สวัสดีค่ะ น้องๆ เคยสังเกตไหมว่า หลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยยุคนี้ ต้องปรับตัวและปรับหลักสูตรให้ทันตามกระแสโลก เพื่อให้ทันสมัยและใช้งานได้จริงในปัจจุบัน
เหมือนกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่ได้นำเอาเรื่องของเทคโนโลยีการเงินอย่าง DeFi หรือการลงทุนอย่าง Cryptocurrency มาเป็นหนึ่งเนื้อหาที่นักศึกษาจะได้เรียนกัน น้องๆ คนไหนที่สนใจ ไปดูกันเลยค่ะ
วิศวะฯ ม.ธรรมศาสตร์ (TSE) จับตา DeFi
องค์ความรู้ทางวิศวกรรมที่กำลังพลิกโฉมการเงินของโลก
จากกระแสการลงทุนใน ‘สกุลเงินดิจิทัล’ (Cryptocurrency) และเทคโนโลยี ‘ดีเซนทรอไลซ์ ไฟแนนซ์’ (Decentralize Finance) หรือ DeFi นวัตกรรมทางการเงินในยุคใหม่ ที่เขย่าตลาดการลงทุนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี DeFi ที่มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหมายถึงตลาดงานด้านวิศวกรรมกำลังเปิดกว้างให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง “Blockchain และ DeFi” โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (TSE) มั่นใจว่า เร็วๆ นี้ความต้องการในตลาดงานด้านเทคโนโลยี Blockchain เทคโนโลยี Smart Contract และ DeFi จะเป็นเรื่องสำคัญที่หลายประเทศต้องการพัฒนา เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่ง TSE มีแผนจะพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวให้เข้มข้นขึ้น ที่อาจต่อยอดไปสู่การเปิดเป็นภาควิชาใหม่ในอนาคต
เจาะลึกวิศวกรรมของ TSE ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
ปัจจุบัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (TSE) มีหลักสูตรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain คือ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยที่ผ่านมา TSE มีงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างชื่อเสียงในระดับประเทศและระดับนานาชาติมากมาย มีอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมส่งต่อความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี Blockchain ให้แก่นักศึกษาซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกโครงการหลักสูตรได้อย่างอิสระ โดย TSE มีโครงการหลักสูตร 3 โครงการ ดังนี้
1.โครงการปกติ หลักสูตรภาษาไทย ซึ่งใช้เวลา 4 ปี ตลอดหลักสูตร เรียนที่ศูนย์รังสิต
2. โครงการพิเศษ หลักสูตรภาษาอังกฤษ (TEP-TEPE) ประกอบด้วย
- โครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน หรือ TEP (Twinning Engineering Programmes) เรียนชั้นปีที่ 1-2 ที่ศูนย์รังสิต และศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ที่อยู่ในความร่วมมือของ TSE อีก 2 ปี อาทิ The University of Nottingham UK, UNSW Sydney, Australia และ KU Leuven, Belgium
- โครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ TEPE (Thammasat English Programme of Engineering) โดยโครงการ TEPE ได้ขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Exchange Programmes) กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และยังมีทุนการศึกษาให้อีกจำนวนมาก
- โครงการหลักสูตรนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์ หรือ TU-PINE เรียนที่ศูนย์รังสิต 4 ปี ตลอดหลักสูตรโดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องคือ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Soft-en) โดยจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทย
หลักสูตรที่ผู้เรียนเลือกรายวิชาเรียนได้ตามต้องการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภกิจ พฤกษอรุณ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (TSE) ได้เล่าถึงความสำคัญและความน่าสนใจว่า การลงทุนในดิจิทัลแพลตฟอร์ม มีสิ่งที่มีความสำคัญคือ ความปลอดภัย ซึ่งกลไกหลักของการสร้างความปลอดภัย เริ่มต้นจากการมีเทคโนโลยี Blockchain ที่มีประสิทธิภาพโดยมีวิศวกรที่เชี่ยวชาญเป็นผู้ออกแบบ
โดยหลักสูตรวิศวกรรมของ TSE มีจุดเด่น คือ มีการสอนเทคโนโลยีพื้นฐานของ Blockchain การทำ smart contract และแนวทางการประยุกต์ทั้งแบบ DeFi และระบบในลักษณะ Distributed System ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในวิชาที่สนใจได้ เช่น นักศึกษาที่ต้องการก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี Blockchain TSE จะมีอาจารย์ที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการตั้งแต่ชั้นปีแรกจนจบหลักสูตร ซึ่งอัดแน่นด้วยภาคทฤษฎีเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจการทำงานของ Blockchain อย่างลึกซึ้ง พร้อมกับการลงมือปฏิบัติโดยใช้โปรแกรมมิ่งด้วยภาษา Python เพื่อลงมือสร้าง Blockchain ขึ้นมาด้วยตนเอง และนำมาใช้งานได้จริง
ในอนาคต TSE อาจพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงความต้องการของผู้เรียน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเป็นรายวิชาใหม่ได้
แนวทางการอาชีพในอนาคต
เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการเงินกำลังได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากนักศึกษาในปัจจุบัน ซึ่ง TSE มีความพร้อมในการต่อยอดสู่ความเป็นมืออาชีพ อาทิ การออกแบบสกุลเงินดิจิตอล การพัฒนา Blockchain ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านพลังงาน, ด้าน IoT หรือด้าน Healthcare เป็นต้น ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การริเริ่มคิดค้น พัฒนา ออกแบบ รวมถึงการต่อยอดไปสู่การใช้งานแบบครบวงจร รวมทั้งความรู้ในด้านการบริหารความมั่นคงทางการเงิน TSE ก็ได้จัดงานสัมมนาสำหรับนักศึกษาโดยอาจารย์ของ TSE ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและเป็นที่ยอมนับในแวดวงการเงินอย่างกว้างขวาง
สำหรับอาชีพหลังเรียนจบ เนื่องจาก Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ดังนั้น สายอาชีพหลังเรียนจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะเทคโนโลยีด้านการเงิน
ปัจจุบันนี้เรื่องการเงินการลงทุน ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่น้องๆ นักเรียนนักศึกษาก็สามารถเข้ามาสู่เส้นทางสายนี้ได้ โดยเฉพาะบทบาทของวิศวกรที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาระบบต่างๆ ซึ่งพี่มิ้นท์ว่าน่าสนใจไม่แพ้การเป็นนักลงทุนเลยค่ะ
1 ความคิดเห็น