เปิดใจ "พี่แพร" เทคนิคการเตรียมตัวสอบช่วงโควิด พิชิตสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ TCAS IDOL วันนี้เอาใจน้องๆ ที่อยากเรียนสัตวแพทย์กันบ้าง ความพิเศษของคณะนี้ นอกจากจะได้เป็นแพทย์ที่รักษาสัตว์แล้ว ในรอบ กสพท นั้น น้องๆ ที่เรียน ม.ปลาย สายศิลป์มา ก็สามารถสมัครได้ด้วย ดังนั้นใครเรียนศิลป์มาและอยากเบนเข็มไปสายวิทย์บ้าง สัตวแพทยศาสตร์คือคำตอบเลยค่ะ

และวันนี้พี่มิ้นท์ก็ได้ไปพูดคุยกับ พี่แพร พิมพ์อารยา อรรถวิภัชน์ นิสิตป้ายแดงคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากจะเคยมีผลงานการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2018 แล้ว เร็วๆ นี้ กำลังจะมีซีรีส์ "แอบมองแอบจองรัก" อีกด้วย ไปฟังเรื่องราวการเตรียมตัวสอบของพี่แพรกันเลยค่ะ

แนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อแพร พิมพ์อารยา อรรถวิภัชน์ สอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเฟรชชี่ CU105 ค่ะ

TCAS64 ตลอด 1 ปีเต็ม รู้สึกยังไงบ้างคะ

ช่วงที่อยู่ ม.6 ก็เป็นช่วงที่ค่อนข้างเครียดเลย ช่วงแรกก็ยังมีโอกาสได้ไปเรียนบ้าง เแต่พอช่วงที่จะมีโควิดรอบ 2 ก็ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน ต้องมีงานกลุ่มที่ต้องทำด้วยกันแต่ไม่ได้เจอกับเพื่อนๆ และยังต้องหาเวลาอ่านหนังสือสอบด้วย พอต้องอ่านหนังสือคนเดียวที่บ้านคนเดียว ก็ต้องปรับตัวนิดนึง เพราะแพรเป็นคนชอบอ่านหนังสือกับเพื่อนๆ มากกว่า  ตอนเรียนด้วยค่ะ ถ้าได้นั่งเรียนกับเพื่อนๆ จะทำให้เราตามเรื่องที่เรียนได้ง่ายกว่า ถือว่าต้องปรับตัวเยอะทีเดียวค่ะ

อยากเรียนสัตวแพทยศาสตร์ ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

จริงๆ ตั้งแต่เด็กๆ แพรรู้ตัวว่าตัวเองน่าจะมาในคณะแนวสายวิทย์ค่ะ แต่ว่าเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเป็นหมออะไรดีในช่วงแรก แต่มีความรู้สึกว่า ถ้าได้รักษาก็จะมีความสุข และได้มารู้ตัวจริงๆ ตอนที่เรากำลังจะสมัครเลือกอันดับในระบบ TCAS เพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่า เราจะเลือกที่ไหนบ้าง ซึ่งอันดับจะมีผลเวลาเราสอบติด สุดท้ายเลือกตัดสินใจเลือกแค่ คณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี ม.มหิดล และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งจริงๆ คะแนนก็ถึงคณะแพทย์ที่อื่น แต่เราตัดสินใจแล้วว่าอยากเรียนแค่ 2 ที่นี้ค่ะ 

ตอนที่สับสนเรื่องคณะ เราเตรียมตัวสอบยังไงคะ เพราะต้องเตรียมตัวสอบล่วงหน้านาน

ของแพรโชคดีว่า 2  คณะนี้ ใช้คะแนนเหมือนกันในการยื่น คือ เตรียมตัวสอบเหมือนกันเลย ก็เลยมีเวลาเตรียมตัวได้มากกว่า เพราะสามารถเตรียมตัวและค้นหาตัวเองไปได้พร้อมๆ กัน

แต่สำหรับบางคนที่อาจจะอยากเข้าหมอและอยากเข้าวิศวะ ก็จะต้องเตรียมการสอบคนละแบบกัน เพราะวิชาที่ใช้ต่างกัน อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะต้องเตรียมตัวจำนวนวิชามากกว่าปกติ 

ส่วนการค้นหาตัวเอง แพรเชื่อว่าต่อให้สับสนเรื่องคณะมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วในขั้นตอนที่เราต้องเรียงลำดับเรื่องคณะ เราจะเจอคำตอบว่าเราอยากเรียนอะไร ซึ่งการเรียงลำดับแอดมิชชั่นก็มีหลากหลายวิธีมาก บางคนก็เรียงตามความชอบที่อยากเรียน บางคนก็เรียงตามคะแนน แต่ของแพร จะยื่นในวันสมัครท้ายๆ ใช้เวลาคิดให้เต็มที่ โดยจินตนาการว่าถ้าเราติดหมอแล้วจะแฮปปี้มั้ย หรือ ถ้าติดสัตวแพทย์แล้ว จะเป็นยังไง ก็ลองจินตนาการว่าแบบไหนที่เราจะแฮปปี้มากกว่ากัน แต่สุดท้ายตอนยื่นเราก้จะรู้ตัวเองว่าเราเรียงลำดับแบบนี้ไปเพราะอะไร

ได้ยื่นรอบอื่นๆ ไปบ้างมั้ยคะ?

ทีแรกคิดว่าจะยื่นรอบ 1 เหมือนกันค่ะ แต่พอคิดว่า ถ้าเราเตรียมรอบ 1 ไป แล้วสอบไม่ติดเพราะรับน้อย จะทำให้เราเตรียมรอบ 3 ไม่ทันหรือเปล่า เลยตัดสินใจไม่ได้ยื่นรอบแรกๆ และไปเตรียมรอบ 3 ดีกว่า ถ้าเรามีเป้าหมายในรอบอื่นแล้ว ไปเตรียมตัวรอบนั้นดีกว่า อย่าพยายามลังเลกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่อย่างนั้นจะไม่สำเร็จ

ซึ่งตอนแรกๆ ที่เพื่อนสอบติดไว ตั้งแต่ช่วงปลายปี เราก็มีความรู้สึกกดดันนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดีที่เพื่อนๆ  ได้ชิลก่อนเมื่อสอบติดแล้ว แต่ตรงกันข้ามช่วงก่อนสอบเขาก็เครียดกันมาก พอถึงช่วงของเราก็มีคุยๆ กับเพื่อน ได้ปรึกษากัน ถ้าเรามองอะไรเป็นบวกไว้ก็จะไม่เครียดมาก

เริ่มเตรียมตัวตอนไหนและได้คะแนนเท่าไหร่บ้างคะ

มาเตรียมตัวตั้งแต่ปิดเทอม ม.5 เทอมสอง เป็นช่วงที่โควิดรอบแรกค่ะ ซึ่งตอนนั้นที่เรียนพิเศษก็ปิดและออกไปไหนไม่ได้ ก็เลยเริ่มต้นอ่านหนังสือที่บ้านตั้งแต่ตอนนั้น

ส่วนคะแนน วิชาสามัญ วิชาที่ได้มากที่สุดคือภาษาอังกฤษ 81.75 และวิชาชีววิทยาและเคมี น่าจะได้ประมาณ 60-70 คะแนน ฟิสิกส์ประมาณ  50 วิชาภาษาไทยและสังคม ได้ประมาณ 60 วิชาคณิตศาสตร์จะได้ประมาณ 40 แต่ภาษาอังกฤษได้คะแนนเลยเป็นคะแนนตัวช่วยค่ะ

แผนการอ่านหนังสือฉบับน้องแพร

ช่วงแรกแพรอ่านแบบจับฉ่ายเลยค่ะ อยากอ่านอะไรก็อ่าน เพราะ  2 คณะนี้ต้องใช้คะแนนทุกวิชาเลย พอไปสักพักเราเริ่มรู้สึกว่าการอ่านมั่วแบบนี้เริ่มไม่ได้ผล  ก็เปลี่ยนมาเป็นการอ่านแบบจับคู่วิชาค่ะ คือ เอาวิชาคำนวณมาคู่กับวิชาความจำ และอ่านวันเดียวกัน จะได้ไม่หนักสมองเกินไป 

แพรจะชอบอ่านคณิตศาสตร์คู่กับชีววิทยา เพราะคณิตศาสตร์จะคำนวณไปเลย ชีววิทยาก็จำอย่างเดียวไปเลย ส่วนเคมีจะมีทั้งจำและคำนวณ แพรจะอ่านคู่กับอังกฤษค่ะ การจับคู่อ่านแบบนี้ ช่วยผ่อนคลายสมองได้ ถ้าเราคิดเลขทั้งวันจะล้าไว อย่าจับคู่วิชาที่เป็นประเภทเดียวกันค่ะ  

มีจับเวลาหรือเปล่าว่าอ่านวันละกี่ชั่วโมง?

ไม่มีลิมิตเลยค่ะ แล้วแต่ความพร้อมของตัวเอง ถ้าวันไหนเหนื่อยจริงๆ ก็อาจข้ามไป แต่วันต่อไปก็ต้องอ่านเพิ่ม เพื่อให้ยังเป็นไปตามแผน ไม่เลื่อนไปไกล เพราะแพรก็จะมีตารางคร่าวๆ ว่าควรจะต้องอ่านวิชานี้จบในเดือนไหน ก็มีช่วงฟรีได้บ้าง แต่ก็ต้องให้จบในเดือนตามที่คิดไว้ค่ะ

ภาษาอังกฤษในวิชาสามัญ เป็น Speed Test มีเทคนิคทำวิชานี้มั้ย

ปกติวิธีที่แพรบอกกับเพื่อนๆ ที่ไม่ถนัดวิชาภาษาอังกฤษ คือ ให้ทำพาร์ทที่คิดว่าถูกแน่ๆ ก่อน เพราะวิชาอังกฤษจำนวนข้อมันค่อนข้างเยอะ และมีเวลาทำน้อย ให้ดูความถนัดของตัวเอง เช่น ถ้าใครทำพาร์ท conversation เก่งก็ทำ Conversation ก่อน เพราะ Speed Test สำหรับแพรคือเราควรจะโกยข้อที่เรามั่นใจ ถ้ามีข้อที่มั่นใจว่าถูกเยอะๆ มันก็จะทำให้เราได้คะแนนเยอะกว่าการที่เอาเวลาไปนั่งคิดว่าข้อนี้ตอบอะไร ส่วนข้อที่ยังตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งมั่วค่ะ ให้วงหน้าข้อไว้ก่อน ถ้าทำข้อที่ทำได้หมดแล้วก็ค่อยมาทำข้อที่เราข้ามไป อย่างน้อยก็ได้คะแนนข้อที่เรามั่นใจแล้ว

หลังสอบติดแล้วรู้สึกยังไงบ้าง และยังมีความกดดันหรือความเครียดอะไรอีกมั้ยคะ

          แพรรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้เข้ามาเรียนในคณะนี้ เหมือนเราทำเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้สำเร็จแล้ว และหลักที่สำคัญที่สุดในการเรียนให้ประสบความสำเร็จต้องไม่เครียดและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย ส่วนใหญ่แพรจะใช้เวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงของแพรคือ สุนัข ซึ่งช่วยลดความเครียดจากการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบได้ดีค่ะ

การแบ่งเวลาทั้งเรียน ทำงาน และเตรียมตัวสอบ

แพรทำทั้งงานข้างนอกและในโรงเรียน และเตรียมสอบ จุดสำคัญอยู่ที่ เราต้องวางแผน ถ้าเรารู้ว่าวันไหนที่ไม่ว่างอ่านหนังสือก็เขียนไว้เลย ทำตารางไว้ว่ามีเวลาในการอ่านหนังสือเท่าไหร่ในแต่ละวัน กี่โมงถึงกี่โมงอ่านอะไร วันไหนพัก ทำให้เราไม่เครียดมากเกินไปว่าจะอ่านไม่ทันค่ะ

พูดถึงการทำช่อง Youtube ช่อง YAHsis อะไรคือจุดเริ่มต้นและทำยากมั้ย?

น้องแพร ช่อง  YAHsis
น้องแพร ช่อง  YAHsis 

ถ้าเรามีคอนเท้น มีจุดประสงค์ว่าจะทำคลิปแบบไหน แพรมองว่าไม่ได้ยากมากค่ะ เพราะเรามีไอเดียอยู่แล้วว่าจะทำอะไร อย่างแพรก็มีคิดไว้อยู่แล้วว่าจะทำเกี่ยวกับประสบการณ์การเตรียมสอบ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว เอาความทรงจำ ม.6 มาทำให้ฟัง ส่วนการทำช่องเพื่อให้ความรู้ ความยากของมันคือ การทำให้คนฟังเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อ เพราะระบบการสอบเปลี่ยนแปลงตลอดและมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะค่ะ

ฝากอะไรถึงน้องๆ  ม.6 ปีนี้หน่อยค่ะ

"อีกไม่นานก็จะสอบกันแล้ว ช่วงโควิดด้วย รุ่นน้องก็เครียดกันหลายคน และแอบเสียดายช่วงเวลาของน้องๆ ม.6 ถ้าใครเครียดกับการเตรียมตัวสอบหรือยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร แนะนำให้ทำสิ่งที่จะต้องทำให้ดีที่สุดก่อน ณ ตอนนี้ก็คือเตรียมตัวสอบวิชาต่างๆ ที่ต้องใช้ยื่น 

ส่วนคนที่ยังไม่รู้ตัวเองว่าจะเรียนอะไร การหาข้อมูลก็ช่วยได้ เช่น ยูทูป การรีวิวการเรียนคณะ เว็บต่างๆ ก็ต้องใช้วิธีนั้นไปก่อน แต่สุดท้ายแล้วเลือกเรียนไปแล้วไม่ชอบ ก็ซิ่วปีหน้าได้ ชีวิตมันเริ่มต้นใหม่ได้เรื่อยๆ แพรรู้สึกว่าชีวิตของเรา เราควรเลือกสิ่งที่เราชอบที่สุด และไม่มาเสียดายทีหลัง อยากให้ทุกคนสู้ๆ กับการสอบ และหวังว่าจะได้คณะตามที่หวังทุกคนเลยค่ะ"

น่ารัก สดใส ความสามารถรอบด้าน แถมการเรียนก็ไม่เป็นสองรองใครแบบนี้ น้องๆ ชาว Dek-D สามารถนำเทคนิคไปปรับใช้กับการเตรียมตัวสอบของตัวเองได้เลยนะคะ  และเร็วๆ นี้อย่าลืมติดตามผลงานซีรีส์ แอบมองแอบจองรัก ที่คาดว่าจะได้ออนแอร์ช่อง 3 ช่วงสิ้นปีนี้ค่ะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

นนน 7 ก.ย. 64 20:37 น. 1

หนูอยากเข้าสัตวแพทย์เหมือนกันค่ะ หนูเป็นเด็กซิ่วจาก64 แต่หนูเพิ่งเริ่มอ่าน เหลือเวลาอีก6เดือน อยากถามหน่อยค่ะว่าจะมีโอกาสติดไหมคะ

0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด