ลองมั้ย? วิธีเขียนนิยายสุดแปลก
แต่ใช้ผลได้จริงซะงั้น!?
กระบวนการเขียนนิยายของนักเขียนแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันแน่นอนค่ะ
แม้ว่าเราจะเจออุปสรรคและปัญหาที่คล้ายๆ กัน แต่วิธีในการแก้ปัญหา ทั้งแก้ตัน แก้ดอง แก้หมดไฟ แต่ละวิธีที่เราเคยนำเสนอไป บางคนลองเอาไปทำตามแล้วอาจจะได้ผล แต่บางคนลองเอาไปทำตามแล้วไม่เห็นผลเลยก็มี
ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเอากลเม็ดเคล็ดลับเด็ดๆ มาฝาก เราก็เลยอยากให้ทุกคนได้ลองเอาไปปรับใช้กันก่อน เพราะเราหวังว่านักเขียนเด็กดีจะเจอแนวทางการเขียนที่ใช่และตรงใจที่สุด จนสามารถเขียนนิยายต่อไปได้เรื่อยๆ กันค่ะ
แต่บอกก่อนว่าวิธีเขียนนิยายที่นำมาฝากกันในวันนี้ แปลกจนต้องใช้วิจารณญาณกันนิดหนึ่งเนอะ
Warning
แปลกมาก พิจารณาก่อนใช้!!!
1.ตั้งค่ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ
รู้สึกเหมือนได้ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา ว่าซั่น! แปลกแต่จริง มีคนใช้วิธีตั้งค่าหน้ากระดาษใน word, google docs ให้เป็นแนวนอน แล้วปรับขนาดตัวอักษรไว้ที่ 72 ขึ้นไป ฟอนต์ใดก็ได้ และใช้มุมมองแว่นซูมขยายตั้งแต่ 150% เป็นต้นไป เพื่อเขียนนิยาย!!!
เทคนิคที่เขาแนะนำคือ ให้คิดว่าเราเป็นนักอ่านคนหนึ่ง เรากำลังอ่านหนังสืออยู่ค่ะ จากนั้นก็แค่เขียนในสิ่งที่คิดออกไป เขียนไปเรื่อยๆ จนกว่าจินตนาการจะหมด วิธีนี้จะทำให้เราสนใจการเลือกใช้คำและภาษาน้อยลง แต่การเขียนจะลื่นไหลและทำงานออกมาได้มากขึ้น
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง : ถามว่าเอาวิธีนี้มา เราได้ลองทดสอบประสิทธิภาพดูบ้างหรือยังว่าใช้ได้ผลจริงไหม? ตอบเลยว่าตอนแรกชวนปวดหัวมาก แต่พอใช้เทคนิคที่เขาบอกแล้วพิมพ์ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจคำผิด แค่พิมพ์ไปตามจินตนาการ เล่าไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนหมดก็อก หมดไอเดียแล้วก็หยุด ผลคือ เขียนได้ 1291 ตัวอักษร!!! แปลกแต่เขียนได้เยอะจริง ที่เหลือก็มานั่งเกลานะ ง่ายๆ จิ๊บๆ เนอะ
2.มายืนเขียนในแนวตั้งกัน
เจอวิธีตั้งค่าหน้ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ กันไปแล้ว มาลองเขียนในแนวตั้งกันดูบ้างดีไหมคะ วิธีนี้ในสมัยก่อนอาจจะดูแปลก แต่เดี๋ยวนี้ไม่นาจะแปลกแล้ว เพราะเราสามารถยืนเขียนนิยายโดยใช้งานผ่าน แอปนักเขียน Dek-D จากที่ไหนก็ได้ เอาเป็นว่าวิธียืนเขียนเนี่ย นักเขียนดังๆ สมัยก่อนเขาทำกันจนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย อาทิ Hemingway, Charles Dickens, Virginia Woolf, Lewis Carroll, และ Philip Roth. พอเห็นชื่อนักเขียนแล้วก็แอบว้าวเหมือนกัน

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับนักเขียนที่ใส่ใจสุขภาพมากๆ ค่ะ ถ้าใครนั่งนานๆ แล้วปวดหลัง ปวดคอ การมีโต๊ะทำงานแบบยืนที่สามารถปรับความสูงได้ จะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน เพราะเราสามารถเลือกท่ายืนได้ตามสบายเลยค่ะ ที่สำคัญนอกจากสุขภาพเลือดลมไหลเวียนดีแล้ว การใช้โต๊ะยืนยังทำให้มีสมาธิ และทำงานได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง : แม้ว่าจะไม่มีโต๊ะทำงานแบบยืน แต่ก็เคยยืนเขียนนิยายนานๆ เหมือนกันค่ะ ถ้าถามเรื่องประสิทธิภาพในการเขียนก็รู้สึกว่าตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้นจริงๆ เวลายืนอยากจะทำท่างแบบไหนก็ทำได้ ถ้านึกไม่ออกก็อารมณ์เหมือนเราไปห้องสมุด แล้วยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาหนังสือในห้องสมุดนั่นแหละ ประมาณนั้น ข้อเสียคือยืนนานๆ ก็เมื่อยเนอะ ก็สลับมานั่งบ้าง
3.ห้อยหัวหน่อยไหม
วิธีนี้แปลกแต่เป็นหนึ่งในกระบวนการเขียนนิยายของแดน บราวน์ เลยนะทุกคน ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่ห้อยหัวคุณเขาก็สามารถเขียนผลงานนิยายแนวสืบสวนสอบสวนจนดังไประดับโลกได้
วิธีนี้บราวน์บอกว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ช่วยให้เขาผ่อนคลาย และมีสมาธิกับงานเขียนมากขึ้น ยิ่งเขาทำการห้อยหัวมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจในการเขียนมากขึ้นเท่านั้น
เทคนิคของบราวน์ดูเหมือนจะไม่ใช่ความคิดที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะ แต่ถ้ามันช่วยให้เราเขียนนิยายได้ ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะคะ แต่อย่าทำนานเกินไปนะคะ อาจจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีได้
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง : ลองนอนราบกับเตียงแล้วห้อยหัวดู รู้สึกว่าหัวโล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ลองทำหลายๆ ครั้งดูแล้วคิดว่านอนห้อยหัวประมาณ 1-3 นาที น่าจะเป็นช่วงที่สมองโล่งสุด เพราะหลังจากนั้นหัวเริ่มหนัก ดูท่าจะไม่ค่อยดี แต่ช่วงเวลาหนึ่งนาทีแรกคือสมาธิมาเต็ม ปลอดโปร่ง โล่งสบาย เหมือนได้พักหายใจ ย้ำอีกครั้งว่าอย่าทำนานระวังหน้ามืด!!!
4.สายรักสัตว์ต้องอย่าลืมน้องนะ
วิธีเขียนนิยายในข้อนี้อ้างอิงมาจากเรื่องราวของ Gabrielle Colette หรือที่รู้จักกันในนาม Colette นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้มีนิสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ที่ได้อ่านแล้วอึ้งไปตามๆ กัน เนื่องจากเธอจะใช้สุนัขของเธอเป็นตัวกำหนดว่าจะเขียนนิยายได้ตอนไหนนั่นเองค่ะ
เรื่องของเรื่องคือเธอจะเข้าไปเล่นกับเจ้าบูลด็อกทุกๆ วัน จากนั้นก็จะใช้สายตาที่เฉียบแหลมถอนหมัดออกจากหลังของเจ้าบูลด็อก และทำการค้นหาต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะพร้อมเขียนนั่นล่ะค่ะ
เทคนิคที่เธอใช้คือการเอาสัตว์เลี้ยงมาเป็นกลไกในการผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าทำตรงนี้จนพอใจเมื่อไหร่ งานอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ วิธีนี้ช่วยฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจสงบ และลดความเครียดได้ เช่นเดียวกับการล้างจาน กวาดบ้านเลยค่ะ ถือเป็นการปรับอารมณ์ก่อนลงสนามไปเขียนนิยายกันจริงๆ
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง : สัตว์เลี้ยงที่ได้ลองเอาทดสอบคือเจ้าแมวเหมียวของพี่เจ้าของหอค่ะ เป็นลูกแมวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ต้องป้อนนมด้วย นี่เลยอาศัยจังหวะว่างๆ ไปช่วยป้อนนมน้องเหมียวหน่อย พอได้เจออะไรที่น่ารักๆ ขนนุ่มฟูๆ แถมยังต้องจดจ่อกับการให้นมน้องเพราะเดี๋ยวน้องสำลัก ประสิทธิภาพที่ได้คือติดน้องแมวค่ะ โชคดีที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยกันตลอดเวลา แต่วิธีนี้เอาไปลองปรับใช้ด้วยการล้างจาน กวาดห้อง เวิร์คมาก ทำเสร็จไม่เหนื่อยเลย รู้สึกโล่ง เหมือนทำงานวันนี้หมดแล้ว เวลาต่อไปก็คือ นอน เอ้ย เขียนนิยายนั่นเอง
นอกเหนือจากวิธีแปลกๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีกระบวนการเขียนนิยายที่นักเขียนชื่อดังหลายคนมีร่วมกันและสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีมากๆ เช่นกัน เมื่อพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้
- 37 นักเขียนชื่อดังที่ตื่นนอนในช่วงเวลาเดียวกันเสมอ
- 10 นิสัยแปลกๆ ของนักเขียนคนดัง แปลกกว่านี้มีอีกไหม?
หากใครสนใจดูเคล็ดลับอื่นๆ เพิ่มเติมก็จิ้มเข้าไปดูกันในหัวข้อที่เอามาฝากกันได้เลยค่ะ แต่หากใครอ่านจบแล้วมีไอเดียเจ๋งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือเขียน มาค่ะ มาลองใช้วิธีแปลกๆ ทั้ง 4 ข้อนี้กัน ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีใดวิธีหนึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์การเขียนนิยายของเราก็ได้
เริ่มเขียนนิยายกันพี่แนนนี่เพน
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://lithub.com/this-is-a-truly-bizarre-way-to-write-a-novel/https://www.lifehack.org/articles/productivity/weird-habits-that-famous-writers-formed-write-better.html
0 ความคิดเห็น