ลองมั้ย? วิธีเขียนนิยายสุดแปลก 
แต่ใช้ผลได้จริงซะงั้น!?

 

 กระบวนการเขียนนิยายของนักเขียนแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันแน่นอนค่ะ 

แม้ว่าเราจะเจออุปสรรคและปัญหาที่คล้ายๆ กัน  แต่วิธีในการแก้ปัญหา ทั้งแก้ตัน แก้ดอง แก้หมดไฟ แต่ละวิธีที่เราเคยนำเสนอไป บางคนลองเอาไปทำตามแล้วอาจจะได้ผล แต่บางคนลองเอาไปทำตามแล้วไม่เห็นผลเลยก็มี  

ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเอากลเม็ดเคล็ดลับเด็ดๆ มาฝาก เราก็เลยอยากให้ทุกคนได้ลองเอาไปปรับใช้กันก่อน เพราะเราหวังว่านักเขียนเด็กดีจะเจอแนวทางการเขียนที่ใช่และตรงใจที่สุด จนสามารถเขียนนิยายต่อไปได้เรื่อยๆ กันค่ะ 

แต่บอกก่อนว่าวิธีเขียนนิยายที่นำมาฝากกันในวันนี้  แปลกจนต้องใช้วิจารณญาณกันนิดหนึ่งเนอะ

 

Warning

แปลกมาก พิจารณาก่อนใช้!!!

Photo by Olena Sergienko on Unsplash
Photo by Olena Sergienko on Unsplash

1.ตั้งค่ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ

 รู้สึกเหมือนได้ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา  ว่าซั่น! แปลกแต่จริง มีคนใช้วิธีตั้งค่าหน้ากระดาษใน word, google docs ให้เป็นแนวนอน  แล้วปรับขนาดตัวอักษรไว้ที่ 72  ขึ้นไป ฟอนต์ใดก็ได้ และใช้มุมมองแว่นซูมขยายตั้งแต่ 150% เป็นต้นไป  เพื่อเขียนนิยาย!!!

ตั้งค่ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ
ตั้งค่ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ

เทคนิคที่เขาแนะนำคือ ให้คิดว่าเราเป็นนักอ่านคนหนึ่ง เรากำลังอ่านหนังสืออยู่ค่ะ   จากนั้นก็แค่เขียนในสิ่งที่คิดออกไป เขียนไปเรื่อยๆ จนกว่าจินตนาการจะหมด  วิธีนี้จะทำให้เราสนใจการเลือกใช้คำและภาษาน้อยลง แต่การเขียนจะลื่นไหลและทำงานออกมาได้มากขึ้น

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง : ถามว่าเอาวิธีนี้มา เราได้ลองทดสอบประสิทธิภาพดูบ้างหรือยังว่าใช้ได้ผลจริงไหม? ตอบเลยว่าตอนแรกชวนปวดหัวมาก แต่พอใช้เทคนิคที่เขาบอกแล้วพิมพ์ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจคำผิด แค่พิมพ์ไปตามจินตนาการ เล่าไปข้างหน้าเรื่อยๆ  จนหมดก็อก หมดไอเดียแล้วก็หยุด ผลคือ เขียนได้ 1291 ตัวอักษร!!!  แปลกแต่เขียนได้เยอะจริง ที่เหลือก็มานั่งเกลานะ  ง่ายๆ จิ๊บๆ  เนอะ

2.มายืนเขียนในแนวตั้งกัน

เจอวิธีตั้งค่าหน้ากระดาษเป็นแนวนอนแล้วเขียนตัวโตๆ กันไปแล้ว มาลองเขียนในแนวตั้งกันดูบ้างดีไหมคะ วิธีนี้ในสมัยก่อนอาจจะดูแปลก แต่เดี๋ยวนี้ไม่นาจะแปลกแล้ว เพราะเราสามารถยืนเขียนนิยายโดยใช้งานผ่าน แอปนักเขียน Dek-D จากที่ไหนก็ได้ เอาเป็นว่าวิธียืนเขียนเนี่ย นักเขียนดังๆ สมัยก่อนเขาทำกันจนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย อาทิ Hemingway, Charles Dickens, Virginia Woolf, Lewis Carroll, และ Philip Roth. พอเห็นชื่อนักเขียนแล้วก็แอบว้าวเหมือนกัน

Ernest Hemingway ขณะยืนเขียน
Ernest Hemingway ขณะยืนเขียน

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับนักเขียนที่ใส่ใจสุขภาพมากๆ ค่ะ ถ้าใครนั่งนานๆ แล้วปวดหลัง ปวดคอ การมีโต๊ะทำงานแบบยืนที่สามารถปรับความสูงได้ จะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน เพราะเราสามารถเลือกท่ายืนได้ตามสบายเลยค่ะ ที่สำคัญนอกจากสุขภาพเลือดลมไหลเวียนดีแล้ว การใช้โต๊ะยืนยังทำให้มีสมาธิ และทำงานได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

Photo by Standsome Worklifestyle on Unsplash
Photo by Standsome Worklifestyle on Unsplash

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง :  แม้ว่าจะไม่มีโต๊ะทำงานแบบยืน แต่ก็เคยยืนเขียนนิยายนานๆ เหมือนกันค่ะ ถ้าถามเรื่องประสิทธิภาพในการเขียนก็รู้สึกว่าตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้นจริงๆ เวลายืนอยากจะทำท่างแบบไหนก็ทำได้ ถ้านึกไม่ออกก็อารมณ์เหมือนเราไปห้องสมุด แล้วยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาหนังสือในห้องสมุดนั่นแหละ ประมาณนั้น ข้อเสียคือยืนนานๆ ก็เมื่อยเนอะ ก็สลับมานั่งบ้าง   

3.ห้อยหัวหน่อยไหม

วิธีนี้แปลกแต่เป็นหนึ่งในกระบวนการเขียนนิยายของแดน บราวน์  เลยนะทุกคน  ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่ห้อยหัวคุณเขาก็สามารถเขียนผลงานนิยายแนวสืบสวนสอบสวนจนดังไประดับโลกได้  

วิธีนี้บราวน์บอกว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง  ช่วยให้เขาผ่อนคลาย และมีสมาธิกับงานเขียนมากขึ้น ยิ่งเขาทำการห้อยหัวมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจในการเขียนมากขึ้นเท่านั้น

เทคนิคของบราวน์ดูเหมือนจะไม่ใช่ความคิดที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะ แต่ถ้ามันช่วยให้เราเขียนนิยายได้ ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะคะ  แต่อย่าทำนานเกินไปนะคะ  อาจจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีได้
 

Photo by Jean-Philippe Delberghe on Unsplash
Photo by Jean-Philippe Delberghe on Unsplash

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง :   ลองนอนราบกับเตียงแล้วห้อยหัวดู รู้สึกว่าหัวโล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ลองทำหลายๆ ครั้งดูแล้วคิดว่านอนห้อยหัวประมาณ 1-3 นาที น่าจะเป็นช่วงที่สมองโล่งสุด เพราะหลังจากนั้นหัวเริ่มหนัก  ดูท่าจะไม่ค่อยดี แต่ช่วงเวลาหนึ่งนาทีแรกคือสมาธิมาเต็ม ปลอดโปร่ง โล่งสบาย เหมือนได้พักหายใจ ย้ำอีกครั้งว่าอย่าทำนานระวังหน้ามืด!!!

4.สายรักสัตว์ต้องอย่าลืมน้องนะ

วิธีเขียนนิยายในข้อนี้อ้างอิงมาจากเรื่องราวของ Gabrielle Colette  หรือที่รู้จักกันในนาม Colette นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้มีนิสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ที่ได้อ่านแล้วอึ้งไปตามๆ กัน เนื่องจากเธอจะใช้สุนัขของเธอเป็นตัวกำหนดว่าจะเขียนนิยายได้ตอนไหนนั่นเองค่ะ  

เรื่องของเรื่องคือเธอจะเข้าไปเล่นกับเจ้าบูลด็อกทุกๆ วัน  จากนั้นก็จะใช้สายตาที่เฉียบแหลมถอนหมัดออกจากหลังของเจ้าบูลด็อก และทำการค้นหาต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะพร้อมเขียนนั่นล่ะค่ะ

เทคนิคที่เธอใช้คือการเอาสัตว์เลี้ยงมาเป็นกลไกในการผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าทำตรงนี้จนพอใจเมื่อไหร่ งานอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ วิธีนี้ช่วยฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจสงบ และลด​ความเครียดได้ เช่นเดียวกับการล้างจาน กวาดบ้านเลยค่ะ  ถือเป็นการปรับอารมณ์ก่อนลงสนามไปเขียนนิยายกันจริงๆ 

Photo by Kote Puerto on Unsplash
Photo by Kote Puerto on Unsplash

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง :   สัตว์เลี้ยงที่ได้ลองเอาทดสอบคือเจ้าแมวเหมียวของพี่เจ้าของหอค่ะ เป็นลูกแมวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ต้องป้อนนมด้วย นี่เลยอาศัยจังหวะว่างๆ ไปช่วยป้อนนมน้องเหมียวหน่อย  พอได้เจออะไรที่น่ารักๆ  ขนนุ่มฟูๆ แถมยังต้องจดจ่อกับการให้นมน้องเพราะเดี๋ยวน้องสำลัก ประสิทธิภาพที่ได้คือติดน้องแมวค่ะ โชคดีที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยกันตลอดเวลา แต่วิธีนี้เอาไปลองปรับใช้ด้วยการล้างจาน กวาดห้อง เวิร์คมาก ทำเสร็จไม่เหนื่อยเลย รู้สึกโล่ง เหมือนทำงานวันนี้หมดแล้ว เวลาต่อไปก็คือ นอน เอ้ย เขียนนิยายนั่นเอง

นอกเหนือจากวิธีแปลกๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีกระบวนการเขียนนิยายที่นักเขียนชื่อดังหลายคนมีร่วมกันและสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีมากๆ เช่นกัน เมื่อพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้

 

หากใครสนใจดูเคล็ดลับอื่นๆ เพิ่มเติมก็จิ้มเข้าไปดูกันในหัวข้อที่เอามาฝากกันได้เลยค่ะ แต่หากใครอ่านจบแล้วมีไอเดียเจ๋งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือเขียน มาค่ะ มาลองใช้วิธีแปลกๆ ทั้ง 4 ข้อนี้กัน ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีใดวิธีหนึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์การเขียนนิยายของเราก็ได้ 

เริ่มเขียนนิยายกัน

พี่แนนนี่เพน

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://lithub.com/this-is-a-truly-bizarre-way-to-write-a-novel/https://www.lifehack.org/articles/productivity/weird-habits-that-famous-writers-formed-write-better.html

 

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น