สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เริ่มมีข่าวสารเกี่ยวกับการ TCAS65 ออกมาบ้างเล็กน้อย และเชื่อว่าในเดือนสิงหาคม น้องๆ จะได้เห็นภาพรวมของการสอบในปีนี้มากขึ้นว่ารอบต่างๆ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

หลังจากที่รายละเอียดออกมาแล้ว หน้าที่ต่อไปของน้องๆ ก็คือการติดตามข่าวการรับสมัครของคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ตัวเองสนใจ ว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนไหน แต่ละรอบมีเกณฑ์การคัดอย่างไร และเรามีคุณสมบัติในการสมัครหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ สามารถหาคำตอบได้จากสิ่งที่เรียกว่า "ระเบียบการ" นั่นเอง บทความนี้จะพาน้องๆ มือใหม่ #dek65 มาทำความรู้จักระเบียบการและจุดที่ต้อง "อ่าน" เป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้พลาดเรื่องสำคัญค่ะ

5 จุดสำคัญที่ต้องอ่านเน้นๆ ในระเบียบการสมัคร TCAS

1. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ

เมื่อเปิดระเบียบการขึ้นมา หัวข้อแรกๆ ที่น้องๆ จะได้เจอก็คือ "คุณสมบัติ" ผู้สมัคร จุดนี้จะเป็นตัวบอกว่า คณะนั้นๆ ต้องการคุณสมบัติแบบไหนที่จะสามารถสมัครได้ ซึ่งอาจจะกำหนดด้วย  

  • วุฒิการศึกษา เช่น ม.6, ผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 หรือ เทียบเท่า
  • GPAX ขั้นต่ำ ว่าต้องได้เท่าไหร่เป็นอย่างต่ำ กี่เทอม
  • แผนการเรียน เช่น สาขา A ต้องเรียนสายวิทย์-คณิต
  • จำนวนหน่วยกิตของแต่ละกลุ่มสาระ
ตัวอย่างหัวข้อคุณสมบัติผู้สมัคร
ตัวอย่างหัวข้อคุณสมบัติผู้สมัคร
ตัวอย่างหัวข้อคุณสมบัติผู้สมัคร
ตัวอย่างหัวข้อคุณสมบัติผู้สมัคร

ในบางระเบียบการ จะมีทั้งคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งมักจะเป็นโครงการใหญ่ๆ ที่มีสาขาเปิดรับจำนวนมาก อาจระบุคุณสมบัติทั่วไปกว้างๆ ว่า เป็นคนไทย อยู่ชั้น ม.6 อยู่ในโรงเรียนในเขตจังหวัดอะไร ฯลฯ และจะระบุคุณสมบัติเฉพาะ เป็นเรื่องของ GPAX แผนการเรียน ไปจนถึงผลงานที่นำมาใช้ประกอบในการสมัคร เป็นต้น

หัวข้อนี้ สำคัญที่สุดในการอ่านระเบียบการ เพราะจะขาดข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้ หากขาดเท่ากับหมดสิทธิ์หรือถูกปัดตกในทันที อย่างที่น้องๆ เคยได้ยินคำว่า "ขาดคุณสมบัติ" นั่นเองค่ะ อ่านจุดนี้ให้ละเอียด เช็กคุณสมบัติของตัวเอง เพื่อให้สมัครอย่างสบายใจค่ะ

2. เกณฑ์คัดเลือก

เกณฑ์คัดเลือก คือ ส่วนที่บอกว่า จะคัดเลือกนักเรียนโดยใช้เกณฑ์อะไรเมื่อสมัครเข้ามาแล้ว บางที่จะบอกเป็นแค่วิชาที่ใช้ บางแห่งจะมาเป็นตารางพร้อมบอกค่าน้ำหนักที่ใช้ด้วย ซึ่งส่วนนี้สามารถช่วยน้องๆ วางแผนการอ่านหนังสือสอบได้นะคะ

ยกตัวอย่างเช่น คณะ A ใช้ GPAX 20% + GAT 50% + สัมภาษณ์ 30% หมายความว่าคะแนน GAT สำคัญที่สุดสำหรับคณะนี้ เพราะใน 100 คะแนน มีสัดส่วนของ GAT สูงสุดถึง 50 คะแนนนั่นเอง เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็จะได้ไปเตรียมตัวสอบ GAT ให้เต็มที่ได้เลย  

ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์คัดเลือก
ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์คัดเลือก

ดังนั้นในส่วนที่สองที่น้องๆ ห้ามพลาดก็คือเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งต้องอ่านทุกระเบียบการ เพราะต่างโครงการก็ใช้เกณฑ์การคัดเลือกต่างกัน แม้จะเป็นคณะเดียวกันก็ตาม

3. กำหนดการรับสมัคร

กำหนดการรับสมัคร คือ ส่วนที่บอกว่าโครงการนี้ รับสมัครเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ ประกาศผลเมื่อไหร่ สัมภาษณ์เมื่อไหร่ ยืนยันสิทธิ์เมื่อไหร่ เป็นไทม์ไลน์ของการสมัครโครงการนั้นๆ ค่ะ

จุดนี้สำคัญมากเช่นกัน เพราะแต่ละโครงการจะมีไทม์ไลน์การคัดเลือกต่างวันกัน ยกเว้นว่า บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้ทุกโครงการสมัครวันเดียวกันก็มีค่ะ  

การดูกำหนดการรับสมัคร จะทำให้ไม่พลาดขั้นตอนการสมัครไป เพราะบางคนสมัครเสร็จแล้วไม่ได้ตามดูว่าต้องทำอะไรต่อ จนสุดท้ายประกาศผลออกมาแล้วไม่ได้เข้าไปยืนยันสิทธิ์ตามกำหนดการ ก็เท่ากับสอบไม่ติดคณะนั้นไปเลย อันตรายมากๆ เลยนะคะ

ตัวอย่างกำหนดการคัดเลือก
ตัวอย่างกำหนดการคัดเลือก

4. เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร

การสมัครเข้าเรียนต่อ ไม่ว่าจะรอบไหนก็ตาม จำเป็นต้องใช้เอกสารในการสมัครทุกรอบนะคะ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนและยืนยันคุณสมบัติของตัวเอง ดังนั้น เอกสารหลักๆ ที่ต้องใช้ ก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

เอกสารยืนยันบุคคล

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รูปถ่าย
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ

เอกสารยืนยันด้านวิชาการ

  • สำเนาระเบียนผลการเรียน / ประกาศนียบัตรจบการศึกษา
  • ใบรับรองการเป็นนักเรียน
  • Portfolio
  • คะแนนสอบรายวิชาต่างๆ
ตัวอย่างการกำหนดเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
ตัวอย่างการกำหนดเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร

เอกสารการสมัคร  เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่น้องๆ ต้องอ่านให้ละเอียด เพราะการสมัครแต่ละมหาวิทยาลัยอาจใช้เอกสารแตกต่างกันค่ะ เช่น  บางโครงการเป็นความสามารถพิเศษด้านภาษา ก็อาจจะต้องยื่นผลคะแนนสอบภาษาต่างประเทศประกดอบด้วย เป็นต้น ซึ่งถ้าส่งไม่ครบ บางที่จะมีเตือนให้ส่งเอกสารเพิ่ม แต่ถ้าไม่เข้าไปติดตามรายละเอียด ก็เท่ากับสมัครไม่สำเร็จนะคะ เสียดายแย่เลย!

 

5.เงื่อนไขอื่นๆ 

เงื่อนไขอื่นๆ ก็เหมือนกับภาคผนวกในรายงานนั่นเอง เพราะมันเป็นส่วนของข้อมูลที่มาเพิ่มเติม ให้น้องๆ ได้อ่านกันค่ะ เช่น ค่าเทอม ไว้ตัดสินใจว่าค่าเทอมประมาณนี้โอเคหรือเปล่า, เงื่อนไขการรับทุน (สำหรับโครงการที่มีทุนการศึกษา), เงื่อนไขการใช้ทุน สำหรับกลุ่มคณะแพทย์  รวมถึงเงื่อนไขที่อธิบายว่า คนที่จะถูกตัดสิทธิ์การสมัคร จะเป็นคนกลุ่มใดบ้าง 

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนที่ต้องโฟกัสเท่าเกณฑ์คัดเลือกหรือคุณสมบัติ แต่ส่วนนี้ก็ช่วยทำให้น้องๆ มีข้อมูลในการตัดสินใจสมัครเข้าคณะหรือโครงการนั้นๆ เพิ่มมากขึ้นนะคะ

ตัวอย่างการกำหนดเงื่อนไขในการคัดเลือก
ตัวอย่างการกำหนดเงื่อนไขในการคัดเลือก

การศึกษาระเบียบการการรับสมัครเป็นขั้นตอนแรกของการสมัคร TCAS น้องๆ สมัครเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่อ่านระเบียบการไม่ได้ เพราะทุกที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ถ้าน้องๆ ไม่ศึกษา จะไม่รู้เลยว่าคณะนี้ใช้คะแนนอะไร รับคณะอะไร จำนวนเท่าไหร่ หมดเขตรับสมัครวันไหน ก็เหมือนกับเราปิดตาเดิน อาจเดินถูกๆ ผิดๆ หรือทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นได้ หวังว่าน้องๆ ที่ได้อ่านบทความนี้ จะเข้าใจความสำคัญของการอ่านระเบียบการมากขึ้นนะคะ สู้ๆ ค่ะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด