เข้ามหาวิทยาลัยใน TCAS ต้องสอบอะไรบ้าง? ใช้ GAT/PAT, วิชาสามัญ หรือ O-NET (อ่านได้ทั้ง ม.6 และเด็กซิ่ว)

สวัสดีค่ะ "การสอบเข้ามหาวิทยาลัย" กับ "คะแนนสอบ" เป็นของคู่กัน แต่ปัญหาก็คือ คะแนนสอบที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยไทยมีหลายประเภทมาก บางคนรู้แค่ว่า ก็คงต้องสอบภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่ความเป็นจริง 1 วิชา มันเข้าไปอยู่ในข้อสอบหลายประเภทค่ะ เช่น ภาษาอังกฤษ ก็มีอยู่ทั้งในวิชาสามัญ, GAT, O-NET และวิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัย

น้องๆ ม.6 สายอาชีพ เด็กซิ่ว รวมถึงพี่ๆ ที่จบปริญญาตรีแล้ว แต่อยากกลับมาเรียนปริญญาตรีอีกใบ พอได้มาดูระบบ TCAS ก็จะค่อนข้างสับสนในเรื่องของข้อสอบ วันนี้พี่มิ้นท์ก็เลยขอมาปูพื้นฐานกันแบบนับหนึ่งกันเลยค่ะ เรามาทำความรู้จักข้อสอบแต่ละวิชา และการสอบเข้าใน TCAS จะต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง

สรุปให้! เข้ามหาวิทยาลัยใน TCAS ต้องสอบกี่วิชา มีอะไรบ้าง
สรุปให้! เข้ามหาวิทยาลัยใน TCAS ต้องสอบกี่วิชา มีอะไรบ้าง

ทำความรู้จักข้อสอบแต่ละประเภท

ข้อสอบที่ใช้ในระบบ TCAS  มีหลายประเภทค่ะ ในทีนี้ จะขอแยกเป็น ข้อสอบกลางจาก สทศ. และข้อสอบเฉพาะจากหน่วยงานต่างๆ  

1. ข้อสอบกลางจาก สทศ. 

สทศ. คือ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ที่จะมีหน้าที่จัดสอบเพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ ซึ่งสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็จะมีข้อสอบหลักๆ อยู่ 3 อย่างจาก สทศ. ค่ะ ได้แก่

1.1 GAT/PAT คือ ข้อสอบวัดความถนัดทั่วไปและความถนัดทางวิชาชีพ มีคะแนนเต็มวิชาละ 300 คะแนน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง เป็นข้อสอบที่วัดทักษะและกระบวนการคิด การแก้ปัญหา โดยจะแบ่งเป็นอีกหลายวิชาคือ

  • GAT มี 2 ส่วน แบ่งเป็นพาร์ทเชื่อมโยง วัดการคิดเชิงวิเคราะห์ และพาร์ทภาษาอังกฤษ พาร์ทละ 150 คะแนน
  • PAT คือ ความถนัดทางวิชาชีพ จะเน้นการวัดความรู้และทักษะทางวิชาการและวิชาชีพ มีทั้งหมด 14 วิชา คือ
    • PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
    • PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
    • PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
    • PAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
    • PAT6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
    • PAT7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ แบ่งออกเป็น
      • PAT7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส
      • PAT7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน
      • PAT7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น
      • PAT7.4 ความถนัดทางภาษาจีน
      • PAT7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ
      • PAT7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี
      • PAT7.7 ความถนัดทางภาษาเกาหลี

1.2 ข้อสอบวิชาสามัญ คือ ข้อสอบที่วัดความรู้ด้านวิชาการแบบเข้มข้น ใช้เวลาสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที คะแนนเต็มวิชาละ 100 คะแนน ปัจจุบันมีสอบ 9 วิชา คือ  

  • ภาษาไทย
  • สังคมศึกษา
  • ภาษาอังกฤษ
  • คณิตศาสตร์ 1
  • ฟิสิกส์
  • เคมี
  • ชีววิทยา
  • คณิตศาสตร์ 2
  • วิทยาศาสตร์ทั่วไป

ตั้งข้อสังเกต...  ใน TCAS64 ม.6 ไม่ต้องสอบวิชาคณิตศาสตร์ 2 และวิทยาศาสตร์ทั่วไปเพราะสามารถใช้คะแนน O-NET คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์แทนได้ แต่สำหรับ TCAS65 ไม่บังคับสอบ O-NET จึงต้องมาดูกันต่อไปว่า มหาวิทยาลัยที่เคยใช้เกณฑ์ O-NET แทน จะกลับมาเลือกใช้เกณฑ์ 2 วิชานี้หรือเปล่า  

1.3 O-NET คือ การทดสอบแห่งชาติขั้นพื้นฐาน ซึ่งปกติแล้วจะมีการสอบในทุกๆ ระดับช่วงชั้น คือ ป.6 ม.3 และ ม.6 แต่ใน TCAS65 จะไม่บังคับสอบ O-NET แล้ว ดังนั้น จึงมีการยกเลิกเกณฑ์ Admission 2 (ที่ใช้คะแนน O-NET) ออกไปด้วย  เหลือการรับสมัครแค่ 4 รอบ คือ รอบ 1 Portfolio รอบ 2 โควตา รอบ 3 Admission (ยุบรวมจาก 2 เกณฑ์เหลือเพียง 1 เกณฑ์) และรอบ 4 Direct Admission โดยต้องมาติดตามกันต่อไปว่า จะยังมีมหาวิทยาลัยไหนเลือกใช้คะแนน O-NET มาเป็นเกณฑ์อยู่อีกหรือไม่ สำหรับ O-NET นั้น จะมี 5 วิชา คือ

  • ภาษาไทย
  • สังคมศึกษาฯ
  • ภาษาอังกฤษ
  • คณิตศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์

ดังนั้น ตามที่ได้บอกไปข้างต้นแล้วว่า ใน TCAS65 นี้ จะไม่บังคับน้องๆ ม.6 สอบ O-NET แล้วนะคะ ส่วนการตัดสินใจว่าจะสอบหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า มหาวิทยาลัยมีการระบุเกณฑ์ให้ใช้คะแนน O-NET หรือเปล่า หรือสามารถใช้คะแนนอื่นทดแทนได้ ส่วนเด็กซิ่ว สามารถใช้คะแนนเดิมได้ค่ะ เพราะ O-NET เป็นการสอบที่ทำได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต

2. ข้อสอบวิชาเฉพาะอื่นๆ ที่หน่วยงานอื่นจัดสอบ 

เป็นข้อสอบที่จำเป็นต้องใช้ในบางรอบของการสมัคร แต่จะมีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบว่าต้องใช้วิชาอะไรบ้าง ซึ่งผู้สมัครจะต้องตามไปสมัครสอบเอง ในกรณีที่เป็นการจัดสอบในระดับสากล จะต้องนำผลคะแนนไปยื่นสมัครด้วยตัวเอง (ไม่มีการดึงคะแนนระหว่างหน่วยงาน) พี่มิ้นท์จะยกตัวอย่างวิชาเฉพาะอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น

2.1 วิชาเฉพาะ กสพท หรือ วิชาความถนัด กสพท ใช้สำหรับการยื่นเข้ารอบ 3 Admission ในส่วนของคณะที่คัดเลือกผ่าน กสพท ค่ะ ได้แก่ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ และในบางมหาวิทยาลัย อาจจะนำคะแนนวิชานี้ไปใช้ในรอบอื่นๆ ได้เช่นกัน วิชานี้ จะแบ่งเป็น 3 พาร์ท คือ IQ, จริยธรรมทางการแพทย์ และเชื่อมโยง

2.2 วิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัย ในบางมหาวิทยาลัย จะไม่ใช้ข้อสอบกลางจาก สทศ. แต่จะจัดสอบวิชาเฉพาะของตัวเองขึ้นมาเพื่อทดสอบความรู้ความสามารถด้านนั้นๆ เช่น คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ จะมีข้อสอบวัดความถนัดทางวารสารสนเทศ เป็นต้น

2.3 ข้อสอบวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษหรือด้านวิชาการอื่นๆ (สากล) เป็นการสอบที่ใช้คะแนนมาตรฐานสากล เช่น TOEFL, IELTS, TOEIC, SAT ฯลฯ ซึ่งมักจะใช้เป็นคุณสมบัติการสมัครรอบ Portfolio แต่ไมได้ใช้ทุกคณะนะคะ

2.4 BMAT เป็นข้อสอบมาตรฐานสากลที่ใช้สำหรับการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ นับว่าเป็นข้อสอบเฉพาะทาง จัดสอบโดย Cambridge Assessment แห่งสหราชอาณาจักรค่ะ สำหรับในประเทศไทย จะใช้ในการสอบเข้าหลักสูตรอินเตอร์ หากเป็นแพทย์หลักสูตรไทย จะใช้ในโครงการที่เกี่ยวกับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ในรอบ Portfolio ค่ะ ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษล้วนเลยค่ะ

จะรู้ได้ยังไงว่าต้องสอบอะไรบ้าง

คำถามถัดมา คือ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ถ้าอยากเข้าคณะนี้จะต้องเตรียมตัวสอบวิชาไหน ต้องสอบหมดตามที่บอกมาเลยหรือเปล่า  

วิธีที่จะรู้ว่าต้องใช้คะแนนวิชาอะไรก็คือการดูระเบียบการรับสมัครนั่นเองค่ะ เพราะจะมีบอกชัดเจนว่าใช้เกณฑ์วิชาอะไร สัดส่วนเท่าไหร่ แนะนำให้น้องๆ ทำตารางเกณฑ์ของคณะที่ตัวเองอยากเข้า เช่น

ตัวอย่าง การสรุปเกณฑ์ด้วยตัวเอง
ตัวอย่าง การสรุปเกณฑ์ด้วยตัวเอง

ดังนั้น ถ้าน้องๆ อยากเข้าคณะ A และ B ก็จะต้องสมัครสอบ ทั้ง GAT, PAT1 และ วิชาสามัญ 7 วิชา

ซึ่งตอนนี้รายละเอียดการรับสมัครแต่ละรอบยังไม่ออกมา สามารถศึกษาเกณฑ์จากปีก่อนๆ ได้เลยนะคะ และคาดว่า มหาวิทยาลัยจะทยอยประกาศเกณฑ์การรับสมัครก่อนเปิดรับสมัครสอบแน่นอนค่ะ

ทริคเลือกวิชาสอบ (สำหรับคนอยากยื่นได้หลายคณะ)

 

สำหรับน้องๆ ที่อยากสอบ "เผื่อ" ไว้ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเข้าคณะอะไร ก็สามารถสมัครวิชาสอบในกลุ่มวิชาที่น่าจะครอบคลุมคณะต่างๆ ค่ะ วิธีนี้ จะช่วยให้น้องๆ มีคะแนนสอบเพื่อไปยื่น แต่จะต้องเตรียมตัวและเหนื่อยมากกว่าคนที่เตรียมตัวสอบเฉพาะวิชาที่ต้องใช้  

 

กลุ่มคณะสายวิทย์  

วิชาที่จำเป็น : 

  • GAT, PAT1, PAT2, วิชาสามัญทั้ง 7 วิชา
  • PAT3 สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์
  • PAT4 สำหรับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • วิชาเฉพาะ กสพท (สำหรับการเลือกคณะใน กสพท)

กลุ่มคณะสายศิลป์

วิชาที่จำเป็น : 

  • GAT, PAT1, PAT7, วิชาสามัญ วิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ทั่วไป (บางกรณี อาจเลือก คณิต 2 แทน คณิต 1 ได้)
  • PAT5 สำหรับคณะครุศาสตร์
  • PAT6 สำหรับคณะศิลปกรรมศาสตร์

ถ้าไม่มีวิชานั้นๆ สมัครได้มั้ย

เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดวิชาที่เป็นเกณฑ์คัดเลือกมาแล้ว จะต้องมีคะแนนให้ครบทุกตัวค่ะ ถ้าไม่มีคะแนนวิชานั้นๆ จะไม่สามารถสมัครได้ และไม่สามารถเอาวิชาอื่นมาทดแทนได้ด้วย

ยกเว้นในบางกรณีที่มหาวิทยาลัยให้เลือกข้อสอบได้ค่ะ เช่น ในรอบ Portfolio บางแห่งกำหนดคุณสมบัติให้ใช้คะแนนวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ จะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้คะแนนตัวไหน เช่น CU-TEP, IELTS, TOEFL เป็นต้น แต่ถ้าระบุมาเพียงอย่างเดียว ก็ต้องใช้คะแนนนั้นๆ  

เป็นเด็กซิ่ว ใช้คะแนนเก่าได้มั้ย

หากมหาวิทยาลัยไม่กำหนดรอบการสอบ เด็กซิ่วสามารถใช้คะแนนเดิมได้เลย แต่ก็บางที่ที่จะกำหนดให้เป็นคะแนนของปีนั้นๆ ก็จะต้องไปสมัครสอบใหม่ค่ะ

  • คะแนน GAT/PAT จะมีอายุ 2 ปี ดังนั้น ใน TCAS65 เด็กซิ่วที่มีสิทธิ์จะใช้คะแนน GAT/PAT เก่า ก็จะใช้คะแนนได้แค่รอบ GAT/PAT64 เท่านั้นค่ะ (GAT/PAT63 หมดอายุแล้ว)
  • คะแนนวิชาสามัญ มีอายุ 1 ปี ต้องสอบใหม่ทุกปีค่ะ
  • ส่วนคะแนนความสามารถทางอังกฤษ ก็จะมีกำหนดอายุไว้ หากมหาวิทยาลัยเปิดให้ใช้คะแนนเก่าได้ ก็จะต้องเป็นคะแนนที่ยังไม่หมดอายุนั่นเองค่ะ

 

พี่มิ้นท์ได้สรุปย่อยออกมาให้เห็นภาพรวมของวิชาสอบต่างๆ ที่ต้องใช้ในการสมัคร TCAS65 นะคะ ข้อมูลอาจจะเยอะสักนิดนึง เพราะระบบ TCAS นั้นค่อนข้างใหญ่ มีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมหลายสิบมหาวิทยาลัย หลายพันหลักสูตรค่ะ ซึ่งแต่ละที่ก็ต้องการคุณสมบัติของผู้สมัครแตกต่างกัน จึงเป็นที่มาของการกำหนดเกณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย จึงเป็นหน้าที่ของผู้สมัครอย่างน้องๆ ที่จะต้องศึกษาให้ดี ว่ามหาวิทยาลัยนั้น ต้องการคะแนนอะไรเพื่อทดสอบคุณสมบัติของเรา  หลังจากนี้ ติดตามเว็บเด็กดีเรื่อยๆ นะคะ เพราะทีมงานจะรวบรวมรับตรงและสรุปเกณฑ์คัดเลือกมาฝากค่ะ ^^

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น