Spoil
- อย่างเพิ่งบอกเลิกถ้ายังอยากแก้ไขและยังอยากพยายาม
- ไม่มีความสัมพันธ์ใดบนโลกนี้ที่จะมีความสุขได้ 100% เต็ม
- การบอกเลิกตอนทะเลาะมักไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริง
เมื่อความรักมีปัญหา หลายครั้งที่เราต้องกลับมาถามใจตัวเองว่า จะเลิกดีมั้ย? จะไปต่อหรือพอแค่นี้? สำหรับคนที่ยังสับสน หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ มาดูกันว่า ถ้าเรายังมีความคิดหรือความรู้สึกแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณที่ตอบได้ว่ายังไม่ถึงเวลาเลิกรา
อย่าเพิ่งบอกเลิกถ้ายังอยากพยายาม
เมื่อมีความรักก็ต้องมีปัญหาตามมาเป็นเรื่องธรรมดา คน 2 คนที่แตกต่างกันย่อมต้องการการปรับตัวเข้าหากันเพื่อให้ลงล็อกได้พอดี มันต้องมีเรื่องให้แก้ไข ปรับตัวไปตลอดแน่ๆ บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ หรือบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้ายังพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแก้ไขไปด้วยกันได้ ก็หมายความว่ายังอยากที่จะทำให้ความรักดีขึ้นอยู่ แต่ถ้าไม่ไหวจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้นก็อาจจะถึงทางตันแล้วล่ะ
อย่าเพิ่งบอกเลิกถ้าไม่มีความสุข
ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักบอกว่า ไม่มีความสัมพันธ์ใดบนโลกนี้ที่จะมีความสุขได้ 100% เต็ม ยิ่งถ้าอยู่กับใครสักคนนานเท่าไหร่ อัตราส่วนระหว่างความสุขและความทุกข์ก็จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกราถ้าความสุขมันลดลง แต่นั่นหมายความว่าความรักครั้งนี้กำลังเดินทางอยู่ในขั้น 'ความเป็นจริง' และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือหาทางปรับความเข้าใจในกันและกันมากขึ้น
อย่าเพิ่งเลิกถ้าทุกปัญหาจบได้ด้วยดี
ทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน ไม่สำคัญเท่าทุกการทะเลาะจบลงยังไง ถ้ามีปัญหาแล้วเคลียร์กันไม่ได้ คุยกันไม่เข้าใจ ก็อาจจะเป็นลางร้ายที่นำไปสู่การเลิกรา แต่ถ้ายังสามารถปรับความเข้าใจกันได้ หาทางออกของปัญหาได้อย่างลงตัว นี่คือสัญญาณที่ดีที่จะทำให้ความรักครั้งนี้ยังไปต่อได้อย่างสวยงาม
อย่าเพิ่งเลิกถ้าการบอกเลิกมาตอนที่กำลังทะเลาะกัน
ถ้ากำลังทะเลาะกัน หรืออารมณ์กำลังเดือด แล้วมีใครคนหนึ่งบอกเลิก อย่าเพิ่งตัดสินใจเลิกอย่าเด็ดขาด! รู้ค่ะว่ากำลังโมโห ไม่อยากจะอยู่ในปัญหาเหมือนกัน แต่ก็อยากให้รู้ไว้ว่า 'การบอกเลิก' นี้ไม่ได้มาจากความต้องการจริงๆ ของหัวใจ แต่มาจากอารมณ์โมโห ขาดการยั้งคิด หรือแค่อยากขู่ก็แค่นั้น ถ้าตัดสินใจอะไรลงไป แล้วอารมณ์เย็นลง ความโมโหหายไป อาจจะรู้สึกเสียใจได้นะ
อย่าเพิ่งเลิกถ้าเหตุผลไม่สมเหตุสมผล
คนเรามีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันในการเลิกรา ถ้านั่นจะใช้เป็นเพียงข้ออ้างในการไม่พอใจคนรัก แต่ก่อนจะใช้มาเป็นเหตุผลในการเลิกกัน อยากให้ถามตัวเองก่อนว่า 'ไม่พอใจเรื่องนั้นจริงๆ ใช้มั้ย?' เช่น ไม่ชอบที่เขาไม่ชอบไปกินบุฟเฟต์ด้วย ก็ใช่ สิ่งนี้คือปัญหา แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นเลิกกันเลยเหรอ ถ้าใจบอกว่าใช่ เป็นเรื่องร้ายแรง ก็เลิกเลยค่ะ! แต่ถ้าคิดดูแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ก็อาจต้องการแค่การปรับตัวเพื่อให้ความรักเดินหน้าต่อไป
อย่าเพิ่งเลิกถ้ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย
เชื่อว่าก่อนจะถึงเวลาเลิกกันจริงๆ หลายคนจะมานั่งชั่งใจว่า ข้อดีหรือข้อเสียของรักครั้งนี้มีมากกว่ากัน ถ้าตาชั่งฝั่งดีมีจำนวนเยอะกว่ามากๆ ก็อาจจะช่วยให้ความรักเดินหน้าไปอย่างสวยงามได้ แต่ข้อควรระวังก็คือต้องมองให้ชัดว่า ข้อดีคือข้อดีจริงๆ ไม่ใช่คิดเข้าข้างตัวเองว่าตรงนั้นตรงนี้ก็ดี เป็นเรื่องที่รับได้ พยายามใช้ตราชั่งหัวใจให้เที่ยงตรงที่สุด
อย่าเพิ่งเลิกถ้ายังทำตัวเหมือนเดิม
การเลิกราคือการตัดคนๆ นั้นออกไปจากชีวิต เพราะงั้นต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมจะใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีเขาคนนั้นได้หรือยัง ถ้าปากบอกว่าเลิกแต่ยังต้องไปเจอกันบ่อยๆ ต้องคุยกันทุกวัน ยังยึดติดกันอยู่เหมือนเดิม การเลิกราก็ไม่ได้มีความหมาย
อย่าเพิ่งเลิกถ้ายังตามติดทุกโซเชียล
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรตัดให้ขาดก็ช่องทางโซเชียลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook instagram twitter หรือโซเชียลใดๆ ถ้ายังต้องตามส่องตลอดเวลา ดูว่าคอมเมนต์ใคร มีกดหัวใจมั้ย แอบไลก์ใครรึเปล่า ถ้ายังเป็นอย่างงี้ก็หมายความว่าเรายังมูฟออนไปไหนไม่ได้ ลองกลับมารักกันดูก่อนมั้ย เผื่ออะไรมันจะเวิร์ก
ถ้าใครอ่านแล้วมีติ๊กถูกหลายข้อ ก็ลองปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อกันและกันก็น่าจะดี เพราะเชื่อว่าในหัวใจยังมีความรักอยู่เยอะมากๆ แต่ถ้าปัญหามันแย่มากจริงๆ การยื้อความรักเอาไว้ก็จะทำให้เจ็บไปเปล่าๆ เอาเป็นว่าพี่แพมขอเป็นกำลังใจให้ชาว Dek-D ทุกคนพบเจอความรักที่ดีๆ ใครมีประสบการณ์ความรักเด็ดๆ ก็อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว มาคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ พี่แพมรออ่านอยู่น้าาาา
ข้อมูลจากhttps://www.businessinsider.com/signs-that-it-wasnt-time-to-break-up-2019-2https://www.elitedaily.com/
1 ความคิดเห็น