สวัสดีครับชาว MZ Generation ทุกคน! ตอนนี้น้องๆ กำลังสงสัยใช่มั้ยครับว่าทำไมจู่ๆ ก็เรียกกันแบบนี้เฉยเลย 55555 เอาเป็นว่าใครที่ยังงงอยู่ว่าตัวเองคือชาว MZ หรือไม่ ตามมาหาคำตอบด้านล่างกันเลยครับ
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z หรือ Alpha กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจุดประสงค์ของการการแบ่งเจเนอเรชั่นออกมานั้น ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยกคนแต่ละวัยหรือสร้างกำแพงคนแต่ละรุ่นแต่อย่างใด เพราะความจริงแล้วกลับทำให้เราเข้าใจลักษณะนิสัย พฤติกรรม รวมถึงค่านิยมที่แตกต่าง และเมื่อเข้าใจแล้วก็จะทำให้เราหาจุดร่วมและทลายช่องว่างระหว่างวัยเพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขนั่นเอง
และนอกจากนี้แล้ว การแบ่งเจเนอเรชั่นยังเป็นประโยชน์ในแง่มุมของเศรษฐกิจอีกด้วย โดยเฉพาะกับนักการตลาด เจ้าของธุรกิจ รวมถึงผู้ประกอบการต่างๆ ก็ต้องตามทันเทรนด์ของแต่ละ Gen เพื่อจะได้เจาะกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงเป้าหมายมากที่สุดนั่นเองครับ ว่าแล้วเรามาดูกันว่าช่วงอายุเรานั้นอยู่ใน Gen ไหนกันบ้างนะ? โดยพี่จะอ้างอิงมาจากรายงานเจาะเทรนด์โลก 2021 โดย TCDC (ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ประเทศไทย) เค้าได้แบ่งเอาไว้ ดังต่อไปนี้
- Baby Boomer (ปี 1946 - 1964)
- Gen X (ปี 1965 - 1980)
- Gen Y หรือ Millennial (ปี 1981 - 1996)
- Gen Z (ปี 1997 - 2012)
- Alpha (ปี 2010 - ปัจจุบัน)
ส่วน Gen MZ ที่ได้เกริ่นไว้ในตอนแรกนั้น เป็นคำเรียกที่บัญญัติใหม่ในประเทศเกาหลีใต้ หรือที่พวกเขาเรียกกันว่า “MZ세대 (เอ็มซีเซแด)” พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการจับคู่กันระหว่าง Millennials และ Gen Z นั่นเอง ซึ่งจุดประสงค์ที่จับมารวมกันนั้นเป็นเพราะเหตุผลเรื่องธุรกิจและการตลาดนี่แหละครับ โดย Pew Research Center ได้ทำวิจัยและสรุปไว้ว่า “การแบ่งแยกรุ่นแบบเมื่อก่อน อาจไม่ใช่แนวคิดที่ตอบโจทย์อีกต่อไป”
เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีความต่างของเรื่องอายุ และแทนที่จะแบ่งแยกกันเป็นคนละรุ่นไปเลย แต่คนเกาหลีมองว่าคนระหว่าง 2 เจเนอเรชั่นนี้มีจุดร่วมและความสนใจที่คล้ายคลึงกัน และเมื่อรวมกันเป็น MZ แล้วกลับมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงดูเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น เพราะคนในช่วงวัยนี้มักเป็นคนนำเทรนด์ใหม่ๆ มีอิทธิพลต่อสังคม และมีกำลังซื้อสินค้าหรือบริการมากมายอีกด้วย
เหตุผลที่คนเกาหลีมองว่า สิ่งที่ทำให้ Millennials และ Gen Z คล้ายคลึงกัน นั้นมีหลายประเด็นเลยครับ แยกเป็นประเด็นหลักๆ ยกตัวอย่างเช่น
- ความคล่องแคล่วทางดิจิทัลและโลกออนไลน์
- มีความแตกต่างและมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย
- ใส่ใจเกี่ยวกับความยุติธรรมทางสังคม ความเท่าเทียม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- เป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มที่จะได้รับการศึกษามากกว่าคนรุ่นก่อน
- เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ชาว MZ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและความไม่แน่นอน เช่น วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 และการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปัจจุบัน
ส่วนในแง่มุมของผู้โภค ชาว MZ ส่วนใหญ่จะเลือดอุดหนุนแบรนด์ที่สามารถแสดงคุณค่า สะท้อนตัวตน และตอบสนองความต้องการของตนเองแบบมี Dynamic หรือซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น เช่น ถ้าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางหรือแฟชั่น ก็ควรสะท้อนถึงความ ‘Real’ ตอบโจทย์ความหลากหลายทั้งสีผิว รูปร่างหรือไซซ์ ถ้าเป็นแบรนด์อาหารหรือเครื่องดื่ม ก็ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นและใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือถ้าเป็นแบรนด์รถยนต์ ก็ควรมีจุดขายที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างรถยนต์ที่มาแรงมากๆ ในเกาหลีอย่าง Tesla ซึ่งใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น
ไอดอล K-POP ตัวแทนแห่ง MZ Generation
ต้องบอกว่าตอนนี้หลากหลายแบรนด์ในเกาหลี มักใช้คำว่า MZ세대 มาใช้เพื่อดึงดูดความสนใจผู้บริโภคมากขึ้น และมักใช้เหล่าไอดอล K-POP เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าเพื่อเจาะตลาดชาว MZ ยกตัวอย่างวงเกิร์ลกรุปที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่าง Aespa ที่เป็นไวรัลทั้งในเกาหลีและต่างประเทศจากเพลง Next Level จึงทำให้หลากหลายแบรนด์ต่างทาบทามสาวๆ เอสป้ามาเป็น Brand Ambassador ในฐานะตัวแทนชาว MZ
อย่างล่าสุดพวกเธอได้เป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ให้กับแบรนด์เสื้อผ้าเอาต์ดอร์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘Eider’ โดยเจ้าหน้าที่ของแบรนด์ได้ให้เหตุผลไว้ว่า “Aespa นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสามารถแสดงภาพลักษณ์ที่ตอบโจทย์กับคน Gen MZ ที่มีสไตล์หลากหลายเป็นของตัวเอง”
หรืออีกวงไอดอลบอยกรุปที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่าง ‘Stray Kids’ ผู้ชนะจากรายการ Kingdom และเพิ่งทุบสถิติยอดขาย 1 ล้านอัลบั้มมาหมาดๆ (หรือที่หลายคนอาจเห็นจากแฮชแท็ก #เด็กหลงล้านแตก) พวกเขาก็ถือว่าเป็นอีกวงที่หลายคนต่างบอกว่า นี่แหละคือตัวแทนแห่ง MZ Generation เห็นได้จากผลงานเพลงที่โปรดิวซ์กันเอง ซึ่งในแต่ละเพลงล้วนมีความหมาย encourage ให้ทุกคนมีความเชื่อและเป็นตัวของตัวเอง อย่างล่าสุดกับเพลงไตเติ้ล ‘Thunderous’ หรือ ‘소리꾼’(โซรีกุน) ที่พวกเขาต้องการจะสื่อและแสดงจุดยืนของตัวเองว่า “ไม่ว่าใครจะพูดหรือว่าอะไร พวกเขาก็จะไม่มีวันสูญเสียกำลังใจ และจะแน่วแน่เป็นแบบตัวเองต่อไป” เรียกว่า message ของเพลงนั้น represent ชาว MZ Generation ได้เป็นอย่างดีเลยครับ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ไหนมีใครเป็น ชาว MZ แบบพี่บ้างมั้ยนะ? ก็ถือว่าเป็นอีกเทรนด์ที่ช่วยทลายกำแพงระหว่างวัยออกไปได้ และยังทำให้เข้าใจกันและกันมากขึ้น ส่วนในแง่มุมของการตลาดก็ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย
2 ความคิดเห็น
เบอร์ 1 เจน 4 Straykids