ชวน #dek65 ทำ Study Planner วางแผนความฟิต พิชิตข้อสอบ!

สวัสดีค่ะ วันนี้พี่แป้งมีอีกหนึ่งเคล็ด(ไม่)ลับที่น่าสนใจ มาแนะนำน้องๆชาว DEK-D ทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบค่ะ ช่วงเวลาแบบนี้การวางแผนที่ดีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถจัดระเบียบการอ่านหนังสือให้เป็นระบบและสำเร็จตามเป้าหมาย! ซึ่งเคล็ด (ไม่) ลับที่นำมาฝากทุกคนในวันนี้ก็คือ การทำ Study Planner วางแผนการอ่านหนังสือ นั่นเองค่ะ

ชวน  #dek65  ทำ  Study Planner  วางแผนความฟิต พิชิตข้อสอบ!

หลายคนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ Study Planner มาบ้างแล้ว ซึ่งเจ้าตัวนี้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการเขียน Planner หรือ To do list ค่ะ แต่ส่วนมากจะเน้นการวางแผนเรื่องเรียนหรือการอ่านหนังสือในแต่ละวัน เป็นอีกเทคนิคการเรียนที่นักเรียนเกาหลีส่วนใหญ่นิยมใช้กัน เพื่อให้ตัวเองสามารถโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น ซึ่งวันนี้พี่แป้งมีตัวอย่างมาให้น้องๆ ได้ดูกันถึง 2 แบบค่ะ ว่าแต่…Study Planner ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มาดูไปพร้อมๆ กันเลย!

แบบที่ 1 Study Planner รายวัน

Study Planner รายวัน
Study Planner รายวัน

เริ่มต้นด้วยการเขียนคณะในฝันหรือเป้าหมายของเราเอาไว้บนหัวกระดาษก่อนเลยค่ะ  พอเห็นแล้วเราจะได้เกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจอ่านหนังสือ!

ส่วนที่ 1  DATE :  วันที่ปัจจุบัน โดยส่วนนี้จะเขียนเป็นวันที่ในแต่ละวันที่เราอ่านหนังสือ

ส่วนที่ 2 D-DAY : ส่วนนี้จะเป็นวันที่นับถอยหลังวันสำคัญ ก็คือนับถอยหลังอีกกี่วันจะถึงวันสอบนั่นเองค่ะ เช่น อีก 20 จะถึงวันสอบ เราก็เขียน D-20

ส่วนที่ 3 To do list : เป็นการเขียนสิ่งที่จะทำในวันนั้นว่าเราจะทำอะไรบ้าง เช่น อ่านวิชาชีวะ ฝึกทำข้อสอบ PAT 1 และหลังจากที่อ่านหนังสือเสร็จ น้องๆ ก็มาเช็กลิสต์ว่าเราทำสำเร็จตามที่แพลนไว้ไหม ถ้าทำไม่สำเร็จก็อาจจะย้ายไปทำในวันถัดไปแทน

ส่วนที่ 4 Subject/Detail : ในส่วนนี้จะเป็นตารางที่เขียนรายชื่อวิชาและเนื้อหาที่น้องๆ จะอ่านหรือทำโจทย์ในวันนั้น (ทริค แนะนำให้เขียนชื่อวิชาหรือชื่อเรื่องด้วยปากกาสีที่แตกต่างกันค่ะ) และคอลัมน์สุดท้ายของส่วนนี้จะเอาไว้ประเมินตัวเองว่าวันนี้เราทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน เป็นที่พึงพอใจต่อตัวเองหรือยัง สามารถเขียนเป็นคะแนน หรือวาดอิโมจิความรู้สึกต่างๆ ตามความชอบของเราได้เลย  

ตัวอย่าง  การไฮไลท์ Time  Table
ตัวอย่าง  การไฮไลท์ Time  Table

ส่วนที่ 5 Time Table : จุดเด่นของการทำ Study Planner ก็คงเป็นไทม์ไลน์ของเวลาที่ใช้ในการอ่านหนังสือหรือทำโจทย์นั่นเองค่ะ ส่วนนี้มีเอาไว้สำหรับไฮไลท์หรือระบายสีช่วงเวลาตามสิ่งที่เราทำ โดยแต่ละเรื่องเราสามารถแยกเป็นสีต่างๆ (ตามทริคที่ได้แนะนำไปในส่วนที่ 4) เพื่อดูว่าแต่ละเรื่องเราใช้เวลาไปมากน้อยเท่าไหน  

ซึ่งตัวเลขในช่องแนวตั้งเป็นช่องบอก ช่วงเวลาตามนาฬิกา (ชั่วโมง) ส่วนแนวนอนเป็นช่องบอก จำนวนนาที โดยแต่ละช่องแบ่งออกเป็น 10 นาที เช่น น้องๆ เริ่มอ่านชีวะ ตอน 9.30 - 12.30 น. ก็ไฮไลท์เวลา 9.00 ตั้งแต่ช่อง 40 ไปจนถึงเวลา 12.00 ช่อง 30 ตามตัวอย่างเลยค่ะ  

ส่วนที่ 6 Time Total : หลังจากที่อ่านเสร็จจนจบแพลนของแต่ละวัน เราจะมาสรุปจำนวนเวลาที่ใช้ทั้งหมดเอาไว้ในส่วนนี้ โดยบางคนอาจจะมีอุปกรณ์เสริมอย่าง นาฬิกาจับเวลา มาช่วยสรุปเวลาทั้งหมดที่เราใช้ด้วยก็ได้ค่ะ  

ส่วนที่ 7 Note : ส่วนนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ขึ้นอยู่กับน้องๆ เลยค่ะ บางคนอาจจะใช้ส่วนนี้เอาไว้จดคำถามที่สงสัยจากการอ่านในวันนั้น เพื่อไปหาคำตอบในวันถัดไป หรือเป็นพื้นที่เขียนให้กำลังใจตัวเอง เพื่อให้เรามีแรงสู้ระหว่างการเดินทางไปถึงเป้าหมายของเรา

แบบที่ 2 Study Planner รายสัปดาห์

Study Planner รายสัปดาห์
Study Planner รายสัปดาห์

ในส่วนของ Study Planner แบบรายสัปดาห์นั้นไม่ได้มีความต่างจากแบบรายวันมากเท่าไหร่ค่ะ องค์ประกอบหลายๆ อย่างยังคงเหมือนกันอยู่ เพียงแค่ไม่มีส่วนของ To do list และ Note ที่เหลือยังเหมือนเดิมเลยค่ะ โดยหนึ่งหน้ากระดาษจะประกอบไปด้วยตารางอ่านหนังสือทั้งหมด 7 วัน

ซึ่ง Study Planner แบบรายสัปดาห์จะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมดของสัปดาห์นั้นว่าเราแพลนอะไรไว้บ้าง อ่านหรือทำโจทย์วิชาไหนมากน้อยเท่าไหร่ เหมาะสำหรับน้องๆ ที่อยากจะวางแผนล่วงหน้าเอาไว้ทั้งสัปดาห์ และไม่อยากพลิกกระดาษกลับไปดูแพลนของวันก่อนหน้าให้ยุ่งยาก พอจบสัปดาห์จะได้ดูความก้าวหน้าของตัวเองได้ง่ายๆ แล้วแพลนการอ่านของสัปดาห์ต่อไปได้เลย

ข้อดีของการทำ Study Planner

1.การที่เรามีเป้าหมายในแต่ละวันที่ต้องทำให้สำเร็จ จะทำให้เราสามารถโฟกัสการอ่านหนังสือหรือฝึกทำข้อสอบได้มากขึ้น  

2.เราสามารถประเมินตัวเองในทุกๆ วัน และติดตามความก้าวหน้าของตัวเองได้ว่าที่เราอ่านหรือทำโจทย์ไป อ่านไปถึงไหนแล้ว เข้าใจมากน้อยแค่ไหน มีเรื่องไหนที่ควรฝึกฝนเพิ่มเติมหรือเปล่า  

3.เมื่อเรารู้ว่าแต่ละวัน แต่ละเวลา ต้องทำอะไรบ้าง จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วและมีคุณภาพ  

4.ทำให้เราเป็นคนที่มีระเบียบวินัย และได้ฝึกการบริหารจัดการเวลาให้เป็นระบบมากขึ้น  

ตัวอย่างการทำ  Study Planner  ทั้ง 2 แบบ
ตัวอย่างการทำ  Study Planner  ทั้ง 2 แบบ

 

ทั้งหมดนี้ก็คือการทำ Study Planner ที่นำมาฝากน้องๆ ค่ะ แนะนำให้ลองนำไปใช้กันดูนะคะ การวางแผนที่ดีจะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้อย่างราบรื่น แม้ว่าระหว่างทางอาจจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ถ้าน้องๆ เตรียมตัวมาดีและเต็มที่กับมัน พี่แป้งเชื่อว่าผลลัพธ์ของการทุ่มเทอย่างเต็มที่จะทำให้เราสอบติดแน่นอนค่ะ!

 

พี่แป้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น