เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย เมื่อ กสพท 65 เลื่อนสอบเร็วขึ้นเป็น ธันวาคม 64

สวัสดีค่ะ ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่าการสอบวิชาเฉพาะ กสพท จะเลื่อนการสอบจากเดิมที่จะอยู่ในเดือนมีนาคม-เมษายน มาเป็นเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าเดิมประมาณ 3 เดือน ส่วนการสอบอื่นๆ นั้น ทปอ. ยืนยันว่ายังตามกำหนดเดิมเหมือนปีอื่นๆ ซึ่งในปีนี้ได้ออกกำหนดการมาแล้ว โดย GAT/PAT สอบ 10-13 มี.ค.65 และวิชาสามัญ 19-20 มี.ค. 65

แน่นอนว่าในการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง มักจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มาดูกันว่า หาก กสพท เลื่อนสอบมาเดือนธันวาคม 2564 จะส่งผลกระทบอะไรกับ #dek65 บ้าง

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย เมื่อ กสพท เลื่อนสอบจาก มี.ค.65 มาเป็น ธ.ค.64
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย เมื่อ กสพท เลื่อนสอบจาก มี.ค.65 มาเป็น ธ.ค.64

ข้อดีเมื่อ กสพท เลื่อนสอบมาธันวาคม

1. ลดความแออัดของการสอบในเดือนมีนาคม

TCAS64 เป็นปีที่น้องๆ บอกว่าโหดมาก เพราะการสอบทุกสนามมากระจุกรวมกันอยู่ในเดือนมีนาคม-เมษายน ทั้ง GAT/PAT วิชาสามัญ O-NET วิชาเฉพาะ กสพท และวิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัย สอบทุกสัปดาห์ติดต่อตลอดเดือน  

หากมองข้อดีแรกที่ กสพท เลื่อนสอบมาในเดือนธันวาคม คือ ลดภาระและลดความเครียดในการสอบเดือนมีนาคมนั่นเองค่ะ โดยแบ่งการออกสอบออกมาในเดือนธันวาคมซึ่งไม่ตรงกับการสอบใดๆ ของ สทศ. เลย พี่มิ้นท์แนะนำให้น้องๆ วางแผนการอ่านหนังสือใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มเตรียมตัวสอบวิชาเฉพาะ กสพท ก่อนเลยค่ะ

2. สามารถเตรียมสอบแยกได้เพราะไม่ต้องใช้ความรู้ในหลักสูตร

เป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่อาจมองได้ว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้เรียนจบ ม.6 ก่อน เพราะวิชาเฉพาะ กสพท เป็นการสอบวิชาเฉพาะด้านที่ไม่ได้อยู่ในหลักสูตร ม.ปลาย จึงไม่จำเป็นต้องรอให้เรียนในห้องเรียนให้ครบเหมือนอย่างวิชาสามัญ สามารถเตรียมตัวสอบได้เลย  

3. วางแผนการสอบอย่างอื่นได้ดีขึ้น

ปกติคะแนน กสพท จะประกาศหลังสอบไม่เกิน 1 เดือนค่ะ หากปีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือยืดระยะเวลาการประกาศผลคะแนนออกมา ก็หมายความว่า น้องๆ "อาจจะ" ได้เห็นคะแนนวิชาเฉพาะ กสพท ของตัวเองภายในเดือนมกราคม 2565

ซึ่งการรู้คะแนนเร็วมีข้อดีหลายอย่าง คือ

1. ได้รู้ว่าคะแนนในส่วนของวิชาเฉพาะได้เท่าไหร่ ซึ่งส่วนนี้จะคิดเป็น 30% ของคะแนนที่ใช้ยื่นเข้า กสพท เมื่อรู้แล้วก็จะรู้ว่า ควรทำคะแนนในส่วนของวิชาสามัญอีกเท่าไหร่ เพื่อให้คะแนนเข้าใกล้กับคณะ/สถาบันที่เราตั้งเป้าว่าจะเลือกในรอบ 3 Admission ซึ่งดีกว่าการสอบติดๆ กันโดยที่ไม่รู้ว่าสอบไปแล้วจะทำออกมาได้ดีหรือเปล่า และไม่มีโอกาสได้แก้ตัว

2. หลังจากได้ตั้งเป้าที่คะแนนวิชาสามัญแล้ว น้องๆ ยังวางแผนการเลือกคณะได้เพิ่มเติมอีกด้วย จะเปลี่ยนแผนการเลือกมหาวิทยาลัย เปลี่ยนใจสาขา หรือฮึกเหิมว่าเราจะไป ม. ที่คะแนนสูงได้กว่านี้ ก็สามารถวางแผนได้ทั้งหมด เพราะเราได้เห็นคะแนนแล้วนั่นเอง

ข้อเสียเมื่อ กสพท เลื่อนสอบมาธันวาคม

1. มีเวลาอ่านเตรียมตัวสอบน้อยลง

แน่นอนว่าการเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นการเลื่อนเข้าไม่ใช่เลื่อนออก โดยย้ายจากเดือน มีนาคม-เมษายน มาเป็นธันวาคม เร็วขึ้นราวๆ ประมาณ 3 เดือนค่ะ นั่นหมายความว่า เวลาอ่านหนังสือจะหายไปประมาณ 3 เดือน หากนับจากวันนี้จะมีเวลาในการอ่านถึงวันสอบประมาณ 5 เดือน หากใครยังไม่เริ่มอ่าน อาจจะต้องเหนื่อยมากขึ้นค่ะ

2. ช่วงเวลาอาจทับซ้อนกับรอบ Portfolio  

แม้ว่าการสอบเข้าในคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ จะรับผ่าน กสพท เป็นส่วนใหญ่ แต่รอบ Portfolio ก็เป็นช่องทางสำคัญในการเข้าคณะกลุ่มนี้ค่ะ

ซึ่งในเดือนธันวาคม ปกติจะเป็นช่วงเวลาการรับสมัครรอบ Portfolio มีคณะในกลุ่มนี้เปิดรับช่วง ก.ย. - ธ.ค. เกณฑ์การรับก็จะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย บางที่อาจจะต้องทำ Portfolio รวมถึงต้องสอบ BMAT เพื่อนำคะแนนมายื่นในการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ เช่น แพทย์ รามาฯ ปกติจะรับในช่วงเดือน ธันวาคม และในปีนี้ BMAT ก็มีตารางสอบในเดือน พ.ย. เช่นเดียวกัน 

รวมทั้งยังไม่รู้ว่า จากการเลื่อนสอบ กสพท เข้ามา จะมีผลต่อไทม์ไลน์การสมัครรอบ Portfolio ในโครงการแพทย์อื่นๆ ด้วยหรือไม่ ดังนั้น น้องๆ ที่อยากสมัครคณะในรอบ Portfolio อย่าลืมแบ่งเวลาทำพอร์ตและติดตามรายละเอียดรอบพอร์ตด้วยนะคะ

3. ต้องประเมินสถานการณ์ Covid-19 กันต่อไป

สถานการณ์โควิดในตอนนี้ไม่ดีนัก แต่ในอนาคตยังตอบไม่ได้ว่าจะดีขึ้นหรือเปล่า หากประเมินจากปัจจุบัน เชื่อว่าน้องๆ และผู้ปกครองก็ยังกังวลกับการแพร่ระบาดอยู่ตอนนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ต้องติดตามกันต่อว่าจะสามารถจัดสอบได้จริงในเดือนธันวาคม หรือ จะมีมาตรการในการสอบอย่างไรบ้าง ซึ่งนอกจากจะต้องเตรียมตัวเรื่องสอบแล้ว ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม กสพท จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เรื่องรายละเอียดการรับสมัคร ในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 นี้ น้องๆ จะได้ทราบถึงกำหนดการว่าต้องทำอะไรวันไหน รวมถึงจำนวนรับและเกณฑ์คัดเลือก ซึ่งในวันแถลงข่าว พี่ๆ Dek-D จะสรุปข้อมูลมาบอกต่อน้องๆ อีกครั้ง รอติดตามกันนะคะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น