
สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครอยู่ #ทีมไต้หวัน แล้วกำลังเก็บข้อมูลหาลู่ทางไปเรียนต่อ ขอบอกว่าโอกาสดีๆ ไม่ได้มีแค่ทุนจากรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีทุนมหาวิทยาลัยมากมายที่นักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ สมัครได้ วันนี้เราจะขอพาไปพูดคุยกับ 'เดียร์' เจ้าของแอค @maykids_studio ที่เป็นหนึ่งใน Line Creator ลายเส้นสุดคิ้วท์ ตอนนี้เธอกำลังเรียนหลักสูตรภาษาจีน คณะ Industrial management ที่ ม.จงหัว (Chung Hua University, CHU , 中華大學) ไปด้วยทุนมหาวิทยาลัยที่ให้แบบเต็มจำนวน! ถ้ามีพื้นจีนนิดๆ แต่อยากไปเปิดโลกและอัปภาษาจีนที่ไต้หวัน ห้ามพลาดค่ะ
*ค่าเงินไต้หวัน 1 TWD = 1.12 บาท (อัปเดต มิ.ย.64)
พาร์ตนี้รีวิวเน้นๆ
กว่าจะได้ทุนฟรีที่ไต้หวัน!
เราเรียนจบป.ตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหา'ลัยนึงในเชียงใหม่ แล้วอยากไปเรียนต่างประเทศ ก็เลยนั่งเสิร์ชหาหลายๆ ทุน จนมาเจอข้อมูลว่า ถ้าอยากไปเรียนต่อไต้หวัน เราสามารถยื่นคะแนน TOEIC ได้ ในขณะที่ประเทศอื่นมักใช้ IELTS/TOEFL เป็นส่วนใหญ่ เรามองว่ามันสอบง่ายกว่า + อยากได้ภาษาจีนด้วย
ตอนนั้นเราลองหาดูทุนจะมี 5 แบบ คือ ICDF/ MOE / MOFA / HES / ทุนมหาวิทยาลัย เริ่มที่ ICDF เป็นทุนป.ตรีโทเอก ทุนเต็มจำนวน มีค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าหนังสือ คือให้แบบทุกอย่างฟรี! มีเงินรายเดือนให้ด้วยราว 12,000-17,000 NTD
- ทุน MOE ป.ตรี/โท/เอก ช่วยออกค่าเทอมบางส่วน + มีเงินรายเดือนให้ ส่วนทุน MOFA ไม่ได้ช่วยออกค่าเทอม แต่ให้เงินรายเดือน+ตั๋วเครื่องบิน เงินรายเดือนประมาณ 30,000 ก็เหมือนให้เอาไปจัดสรรจ่ายค่าเทอมเอง
- ทุนHES จะเป็นทุนเรียนภาษา อายุ 18 ปีถึงขอได้ ให้ทุนเรียนภาษาจีน 3,6,9,12 เดือน บอกก่อนว่าไต้หวันเรียน "จีนตัวเต็ม" เขียนไม่เหมือนภาษาจีนที่เราเรียนๆ กันในไทยนะ ส่วนมากอ่านเหมือนกัน
- ทุนรัฐบาลโดยเฉพาะ ICDF คือดีมาก แต่แน่นอนว่าการแข่งขันสูง เกรดต้องดี มีคะแนน TOEIC 800+ มีประสบการณ์ทำงาน แล้วทุนมีโควตาน้อย
- อีกทางที่ง่ายกว่าคือทุนมหา'ลัย มีเยอะกว่า ส่วนมากแจกค่าเทอมเต็มจำนวน บางมหา'ลัยมีเงินเดือนให้ (แลกกับมีงานต้องช่วยนะ) ส่วนค่าหนังสือหรือค่าประกันต้องจ่ายเอง อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียดนะคะ
ส่วนใหญ่ทุนจะเปิดสมัครช่วง ม.ค. - มี.ค. ไปติดตามกันให้ดี แต่ของเราเราเจอประกาศของทุน ม.จงหัว จากกองวิเทศสัมพันธ์ของมหา'ลัย (มหา'ลัยในไต้หวันเค้าส่งมาประชาสัมพันธ์ไว้) เกณฑ์ไม่สูงมาก พอเราเรียนจบปลาย ธ.ค.ก็รีบไปสอบ TOEIC ได้คะแนนมา 700+ ตอนนั้นรีบจนแทบไม่ได้เตรียมตัว ดังนั้นใครอยากรู้เทคนิคสอบคือเราไม่รู้เหมือนกัน 5555 แต่ที่พอจะแนะนำได้คือถ้าใครอ่านข้อสอบช้า ควรรีบฝึกอ่านให้เร็วขึ้น เพราะเราพลาดตรงอ่านพาร์ต Reading ไม่ทันจนเสียคะแนนฟรีๆ ไปหลายข้อ
ด้วยความที่เราสอบคะแนนไม่ถึง 800 เราเลยเลือกยื่นไป ม.ที่เราหาได้ก่อน กะว่าเดี๋ยวสอบอีกรอบค่อยยื่นทุนรัฐบาล เอกสารที่ยื่นไปมี คะแนน TOEIC เกรด / CV / Study Plan / Recommend Letter 2 ฉบับ มีให้เลือกเรียน 2 แบบ เรียนเป็นจีนหรือภาษาอังกฤษ ถ้าจีนก็ยื่นผล TOCFL บางแห่งรับ HSK ด้วย ต้องเช็กเงื่อนไขให้ดีๆ แต่ถ้าเป็นภาคภาษาอังกฤษก็ยื่นเป็น TOEIC/IELTS/TOEFL
ตอนเขียน CV ให้ใส่ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้หมด อย่างเช่นเราเคยไป Work&Travel ของ Disney ตอนสัมภาษณ์อาจารย์เขาดูสนใจกับการไปทำงานอเมริกาของเรามาก ถามหลายคำถามเลย
ทุนที่เราสมัครตอนนั้นคือทุน ป.โทของ เรียนภาคอุตสาหกรรมการจัดการ หรือ Department of Industrial Management ที่ Chung-hua University เรียน 2 ภาษา มีทั้งวิชาที่เรียนเป็นภาษาจีนกับอิ๊ง โดยทุนจะครอบคลุมค่าเรียนเต็มจำนวน + เงินรายเดือน + ค่าภาษาฟรี จากปกติค่าเทอม 50,000 TWD (นักศึกษาทำงานพาร์ตไทม์ได้ ปกติค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่ 150 TWD/ชั่วโมง)
เพิ่มเติมเรื่องหาทุนมหา'ลัย วิธีคือไปดูก่อนว่าอยากเรียนคณะอะไร มหา'ลัยไหนเปิด เอาชื่อมหา'ลัยที่อยากเรียน พิมพ์ใน Google ต่อท้ายด้วย Scholarship แล้วเข้าไปอ่านเงื่อนไข ในนั้นจะมีบอกหมดว่าเอาคะแนน TOEIC ขั้นต่ำเท่าไหร่, เกรดเท่าไหร่, ให้ทุนอะไรบ้าง แต่ละแห่งจะกำหนดเงื่อนไขต่างกัน
*กรณีเราคือสมัครเรียนกับขอทุนในขั้นตอนเดียวกัน ไม่ใช่ว่าต้องสมัครเรียนให้ติดแล้วมาขอทุนอีกทีนะคะ
พอส่งเอกสาร+สัมภาษณ์เสร็จก็รอผลจากทางมหา'ลัย เมื่อเราได้ใบตอบรับเข้าเรียนจากมหา'ลัยมาแล้ว ให้เรานำใบนั้นไปทำ Resident Visa เอาพวกเอกสารใบเกรด, ผลสอบภาษาอังกฤษ, ใบรับรองจบ ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเอาเอกสารไปรับรองที่กงสุลไต้หวัน ยุ่งยากแค่ขั้นตอนนี้แหละ เราก็ไปหลายรอบอยู่นะตอนนั้น แล้วนำไปยื่นให้กงสุลไต้หวันเพื่อรับรองเอกสาร มีเสียค่าธรรมเนียมน่าจะชุดละ 400+ บาทถ้าจำไม่ผิด
สรุปคร่าวๆ ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม
ก่อนเดินทางไปเรียนต่อ
- ค่าสอบ TOEIC 1,800 บาท
- ค่าวีซ่า 3,000 บาท
- ค่ารับรองเอกสารต่างๆ ตีประมาณ 3,000 บาท
- ตรวจสุขภาพ ประมาณ 2,000 บาท
- เตรียมเงินโชว์ Bank Statement ถ้าเอาชัวร์ๆ 50,000-100,000 TWD ถ้าไปเรียนต่อระดับป.ตรีใช้บัญชีผู้ปกครองได้
- ค่าตั๋วเครื่องบิน อันนี้เราอาจระบุให้ไม่ได้
เมื่อมาถึงไต้หวัน เรามีค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
(ทุนของเราได้ค่าเทอม 100%)
- ค่าประกัน เทอมละ 5,000 TWD
- หนังสือ เราซื้อนิดเดียว ส่วนใหญ่อ่าน E-Book ก็เลยเสียแค่ตกเทอมละ 1,000-2000 TWD
- ค่าหอพัก (เดี๋ยวบอกละเอียดข้อ16)
- ค่าน้ำ ฟรี ค่าไฟ หน่วยละ 4-5 TWD เดือนนึงเราเสีย 400 เปิดแอร์เกือบทุกวัน
- ค่าโทรศัพท์ เราเดือนละ 590 TWD
- ค่ากินอยู่ชอปปิง เราบอกก่อนว่าเราไม่ได้ประหยัด แต่ไม่ได้ฟุ่มเฟือย มีทั้งกินหรู กินธรรมดา ซื้อของบ้าง มีกิจกรรมดูหนัง ร้องเกะ - ตอนอยู่ไทเป ใช้ 25,000 - 30,000 - ตอนอยู่นอกไทเป ใช้ 15,000-20,000
- เงินเดือน อาจารย์เราให้ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย เราได้เดือนละ 6,000 TWD บางแห่งอาจจะไม่ให้หรือให้เยอะกว่าก็ได้แล้วแต่เงื่อนไข และขึ้นอยู่กับทุนของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย
- คอร์สจีนมีทั้งฟรีและไม่ฟรี ถ้าเสียจะตกราวๆ 4 เดือน 28,000 TWD ส่วนมากในไทเปเสียตัง แต่ของเราทุนมีเรียนคอร์สภาษาจีนฟรี
- หอพัก ไต้หวันมีลักษณะเป็นเกาะ ดังนั้นแค่ห้องแคบๆ ก็แพงมากกกก โดยเฉพาะห้องที่มีหน้าต่างจะแพงไปอีก อันนี้หอเราตอนอยู่ไทเป ใช้ห้องน้ำ/ครัวรวมกับเพื่อนบ้านอีก 4 คน ห้องเล็กๆ เดือนละ 11,000 TWD ถ้าอยากได้แนวคอนโดสตูดิโอก็ 15,000+ TWD แล้วแต่โลเคชั่น
- งานพาร์ตไทม์ นักศึกษาสามารถทำได้แต่ต้องทำ Work Permit ก่อน จะทำงานได้วีคละ 20 ชม. ค่าแรง 150+TWD /ชั่วโมง มีทั้งงานที่ต้องได้จีน (งานร้านอาหาร บริการต่างๆ) และไม่ได้ภาษาจีน (พวกงานหลังบ้าน) บางงานใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ (แนวออฟฟิศ)
ใครที่คิดว่า เออชั้นจะเรียนที่ม.ด้วย + เรียนจีนด้วย + ทำงานพาร์ตไทม์ด้วย คือเราเคยทำมาแล้วค่ะ แล้วอยากบอกว่าเหนื่อยชห. 55555 ทำได้เทอมเดียวไม่ไหว คือเรียนในมหา'ลัยก็หนักแล้ว ไหนจะเรียนจีนวันละ 3 ชม. ทำงานอีก เลิกงานมาท่องศัพท์ คือไม่ไหวจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าใครทำได้ก็สุดยอดมากเลย
ไปพร้อมพื้นภาษาจีนนิดหน่อย
กี่เดือนถึงลงตัว? ด้วยวิธีไหนบ้าง?
จริงๆ เราเข้าใจผิดคิดว่าที่เราสมัครเรียนไปคือภาคอินเตอร์ 55555 เราเองมีพื้นจีนมาแค่นิดหน่อย มันจะต่างตรงการเขียนกับอ่านเพราะไต้หวันใช้อักษรจีนตัวเต็ม แต่ตอนพูดออกเสียงเหมือนกัน ดังนั้นแรกๆ เราฟังกับอ่านไม่ได้เลยยยย บางทีต้องหาอ่านหนังสือเพิ่ม สั่งข้าวทีก็ดูรูปแล้วชี้ๆ เวลาคุยกับเพื่อนก็ใช้ภาษาอังกฤษ (คนที่นี่พูดอังกฤษได้) พอมาถึงเราเริ่มเรียนภาษาเลย เรียนแบบจริงจัง เรียนทุกวันๆ ละ 3 ชั่วโมง คอร์สภาษาที่นี่เรียนเข้มมากนะ ต้องท่องศัพท์ทุกวัน มีการบ้านกับสอบทุกวัน
ผลคือ 3 เดือนเราเรียนจบเล่ม1 เริ่มพูด+เขียนได้แล้ว ตอนเราเรียนได้ครบ 1 ปี เราสามาถพูดเรื่องทั่วๆ ไป คุยเล่น หยอดมุขตลกใส่เพื่อนไต้หวันได้ สั่งข้าวเองได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่! ย้ำว่าเราเรียนแบบจริงจังมาก สภาพแวดล้อมจีนล้วนจะทำให้เราไปไวขึ้นอีก
อีกอย่างคือหลักสูตรที่เรียนมีเด็กต่างชาติเยอะคละกับเด็กไต้หวัน อาจารย์จะอธิบายเป็นภาษาจีนก่อน แล้วอังกฤษตามอีกรอบ สไลด์มี 2 ภาษา ตอนทำข้อสอบก็มี 2 เวอร์ชันเหมือนกัน ช่วยให้ภาษาพัฒนาเร็ว ซึ่งเอาจริงๆ ก็ต่างจากตอนเรียนนะ ตอนเรียนเป็นภาษาเชิงวิชาการมากกว่า
รีวิวสาขาที่เรียน
Industrial Management
เรามาเรียน ป.โท เรียนทั้งหมด 30 หน่วยกิต รวม 10 วิชา แนวๆ Project Management, Ergonomics (การยศาสตร์), บริหารทั่วไป, ไฟแนนซ์, การเขียนธีสิส, สอนใช้โปรแกรม SAS รันดาต้า ฯลฯ
เราว่ามันไม่ต้องมาเครียดเรื่องสอบเหมือนตอน ป.ตรี เพราะเน้นทำงานกลุ่มกับพรีเซนต์ บรรยากาศ Coursework ก็ชิลล์~ แต่งตัวสบายๆ เรียนๆ อยู่หยิบชานมไข่มุกมานั่งซด 55555 บางคลาสเรียนรวม ป.เอกด้วย มีหลายช่วงอายุหลายอาชีพ มีโอกาสเจอได้ถึงระดับอาจารย์หรือผู้จัดการเลย เวลา discuss ได้เลยรับรู้มุมมองคนทำงานจริงที่เราไม่ทันนึกถึง ดีตรงได้ฟังนี่แหละ
หรือบางวิชาวิชาอย่าง 'การออกแบบธุรกิจ' เขาก็ให้แบ่งกลุ่มจำลองการทำธุรกิจ Startup เสนอไอเดีย กลยุทธ์การขาย กลุ่มเราทำแอปพลิเคชันเรียกแม่บ้านทำความสะอาด ส่วนกลุ่มอื่นก็จะมีไอเดียเก๋ๆ อย่างเช่นปากกาหลายฟังก์ชันที่อัดเสียงได้ ฯลฯ
บรรยากาศสุดดีงาม
แถม ม.ตั้งอยู่ย่านอุตสาหกรรมไฮเทค
ด้วยความที่ไต้หวันเด่นเรื่องอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยเฉพาะสายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมืองซินจู๋ (Hsinchu) ก็เป็นย่านอุตสาหกรรมไฮเทค Hsinchu Science Park กับภาคธุรกิจอื่นๆ มีศิษย์เก่าที่ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญตำแหน่งการจัดการด้านการผลิต การจัดซื้อ วัสดุ คุณภาพ กระบวนการผลิต ความปลอดภัย สุขภาพ ฯลฯ ตอนเรียนอาจารย์เลยพาไปดูงานบ่อย อาจจะเป็นโรงงาน นิทรรศการ หรือองค์กรธุรกิจต่างๆ
เราว่าเค้าเต็มที่กับการศึกษามากๆ อ่ะ ไม่กดดันเลยยย แล้่วยังมีทุนให้ต่างชาติเยอะมาก มหา’ลัยห้องสมุดดูดี อุปกรณ์ทันสมัย สภาพแวดล้อมก็ดี ต้องบอกว่าคนไต้หวันหลักๆ นอกจากไปนั่งร้านกาแฟ เค้าจะชอบไปห้องสมุดด้วย เราก็อยู่ทีมห้องสมุด 55555 ที่สำคัญคือสวนสาธารณะเยอะมาก! คนที่นี่ชอบเดินและขี่จักรยานกัน เพราะอากาศดีมีต้นไม้เยอะ~
ช่องทางหลักของ Chung-hua University
Website: http://www1.chu.edu.tw/
Facebook: @CHU1990
YouTube: https://www.youtube.com/user/chupublic
รีวิวชีิวิตในไต้หวันให้ฟังสั้นๆ
สถานการณ์โควิดก็รับมือได้ดีมาก
เราแทบไม่รู้สึกถึงผลกระทบของโควิดเลยนอกจากใส่ mask พวกห้างร้านเปิดตามปกติ หน้ากากหาซื้อได้ รัฐบาลมีขายให้เราไปซื้อแบบจำกัดชิ้นโดยใช้บัตร ARC (Alien Resident Certificate) หรือบัตรกาม่า เป็นบัตรที่ใช้แทนบัตรประชาชนสำหรับคนต่างชาตินั่นเองค่ะ
เรื่องวัคซีนเขาจะดูความจำเป็น ไม่ใช่ว่าเป็นคนไต้หวันแล้วได้ฉีดก่อนนะ ถ้าคนต่างชาติมาถึงไต้หวันต้องกักตัวก่อนแบบจริงจัง ถ้าผิดกฎจะโดนปรับ ถ้าเกิดวัคซีนมีผลข้างเคียง จะต้องให้คุณหมอตรวจร่างกายก่อนว่าฉีดได้มั้ย
Culture Shock / สิ่งที่ไม่ปลื้ม
- บางคนกินข้าวเสร็จเรอดังม้ากกก สั่งน้ำมูกเสียงดังอีก T-T
- บางคนคุยเสียงดังจนเหมือนตะคอก ตอนแรกคิดว่าเพื่อนโกรธ แต่เปล่า นี่แค่บุคลิกธรรมดาของเขา
- ไม่มีร้านซักรีด คนไม่ค่อยรีดผ้ากันถ้าไม่จำเป็น ใช้สะบัดๆ ตาก
- สิ่งที่ควรระวังมากๆ คือ ‘อย่าบอกว่าคนไต้หวันเป็นคนจีน’ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวมาก
ทิ้งท้ายถึงคนอยากมาไต้หวัน
อย่างน้อยอยากให้เตรียมภาษาอังกฤษไว้ก่อนเพื่อความชัวร์ แล้วค่อยเรียนจีนเพิ่ม จะตัวย่อตัวเต็มก็ได้ ถ้าอยากเขียนได้แนะนำให้คัดเยอะๆ ฟังเพลงกับดูซีรีส์จีนก็ช่วยได้มากเลยค่ะ :)
.
.
.
สุดท้ายนี้ขอแอบช่วยขายแบบที่เจ้าตัวไม่ร้องขอหน่อย เพราะน้อนน่ารักจนใจเจ็บบบ! สติกเกอร์ 365 days cute words (Thai version) จาก maykids_studio ไปโหลดกัน :) จิ้มลิงก์นี้ https://bit.ly/3uXD4Uw หรือเสิร์ชหา maykids ใน Line Store ได้เลยนะคะ
1 ความคิดเห็น