สวัสดีค่ะชาว Dek-D ทุกคน ตอนนี้น้องๆ ม.6 ปีการศึกษา 2564 หรือ #dek65 ก็ใกล้จะเปิดเทอมกันแล้ว บางคนก็เริ่มวางแผน เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS กันแล้ว แต่ก็ยังมีน้องๆ บางคนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นตรงไหน จะต้องเตรียมตัวยังไง วันนี้พี่แนนนี่ก็จะมาไขข้อสงสัยในเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกกันเลย

มือใหม่ฟังทางนี้! จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ต้องเริ่มที่อะไร?
การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย สิ่งที่ทุกๆ คนควรจะต้องรู้เป็นอันดับแรก นั่นก็คือ สาขาวิชา หรือ คณะที่สนใจ น้องๆ จะต้องสำรวจตัวเอง ว่าอยากจะเรียนไปในแนวทางไหน มีอาชีพในฝันคืออะไร หรือในอนาคตอยากจะทำงานสายงานใดบ้าง
สำหรับใครที่รู้ตัวเองแล้ว ก็เริ่มเตรียมตัวตามข้อมูลด้านล่างได้เลย แต่ถ้าใครยังสับสน ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร ก็ให้ทำความรู้จักตัวเอง ค้นหาตัวเองกันก่อน ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีการ เช่น สังเกตความชื่นชอบของตัวเอง ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาต่างๆ หรืออาจจะลงมือปฏิบัติ พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อม หรือบรรยากาศนั้นๆ เป็นต้น และเมื่อได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มเตรียมความพร้อมตามข้อมูลดังต่อไปนี้กันเลย
รายละเอียดสาขาวิชา
เริ่มแรกให้ศึกษาข้อมูล และรายละเอียดของสาขาวิชาที่สนใจจะเรียน โดยดูว่า มีมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนในสาขาวิชานั้นบ้าง อาจจะต้องดูให้ละเอียดหน่อย ว่าสาขาวิชานั้นอยู่ในสังกัดคณะ หรือสำนักวิชาอะไร เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะใช้ชื่อคณะ หรือสำนักวิชาแตกต่างกันออกไป
จากนั้นให้ศึกษาข้อมูลเฉพาะของแต่ละที่ ไม่ว่าจะเป็นตัวหลักสูตร แผนการศึกษา รายวิชาที่เปิดสอน วุฒิการศึกษาที่จะได้รับ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย หอพักนักศึกษา สภาพแวดล้อมต่างๆ ค่าธรรมเนียมการศึกษา รวมไปถึงสวัสดิการต่างๆ ที่จะได้รับ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้การค้นหาข้อมูลต่างๆ ให้ดูจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย หรือเว็บไซต์ของคณะโดยตรง
การศึกษารายละเอียดต่างๆ ของสาขาวิชา จะทำให้น้องๆ รู้จักและเข้าใจการเรียนการสอนของแต่ละมหาวิทยาลัยที่สนใจมากขึ้น และยังเป็นข้อมูลที่จะสามารถช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกเรียนได้อีกด้วย
ทำความเข้าใจระบบ TCAS
ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศไทยในปัจจุบันมีชื่อว่า TCAS (ทีแคส) ซึ่งเริ่มมีครั้งแรกในปีการศึกษา 2561 หรือ TCAS61 นั่นเอง โดยมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดมาตลอดทุกๆ ปี เช่นเดียวกับปีการศึกษา 2565 หรือ TCAS65 ที่มีจะการปรับให้แตกต่างไปจาก TCAS64 อยู่บ้าง ดังนั้นน้องๆ จะต้องทำความเข้าใจกับระบบ TCAS ให้ละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะกฎเหล็ก TCAS อย่าง 1 คน 1 สิทธิ์ ที่จะส่งผลในเรื่องของการยืนยันสิทธิ์ การไม่ใช้สิทธิ์ และการสละสิทธิ์
สำหรับ TCAS65 มีข่าวคราวออกมาเบื้องต้นว่า จะมีการเปิดรับสมัครทั้งหมด 4 รอบ 4 รูปแบบ คือ Portfolio, Quota, Admission และ Direct Admission โดยแต่ละรอบก็จะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไป แต่จะมีรายละเอียดอย่างไรต้องรอติดตาม รับรองว่าทีมงาน Dek-D จะอัปเดตให้อย่างแน่นอน
ตรวจสอบเกณฑ์การรับสมัคร
อย่างที่บอกว่า TCAS แต่ละรอบจะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไป ซึ่งทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีทางเลือกในการเปิดรับสมัครสาขาวิชาต่างๆ ตามลักษณะของแต่ละรอบ นั่นหมายความว่า ในแต่ละรอบอาจจะไม่ได้เปิดรับสมัครครบทุกสาขาวิชา ดังนั้นน้องๆ จะต้องสำรวจว่า สาขาวิชาที่สนใจ เปิดรับสมัครในรอบไหนบ้าง โครงการอะไร มีจำนวนรับเท่าไหร่ และแต่ละรอบกำหนดคุณสมบัติ และเกณฑ์การคัดเลือกไว้อย่างไร โดยให้ศึกษาจากระเบียบการรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย (ถ้าของปี 65 ยังไม่ประกาศ ศึกษาจากของปี 64 เป็นแนวทางได้) จดรายละเอียดของทุกมหาวิทยาลัยที่สนใจไว้ และติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพราะข้อมูลอาจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
ตัวอย่างคุณสมบัติ : วุฒิที่สมัครได้, แผนการเรียน, เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ, สุขภาพร่างกาย, ความสามารถพิเศษ, ภูมิลำเนา หรือพื้นที่ที่กำหนด, คะแนนขั้นต่ำ
ตัวอย่างเกณฑ์การคัดเลือก : โจทย์ทำ Portfolio, วิชาสอบที่ต้องใช้คะแนน เช่น GAT/PAT วิชาสามัญ วิชาเฉพาะ, หัวข้อ/เรื่องที่จะต้องสอบสัมภาษณ์

ทำความรู้จักข้อสอบแต่ละชนิด
ข้อสอบที่ใช้คัดเลือกในระบบ TCAS มีหลายตัว ซึ่งแต่ละตัวก็ถูกกำหนดใช้แตกต่างกันออกไป ให้น้องๆ ทำความรู้จักข้อสอบแต่ละชนิดให้ดี และสมัครสอบในวิชาที่จะต้องใช้คะแนน
ตัวอย่างข้อสอบคร่าวๆ
- GAT/PAT เป็นการทดสอบความถนัดทั่วไปและความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ โดย GAT จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท คือ ภาษาไทย (เชื่อมโยง) กับภาษาอังกฤษ ส่วน PAT จะแบ่งออกเป็น 13 วิชา
- วิชาสามัญ เป็นการสอบ 9 วิชาหลักที่มีความเข้มข้น ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา วิทยาศาสตร์ทั่วไป คณิตศาสตร์ 1 และคณิตศาสตร์ 2
- O-NET เป็นการทดสอบขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งเดิมทีเป็นข้อสอบบังคับของม.6 ต้องสอบทุกคน แต่ในปี 65 จะถูกยกเลิกไป
- วิชาเฉพาะ กสพท เป็นข้อสอบที่ใช้สำหรับยื่นสมัคร 4 คณะ ได้แก่ แพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์
- วิชาเฉพาะมหาวิทยาลัย เป็นข้อสอบที่ทางมหาวิทยาลัยจัดสอบเอง
- การทดสอบทางภาษา เช่น TOEFL, IELTS, TOEIC, CU-TEP, TU-GET, HSK, JLPT, TOPIK เป็นต้น
- การทดสอบทางวิชาการ เช่น SAT, GSAT, BMAT เป็นต้น
วางแผนการสอบ
เมื่อน้องๆ รู้แล้วว่าสาขาวิชาที่สนใจกำหนดเกณฑ์การรับสมัครไว้อย่างไร และจะต้องใช้คะแนนสอบวิชาอะไรบ้าง น้องๆ ก็จะสามารถเริ่มวางแผนการอ่านหนังสือ และเตรียมตัวไปสอบ ตามความถนัดของแต่ละบุคคล โดยศึกษารายละเอียดเนื้อหาการสอบจากที่แต่ละหน่วยงานกำหนดไว้ หรืออาจจะค้นหารีวิวการเตรียมตัวสอบจากรุ่นพี่ที่มาส่งต่อประสบการณ์ไว้ในเว็บบอร์ด Dek-D เพื่อนำแนวทาง และวิธีการของแต่ละคนไปปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับตัวเอง นอกจากนี้พี่แนนนี่อยากให้น้องๆ ตรวจสอบเรื่องวันลงสมัครสอบให้ดีดี และตั้งแจ้งเตือนเอาไว้ด้วย
ทำความรู้จักเอกสารสำคัญ
สำหรับการยื่นสมัครในระบบ TCAS จะมีการกำหนดใช้เอกสารสำคัญหลักๆ อยู่ไม่กี่ชนิด ดังนั้นน้องๆ จะต้องทำความรู้จักแต่ละชนิดให้ดี และอย่าลืมสำรวจระยะเวลาในการดำเนินการขอเอกสารแต่ละชนิดด้วย เพราะจะได้วางแผนขอเอกสารให้ทันการสมัคร
ตัวอย่างเอกสาร
- บัตรประชาชน : สำรวจให้ดี อย่าให้บัตรประชาชนหมดอายุ และส่วนมากใช้เป็นสำเนา
- ทะเบียนบ้าน : สามารถทำสำเนารอไว้ได้เลย มักจะใช้หน้าแรก กับหน้าที่มีชื่อผู้สมัคร ยกเว้นบางโครงการที่ต้องใช้ของบิดา/มารดาด้วย
- ใบปพ. 1 : ใบแสดงผลการเรียน หรือทรานสคริป ซึ่งให้ตรวจสอบดีดี ว่ากำหนดให้ใช้ของกี่ภาคเรียน
- ใบปพ. 2 : ประกาศนียบัตรจบการศึกษา หรือหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา จะได้รับเมื่อจบม.6 แล้วเท่านั้น ให้น้องๆ เก็บรักษาให้ดี เพราะออกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
- ใบปพ.7 : เอกสารรับรองการเป็นนักเรียน ใบนี้มักจะใช้ในการสมัครรอบแรกๆ เพราะน้องๆ ยังไม่ทันเรียนจบม.6 นั่นเอง
ติดตามข่าวสาร
รายละเอียดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ตลอด ดังนั้นการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ TCAS หรือมหาวิทยาลัย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ โดยน้องๆ สามารถติดตามได้จากหลายช่องทาง ดังนี้
- Application "เด็กดี TCAS" ; iOS, Android
- แฟนเพจ Facebook "Dek-D's TCAS สอบติดไปด้วยกัน"
- กลุ่ม Facebook "ตามข่าว TCAS 65"
- Twitter "ข่าว TCAS เว็บเด็กดี"
- เว็บไซต์ MyTCAS ของทปอ.
- เว็บไซต์ สทศ. หน่วยงานที่จัดสอบ
- เว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้พี่แนนนี่แนะนำให้น้องๆ จดและจำ พวกวันที่ เวลา และกำหนดต่างๆ ให้ดี ทั้งวันเปิด-ปิดรับสมัคร วันชำระเงิน วันส่งเอกสาร วันสอบ วันประกาศผล วันยืนยันสิทธิ์ หรือวันรายงานตัว เพราะถ้าเลยวันและเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้
16 ความคิดเห็น