
สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึง ‘หมู่เกาะมัลดีฟส์’ เชื่อว่าทุกคนต้องมีภาพน้ำทะเลสีสวย pop-up ขึ้นมาในความคิดพร้อมกันแน่นอน เล่าก่อนว่ามัลดีฟส์คือหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียที่เคยถูกปกครองโดยสุลต่านมาเป็นเวลานาน ก่อนจะตกอยู่ใต้อำนาจของเนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร และได้รับเอกราชในปี 2508 ในที่สุดก็จัดตั้งเป็น สาธารณรัฐมัลดีฟส์ (Republic of Maldives) ในปี 2511 ใช้กฎหมายอิสลามเป็นพื้นฐานมาถึงปัจจุบันค่ะ
และแน่นอนว่านอกจากเป็นจุดหมายฝันของนักท่องเที่ยว มัลดีฟส์ยังเป็นประเทศที่มีแรงงานต่างชาติเยอะมากกก วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกชีวิตและการหางานกับ ‘พี่จี’ ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของโรงแรม 5 ดาวที่มัลดีฟส์! บอกเลยว่างานดี สวัสดิการเริ่ด หน้าที่หลักคือต้อนรับแขก VIP หลายสัญชาติจากทั่วโลกอย่างครอบครัว Swarovski, Ferrari ฯลฯ ตามไปอ่านเรื่องราวชีวิต ประสบการณ์งานก่อนหน้าที่จะเริ่มงานในมัลดีฟส์ และแชร์วิธีการมาทำงานคร่าวๆ // น่าสนใจมากค่ะ!
“มัลดีฟส์ต้องการแรงงานต่างชาติเยอะ น่าจะสัก 70% ของประเทศได้เลย แนะนำว่าคนที่จบ ม.3-ม.6 ก็สมัครงานได้เหมือนกัน แต่ควรสื่อสารภาษาอังกฤษได้ มีเป้าหมายงานที่อยากทำ และสร้าง CV เล่าประสบการณ์เพื่อสมัครงานที่เว็บไซต์ของเขาโดยตรง"
— ‘จี’ คนไทยในมัลดีฟส์
Sajeegarn Sirichavalbun
LinkedIn: Sajeegarn
เคยฝึกงานโรงแรมในไทย
และด้านคาสิโน(ถูกกฎหมาย)ในต่างประเทศ
สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘จี’ ศจีกาญจน์ ศิริชวาลบุญ นะคะ เคยได้ทุน 100% เรียนปริญญาตรีด้าน Marketing จาก ม.สแตมฟอร์ด ปกติเป็นหลักสูตร 4 ปี แต่จีเรียนจบใน 3 ปีรวมช่วงฝึกงานที่ AccorHotels ในไทย พอเรียนจบรีบหางานทางเน็ตเลย ตั้งใจจะไปทำที่ต่างประเทศให้ได้ พอปี 2016 ได้เริ่มงานระยะสั้น (Short-term Contract) ตำแหน่ง Casino Marketing ที่ Resort world at sea หรือ Genting
- 2 สัปดาห์แรกอยู่ที่ Corporate Office จัดเตรียมแผนงานและความพร้อมของเรือ
- 2 สัปดาห์หลังได้ออกไซต์งานจริงที่เรือ คอยดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาที่อยู่บนเรือ เช่น พาขึ้นเรือ จองคิว ฯลฯ
ขอบอกก่อนว่าที่เราทำคือคาสิโนบนเรือแบบถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ดูแลกันเรียบร้อยดีมาก มีความปลอดภัยสูง และลูกค้าทุกคนมาเพื่อเล่นจริงๆ เรื่องฐานค่าตอบแทนงานจะอยู่ที่ 35,000 บาท แต่ต้องสแตนด์บาย 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เรื่องภาษาไม่มีปัญหาเพราะทุกคนเป็นเอเชียหมด เราใช้คำสื่อสารภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ได้ นับเป็นอีกงานที่ช่วยให้เราเห็นภาพงานบริการชัดเจนขึ้นค่ะ
ก้าวสู่ตำแหน่งสุดท้าทายในโรงแรม 5 ดาว!
พอหมดสัญญางานเดิม จีก็ออกมาหางานใหม่โดยตั้งเป้าหมายเป็นที่ต่างประเทศเหมือนเดิม สมัครไป 100 กว่าที่ เป็นด้าน Marketing หมดเลย ผ่านไปเดือนครึ่งมีตอบรับกลับมา 3 ที่ เป็นมัลดีฟส์ 2 ที่และดูไบอีก 1 ที่ สุดท้ายเรามาได้งานที่โรงแรมห้าดาวบนเกาะ 'กานูฮูรา มัลดีฟส์’ (Kanuhura Maldives) จังหวะนั้นเค้าได้คนมาทำตำแหน่งที่เราสมัครแล้ว แต่บริษัทเห็นประวัติแล้วสนใจเลยถามว่าจะลองมาเป็น เลขานุการผู้จัดการทั่วไป (Executive Secretary to General Manager) ดูมั้ย เราเลยตัดสินใจลองทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าตำแหน่งนี้เค้าทำอะไรกันบ้าง 55555 สรุปคือได้บินไปมัลดีฟส์ตอนคริสต์มาสพอดีค่ะ
Executive Secretary to General Manager
ปกติช่วง 3 เดือนแรกทุกคนจะเครียดเรื่องผ่านโปรกันอยู่แล้ว เพราะแต่ละคนไม่รู้ว่าสกิลที่ตัวเองมีจะหยิบมา apply งานได้ตรงแค่ไหน แต่เราไม่มีทางลัดอื่นแล้ว ต้องพยายามแอคทีฟตลอดเวลา อาศัยเข้าไปคุยไปถามว่าต้องการให้ช่วยอะไรมั้ย ช่วงแรกเราเคยทำงานพลาดแล้วถูกดุ แต่ข้อดีคือวัฒนธรรมของเค้าคือดุแล้วจบเลย ไม่ใช่เวลาผ่านไปแล้วขุดเรื่องเดิมมาพูดอีก
เจ้านายตอนนั้นเราเป็นคนเยอรมันที่เก่งมากก ปกติเค้าต้องเดินทางไปทำงานบ่อยทั้งที่เยอรมนีกับอีกหลายประเทศ หน้าที่ของเราคือจัดตารางเวลา จองตั๋ว ทำรายงานส่ง ฯลฯ งานเราจะต้องสุงสิงกับคนในทุกแผนก ทำงาน 6วัน หยุดวันอาทิตย์ (เป็นปกติที่มัลดีฟส์) เรื่อง timezone ก็มีผล เพราะบางทีบอสอยู่ต่างประเทศก็ส่ง whatsapp มาช่วยให้เราจัดการงานให้
แล้วโชคดีมากที่นอกจากหัวหน้าดี เพื่อนร่วมงานก็ยังดีอีก เลยช่วยผลักดันทั้งเรื่องความสามารถกับค่าตอบแทน อย่างเช่นปกติฐานเงินเดือนจะตก 50,000 บาทไทย พอช่วงปีใหม่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันดีเวอร์ เป็นฤดูท่องเที่ยวพอดี เงินรวม Service Charge เราได้ทะลุไป 100,000 บาทเลย เป็นอะไรที่เกินคาดมากกก
PA & Guest Experience Manager
หลังจากทำงานเลขานุการ เราได้เลื่อนตำแหน่งภายใน 3 ปีมาเป็น PA & Guest Experience Manager ทำหน้าที่เดิมแล้วพ่วงด้วยตำแหน่งใหม่ หลักๆ จะได้ดูแลบุคคลที่มีชื่อเสียง เรียกว่าเป็น VIP Guest เลยค่ะ เช่น ตระกูล Swarovski, Ferrari, CEO ของ Rolex นักบอลชาวฝรั่งเศส รวมถึงราชวงศ์ชั้นสูงของซาอุดิอาระเบีย ฯลฯ
โดยเราจะต้องไปรอต้อนรับที่สนามบิน แนะนำตัว ส่งถึงที่พัก เวลาต้องการอะไรก็เรียกเราได้ บางทีเค้าก็อยากเม้าท์มอยด้วยเฉยๆ ก็มีนะ นอกจากนี้เราจะต้องคอยคุมทีม ทำเอกสาร กับจัดเตรียมของที่ระลึกให้แขก VIP จากประสบการณ์เราว่าต่างชาติทุกคนที่เคยให้บริการ ทุกคนวางตัวกับเราดีมากๆ แต่เราต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง พยายามปรับรูปแบบการให้บริการที่เหมาะกับเค้า ที่สำคัญคือต้องตรงต่อเวลา ห้ามสายเด็ดขาด
**ที่นี่มีนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติ บางทีจีเลยมีใช้บางภาษาที่เคยเรียนมานิดๆ หน่อยๆ ฝึกใช้ดู อย่างภาษาญี่ปุ่น ภาษาโปรตุเกส ภาษาอิตาลี ฯลฯ แขกที่เข้าพักก็จะประทับใจขึ้นเพราะเราพูดภาษาของเค้าได้ค่ะ
"
สุดท้ายแล้วเราคิดว่างานโรงแรมคือ
การทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพึงพอใจ
แล้วกลับไปรีวิวโรงแรมเราบน Tripadvisor ให้ดีที่สุด
"
ค่าตอบแทน & สวัสดิการ
- ฐานเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาทไทย
- โบนัส
- Service Charge
- บริษัทจะมีสวัสดิการให้พนักงาน Rest & Relaxation โดยจะให้เงิน 580 ดอลลาร์ไปเที่ยวทุก 4 เดือน (เฉพาะระดับผู้บริหาร)
- พอครบ 1 ปีจะได้หยุดต่อเนื่อง 30 วัน โดยที่ยังจ่ายเงินเดือนให้เหมือนเดิม
**ข้อดีของการทำงานรีสอร์ทคือมีที่พักฟรี + ยูนิฟอร์มฟรี + ข้าวฟรี 3 มื้อ บางทีมีรอบดึกและ tea time ด้วย เราชอบตรงไม่ต้องเดินทาง เดินจากที่พักสามนาทีก็ถึงแล้ว
อาหารบุฟเฟ่ต์ฟรี
ที่พักฟรี
………
ว่าด้วยเรื่องการหางานในมัลดีฟส์
1. คนต่างชาติไม่มีทางเปลี่ยนมาถือสัญชาติมัลดีฟส์ได้
สำหรับชาวต่างชาติจะขอได้เพียงวีซ่าชั่วคราว เช่น วีซ่าทำงานหรือวีซ่าท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างจีเองก็มาด้วยวีซ่าทำงาน ซึ่งคนไทยที่จะเข้าไปทำงานในมัลดีฟส์จะต้องได้รับใบอนุญาตทำงาน (Employment Approval) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของมัลดีฟส์ และทำสัญญาจ้างกับนายจ้างก่อนเดินทางไปที่มัลดีฟส์ก่อนค่ะ
2. ไปทำงานในมัลดีฟส์ด้วยวิธีไหน?
เราต้องสมัครงานและได้รับการตอบรับตั้งแต่อยู่ไทยเลย จากนั้นพอได้งานแล้วทางบริษัทจะให้เราส่งเอกสารเพื่อช่วยดำเนินการต่อให้ (*คนไปที่ด้วย Tourist Visa ไม่สามารถขอเปลี่ยนเป็น Work Visa ตอนหลังได้นะคะ)
เอกสารประกอบการขอวีซ่าทำงานที่มัลดีฟส์ มีดังนี้
- พาสปอร์ต / Passport of the employee
- ใบอนุญาตทำงาน / Copy of the Work Permit
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว / Passport size photo (Photo shall comply with Maldives Immigration passport photo standard and must be a recent photo)
- รายงานการตรวจสุขภาพ / Medical health screening report of the employee issued from a Hospital/Clinic authorized by the relevant government authority
- ใบตอบรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าทำงาน / Work Visa Application Submission Receipt (IM29)
นอกจากนี้ Work Visa จะมีอายุ 1 ปี ถ้าครบระยะเวลาแล้วเรายังทำต่อ บริษัทจะช่วยเดินเรื่องให้เหมือนเดิม แต่ถ้าลาออกเมื่อไหร่จะถูกส่งกลับประเทศก่อน แนะนำว่าควรจะหางานใหม่ให้ได้ก่อนออกที่เก่าเลย เพื่อให้บริษัทใหม่รับช่วงเดินเรื่องวีซ่าให้เราต่อจากที่เก่า โดยที่เราไม่ต้องกลับประเทศ
3. มัลดีฟส์เป็นประเทศที่ต้องการแรงงานต่างชาติมาก
จีคิดว่าในมัลดีฟส์น่าจะมีแรงงานต่างชาติสัก 70% ของประเทศเลยด้วยซ้ำ เพราะพลเมืองมัลดีฟส์จะทำงานราชการหรือเป็นลูกจ้างของชาวต่างชาติ (เพราะความไม่พร้อมหลายๆ อย่างรวมถึงเรื่องการศึกษา) หรือถ้าทำงานเอกชน เค้าก็จะทำส่วนที่ต้องประสานกับราชการ รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศเลยมาจากการเก็บภาษีจากภาคเอกชนโดยหัก 3% ทุกเดือน ซึ่งเอกชนมักจะเช่าที่ดินสร้างรีสอร์ท พอจ้างต่างชาติมาทำงานเค้าก็จะหักภาษีจากตรงนี้
4. มีวุฒิ ม.3-ม.6 ก็สมัครงานที่มัลดีฟส์ได้แล้ว
ขอแค่รู้ว่าตัวเองสนใจด้านไหน สื่อสารภาษาอังกฤษได้ (ไม่ต้องส่งคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษ) แล้วสร้าง CV ที่เล่าประสบการณ์เรียนและทำงานของเราขึ้นมา จากนั้นค้นหาเป้าหมาย อย่างเช่นมัลดีฟส์เป็นประเทศท่องเที่ยว เค้าจะเด่นการโรงแรมและการบริหาร เราอาจไปลองค้นเลยว่ามีรีสอร์ทไหนบ้าง แล้วเข้าเว็บไปสมัครงานโดยตรง
อยากบอกว่าสิ่งที่สำคัญสุดคือความมั่นใจ คนไทยหลายคนชอบคิดว่าความมั่นใจคือการเอาตัวเองไปบลัฟคนอื่น แต่จริงๆ หมายถึงการเชื่อในศักยภาพของตัวเองว่าเราเคยผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้างแล้ว หยิบตรงนั้นมาปรับและพัฒนาในตำแหน่งที่เราจะไปทำ สุดท้ายทุกคนมีคุณค่าในตัวเองหมด ถ้าเข้าไปแล้วยังไงก็จะพัฒนาให้เก่งกว่าเดิมได้แน่นอน
………
เม้าท์มอยมัลดีฟส์ใน 8 ข้อ
บรรยากาศ & คุณภาพชีวิต
1. จีเคยไปเที่ยวกับทำงานมาหลายเกาะ ขอยืนยันว่าน้ำทะเลที่มัลดีฟส์เป็นสีฟ้าใสจริงๆ เหมือนในรูปที่ทุกคนเห็นเลย ประเทศเค้าจะมีจัดตั้งทีมอนุรักษ์ปะการังโดยเฉพาะ ทุกเกาะจะมีค้างคาวเกาะตามต้นไม้ ถ้าดำน้ำลึกลงไปอาจเจอปลาฉลาม และทุกปีจะมีน้องเต่าเกิดใหม่ด้วย (เต่าคือสัญลักษณ์ของมัลดีฟส์) ธรรมชาติคือสุดยอดมากๆ
2. ในเมืองมาเล (Malé) เมืองหลวงของมัลดีฟส์ มีรถมอเตอร์ไซค์เยอะมากๆ แต่ถ้าเป็นเกาะกลางทะเลคนต้องเดินทางด้วย Trans Maldivian Airways ***คนทำงานระดับ management จะมีสวัสดิการนั่งไป-กลับฟรี อย่างเราอาจจะนั่งตอนไปทำธุระในเมืองมาเล หนึ่งลำจุได้ 15 คน ค่าบริการขั้นต่ำปกติจะอยู่ที่เที่ยวละ 720 ดอลลาร์ บางวันจะเสี่ยงที่นั่งเต็มเหมือนกัน
3. หลังคาบ้านที่มัลดีฟส์จะเหมือนเป็นฟางๆ มัดรวมกัน ปัญหาคือเวลาฝนตกหนักไฟจะดับ บางทีรอนานเป็นวันๆ น้ำรั่วซึมหลังคาอีก
4. ทุกคนที่มัลดีฟส์จะต้องเปิดบัญชีธนาคาร แล้วโอนเงินผ่าน Internet Banking แต่ธนาคารจะตั้งอยู่ที่เมืองมาเลเท่านั้น นอกจากนี้รัฐบาลจะหักเรา 3% ในวันที่ 1 ของทุกเดือน (ถ้าไม่มีเงินในบัญชีตอนนั้นก็ขึ้นติดลบเลยค่ะ 555)
5. ในหมู่เกาะมัลดีฟส์จะใช้เงิน 3 สกุลคือ รูฟียาห์มัลดีฟส์ (Rufiyaa / MVR), EURO, USD ถ้าไปสนามบินหรือโรงแรมอื่นๆ จะใช้ EUR, US แต่ถ้าไปมาเลซื้อของ local จะต้องใช้สกุลเงินของเค้าเอง
6. ทุกคนในมัลดีฟส์มีประกันสุขภาพฟรี แต่ด้วยเรื่องความเจริญทางการแพทย์ ถ้าเป็นโรคหนักๆ คนมักจะเลือกไปรักษาที่ต่างประเทศมากกว่า
7. มัลดีฟเป็นประเทศที่นำเข้าทุกสิ่งอย่าง เพราะภูมิประเทศของเค้าเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ (มีนำเข้าผักผลไม้จากไทยด้วยนะคะ)
8. เรื่องโควิดถือว่าควบคุมได้ดีเลย อาจเพราะเป็นเกาะเล็กๆ *ล่าสุดตอนนี้เปิดประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อกำหนดว่าต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มถึงจะเข้าประเทศได้ ไม่ต้องกักตัว มาถึงแล้วเที่ยวได้เลย
LinkedIn: Sajeegarn (เจ้าของเรื่อง)https://www.nia.go.th
3 ความคิดเห็น
เก่งมากๆเลยค่ะ ได้ทำงานในสถานที่สวยๆๆ สบายใจ
เป็นบทความที่ดีและมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ทำให้มีแรงบรรดาลใจในการหางานเพิ่มขึ้น ตอนนี้สนใจจะไปหางานที่มอลดีฟอยู่ ขอบคุณมากๆนะคะ ยังจับต้นชนปลายไม่าค่อยถูกเลย