Spoil
- ไม่บอกว่ายิ้มอะไรให้มือถือนั่นคือการมีพิรุธ
- วิจัยเผยคน 22.6% ยอมรับว่าการติดมือถือเป็นปัญหาชีวิตรัก
- การส่งสติกเกอร์รัวๆ เหมือนว่าไม่ใส่ใจตอบคำถาม
ตอนนี้คนเรามีโทรศัพท์มือถือเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ขาดเธอเหมือนขาดใจ วางไว้ห่างกายไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าให้พูดถึงความจำเป็นและประโยชน์ของโทรศัพท์ คงเขียนได้ยาวไป 4 หน้ากระดาษ แต่ถึงจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ แต่ถ้าใช้แบบไม่ระวัดระวังอาจทำให้ความรักพังได้ มือถือนี่แหละค่ะตัวอันตรายสำหรับชีวิตคู่
ไม่บอกว่ายิ้มอะไรให้มือถือ
คนโสดจะเล่นอะไร คุยกับใคร ทำอะไรกับมือถือก็คงไม่มีใครมาสนใจเท่าไหร่ แต่ในส่วนของคนมีคู่บอกเลยว่าจะมีอีกคนสนใจเรามากเป็นพิเศษ และการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวเราะคิกคักกับมือถือ ก็ไปกระตุ้นต่อมความสงสัยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่นะ คุยกับใคร ทำไมดูมีความสุขขนาดนี้นะ? ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ต้องเปิดเผยว่าดูอะไร คุยกับใครอยู่ ถ้ายิ่งปกปิดยิ่งดูมีพิรุธ ยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงได้ ทางที่ดีก็คือแชร์ให้เห็นว่าทำอะไร ดูด้วยกันได้ยิ่งดี ยิ่งทำให้รักกันดีมากขึ้น
ติดมือถือมากไป ไม่ยอมให้ห่างตัว
คนทั่วไปก็จะพกมือถือใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ หรือเอาไว้ใกล้ๆ ตัว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่พฤติกรรมแบบนี้อาจจะทำให้คู่ของเรารู้สึกได้ว่ากำลังซ่อนอะไรไว้ในมือถืออยู่รึเปล่านะ ทำไมวางไว้ไม่ได้ อาจกลายเป็นการหึงหวง อีกอย่างหนึ่งการติดมือถือมากไปก็ทำให้เราเผลอใช้เวลากับมือถือมากกว่าคนในชีวิตจริง
Phubbing ติดโซเชียลอย่างหนัก
Phubbing (ฟับบิง) เป็นคำศัพท์ที่ผสมระหว่าง Phone+Snubbing ซึ่งหมายถึงการติดโทรศัพท์ ติดโซเชียล ต้องตามทันทุกเรื่องราวบนโลกออนไลน์ ท็อปปิกไหนก็พลาดไม่ได้ มีงานวิจัยหนึ่งสำรวจว่าคู่รัก 46.3% เคยถูกเมินจากคนรักเพราะกำลังเล่นมือถือ และคนอีก 22.6% ยอมรับว่าการติดมือถือเป็นปัญหาหลักของชีวิตรัก
ไม่ปล่อยผ่านทุกแจ้งเตือน
การตอบเร็วไลน์เร็วเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอยู่กับแฟนแล้วรีบตอบไลน์คนอื่นทันที มีโนติเด้งมาไม่ได้ ต้องรีบจับมือถือมาดูทันที ต้องตอบกลับอย่างรวดเร็ว เสียงแจ้งเตือนเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรียกร้องความสนใจจากเราเท่านั้น แต่มันยังรบกวนเวลาส่วนตัวที่ต้องใช้กับคนรัก ยิ่งถ้าเป็นเวลาสวีทหวาน กำลังคุยกันอยู่ กำลังกินข้าวหรือดูหนัง แล้วมีเสียงติ๊งดังขึ้นมามันก็ขัดมู้ดน่าดู ในช่วงเวลาส่วนตัวแบบนี้ก็ควรจัดลำดับความสำคัญให้ดี ปล่อยเอาไว้ แล้วว่างๆ ค่อยเปิดดูก็ได้ ความรักจะได้ไม่เสียหายด้วย
แชตถามรัวๆ
มาในส่วนของการแชตกันบ้าง นิสัยแชตที่ควรแก้ไขอย่างหนึ่งก็คือ อย่าพิมพ์ถามรัวๆ ทีละหลายๆ คำถาม เช่น อยู่ไหน? ทำอะไรอยู่? ทำไมไม่ตอบ? เมินเหรอ? การถามรัวๆ ไม่เว้นจังหวะให้ตอบแบบนี้ถ้ามองในแง่ดีก็เหมือนว่าสนใจเรามากๆ แต่มองมุมกลับก็ดูเหมือนไม่ไว้ใจและสร้างความรำคาญให้อีกฝ่ายเช่นเดียวกัน ทางที่ดีควรถามไป 1 แล้วให้เวลาเขามาตอบคำถาม ถ้ามีเวลาว่างตรงกันหลังจากนั้นค่อยคุยกันต่อยาวไปเลย
อย่ามัวแต่ส่งสติกเกอร์
สติกเกอร์ในโปรแกรมแชตมันก็น่ารักดีอยู่ แต่ลองคิดว่าถ้าตอบทุกคำถามด้วยสติกเกอร์อีกฝั่งจะรู้สึกยังไง? หนึ่งเลยคือรู้สึกว่าไม่ใส่ใจ ตอบส่งๆ ไปอย่างงั้น ที่สำคัญคือรูปภาพสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ไม่ดีเท่าคำพูด แค่หน้ายิ้มอันเดียวผู้รับอาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ การสื่อสารด้วยการพิมพ์จะดีกว่า แต่ว่าการพูดคุยแบบได้ยินเสียง หรือเห็นหน้าจะดีที่สุด
อย่าพิมพ์เวลาโกรธ
อย่างที่บอกว่าแค่ตัวหนังสือมันไม่สามารถสื่ออารมณ์และความรู้สึกได้ และอีกฝ่ายก็เข้าใจผิดได้ง่ายด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มมีน้ำโห ถ้าเลือกได้ให้คุยกันแบบตัวต่อตัว ได้ฟังน้ำเสียง สีหน้า อารมณ์และความรู้สึกดีกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องพิมพ์ก็รอให้ใจเย็นกว่านี้ก่อน จะได้ไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่พิมพ์ลงไปทีหลัง
ใครที่กำลังมีแฟนก็อย่าปล่อยโทรศัพท์มือถือมาบั่นทอนทำให้ความรักของเราไม่มีความสุข เพียงแค่ปรับนิสัยการใช้โทรศัพท์เล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำให้ความรักของเราไปต่อได้อย่างแฮปปี้ พี่แพมอยากรู้จังว่าน้องๆ ชาว Dek-D คนไหนเคยมีมือถือเป็นอุปสรรคแห่งความรักยังไงบ้าง? มาแชร์กัน
ข้อมูลจากhttps://brightside.me/inspiration-relationships/7-phone-habits-that-are-damaging-for-any-relationship-795221/https://people.com/lifestyle/how-to-make-your-zoom-party-feel-like-a-real-party/https://www.rd.com/list/texting-your-partner/
3 ความคิดเห็น