆ ถ้าทำคะแนนได้ดี ที่คณะมีทุนให้นักเรียนต่างชาติเยอะมากๆ หลายทุนเลย อย่างเช่นถ้าตอนสมัครยื่น TOPIK 6 ไปจะได้ประมาณเกือบๆล้านวอน (~28,000 บาท) เกรดดีก็ได้ลดค่าเทอม ได้เงินอีกด้วย 5555

คณะที่เราเรียนจะแยกออกเป็น 2 เอกคือ

  1. เอกการสอน (Korean Education as a Foreign Language) *ถ้าเรียนครบหน่วยกิตที่กำหนดจะได้ใบ Korean Language Teacher Certificate
  2. เอกการล่ามและการแปล (Korean Interpretation and Translation as a Foreign Language)

แต่เราจะเลือกเอกได้ตอนปี 2 ดังนั้นตอนนี้เราเรียนปี 1 เลยเรียนรวม ได้เจอวิชาพื้นฐานของทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ พอถึงตอนนั้นเราก็เลือกได้อีกว่าจะเรียนเป็น เอก-โท / เอกการสอนล้วนๆ / เรียนควบ 2 เอก เช่น เอกการสอนควบบริหาร กรณีนี้ต้องทำหน่วยกิตให้บาลานซ์ทั้ง 2 คณะ และทำ Thesis ของทั้ง 2 คณะด้วย (แต่ไม่สามารถเลือกลง 2 เอกของคณะเดียวกันได้)

เล่ารูปแบบการสอน & เจาะวิชาเรียน

ช่วงนี้เรียนออนไลน์ 100% เลยค่ะ บรรยากาศการเรียนไม่ค่อยต่างจากตอนเรียนภาษามาก อาจารย์เข้าใจนักเรียนต่างชาติเหมือนกัน เทอมนี้ลงไปทั้งหมด 8 รายวิชา รวม 19 หน่วยกิต 

ตารางเรียนเทอม 1 คณะ  Korean as a foreign Language, HUFS
ตารางเรียนเทอม 1 คณะ  Korean as a foreign Language, HUFS

ตัวอย่างวิชา

  • วิชา Intro. การสอนภาษาเกาหลีให้คนต่างชาติ เช่น หลักการสอนแต่ละระดับ ต้องสอนยังไง เริ่มจากตรงไหน สอนอะไรบ้าง เราชอบเพราะปรับใช้กับนักเรียนที่เราสอนพิเศษอยู่ด้วยได้
     
  • วิชาภาษาเกาหลี เรียนในเชิงภาษาศาสตร์  พูดง่ายๆ คือไม่เหมือนที่เรียนตามสถาบันภาษา แต่เรียนลึกไปถึงรากภาษา กลุ่มภาษา หน่วยเติมคำอิสระ คำประสม คำที่มาจากภาษาจีน ฯลฯ วิชานี้จะช่วยให้เข้าใจภาษาเกาหลีมากขึ้่น แต่ช่วงแรกคือยากมากมากกจนคิดว่าจะไม่อรดแล้ว เพราะเจอศัพท์เฉพาะเยอะ
     
  • วิชาการแปลเบื้องต้น มีทั้งแปลเพลง แปลหนัง การล่าม แต่ยังไม่ลงลึกมาก วิชานี้ทำให้รู้ว่าการเก่งภาษาไม่ได้เท่ากับแปลเก่ง เราเองสอบได้ TOPIK 6  เข้าใจประโยคได้อย่างดี แต่บางทีเรายังแปลออกมาเป็นคำพูดที่สวยไม่ได้ (แค่เข้าใจคนเดียว 5555) บางสำนวนของภาษาเกาหลีไม่มีในภาษาไทย ทำให้แปลออกมาเป็นคำพูดยาก ถ้าจะแปลเก่งได้ต้องเก่งภาษาเกาหลี + มีความรู้ด้านการแปล + เข้าใจหลักการแปลของ text แต่ละชนิด + ความรู้ทางวัฒนธรรมภาษา
     
  • (เสรี) วิชาข่าวเกาหลี เรียนศัพท์และไวยากรณ์จากข่าวที่ฟังของช่อง YTN  News  ไม่แน่นเินไป ได้ฝึกทั้งฟังและพูด
     
  • (เสรี) วิชาสังคมเกาหลี  เช่น ปัญหาการฆ่าตัวตาย การทำงาน การขาดคแลนประชากร ผู้สูงอายุล้นประเทศ ฯลฯ ทำให้เข้าใจว่าจริงๆ เกาหลีก็มีมุมมืด

ถึงจะงานหนักงานเยอะและมีกำแพงภาษา แต่โดยรวมคือเราแฮปปี้กับการเรียนที่นี่มากๆ ค่ะ  ตอนนี้ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเอกไหนดี 55555  ใจอาจจะเทไปฝั่งการสอนหน่อย แต่ลึกๆ ก็อยากเข้าใจหลักการแปลเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนถึงจะเข้าใจได้

รีวิวสังคม เพื่อน รุ่นพี่

รุ่นพี่น่ารักมากกกกทั้งคนต่างชาติและคนเกาหลีเลยค่ะ เขาคอยให้คำแนะนำ บอกแนวข้อสอบ ช่วยเหลือเต็มที่มาก เพื่อนๆ ในชมรมก็ชวนไปบ้านแล้วทำอาหารเกาหลีให้กินด้วย   แต่ที่ผ่านมาเราจะใช้เวลากับเพื่อนต่างชาติมากกว่า ซึ่งจะให้ความรู้สึกต่างกันนะ ถ้าคนเกาหลีรู้ว่าเราผิดตรงไหนจะช่วยแก้ไขให้ แต่ชาวต่างชาติจะเรียนมาคล้ายๆ กัน เวลาอ้าปากก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร ใจสื่อถึงกันแหละ 5555

เว็บไซต์หลัก HUFS

........

#รีวิวเกาหลี  5 ข้อ
ทั้งการปรับตัวและเรื่องประทับใจ

1. เรื่องใหญ่สุดคืออาหาร

นี่คือการมาเกาหลีครั้งแรกของเราเลยค่ะ แต่เรื่องเดียวที่ต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อยคืออาหาร เพราะปกติเราค่อนข้างจะเลือกกินมาก ชอบกินอะไรซ้ำๆ ถ้าอาหารเกาหลีคือไม่ค่อยกินเลย  พอมาเจอเลยลำบากช่วงแรก ยิ่งกิมจิคือไม่ไหวเลยยยย แต่เลือกไม่ได้  พอไปๆ มาๆ อ้าวเฮ้ย ก็อร่อยหนิ ตอนนี้คือชอบมาก 555555

อาการเกาหลีจะมีเครื่องเคียงอลังการ เคยสั่งอย่างเดียวมากินแล้วรวมๆ มาเป็นสิบจาน ตอนเห็นคือแบบ โหคือสงสารคนล้างจานมากอ่ะ หรือบางร้านอาจเป็น self-service ให้ตักเอง แล้วในทุกร้านจะมีกิมจิเสิร์ฟ ถ้าเป็นบอนชอนก็มีไชเท้าดองด้วย ตอนแรกเราก็ไม่ชินอีกแหละ สงสัยว่าทำไมต้องกินคู่กันอ่ะ? แต่ไปๆ มาๆ เนี่ย มันต้องมี ถ้าไม่มีคือกินไก่ไม่อร่อย!

2. วัฒนธรรมการใช้เท้า

ปกติเราอยู่หอแล้วชอบสั่งของออนไลน์ มีครั้งนึงที่พัสดุมาเป็นกล่องใหญ่ 2 กล่อง ต้องลงจากชัั้น 6 ไปชั้น 1 แล้วลุงยามก็ใจดีมาช่วยเรายกอีกกล่องนึง แต่เค้าดันใช้เท้าดันกล่องเข้าลิฟต์ ตอนนั้นตกใจนิดนึงเพราะเราชินกับวัฒนธรรมไทยที่ถือว่าเท้าเป็นของต่ำ ที่สำคัญคือกล่องนั้นเป็นอาหารด้วย 555555

3. คนเกาหลีชอบทำอะไรรีบๆ

...จนตอนนี้เราก็รีบตามคนเกาหลีไปแล้ววว อย่างเวลาขึ้นลิฟต์ ปกติก็ควรจะรอให้คนข้างในออกมาก่อน แต่บางคนรีบมาก ยืนจ่อประตู พอเปิดก็รีบพุ่งเข้ามาเลย แล้วตามสถานีรถไฟฟ้าบางที่คนจะเดินเร็วกันจนตกใจ เดินชนก็ไม่ค่อยขอโทษด้วยค่ะ

4. ระบบขนส่งสาธารณะดีสุดยอด

หลายคนคงเห็นข่าวแล้วว่ารถไฟเกาหลีค่อนข้างดี มีทั่วกรุงโซล แล้วยังขยายไปเมืองข้างๆ ทำให้เราสามารถไปต่างจังหวัดได้โดยไม่ต้องนั่งรถต่อเลย

  • ป้ายรถเมล์และในสถานีรถไฟจะมี Wi-Fi ให้ใช้ฟรี รถเมล์บางคันถึงกับมีที่ให้เสียบชาร์จแบตได้
  • ป้ายรถเมล์จะมีจอภาพบอกทั้งเวลาที่รถจะมาถึง + ความหนาแน่นของคนบนรถ
  • ในแอปฯ มีแนะนำว่าควรเดินทางวิธีไหนจึงจะถึงที่เราปักหมุดได้เร็ว  แล้วสมมติต้องเปลี่ยนสายรถไฟ ระบบจะบอกถึงขั้นว่าเราควรจะยืนประตูไหนเพื่อให้เปลี่ยนสายได้เร็วที่สุด ซึ่งถ้าแอปฯ บอกว่าจะถึง 3.07pm เราก็จะถึงตามนั้นเป๊ะ ไม่ใช่ 3.05pm หรือ 3.10pm เพราะเค้าคำนวณถึงขั้นที่ระยะเวลาที่เราใช้เดินเพื่อเปลี่ยนสถานีเลยค่ะ
  • รถจะมาตรงเวลาเพราะมีเลนสำหรับรถบัสโดยเฉพาะ ไม่ต้องเจอปัญหารถติดแล้วคำนวณคลาดเคลื่อน
  • มีป้ายภาษาอังกฤษตามสถานีรถไฟ (แต่ถ้าในร้านอาหารหรือคาเฟ่บางร้านจะมีเป็นภาษาเกาหลีล้วน)

5. หลายคนจะบอกว่าคนเกาหลีเดินเก่ง

เก่งจริง! เพราะเค้ามีทางเท้าที่กว้างและเดินได้เรื่อยๆ ชิลล์ๆ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งรถก็ได้ ทำให้พอมาที่นี่แล้วเรากลายเป็นคนชอบเดินเล่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าระยะทางแค่ 3-4 สถานี เราก็เลือกเดินเพราะขี้เกียจนั่งรถ

แล้วคนเกาหลียังชอบออกมาทำกิจกรรมร่วมกันด้วย อาจจะนั่งปิกนิก เดินเล่น ออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยานริมแม่น้ำฮัน ทั้งพื้นที่สาธารณะและอากาศดีสุดๆ เลยค่ะ~

........
 

สุดยอด! ขอขอบคุณ @chuchuhangul  ที่มาแชร์ประสบการณ์ทุกแง่มุมแบบนี้นะคะ เราเชื่อว่าเรื่องราวนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ หลายคนที่หลงรักภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีเหมือนกัน ใครอยากตามติดชีวิตคนไทยที่ไปเรียน HUFS หรืออยากหาครูสอนภาษา แนะนำให้เข้าไปกด follow กันไว้นะคะ เพราะเจ้าตัวบอกว่าถ้ามีคิวว่างจะมาเปิดแน่นอน และในอนาคตก็มีแพลนจะทำคลิปสอนภาษาเพื่อให้ได้เรียนกันทุกคนด้วยค่ะ :)

สุดท้ายจริงๆ แล้ว~ ใครที่อยากเริ่มนับหนึ่งเรียนภาษาเกาหลีหรือต่อยอดไประดับสูงขึ้น ขอเชียร์เลยว่าเป็นความคิดที่ดีมาก เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิตทั้งการเรียนและการทำงาน อย่างคุณเพื่อนเองก็เล่าว่าตอนอยู่ไทยอาศัยอ่านหนังสือและลงคอร์สฟรีตามเน็ต เราเลยขอชี้เป้าแหล่งเรียนคุณภาพที่มีรีวิวหลายเสียงว่าดีงาม // สนใจคอร์สไหนคลิกที่ภาพได้เลยค่ะ

(อย่าลืมกดติดตามเพจ One More Course รวมคอร์สอัปสกิลเพื่ออนาคต by Dek-D เพื่อติดตามคอร์สที่น่าสนใจจากหลากหลายหมวดกันนะคะ แอบขายของงง :D)

[ ชวนอ่านต่อ ]

เปิดมุมมอง ‘คนเกาหลี’ ที่เรียน “เอกภาษาไทย” 
ในม.เวแด (HUFS) ประเทศเกาหลี!

ส่องวิชาเรียนของ ‘เอกภาษาไทย’ 
ที่เปิดสอนในมหา’ลัยชั้นนำของ ‘เกาหลีใต้’

 

 ขอบคุณภาพจากเจ้าของเรื่อง 
และ resources จาก freepik.com
https://www.flaticon.com/free-icon/love_1029183https://www.flaticon.com/free-icon/south-korea_330591https://www.flaticon.com/free-icon/south-korea_2151378?related_id=2151378&origin=search 
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด