สวัสดีค่ะ ใครที่ขึ้น ม.6 แล้วยังงงๆ ว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย ต้องทำยังไง สมัครที่ไหน มีมหาวิทยาลัยไหนเปิดบ้าง แล้วจะต้องสอบแค่มหาวิทยาลัยหลักๆ แค่ในระบบที่เรียกว่า TCAS หรือเปล่า
บทความนี้พี่มิ้นท์จะมาแยกย่อยกลุ่มของมหาวิทยาลัยแบบคร่าวๆ ให้เข้าใจภาพรวมว่ามหาวิทยาลัยแต่ละประเภทคืออะไร และถ้าต้องการเข้าสถาบันอุดมศึกษา จะมีวิธีการเข้าอย่างไร นอกจากน้องๆ จะอ่านได้แล้ว ผู้ปกครองอ่านก็ดีเช่นกันค่ะ
แนะแนวสำหรับมือใหม่! 4 ช่องทางเข้ามหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในประเทศไทย ความจริงแล้วมีเปิดสอนมากกว่า 100 แห่งเลยค่ะ หากแบ่งตามต้นสังกัดตามที่มีบอกในสารานุกรมสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 38 จะบอกไว้ว่า สถาบันอุดมศึกษาในไทย จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงและหน่วยงานอื่น แต่ในแง่ของการสอบเข้า บทความนี้จึงขอแบ่งตามลักษณะของการสอบเข้าเพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า เมื่อขึ้น ม.6 แล้ว จะเข้ามหาวิทยาลัยในช่องทางไหนได้บ้าง
มหาวิทยาลัยในระบบ TCAS
TCAS คือ ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานกลางที่เรียกว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. โดย ทปอ. จะมีหน้าที่ในการตั้งกฎกลางขึ้นมาและบริหารจัดการเพื่อให้น้องๆ นักเรียน ม.6 สามารถมีที่เรียนได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน (บางแห่ง) โดยที่ทุกคนจะมี 1 สิทธิ์ เพื่อไม่ให้เกิดการกั๊กที่นั่นเอง เพราะในสมัยก่อน แต่ละมหาวิทยาลัย สามารถเปิดรับสมัครได้อย่างอิสระ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำคือ คนที่มีฐานะดี จะสามารถเข้าถึงการติวสอบ หรือ สมัครและสอบติดได้มากกว่า 1 สถาบัน ซึ่งในอดีต เคยมีนักเรียนที่สอบติดสูงถึง 10 แห่งเลยทีเดียว
ดังนั้น ระบบนี้จึงเข้ามาดำเนินการแบ่งการรับเป็นรอบๆ ซึ่งใน TCAS65 นี้จะแบ่งการรับออกเป็น 4 รอบ คือ รอบที่ 1 Portfolio รอบที่ 2 โควตา รอบที่ 3 Admission และรอบที่ 4 รับตรงอิสระ แต่ละรอบ จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เมื่อสอบติด จะยืนยันสิทธิ์ได้เพียงคณะ/มหาวิทยาลัยเดียว เช่น หากสอบติดรอบ Portfolio 3 แห่ง เมื่อเข้าระบบยืนยันสิทธิ์ จะเลือกได้แค่ 1 ที่ และอีก 2 ที่ที่เหลือจะเป็นการยกเลิกอัตโนมัติ และเมื่อยืนยันสิทธิ์รอบใดรอบหนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถไปสมัครรอบอื่นได้อีก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่มีที่เรียนได้สมัครนั่นเองค่ะ แต่ถ้าอยากสมัครรอบอื่นจริงๆ จะต้องสละสิทธิ์ของเดิมก่อน
ระบบ TCAS จะมีมหาวิทยาลัยจากสถาบันเครือข่ายมาร่วมหลายแห่ง ทั้งสถาบันสมาชิกเครือข่าย ทปอ., มหาวิทยาราชภัฏ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล, มหาวิทยาลัยราชมงคล และสถาบันสมทบ ซึ่งมหาวิทยาลัย สามารถเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมระบบนี้ก็ได้ แต่เมื่อเข้าร่วมแล้ว จะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาของ ทปอ. ทั้งเรื่องของการยืนยันสิทธิ์-สละสิทธิ์ รวมทั้งการเปิดรับสมัครตามกรอบเวลาที่กำหนดค่ะ
ในปี 2564 มีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ TCAS กว่า 80 สถาบัน ถือว่าเป็นระบบการสอบหลักเลยก็ว่าได้ แต่มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่ง สามารถเข้าคัดเลือกในระบบ TCAS แค่บางรอบก็ได้เช่นกันค่ะ เช่น รอบ 1-2 เปิดรับเอง แต่มาเข้าระบบ TCAS ในรอบ 3 Admission เป็นต้น
โดยสรุป รูปแบบของการสอบเข้าผ่านมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม TCAS ส่วนใหญ่จะต้องสอบหรือยื่นคะแนนเพื่อเข้าศึกษา โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก และจะสอบติดได้เพียง 1 ที่เท่านั้น
มหาวิทยาลัยนอกระบบ TCAS
เมื่อมีมหาวิทยาลัยที่เปิดรับในระบบ TCAS ไปแล้ว ก็ต้องมีนอก TCAS แน่นอน ทุกอย่างจะตรงกันข้ามกับในระบบ TCAS เลยค่ะ หมายความว่า มหาวิทยาลัยสามารถออกเกณฑ์การคัดเลือก ระยะเวลาในการคัดเลือก หรือเงื่อนไขอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม ชื่อรอบของการรับสมัคร มหาวิทยาลัยก็สามารถกำหนดได้เองว่าจะตั้งชื่อรอบว่าอะไร เช่น อาจใช้ชื่อว่ารับตรงพิเศษ, รอบตรงรอบ 1, รับตรงโควตาความสามารถ ฯลฯ (ต่างจาก TCAS ที่จะกำหนดเป็น 4 รอบ บังคับใช้ชื่อรอบ 1, 2, 3, 4 และอาจแยกเป็นโครงการย่อยๆ) โดยที่น้องๆ จะสมัครกี่คณะ กี่มหาวิทยาลัยก็ได้ ต่อให้สอบติดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสละสิทธิ์เพื่อไปสมัครที่อื่นก็ได้ค่ะ ซึ่งมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งก็ไม่เข้าร่วม TCAS ด้วยนะคะ
เช่น สมมติว่า มีมหาวิทยาลัย A, B, C ทั้ง 3 แห่งนี้ ไม่เข้าร่วมระบบ TCAS น้องๆ สามารถสอบติดได้ทั้ง ม.A ม.B และ ม.C จะยืนยันทั้ง 3 แห่งเพื่อจองที่ไว้ก่อนก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่อาจจะต้องแลกมากับการเสียค่าธรรมเนียมการยืนยันสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งต่างจากมหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ที่เลือกได้แค่ 1 แห่งแม้จะติดมากกว่า 1 แห่งก็ตาม
และที่พิเศษไปกว่านั้น สามารถสมัครขนานกันไปได้เลย ทั้งมหาวิทยาลัยที่เปิดในและนอก TCAS ไม่มีข้อห้ามจ้า
โดยสรุป รูปแบบของการสอบเข้าผ่านมหาวิทยาลัยที่ไม่เข้าร่วม TCAS ส่วนใหญ่จะต้องสอบหรือยื่นคะแนนเพื่อเข้าศึกษา โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดเกณฑ์การคัดเลือก สามารถสอบติดได้มากกว่า 1 แห่ง โดยไม่ตัดสิทธิ์กันเอง แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการยืนยันสิทธิ์และจะไม่ได้คืนค่ายืนยันสิทธิ์หากไม่เข้าเรียน
มหาวิทยาลัยเอกชน
มหาวิทยาลัยเอกชน คือ มหาวิทยาลัยทางเลือก มีอิสระในการรับเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้ว มหาวิทยาลัยเอกชน จะไม่เข้าร่วม TCAS ค่ะ จะมีการเปิดรอบรับตรงของตนเองตลอดทั้งปี ยกเว้นในรอบ Admission ที่บางแห่งก็เข้าร่วม TCAS เพื่อใช้เกณฑ์การคัดเลือกร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ
สำหรับการสมัครมหาวิทยาลัยเอกชน สามารถเข้าที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้โดยตรง ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีช่วงเวลาการสมัคร เกณฑ์คัดเลือก รวมถึงโปรโมชั่นในการสมัครอีกมากมายเลยค่ะ
โดยสรุป รูปแบบของการสอบเข้าผ่านมหาวิทยาลัยเอกชน สามารถติดต่อหรือสมัครผ่านเว็บไซต์ของสถาบันนั้นๆ ได้โดยตรง มีทั้งที่ต้องสอบเข้า ใช้ GPAX ในการคัดเลือก หรือ สมัครเข้าศึกษาได้เลย ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนด ยกเว้นในรอบ 3 Admission ที่มหาวิทยาลัยอาจเปิดช่องทางการสมัครที่เข้าร่วมผ่าน TCAS จะต้องใช้เกณฑ์ ทปอ. และสมัครผ่าน ทปอ.
มหาวิทยาลัยทางเลือก
มหาวิทยาลัยทางเลือกในทีนี้รวมถึง มหาวิทยาลัยเปิดอย่าง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งสามารถสมัครเข้าเรียนได้เลย ไม่ต้องสอบเข้าและไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าเรียน
รวมถึงมหาวิทยาลัยตลาดวิชาอย่าง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็จะมีทั้งคณะที่ต้องสอบและไม่ต้องเข้าสอบค่ะ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับน้องๆ ได้ค่ะ ที่สำคัญคือ ระบบนี้ จะต้องบริหารเวลา จัดการการเรียนด้วยตัวเองค่ะ
โดยสรุป รูปแบบของการสอบเข้าผ่านมหาวิทยาลัยทางเลือก สามารถสมัครได้ทั้งทางอินเทอร์เน็ตหรือทางไปรษณีย์ หากเป็นของ ม.รามคำแหง อย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติในบางคณะ ว่ามีกำหนดคุณสมบัติรวมถึงการสอบหรือไม่
ทั้งหมดนี้เป็นช่องทางหลักๆ ที่พี่มิ้นท์แบ่งประเภทไว้เป็นกลุ่มใหญ่ให้เข้าใจง่าย แต่การสอบเข้าในแต่ละกลุ่มนั้น น้องๆ อย่าลืมตรวจสอบเรื่องเกณฑ์การคัดเลือกและคุณสมบัติด้วย เพราะเป็นหัวใจของการรับสมัครเข้าศึกษาเลยค่ะ ที่สำคัญการเปิดรับสมัครทั้ง 4 กลุ่ม ก็จะเปิดขนานไปพร้อมๆ กัน น้องๆ จึงต้องขยันในการติดตามข่าวสารด้วยนะคะ หากใครได้อ่านบทความนี้แล้วยังมีคำถามสงสัย ก็สามารถสอบถามได้ที่คอมเม้นท์ท้ายบทความได้เลยนะคะ
2 ความคิดเห็น