รีวิวชีวิตเด็กทุนเกาหลี เรียนโทสายสังคมในรั้ว Sogang (ม.ซอกัง) : คุณภาพแน่น ดิสคัสมันส์ มีทุนให้ต่างชาติ!

อันยองค่ะชาว Dek-D มีข่าวดีว่าตอนนี้อยู่ช่วงเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ป.ตรี เทอม Spring 2022 ของ 서강대학교 Sogang University หรือ ม.ซอกัง มหาวิทยาลัยชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ โดยที่กรรมการจะมีพิจารณาเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะได้ทุนสนับสนุนสำหรับชาวต่างชาติด้วยค่ะ  (อ่านรายละเอียดทุน)

แล้วถ้าใครกำลังอยากอ่านรีวิวแบบจัดเต็มฉบับเด็ก ป.โท คณะทางด้านสังคมศาสตร์แห่ง ม.ซอกัง วันก่อนเรามีโอกาสได้ชวนเจ้าของแอคเคานต์ @takeasipofkorea  มาเล่าประสบการณ์ครบรสในเกาหลี นับตั้งแต่การสมัครเรียนจนถึงเรียนจบปริญญาโท East Asian Studies และไมเนอร์ International Relations บอกเลยว่าคลาสเรียนเข้มข้นและดิสคัสแบบดุเดือดเลือดพล่านมากกกก วิชาเรียนกับอาจารย์ปังๆ เพียบ แถมมหา’ลัยยังมีกิจกรรมเด็ดให้เข้าร่วมตลอด ทิ้งท้ายด้วย #รีวิวเกาหลี ตั้งแต่ประสบการณ์เช่าที่พักหลายรูปแบบ, การเดินทาง, ชอปปิงออนไลน์, เดลิเวอรี, แฟชั่น ฯลฯ เลื่อนลงมาเริ่มพาร์ตแรกกันเลยค่ะ!

*Sogang GSIS  = บัณฑิตวิทยาลัย ม.ซอกัง (Graduate School of International Studies)

 

"ด้วยรูปแบบคลาสที่เน้น discussion บางทีก็มีเคสที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศตัวเองก็แต่มารู้จากเพื่อนในคลาส (ex.คนจีนที่ไม่รู้กรณีอุยกูร์ในซินเจียง จนเพื่อนจากยุโรป/อเมริกาต้องยกเปเปอร์มาอธิบายกันยกใหญ่) หรือบางทีเพื่อนในคลาสก็จะเล่าข้อมูลอินไซต์ที่จะมีแต่คนที่เป็น native เท่านั้นถึงจะรู้และหาอ่านจากข่าวไม่ค่อยได้ ดังนั้นการเรียน IR ที่ต่างประเทศช่วยขยายสโคปความรู้ของเราให้กว้างขึ้นมากๆ"
 

— พี่กิ่ง นักเรียนทุน ป.โท มหาวิทยาลัยซอกัง 
เจ้าของแอคเคานต์ @takeasipofkorea

จากหลงรักคาเฟ่เกาหลี
จนเริ่มเรียนภาษา-ขอทุนป.โท

เราอยากเที่ยวเกาหลีเพราะชอบ Aesthetic ของคาเฟ่เลยค่ะ จากนั้นก็พยายามหาวิธีจนได้มาเรียนคอร์สภาษาของ ม.อีฮวา (Ewha Womans University) และด้วยความที่ตอน ป.ตรีเราเรียนเอก Southeast Asian Studies ม.ธรรมศาสตร์ เลยรู้สึกตัวเองอินกับเรื่องประวัติศาสตร์อย่างพวกสงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี ฯลฯ มากถึงขั้นอยากศึกษาเพิ่มในสเกลที่กว้างขึ้น เราเลยเริ่มหาข้อมูลหลักสูตรกับมหาวิทยาลัยในเกาหลี 

เราตัดสินใจเลือกหลักสูตรอินเตอร์ Master of International Studies in East Asian Studies และเลือกวิชาโท International Relations เพราะเป็นคนชอบอ่านข่าวรอบโลกมากๆ ( หลักสูตรนี้เราสามารถเลือกลงวิชาโท หรือ minor ตอนเทอม 2 ได้ เค้าจะมีระบุใบปริญญา) ส่วนที่เลือก ม.ซอกัง เพราะเป็นมหาลัยที่ดังติด Top10 และคณะเด่นของที่นี่คือสายสังคม ภาษา และธุรกิจ อีกอย่างคือเคยลองถามเพื่อนที่เรียนคอร์สภาษา เค้าเล่าว่าบรรยากาศเป็นกันเอง เราเลยอนุมานไปว่าคลาส ป.โท ที่นี่คงเหมือนกันมั้ง 5555 สุดท้ายก็สมัครไปที่เดียวเลยค่ะ

รีวีวสมัครเรียน & สัมภาษณ์
(ค่าเรียนไม่เบา แต่มีทุนให้ต่างชาติ)

ค่าเทอมหลักสูตรนี้คือ 6,357,000 วอน ซึ่งสูงพอสมควรเพราะเป็นภาคอินเตอร์ แต่ถึงเราจะสมัครเรียนกับมหา’ลัยโดยตรง ก็มีโอกาสได้ทุนค่าเรียนตั้งแต่ 25%, 50%, 75% และสูงสุด 100% เค้าจะพิจารณาจากเกรด, คะแนนภาษา (เรายื่น IELTS 8.0 และ TOEIC 865) และ Performance ตอนสัมภาษณ์ เรามองว่าถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์มีโอกาสได้เรียนสูงอยู่แล้ว แต่ทุนต้องลุ้นอีกทีนึง

ข้อสังเกต: ในห้องจะมีคะแนน Attendance ถ้าพูดเยอะพูดดีจะได้คะแนนส่วนนี้เยอะ เราสังเกตว่าพวกได้ทุน 100% แอคทีฟสุดๆ เราอาจเหนื่อยเตรียมตัวเพราะอาจารย์จะยิงคำถามรัวๆ หรือตอนทำการบ้านก็จะมีศัพท์เฉพาะทางเยอะ

ตอนสมัครเรียนที่นี่ เค้าจะมีให้เขียน Essay บังคับไม่เกิน 2 หน้า นำเสนอตัวเอง เล่าแพสชัน เหตุผลที่อยากเรียนที่นี่ เล่าว่าอนาคตอยากทำงานอะไร (ไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อนก็สมัครได้) พอประกาศผลรอบแรกว่าผ่านจะได้เข้าสู่รอบสัมภาษณ์ ซึ่งปีเราเลือกได้ว่าจะสัมออนไลน์หรือไปที่มหา’ลัยเลย ส่วนเราเลือกแบบหลังเพราะอยากเห็นบรรยากาศกับสถานที่จริงด้วย 

บรรยากาศตอนสัมคือระทึกมาก ทางสภานักเรียนเค้าจะจัดแถวนักศึกษา GSIS ทั้ง 4 เอกให้ยืนเข้าแถวสลับกันเพื่อป้องกันเรามองเห็นคำถามคนข้างหน้า เพราะทุกคนจะได้จับฉลากคำถามกัน แล้วมีเวลาให้เตรียมตัว 5 นาที ถ้าแจ็กพอตก็อาจเจอแบบเราที่คนข้างหน้าออกจากห้องมาไวมาก **ขั้นนี้แนะนำว่าถ้าใครอยากเรียนต่อ Korea and East Asia (KEA) หรือ International Relations (IR) ให้ดูข่าวเยอะๆ อย่างน้อยสามารถนำมายกตัวอย่างประกอบหรือเชื่อมโยงได้

………

เริ่มต้นชีวิตเด็กป.โทที่ซอกัง
กิจกรรมแน่น มาคนเดียวก็ไม่เคว้ง

ต้องบอกว่า ม.ซอกัง มีขนาดเล็กมากพอกับโรงเรียนมัธยมปลาย จนคนตั้งฉายาว่าเป็น “โรงเรียนมัธยมซอกัง” เลยค่ะ 555 เดินไปไหนก็จะเจอคนคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ข้อดีคือไม่เหนื่อยตอนเปลี่ยนตึกเรียน บรรยากาศการเรียนก็สบายๆ ชิลล์ๆ เลิกเรียนมีเวลาให้แฮงก์เอาต์ได้ เหมือนเราได้ใช้ชีวิตด้านอื่นไปด้วย

Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)
Photo Credit: 서강대학교 Sogang University (Facebook)

ตารางกิจกรรมแน่นๆ (นี่แค่ตัวอย่าง!)

- ปกติเราจะต้องเสียเงินให้สภานักศึกษาเพื่อใช้ดำเนินงานอยู่แล้ว พอตอนสอบสภาจะมีอำนวยความสะดวก เช่น จัด Set Box เครื่องดื่มบำรุงกำลังให้, มีพาเที่ยว Lotte World, ถ้ามีปัญหาสามารถเข้าไปปรึกษาได้

- เทศกาลประจำปี ออกบูธขายอาหาร จ้างดารานักร้องมาเล่นคอนเสิร์ต ให้นักศึกษามาแฮงก์เอาต์หรือปีนเขาด้วยกัน

- กิจกรรมที่ co กับองค์การท่องเที่ยวของเกาหลี เที่ยวฟรีแลกกับการที่เราโพสต์ลงโซเชียลเพื่อโปรโมตให้เพื่อนต่างชาติเราเห็น (กิจกรรมนี้หายไปเพราะโควิด)

- Movie Night เทอมละ 2 ครั้ง โดยให้นักศึกษาโหวตหนังที่อยากดู

- Buddy ถึงมาเรียนคนเดียวไม่รู้จักใครเลยก็ไม่เคว้ง เพราะเข้ามาตอนแรกเค้าจะจัดบัดดี้เพื่อคอยสอนเราเรื่องการลงทะเบียน

- Welcoming Party พอจบปฐมนิเทศจะไป drink กันเพื่อหาเพื่อน

- วันรับปริญญา ไม่มีพิธีอะไรซับซ้อนเลย แค่ไปออฟฟิศบัณฑิตศึกษา เซ็นชื่อ รับโล่พร้อมใบปริญญา เลือกไซซ์ชุดครุย+หมวก แล้วหยิบไปถ่ายรูปเสร็จแล้วนำมาวางคืน (ถ่ายในมหา’ลัยกับถ่ายรูปรวมกับอาจารย์) ถ้าเกิดจะใครจะปริ้นท์ Transcript ก็ไปปริ้นท์ที่มหาวิทยาลัยได้เลย

Note: คนที่ได้คะแนนสูงสุดในเทอมของรุ่นนั้นจะได้เหรียญทอง และนักศึกษา GSIS จะมีโล่พร้อมใบปริญญาเวอร์ชันภาษาอังกฤษและเกาหลี เหตุผลคือที่นี่เวลาจะยื่นวีซ่าหรือสมัครงาน เราต้องแสดงหลักฐานตัวจริงมา เค้าเลยออกเวอร์ชันเกาหลีมาให้ด้วย

เล่าภาพรวมการเรียนสุดท้าทาย
เกรดห้ามต่ำกว่า 3.0!!

เราได้เรียนออนไลน์แค่ตอนเทอม 2 นอกนั้นเป็นในคลาสจริงหมดเลยค่ะ เราชอบบรรยากาศตอน discuss ในคลาสมากเพราะเพื่อนมาจากหลายประเทศ ได้อัปเดตข้อมูลใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ถ้าใครอยากเรียนต่อด้านนี้แนะนำว่าควรอ่านข่าวเยอะๆ เพื่อเพิ่มคลังศัพท์ ค้นหาคำที่ไม่รู้จากในข่าวมาไว้เรียนและเขียนตอบอาจารย์ก็ได้ หรือไม่ก็ฟัง podcast (ใครสนใจด้าน IR ลองฟังของช่อง CNN)

ในแต่ละเทอมเราจะลงเรียนได้มากสุดไม่เกิน 5  รายวิชา ส่วนวิชาโทกำหนดให้ลงเรียนวิชาในเอกนั้นๆ ขั้นต่ำ 4 ตัว (รวม 12 หน่วยกิต) นอกจากนี้คือเราสามารถลงเรียนวิชาของ GSIS อื่นๆ ได้อีก 7 แห่งคือ Korea, SNU, Yonsei, Ewha, Chung-ang, HUFS และ Hanyang โดยต้องเขียนใบคำรอง + ส่งอีเมลให้อาจารย์วิชานั้นอนุมัติ ได้เกรดในส่วนของวิชาเลือก (Elective Course) เป็นโอกาสดีๆ ให้เราได้เปิดโลกในแคมปัสอื่น นอกจากการลงเรียนวิชาของ GSIS มหาลัยอื่นได้แล้ว เรายังสามารถลงเรียนของเอกอื่นๆ ในซอกังได้ โดยมี requirements เหมือนกัน แต่เสียดายที่เราไม่ได้ลงเพราะ slot วิชาน้อย แล้วเจอช่วงโควิดพอดี มหา’ลัยอื่นๆ เรียนเป็นออนไลน์หมด ยกเว้นซอกัง 

“...ความท้าทายจุดใหญ่คือในไกด์ไลน์ Sogang GSIS 
จะระบุไว้เลยว่า A minimum GPA of 3.0 or above 
ถ้าต่ำกว่า 3.00 จะไม่มีสิทธิ์เรียนเทอมต่อไป”
 

เรื่องนี้เรามีประสบการณ์ตรงเลยค่ะ ㅠㅠ ตอนเทอมแรกเรายังไม่ค่อยรู้จักคนในคณะ และไม่กล้าปรึกษาเรื่องเรียนกับใครเลย ปรากฏว่าเราดันไปลงเรียนวิชาที่ไม่ถนัดและฉุดเกรดของเราทั้งหมด 3 ตัวในเทอม ทั้งวิชาสถิติ (Statistic) กับอีกสองวิชาคือ Introduction to International Relations และ Introduction to Korea 

ผลคือเทอมแรกเราเกรดเหลือ 2.98 ต่ำกว่า 3 เป็นจุดที่เราเครียดจนคิดฆ่าตัวตายแล้วต้องกลับไทยมารักษาโรคซึมเศร้า เพราะเครียดที่ตัวเองทำได้ไม่ดี แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์ครั้งแรกเรายังสามารถยื่นคำร้องได้ โดยการเขียนอธิบายปัญหาที่เจอและแนวทางปรับปรุงในเทอมหน้า ส่งให้อาจารย์ประจำเอกกับคณบดีเซ็นตามลำดับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือเราหลุดทุนในเทอมต่อไปเพราะเกรดต่ำกว่าเกณฑ์ 

พอเทอมสองเราปรับวิธีการเรียนโดยการเรียนวิชาเอกทั้ง 3 ตัว + วิชา IR ส่งผลให้เกรดดีขึ้นและได้ทุน 50% ตอนเทอม 3 และเทอมสุดท้ายได้ทุน 25% ค่ะ ที่นี่จะดูตามเกรด เค้าไม่ได้ระบุว่าต้องได้เท่าไหร่ น่าจะเทียบกับศักยภาพของนักศึกษาทั้งหมดด้วย

เปิดรีวิววิชาเรียนสุดมันส์
ปังทั้งเนื้อหาและอาจารย์ที่สอน!

Overview 

(**ลิสต์ต่อไปนี้เป็นรายวิชาเพียงส่วนหนึ่ง ประมาณ 1 ใน 10 เท่านั้น แต่ละเทอมจะมีรายวิชาที่น่าสนใจเยอะกว่านี้)

[  วิชาเรียนฝั่ง Korea and East Asia ]


 GISF001 Theories of Area Studies (지역학연구 방법론)

GISF002 Statistics for Business and Economics (연구방법론)

GISD101 East-Asian Int’l Relations (동아시아국제관계)

GISD102 East Asian Economy (동아시아경제론)

GISD104 Introduction to Contemporary Korea (현대한국학총론)

GISD105 Korean Society and Culture (한국사회와 문화)

GISD106 Introduction to Contemporary China (현대중국학총론)

GISD107 Introduction to Contemporary Japan (현대일본학총론

[ วิชาเรียนฝั่ง International Relations ]


 GISF001 Theories of Area Studies (지역학연구 방법론)

GISA101 Theories of International Relations (국제관계이론)

GISA102 International Political Economy (국제정치경제론)

GISA103 Globalization & Regional Integration (세계화와 지역통합)

GISA104 International Security & Peace (국제안보와 평화)

GISA105 International Organizations (국제기구론)

GISA106 Contemporary World Politics (국제정세분석)

GISA107 Theories of National Intelligence (국가정보학개론)

ศึกษารายละเอียดหลักสูตร

วิชา Contemporary World Politics

ขึ้นแท่นวิชาที่ชอบที่สุดเลยค่ะ อาจารย์จะเลือกนักศึกษามาพรีเซนต์แต่ละวีค แต่ละคนต้องไปหาคนละ 5-7 หัวข้อ แล้วรับบทเป็นนักข่าว อาจจะรายงานประกอบวิดีโอหรือครีเอตตามสไตล์ตัวเองได้อิสระ แล้วสุดท้ายคือให้พรีเซนต์เรื่องที่จะเขียน Final Paper เล่าให้เพื่อนฟังว่าเป็นประเด็นอะไร มีที่มาที่ไปยังไงบ้าง 

ตอนนั้นเรามีนำเสนอข่าวตาลีบัน และแสดงความเห็นว่าเขามีโอกาสที่จะกลับมายึดครองอัฟกานิสถานได้ ซึ่งหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือนก็ดันเกิดขึ้นจริงๆ ส่วน Final Paper เราเขียนเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง US-Asean เพื่อจัดการปมความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ (South China Sea) 

วิชา  Korean Economic Development 

สนุกมากกกและไม่มีคำนวณ เนื้อหาจะเกี่ยวกับพัฒนาของการของเศรษฐกิจเกาหลี เราอาจเคยเห็นจากข่าวว่าช่วงต้มยำกุ้ง สถานการณ์ที่เกาหลีแย่กว่าไทยด้วยซ้ำ เราจะเรียนว่ารัฐบาลมีแนวทางพัฒนายังไงถึงพาประเทศมาถึงจุดนี้ *ความพีคคืออาจารย์คือหนึ่งในคนที่ร่วมวางแผนเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลด้วย

เราลงเรียนทั้งที่คิดว่าวิชานี้ต้องยากแน่ๆ เพราะได้ยินมาว่าอาจารย์เก่งและสอนสนุกมาก พอมาเรียนจริงเหมือนฟังเค้าเล่านิทานเลย แล้วเขายังเป็นอาจารย์นอกที่บอกนักศึกษาว่า “ถ้าอยากคุยกับผมให้อีเมลมาบอกและนัดหมายล่วงหน้า จะปรึกษาเรื่องเรียน งาน หรือการใช้ชีวิตก็ได้หมด” 

Photo by SingSing Wade Kim on Unsplash
Photo by SingSing Wade Kim on Unsplash

วิชา  Topical Seminar on Korean Studies I: Democratic Consolidation in Korea

วิชานี้จะเน้นเรื่องการเมือง ย้อนไปสมัยปี 1980 เกาหลีเคยมีเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ที่นักศึกษาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจู  ซึ่งเรารู้สึกว่านี่ก็คือสิ่งที่คนไทยกำลังประสบ // วิชานี้เราจับกลุ่มกับคนไทยรวม 3 คนทำไฟนอลเปเปอร์ว่าประท้วงในเกาหลี adapt กับไทยได้ยังไงบ้าง โดยจะเน้นด้านกฎหมายเป็นหลักเขียนไป 20+ หน้า

เราสังเกตว่าถ้าเป็นฝั่ง IR อาจารย์จะชอบให้เลือกหนังสือแล้วมาสรุปทำ Presentation คล้ายๆ กันหมดเหมือนคุยกันมาแล้ว วิชานี้ก็เหมือนกัน ทุกสัปดาห์จะให้ลิสต์หนังสือมา 5-6 เรื่อง เราต้องเลือก 2 เรื่องมาสรุปใจความสำคัญ เล่าว่าได้อะไรจากเรื่องนี้ คิดเห็นยังไง เห็นด้วยกับนักเขียนหรือไม่ จากนั้นสรุปเป็น Presentation มาเสนอและแชร์ไอเดียกันในคลาส พอถึงเวลาอาจารย์จะยิงคำถามรัวๆ และให้คนในคลาสดิสคัสกันได้เต็มที่

สำหรับวิชานี้จะเป็นอาจารย์เกาหลีที่จบจากเมืองนอก หัวสมัยใหม่มากกก เชี่ยวชาญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเกาหลีเหนือ จำได้ว่าตอนเรียนมีข่าวออกมาพอดีว่าบัลลังก์คิมจองอึนกำลังสั่นคลอน อาจารย์คนนี้ก็ถูกเชิญไปสัมภาษณ์ด้วย (ท็อปฟอร์มไปอีก!) เค้ามีเรื่องอินไซต์เยอะ เป็นอีกวิชาที่เราอยากแนะนำถ้าใครจะมาเรียนต่อที่นี่

วิชา  East Asian International Relation 

**ตัวนี้เป็นวิชาบังคับของ KEA อาจารย์ที่สอนคนเดียวกับ Democratic Consolidation in Korea ทำให้สไตล์การสอนกับรูปแบบ assignment ที่ต้องทำส่งจะคล้ายๆ กัน โดยวิชานี้เน้นความสัมพันธ์เอเชียตะวันออกกับประเทศอื่นๆ เช่น US, EUROPE, RUSSIA, ASEAN เราได้นำเสนอในวีคที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง US กับ NORTH KOREA และต้องทำ presentation อิงเนื้อหาจากบทความที่ชื่อว่า Trump & North Korea

เวลานำเสนอแต่ละครั้ง อาจารย์คนนี้จะไม่โฟกัสเรื่องแกรมมาร์หรือแพตเทิร์นการนำเสนออะไรเลย จะเน้นไปที่แนวความคิดว่าเราอ่านแล้วทำความเข้าใจเนื้อหาที่ให้มาจริงมั้ย 

วิชา  Economic Analysis

เป็นหนึ่งในวิชาหินสำหรับเรา มีทั้งคำนวณ เขียนกราฟ ฯลฯ แต่อาจารย์เข้าใจว่านี่คือวิชาบังคับ อาจไม่ใช่ด้านที่ถนัดของเด็ก IR/KEA ก็ได้ แต่เกรดก็ให้ตาม performance นะคะ

วิชา   Statistic 

ยากกว่าวิชาเมื่อกี้อีก ทุกวีคจะต้องทำการบ้านผ่าน Excel ทำกราฟ เขียนโค้ด ซึ่งเราไม่ถนัดการใช้โปรแกรมเลยสักนิด นั่งหาข้อมูลในเน็ตก็ไม่ได้ ต่างจาก Economic ที่ยังมีพาร์ตเนื้อหามาเป็นตัวช่วยดึงคะแนน เวลาสอบทุกคนจะเตรียมสมุดจดสูตรกับเครื่องคิดเลขของเด็กเศรษฐศาสตร์มาเลย // เป็นวิชาบังคับที่ปกติเค้าจะเลือกลงเทอมสุดท้ายกัน

Special Lecture on Global Issue
ฟังบรรยายจาก Expert แต่ละแขนง

จริงๆ Sogang GSIS จะมีวิชาที่น่าสนใจมากกก เรียกว่า “Special Lecture on Global Issue”  วิชานี้ไม่มีเกรด มีแค่ผ่าน/ไม่ผ่าน ทุกคนต้องเข้าอย่างน้อย 7 ครั้ง จากทั้งหมดที่มี 10 ครั้ง/เทอม ทุกสัปดาห์จะมีวิทยากรที่เป็น expert ในด้านต่างๆมาบรรยาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีตำแหน่งในกระทรวง เช่น Korean Economic, ทูตปาเลสไตน์, Climate Change, Human Rights ในเกาหลีเหนือ, กระทรวงการคลังของเกาหลี

หลังบรรยายจบเค้าจะบอกช่องทางติดต่อให้นักศึกษาที่มีข้อสงสัยหรือทำงานด้านนั้นๆ เท่ากับเราได้ทั้งข้อมูลนอกห้องเรียน รู้เส้นทางการทำงาน และอาจได้คอนเนกชันด้วย ยิ่งใครยกมือถามบ่อยๆ เค้าอาจจะจำได้ค่ะ แต่น่าเสียดายอีกแล้วที่เราได้เข้าร่วมแค่เทอมแรก เพราะวิชานี้เป็นคลาสใหญ่ พอเจอช่วงโควิดเลยมีจำกัดเรื่องการเชิญวิทยากรมาบรรยาย ได้แต่หวังว่าวิชานี้จะกลับมาตอนที่สถานการณ์ดีขึ้น

งานกลุ่มคือการวัดดวงอย่างหนึ่ง

(ถอนหายใจ1ที) พูดตรงๆ คือเรามีโอกาสเจอเพื่อนที่ทำให้เหนื่อย 2 เท่า กับคนที่บอกว่า you ไม่ต้องทำอะไรเลย เพื่อนบางคนอาจยังภาษาไม่แข็งและทักษะการนำเสนอยังไม่ดี แต่ที่เครียดกว่าคือคนที่ขาดความใส่ใจ อาจารย์ถามแล้วตอบไม่ได้เลย ซึ่งจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าทำการบ้านมาก่อน เพราะเค้าไม่ได้ถามอะไรนอกเหนือจากนั้น

หรือบางคนอาจใช้บางโปรแกรมไม่เป็น ไม่รู้จัก Kakao Talk, Google Slide หรือ Gmail เพราะปกติประเทศของเค้าจะใช้แอปพลิเคชัน แหล่งข้อมูล หรือ Search Engine ของตัวเองโดยเฉพาะ บวกกับบางครั้งเขาเลือกจะจับกลุ่มอยู่ด้วยกันในประเทศตัวเอง อาจทำให้มีข้อจำกัดเวลาต้อง discuss หรือทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมคลาสค่ะ

แต่ในทางกลับกัน จะมีวิชานึงที่ชื่อ Introduction to Japan เราได้ทำ term-paper กับสมาชิก 2 คนจากบราซิลและจีน ซึ่งเพื่อนบราซิลสนใจเรื่องอาวุธในประเทศญี่ปุ่นมากก และเขาบอกว่าศึกษาจริงจังมา 3 ปีแล้ว เลยเสนอตัวตั้งแต่ต้นว่าจะสรุปข้อมูลเพื่อทำไกด์ไลน์ให้ ปรากฏว่าไกด์ไลน์มีความยาว 30 หน้า ทำ Presentation ให้เสร็จสรรพ เรากับเพื่อนอีกคนเลยเหลือหน้าที่แค่นำเสนอ (รู้สึกผิดมากๆ เลยค่ะ ㅠㅠ)

Tips: ถ้าเกิดเรายังไม่แน่ใจเรื่องสไตล์การทำงานของแต่ละคน อย่างน้อยทำงานร่วมกับ Native Speaker น่าจะช่วยได้เยอะ อาจารย์บางคนจะดูแกรมมาร์ด้วย

เลือกทำธีสิสหรือลงเรียนเพิ่ม 2 ตัวก็ได้

การทำหรือไม่ทำธีสิส ความรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ 5555 ธีสิสกำหนดความยาวขั้นต่ำ 25 หน้า แต่วิชาอื่นๆ ที่เรียนมาโดยเฉพาะเทอมสุดท้าย (แล้วยิ่งเป็นออนไลน์) จะมี 2 วิชาที่ไม่มีสอบ และเขียนเป็น term-paper ความยาว 20 และ 25 หน้า แต่ความต่างคือกระบวนการที่เราแค่ส่ง draft  แต่ธีสิสต้อง defense เล่มและปรับหลายรอบ (อาจารย์คุมธีสิส = อาจารย์ประจำเอก แต่ตอน defense จะเป็นอาจารย์เอกอื่นๆ)

Before & After
สิ่งที่เปลี่ยนหลังเรียนซอกัง

ด้วยรูปแบบคลาสที่เน้น discussion บางทีก็มีเคสที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศตัวเอง แต่มารู้จากเพื่อนในคลาส (ex.คนจีนที่ไม่รู้กรณีอุยกูร์ในซินเจียง จนเพื่อนจากยุโรป/อเมริกาต้องยกเปเปอร์มาอธิบายกันยกใหญ่) หรือบางทีเพื่อนในคลาสก็จะเล่าข้อมูลอินไซต์ที่จะมีแต่คนที่เป็น native เท่านั้นถึงจะรู้และหาอ่านจากข่าวไม่ค่อยได้ ดังนั้นการเรียน IR ที่ต่างประเทศช่วยขยายสโคปความรู้ของเราให้กว้างขึ้นมากๆ

พฤติกรรมการเสพข่าวเราก็เปลี่ยน เมื่อก่อนเวลาเดินทาง ช่วงว่างๆก็จะเล่นแต่ SNS แต่เดี๋ยวนี้ฟัง Podcast และหาช่องทางติดตามข่าวมากขึ้น เช่น ตามไปฟอลแอคเคานต์ Twitter ของสำนักข่าวทั้งต่างประเทศและในประเทศเกาหลีเพื่ออัปเดตข่าวสารและฝึกภาษา เช่น ABC News, BBC News, Yeonhap, etc. รวมถึงฟอลนักข่าวที่ทำงานที่นั่นด้วย (ในทวิตเตอร์จะอัปเดตข่าวเร็วที่สุด)

แล้วเรายังเริ่มเล่น Clubhouse เพื่อไปฟังห้องที่เค้าดิสคัสข่าว World Politics และห้องที่มีนักข่าวจากทั่วทุกมุมโลกมาสรุปข่าวกัน มีดิสคัสและเชื่อมโยงกับข่าวอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย มีทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ทุกสัปดาห์เลย (ตอนนี้น่าจะมีอยู่) ห้องนี้ปังมากในจังหวะที่เราลงเรียนวิชา Comtemporary Politics ตอนเทอมสุดท้ายพอดี เราเลยได้หยิบข่าวที่ฟังจากห้องนี้มาเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียน ช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น และดิสคัสในคลาสได้ เพราะอย่างที่เล่าไปคือวิชานี้เราจะได้รับบทเหมือนเป็นนักข่าว 

ดังนั้นเลยเป็นทริคว่าถ้าเกิดเลือกข่าวไม่ถูก ก็อาศัยฟังห้องหลายๆ แนวจาก Clubhouse ไม่กระจุกที่ประเทศเดียว ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าข่าวนั้นเกิดขึ้นจริงหรือเป็น Fake news วิธีนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่เรียนสายเดียวกับเราค่ะ ^^

……… 

รีวิวสารพัดรูปแบบที่พัก
*จากประสบการณ์ส่วนตัว

  • ช่วงที่เรียนคอร์สภาษาของ ม.อีฮวา สกิลภาษาเรายังเป็นศูนย์ เลยไปจองห้องพัก Airbnb เกือบเดือน อยู่กับเจ้าของบ้านเหมือนเป็นแชร์เฮ้าส์ ราคาถูก ไม่มีมัดจำ ข้าวของครบ แต่จะมีบางพื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกับคนอื่น (ถ้าใครไม่สะดวกใจแชร์ แนะนำให้เลือก Airbnb ที่เรามีพื้นที่ของตัวเองก็ได้ค่ะ)
     
  • ต่อมาเราติดต่อนายหน้าหาบ้านแล้วย้ายมาเป็น Oneroom ขนาดห้องพอดีๆ ประมาณ 20 ตารงเมตรได้ มีของให้ครบ ไม่อึดอัด แต่เซ็นสัญญาแค่ 6 เดือน เนื่องจากเจ้าของทำเป็นตึกเดียวกับ โกชีวอน ทำให้มีเสียงดังรบกวนตลอด
     
  • จากนั้นเราหาที่พักจากกรุ๊ปต่างชาติ ได้เป็น Share House อารมณ์เหมือนอพาร์ตเมนต์/วิลล่า มี 5 ห้องนอนในบ้านหลังเดียว ปัญหาคือพอมาอยู่จริงจะเป็นอารมณ์เหมือนห้องใต้หลังคา ส่วนเพื่อนร่วมห้องเป็นคนเกาหลีและจีนอย่างละหนึ่ง ผลคือบ้านไม่ใช่เซฟโซนเลย แนะนำว่าถ้าใครอยากเมกเฟรนด์ด้วยการหาแชร์เฮ้าส์ก็ได้ แต่ต้องเลือกเพื่อนร่วมบ้านดีๆ อาจสแกนเบื้องต้นก็ได้ว่าเป็นคนชาติไหน เค้าจะมีระบุไว้ตอนหาเพื่อนร่วมห้องค่ะ
     
  • ต่อมาเราย้ายมาอยู่ โกชีวอน (ราคาประมาณ 5 แสนวอนรวมค่าน้ำค่าไฟ) ซึ่งก็เหมือนแชร์เฮ้าส์ที่ต้องแชร์ครัวกับพื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนอื่น ขนาดห้องเล็กมากประมาณ 5 ตารางเมตร เปิดประตูมาเจอเตียง มีห้องน้ำ ทีวี ตู้เย็นให้ เตียงคือนอนดิ้นไม่ได้เลย 55555 แล้วนี่คือเสื้อผ้าเยอะมากๆ จนเหมือนขนทั้งหมดมาจากไทย นอกจากนี้คือในชั้นนึงมี 10-12 ห้อง คนเข้าออกตลอดเวลา แล้วเค้าจะชอบรวมตัวกันทำอาหารด้วย ทั้งเสียงและกลิ่นลอยมาหมด
     
  • เราติดต่อกับนายหน้าจัดหาบ้าน แล้วออกมาอยู่ Oneroom แถวๆ ม.โซล พบว่าค่าน้ำค่าไฟราคาแค่หมื่นกว่าวอนด้วยซ้ำ
     
  • ปัจจุบันเราอยู่รูปแบบ Officetel ไซซ์วันรูมแต่ต่างตรงที่มี Security Room ชั้นล่าง ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. มีร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ถ้าอยู่ไทยก็น่าจะเหมือนหอพักทั่วไปค่ะ

Note: นายหน้าหาบ้านอาจจะหายากหน่อย ต่างชาติเลยมักจะหาที่พักในกรุ๊ป Facebook ซึ่งราคาอาจจะสูง เรามาใช้ตอนที่พูดภาษาเกาหลีแข็งแล้ว แต่ถ้าใครมาหัวเดียวกระเทียมลีบอาจต้องหาบริษัทนายหน้า หรือ พูดงซาน (부동산) ที่พูดภาษาอังกฤษได้ ไม่รู้จะอัปราคามั้ย แต่ถ้าอัปเยอะเราอาจใช้วิธีจ้างล่างคนไทยที่พูดภาษาเกาหลีเก่งๆ ก็ได้ // นายหน้าจะมีบ้านในสต็อกเยอะมาก เราอาจได้ราคาถูกกว่าใน Facebook ค่ะ

………

#รีวิวเกาหลี
วัฒนธรรม / แฟชั่น / คุณภาพชีวิต

1. รถไฟฟ้าเกาหลี มีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อน (จากความรู้สึกของเราตอนเพิ่งมาเกาหลีครั้งแรก) โดยรถจะพาไปได้ทั่วกรุงโซล หรือจะไปเมืองข้างๆ ที่ห่างกัน 50 กิโลเมตรก็ยังได้ มีบันไดเลื่อนและลิฟต์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ

Gwangalli Beach (Busan, South Korea)
Gwangalli Beach (Busan, South Korea)

2. การขนส่งไปรษณีย์ต่างๆ เวลาจะซื้อของใช้เข้าบ้านทีอาจต้อง ถ้าอยู่ไทยอาจต้องไปห้างใหญ่ๆ แต่เกาหลีมี Mart ถ้าชาวต่างชาติไม่มีรถ ขนของลำบาก จะมี App นึงที่สะดวกมาก ชื่อว่า “คูปัง” (쿠팡 , Coupang) สมมติสั่งน้ำแพ็กใหญ่ๆ โหลนึง ถ้าสั่งผ่าน App จะถูกกว่าซื้อที่ Mart บางทีสั่ง 4 ทุ่มได้รับของ 7 โมงเช้า ช้าสุดไม่เกิน 1 วัน และไม่มีค่าส่งสักวอน แต่ถ้าสั่งชอปปิงออนไลน์จะต้องเสียค่าส่ง 3,000 วอน
 

3. อาหารเดลิเวอรี่ 24 ชั่วโมง มีทุกอย่างและมีหลาย App ให้เลือก เทียบราคาได้เลย มีโปรโมชันตลอดเวลา เราใช้บ่อยมากช่วงที่ต้องอ่านหนังสือดึกๆ เราสั่งผ่านคาเฟ่

4. คนที่เกาหลีแทบจะใช้ชีวิตกลางคืนเยอะกว่ากลางวันซะอีก หากเป็นในช่วงเวลาปกติที่ไม่มีโควิด พวกเขามักจะชอบนัดกันไปดริงก์สัก 4-5 ร้านต่อเนื่องจนถึงเช้า อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยที่เกาหลีสูงมากอยู่แล้วแม้จะเป็นเวลากลางคืน ไฟฟ้าส่องทั่วถึงตลอดเวลา มีสายไฟทุก 50 เมตร และ CCTV ตามทางจะมีปุ่มที่กดเรียกเจ้าหน้าที่ได้  

5. แฟชั่น คนเกาหลีแต่งตัวเก่ง แต่มักจะมีเทรนด์แต่งตัวตามๆ กัน และคุมโทนสุดๆ ไม่ได้ท้าทายหรือออกนอกกรอบเท่าไหร่ สีหลักๆของคนที่นี่คือเบจขาวดำเท่านั้น

6. ที่เกาหลีการใส่เสื้อผ้าที่โชว์เรือนร่างช่วงล่างไม่ถือว่าโป๊เมื่อเทียบกับการโชว์ด้านบน จะเห็นได้ว่าผู้หญิงเกานี่ใส่กระโปรงสั้นๆกันเยอะมาก แต่แทบจะไม่ค่อยเห็นคนใส่เกาะอก สายเดี่ยวเลย

ยังมีเรื่องในเกาหลีที่น่าสนใจอีกเพียบ! 
ติดตามเจ้าของเรื่องได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้

Ig: @20ksw @20ksw 

Facebook: @takeasipofkorea 

Twitter: @takeasipofkorea 

Youtube Channel: NIGHTINGAIL

ช่องทางหลัก Sogang University

Website:  https://wwwe.sogang.ac.kr/ 

Facebook: @soganguniversity   

Naver: sogangpr 

Youtube: 서강대학교Sogang University

 

พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด