เจาะเทคนิคเตรียมสอบสไตล์ "พี่บิว" วิศวะฯ จุฬาฯ เทพ PAT1=276, PAT3=283

สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ วิชาคณิตศาสตร์และกลุ่มวิทยาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาคู่ปรับของใครหลายคนที่อยากจะหนีใช่มั้ยล่ะคะ แต่สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สองวิชานี้เป็นวิชาสำคัญที่หนีไปไม่ได้ ตรงกันข้าม มันกลับเป็นวิชาที่สำคัญมากๆ เพราะใช้เป็นองค์ประกอบเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในทุกๆ รอบเลยก็ว่าได้

วันนี้พี่มิ้นท์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ TCAS IDOL คนเก่ง "พี่บิว" นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่แค่เก่งด้านวิชาการ ทำคะแนนสอบเกือบเต็ม! แต่พี่บิว ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการค้นหาตัวเอง ต่อยอด และวางแผนการสอบเข้าได้อย่างดีเลยค่ะ ไปทำความรู้จักกันเลยค่ะ

ค้นหาตัวเองให้เจอ ก็จะง่ายต่อการทำตามเป้าหมาย

พี่บิว กิตติธัช ตันติศักดิ์ จบการศึกษาชั้น ม.6 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สอบติดรอบ Admission คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคะแนนที่ทำได้คือ GAT 292.50, PAT1 คณิตศาสตร์ 276 และ PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 288 คะแนน เรียกว่าคะแนนสูงจนเกือบได้ TOP ของประเทศ

พี่บิวเล่าถึงความสนใจในคณะวิศวกรรมศาสตร์ว่า เริ่มต้นมาจากตั้งแต่ ม.4 ได้มีโอกาสเข้าค่าย สอวน. คอมพิวเตอร์ ซึ่งในค่ายนี้ ได้เริ่มต้นการเขียนโปรแกรมเป็นครั้งแรก เป็นการเขียนภาษา C แบบพื้นฐานเพื่อแก้โจทย์ปัญหา พอได้ลองเขียนโปรแกรมจริงๆ รู้สึกสนุกไปกับมัน รู้สึกสนุกเวลาต้องหาวิธีคิดเพื่อแก้ปัญหา ต้องวางแผนให้เป็นระบบก่อนการเขียนจริงๆ พอจบจากค่าย ก็ลองศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม และลองหาคอร์สเรียนใน internet เพิ่มเติม เช่น คอร์สเกี่ยวกับ Data Science / Python แล้วรู้สึกว่า มีความสุขเวลาได้ศึกษาเพิ่มเติม ได้ลองลงมือทำ เลยคิดว่านี่เป็นคณะที่ใช่สำหรับเรา หลังจากนั้นก็มุ่งมั่นจะที่เข้าคณะนี้  

TCAS64 เป็นเหตุ ระบบเปลี่ยน ข้อสอบเปลี่ยน ต้องปรับวิธีการเตรียมตัว

กฎเหล็กสำหรับการเตรียมตัวสอบ คือ ต้องติดตามข่าวอย่างสม่ำเสมอ เพราะระบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับพี่บิว ที่เริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปิดเทอมขึ้น ม.6 แต่พอรู้ว่า TCAS64 จะต่างกับปีอื่นๆ ก็เริ่มวางแผนเตรียมตัวต่างออกไปจากเดิมตั้งแต่รอบพอร์ตเลย เพราะรอบพอร์ตของจุฬาฯ ในปี 64 ก็เปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนมารับเยอะขึ้นแล้วก็เปลี่ยนรูปแบบของ PortFolio ด้วย ส่วนของรอบ Admission พี่บิวเน้นอ่าน Blueprint ของข้อสอบว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แล้วมีหัวข้อไหน ถูกเพิ่มเข้ามาไหม ก็เน้นเตรียมเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาให้แม่นขึ้น

คำแนะนำเมื่อแนวข้อสอบก็เปลี่ยนไป

ปี 64 มีการเปลี่ยนแปลงแนวข้อสอบในหลายวิชา เช่น PAT1 PAT2 และกลุ่มวิชาสายวิทยาศาสตร์อื่นๆ จากเดิมที่ สทศ. เป็นผู้ออกข้อสอบ มาเป็น สสวท. เป็นผู้ออกข้อสอบแทน

พี่บิวให้ความเห็นว่า วิชาที่มีความแตกต่างมากที่สุดคือ PAT1 เลย ข้อสอบค่อนข้างแตกต่างจากแนวข้อสอบ PAT1 ปีเก่าๆ ไปมาก ส่วนวิชาอื่นๆ เช่น GAT PAT3 ก็ยังอยู่ในแนวเดิมจากที่เคยฝึกมา อีกวิชาที่แนวข้อสอบเปลี่ยนไปก็คือ ฟิสิกส์ 9 วิชาสามัญ เพราะแนวข้อสอบเปลี่ยนมาออกแบบคิดเลขเยอะขึ้น

"ในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ผมคิดว่าข้อสอบแนวที่ สสวท. ออก มันอิงกับชีวิตประจำวันมากขึ้น คือเหมือนโจทย์แต่ละข้อ เป็นการประยุกต์สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง มาออกเป็นข้อสอบ ทำให้มันดูเหมือนใกล้ตัวเรามากขึ้น เราจับต้องได้มากขึ้น ไม่เหมือนกับข้อสอบแนวเก่าๆ ที่เป็นสมการโหดๆ ต้องแก้ด้วยวิธียากๆ และเหนื่อยมากๆ กว่าจะทำได้แต่ละข้อครับ"

เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ PAT1 ที่ใครๆ ก็นำไปปรับใช้ได้

เคล็ดลับในการอ่าน PAT1 ที่พี่บิวใช้คือ เน้นอ่านเนื้อหาให้เข้าใจก่อน เราต้องแม่นว่า concept ต่างๆ มีอะไรบ้าง เราได้เข้าใจพวก concept นั้นจริงๆ หรือยัง แล้วก็เริ่มทำโจทย์

 ตอนทำโจทย์สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ หลังจากทำโจทย์เสร็จ ข้อไหนเราผิด เราต้องจดเอาไว้ตลอด ว่าเราผิดเพราะอะไร เราผิดเพราะไม่รู้เนื้อหา หรือเราทำผิดเพราะเรายังไม่สามารถเอาเนื้อหามาประยุกต์ใช้ทำโจทย์ได้ พี่บิวจะจดไว้เสมอ

อีกเทคนิคคือ ถ้าเราเริ่มทำโจทย์ไปสักพักแล้ว อยากให้เอาข้อสอบเก่ามานั่งจับเวลาทำข้อสอบบ่อยๆ การได้ฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาเยอะๆ จะทำให้เราคุ้นชินกับความเร็วในการทำของเรา ตอนทำข้อสอบจริงๆ จะได้ทำทันครับ  

เทคนิค PAT3 สไตล์ที่บิว สู่ 288 คะแนน จาก 300 คะแนน

พี่บิวใช้วิธีใกล้เคียงกับ PAT1 คือเน้นอ่านเนื้อหาให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยๆ เริ่มทำโจทย์ พอทำข้อไหนผิด ก็จดเอาไว้ว่าผิดเพราะอะไร แล้วก็ไปเริ่มจับเวลาทำข้อสอบเก่า

 ส่วนเทคนิคในห้องสอบจะทำข้อสอบส่วนเติมคำก่อน เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากกว่าข้อช้อยส์มากนัก แต่คะแนนสูงกว่า ถ้าเราเก็บส่วนนี้ได้ก่อน ก็จะทำให้ความกดดันน้อยลง อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับตัวพี่บิวเอง คือ จะตไม่เสียเวลาไปติดอยู่กับข้อใดข้อหนึ่งนานๆ คือถ้าอ่านแล้วคิดไม่ออกว่าควรใช้วิธีไหน ผมก็จะข้ามไปเลยครับ แล้วรีบไปทำข้ออื่นก่อน เพราะ PAT3 มันออกแนว Speed Test เราควรข้ามข้อที่จะทำให้เราเสียเวลาไปก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาทำอีกทีถ้าเวลาเหลือ

อีกสิ่งที่สำคัญคือ เราควรเหลือเวลาเอาไว้ทวนคำตอบด้วย เพราะตอนผมจับเวลาทำข้อสอบที่บ้าน หรือข้อสอบจริงก็ตาม จะมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองว่าสะเพร่าไปหลายข้อมาก ทำให้ได้คำตอบออกมาผิดหลายข้อ ถ้าเรามีเวลาทวนคำตอบ จะยิ่งทำให้โอกาสพลาดแบบสะเพร่าของเราต่ำลง

สรุป 5 เทคนิคที่ทำได้จริง ที่ทำให้แอดมิชชั่นติดคณะในฝัน

พี่บิวได้เคยเขียนกระทู้แชร์วิธีการเตรียมตัวสอบวิศวฯ/วิศวฯคอมฯ เอาไว้ (คลิกอ่าน)  โดยสรุป 5 เทคนิคฉบับพี่บิวคือ

1. อ่านหนังสือวิชาใดๆ อยากให้อ่านเนื้อหาให้เข้าใจเสมอ อย่าพยายามท่องจำสูตรทุกสูตรแบบยัดเข้าไป โดยไม่เข้าใจจริงๆ ว่าสมการต่างๆ หมายถึงอะไร/ใช้ยังไง 

2. ทำแพลนเนอร์ วางแผนการอ่านหนังสือ จะช่วยให้เรารู้สโคปเบื้องต้นว่า แต่ละสัปดาห์ แต่ละวัน ควรอ่านหนังสือประมาณเท่าไหร่ครับ ช่วงก่อนสอบ 1 ปี พี่ใช้เป็นการวางแผนต่อเดือนเอา แต่พอสองเดือนก่อนสอบ พี่เปลี่ยนมาวางแผนแบบละเอียด ทุกวันว่าต้องอ่านอะไรบ้าง

3. บันทึกข้อผิดพลาดของตนเองอยู่เสมอ หลังจากการจับเวลาทำโจทย์เสร็จ ว่าผิดพลาดข้อไหน ผิดพลาดเพราะอะไร

4. เวลาจับเวลาทำข้อสอบ ตอนแรกๆ จับตามเวลาจริงและค่อยๆ ลดเวลาลง เพราะต้องอย่าลืมว่า การทำข้อสอบที่บ้านกับที่สนามสอบจริง มันแตกต่างกัน ความกดดันต่างกัน  

5. ไม่เอาตัวเองไปเทียบกับเพื่อน หรือใครเลย เพราะมันจะทำให้กดดัน เราอ่านหนังสือได้ช้ากว่า/น้อยกว่า ไม่ได้แปลว่า เราแย่กว่า เพราะสไตล์การอ่านหนังสือของแต่ละคนแตกต่างกัน เอามาเทียบกันไม่ได้ หรือเราอ่านได้เร็วกว่าคนอื่น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะวางใจได้ เพราะถ้าเราประมาท เราจะเริ่มขี้เกียจทันที

จัดอันดับแอดมิชชั่นแบบมีเป้าหมาย เลือกเท่าที่อยากเรียน  

ก่อนจะมายื่นคะแนนในรอบ Admission พี่บิวได้สอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาตั้งแต่รอบ Portfolio ในโครงการนักเรียนที่มีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การสอบในรอบนี้จะเป็นการสอบเข้าเอกรวม ที่จะต้องไปเลือกสาขาตอนปี 2 พี่บิวตัดสินใจสละสิทธิ์เพื่อไปรอรอบ 3 เพราะตั้งใจแล้วว่า ภาคที่เราอยากเข้าจริงๆ คือ ภาควิชาคอมพิวเตอรื

จนกระทั่งมาถึงรอบแอดมิชชั่น ตอนจัดอันดับ ได้เลือกไปแค่ 2 อันดับ คือ อันดับ 1 วิศวะคอมพิวเตอร์ จุฬา กับ อันดับ 2 วิศวะจุฬา โดยจะเลือกคณะที่อยากเข้าจริงๆ และก่อนตัดสินใจยื่น ได้ลองประเมินคะแนนคร่าวๆ ดูแล้ว คิดว่าตนเองไม่น่าจะหลุดจาก 2 อันดับนี้ จึงเลือกเท่าที่ต้องการยื่น ซึ่งผลออกมาได้คณะที่ต้องการก็ดีใจมากๆ  

การเตรียมตัวสอบในสถานการณ์โควิด มีอะไรที่ต้องระวังบ้าง

จากสถานการณ์โควิด ทำให้การเรียนติดขัดไปบ้าง จากเดิมที่ต้องเรียนห้องเรียนกลายมาเป็นเรียนออนไลน์ ถ้าบางวิชาที่เราเรียนไม่ทัน พี่บิวก็จะขอสรุปจากเพื่อนที่ตามทัน เพื่อมาอ่านทบทวนอีกที

อีกสิ่งที่สำคัญคือพอปรับมาเป็นเรียนออนไลน์ เราต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องดูว่ามีการบ้าน/งาน อะไรที่เรายังไม่ได้ทำไหม ถ้ามี ต้องรีบเคลียร์งานให้หมด จะได้มีเวลาสำหรับการอ่านหนังสือเข้ามหาวิทยาลัย  

ส่วนเรื่องการอ่านหนังสือเข้ามหาวิทยาลัย พี่บิวจะใช้เวลาว่าง ที่ไม่ได้มีคาบเรียนที่โรงเรียน แบ่งมาอ่านหนังสือ เช่นตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ตอนพักกลางวัน หรือตอนเย็นหลังเลิกเรียน

ฝากอะไรถึง #dek65 ที่อีกไม่กี่เดือนจะต้องเข้าสู่สนาม TCAS65

"อยากให้น้องๆ ทุกคนสู้ให้เต็มที่ พี่เข้าใจเลยว่า ปีนี้มันมีเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของเราหลายอย่าง บางคนอาจจะเหนื่อย บางคนอาจจะท้อ ถ้าน้องเหนื่อยหรือท้อ น้องสามารถพักได้ แต่พี่ไม่อยากให้น้องยอมแพ้ อยากให้ตั้งเป้าหมายไว้ แล้วทำให้เต็มที่ครับ"

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด