
อันยองครับน้องๆ ชาว Dek-D หลายปีที่ผ่านมานี้ต้องบอกว่า ‘เกาหลีใต้’ นั้นเป็นอีกประเทศที่มีอิทธิพลต่อโลกทั้งในแง่เศรษฐกิจและวัฒนธรรม จนขึ้นแท่นอันดับ 4 ของเอเชียและอันดับ 10 ของโลก และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนต่างจับตามองการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่กันอย่างมาก และล่าสุดเราก็ได้ทราบผลว่า “ยุน ซอกยอล” เป็นผู้ชนะไปสดๆ ร้อนๆ ว่าแต่เขาเป็นใคร มีนโยบายอะไรน่าจับตามองบ้าง ตามมาทำความรู้จักกันเลยครับ
ยุนซอกยอล (윤석열) เกิดปี 1960 ปัจจุบันมีอายุ 61 ปี และเป็นตัวแทนจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้านแนวอนุรักษ์นิยม เพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 20 ของเกาหลีใต้ เขาจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ที่ Seoul National University มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ และอันดับ 36 ของโลก จากการจัดอันดับโดย QS Global World Rankings 2022
Photo Credit: 국회사진기자단
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าสูสีสุดๆ เพราะยุน ซอกยอล ได้เฉือนชนะไปด้วยคะแนน 48.56% ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ‘อี แจมยอง’ อดีตผู้ว่าการจังหวัคยองกี ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยของเกาหลี (พรรครัฐบาลปัจจุบันของนายมุน แจอิน) ที่ได้คะแนนไป 47.83% // เรียกว่าเฉือนไปนิดเดียวจริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นผู้นำสืบสวน ‘พัคกึนฮเย’ อดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ (และเป็นบุตรสาวของ ‘พัค จองฮี’ อดีตผู้นำเผด็จการทหาร) ซึ่งถูกถอดออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2017 จากคดีทุจริตอันอื้อฉาวที่ทำให้มวลมหาประชาชนเกาหลีจำนวนมากได้ออกมาตั้งขบวนประท้วงเพื่อขับไล่เธอ
[อ่านต่อ] สรุปมหากาพย์ดราม่า ‘พัก กึนฮเย’ ประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
ช่วงปี 2019-2021 นายยุนเคยได้รับเลือกจาก ‘มุน แจอิน’ เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น ‘อัยการสูงสุดแห่งเกาหลีใต้’ แต่เขาได้ทำการสอบสวนคนในรัฐบาลของนายมุน จนทำให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมต้องลาออกจากตำแหน่ง
จับตานโยบายการต่างประเทศ
นโยบายการต่างประเทศเป็นเรื่องที่เขาถูกจับตามองมากที่สุด เพราะยุน ซอกยอล ได้กล่าวว่าจะให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาเป็นพิเศษ พร้อมร่วมมือกับประเด็น ‘New Frontier (พรมแดนใหม่)’ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
นอกจากนี้เขายังสนับสนุนการติดตั้ง ‘THADD’ (Terminal High Altitude Area Defense System) ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นระบบยิงสกัดขีปนาวุธของสหรัฐฯ ซึ่งความจริงแล้วการติดตั้ง THAAD นั้นเคยดำเนินการในยุคของพัคกึนฮเย เพื่อป้องกันการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ แต่นั่นกลับสร้างความบาดหมางใหญ่โตให้กับ ‘จีน’ เพราะว่าระบบนี้มีเรดาร์ที่สามารถทะลุทะลวงถึงดินแดนมังกรใหญ่ได้นั่นเอง จึงทำให้ทางจีนได้ออกมาตอบโต้ด้วยการแบนเกาหลีใต้ทุกอย่าง เรียกว่าเป็นประเด็นใหญ่โตที่กระทบเศรษฐิจของเกาหลีอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบันเทิง
ด้าน ‘ญี่ปุ่น’ ก็เป็นอีกประเทศสำคัญที่นายยุนให้ความสำคัญ โดยเขาบอกว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นขึ้น
นโยบายสำหรับวัยทำงาน
หลายคนอาจทราบมาบ้างว่าราคาการซื้อขายบ้านในเกาหลีนั้นสูงมาก จึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกเช่าอาศัยในอะพาร์ตเมนต์ แต่นับวันค่าที่อยู่อาศัยก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น นายยุนจึงได้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนโยบายนี้อาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนรวยและคนที่มีบ้านหลายหลัง และเขายังมีนโยบายสร้างบ้าน 2.5 ล้านหลัง รวมถึงบ้านหลังเล็กๆ ที่มีราคาต่ำกว่าตลาด เพื่อให้คนรุ่นใหม่ในวัย 20-30 ปี ให้สามารถซื้อได้อีกด้วย
เกาหลีใต้ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกประเทศที่ทำงานหนัก ที่ผ่านมามีแรงงานจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้ออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับยุน ซอกยอล ได้กล่าวว่าเขาจะยกเลิก ‘กฎหมายลดชั่วโมงทำงานสูงสุด 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์’ เพราะมองว่ากฎหมายนี้ไม่สมเหตุสมผลกับสำหรับคนงานที่ไม่มีทักษะ และอาจทำลายระบบอุตสาหกรรมในประเทศได้ และนั่นจึงทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะคนเกาหลียุคใหม่ต่างต้องการ Work-Life Balance หรือความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานมากขึ้น
นโยบายดึงคะแนนเสียงจากผู้ชาย
หลายปีที่ผ่านมา ‘แนวคิดสตรีนิยม (Feminism)’ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในประเทศเกาหลีใต้ หลังจากมีผู้หญิงจำนวนมากได้ออกมาเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืนเพื่อความเสมอภาคทางเพศในสังคมมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ถูกต่อต้านอย่างหนักจากผู้ชายและคนกลุ่ม Anti-Feminist จำนวนมาก อีกทั้งพวกเขายังมองว่า “นโยบายของมุนแจอินเป็นมิตรกับสตรีมากไป”
“ผู้ชาย 83.3% ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลมุนแจอิน เพราะเห็นว่า ‘มีความเป็นมิตรกับสตรีมากเกินไป’ มีหลายนโยบายที่ดูเหมือนต้องการทลายเพดานแก้ว(=อุปสรรคที่มองไม่เห็น) ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้บริษัทมีการแต่งตั้งผู้หญิงขึ้นมาทำงาน การพยายามทำให้คณะรัฐมนตรีมีผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น หรือการประกาศขยายอายุคดีความทางเพศ เป็นต้น จากนโยบายเหล่านี้ทำให้ผู้ชายคิดว่าตัวเองสูญเสียโอกาสในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย”
อ้างอิงจากบทความ “ผู้ชาย vs. เฟมินิสต์: เปิดปมความเกลียดชังทางเพศที่ฝังรากในสังคมเกาหลีใต้” (2021)
ดังนั้น ทางพรรคฝ่ายค้านของยุนซอกยอล จึงได้ชูนโยบายที่เรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้ชายมากขึ้น เช่น การปรับเงินเดือนเกณฑ์ทหารขึ้นมาเป็น 2 เท่า และเขายังให้คำมั่นสัญญาว่าจะยุบกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศและครอบครัว ถ้าหากตนเองได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 20 ของเกาหลีใต้อีกด้วย
สำหรับการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายยุน ซอกยอล จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พ.ค. 65 นี้ แต่เราก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่าการบริหารของรัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร เพราะว่ากันว่าจำนวนสภาผู้แทนราษฎรยังเป็นคนจากพรรรคประชาธิปไตยเกาหลีซึ่งครองเสียงเป็นจำนวนมากอยู่ครับ
Source:https://www.washingtonpost.com/world/2022/03/09/south-korea-yoon-suk-yeol-president/https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/03/803_325233.html https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/03/803_325237.html https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/03/803_325235.html https://www.washingtonpost.com/world/2022/03/08/south-korea-presidential-elections-yoon-feminist/ http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20220310000718 https://www.dek-d.com/studyabroad/58315/ https://www.hankyung.com/politics/article/202112016614i
0 ความคิดเห็น