อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการเลือกคณะเพื่อจัดอันดับใน Admission รอบ 3 ก็คือการศึกษาเรื่อง "รูปแบบคะแนน" เพราะบางคณะ บางสาขา สามารถยื่นได้มากกว่า 1 รูปแบบ เช่น เลือกรูปแบบพื้นฐานวิทย์, รูปแบบพื้นฐานศิลป์ บางที่เรียกว่า รูปแบบเลือกสอบคณิตศาสตร์ รูปแบบเลือกสอบภาษาต่างประเทศ แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร น้องๆ ควรจะดูช่องจำนวนรับด้วยว่าเป็น "คณะปีกกา" หรือไม่
คณะปีกกา คือ คณะมีการใช้เครื่องหมายปีกกาในช่องจำนวนรับ โดยปีกกานั้นจะคร่อมสาขาต่างๆ เอาไว้ หมายความว่า รหัสสาขาที่ถูกคร่อมไว้ทั้งหมด จะรับภายใต้จำนวนร่วมกัน หรือ พูดง่ายๆ ว่าต้องแย่งที่นั่งกันนั่นเอง คณะปีกกา สำคัญยังไงกับแอดมิชชั่น และต้องทำยังไงเมื่อคณะที่เราอยากเข้าเป็นคณะปีกกา มาอ่านกันต่อเลยค่ะ
ทำความรู้จัก คณะปีกกา
คณะปีกกาคืออะไร สำคัญยังไง
จากที่ได้บอกไปแล้วว่า คณะปีกกาคือคณะที่มีจำนวนรับร่วมกันไม่ว่าจะเปิดกี่รูปแบบก็ตาม ผู้สมัครที่ยื่นด้วยรูปแบบต่างๆ จะต้องมาแย่งที่นั่งกันเอง จึงเป็นคณะที่คาดเดาแนวโน้มของคะแนนได้ยาก เพราะคะแนนแต่ละวิชาก็มีสถิติที่ต่างกัน บางปีคะแนนภาษาต่างประเทศอาจง่าย คนที่ยื่นด้วยรูปแบบภาษาต่างประเทศอาจได้เปรียบ ในขณะที่บางปี คณิตศาสตร์อาจง่าย คนที่ยื่นด้วยรูปแบบวิชาคณิตศาสตร์อาจได้เปรียบ ดังนั้น การรับคณะปีกกาจึงเป็นความลุ้นอย่างหนึ่งของการเลือกคณะในแอดมิชชั่นเลยค่ะ
ซึ่งคณะที่เป็นคณะปีกกาจะเป็นคณะสายศิลป์ค่ะ เช่น มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งจะมีรูปแบบการรับที่มากกว่า 1 รูปแบบ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ทุกแห่งจะรับแบบปีกกา เพราะบางทีก็แยกจำนวนรับแต่ละรูปแบบอย่างชัดเจน ดังนั้นน้องๆ จึงต้องสังเกตก่อนสมัครค่ะ
เมื่อเจอคณะปีกกา เลือกรูปแบบที่คะแนนสูงที่สุด
เมื่อเจอคณะปีกกา น้องๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ สามารถเลือกได้ตามปกติทุกอย่าง แต่พี่มิ้นท์แนะนำให้เลือกเพียง 1 รูปแบบที่เราได้คะแนนสูงสุด เพราะ ในเมื่อการยื่นทุกรูปแบบจะต้องมาแข่งกันเองอยู่แล้ว ก็เลือกเฉพาะอันดับที่คะแนนสูงสุดก็พอ เพราะถ้ายื่นด้วยคะแนนสูงสุดไปแล้ว หากสอบไม่ติด รูปแบบที่ยื่นเข้ามาด้วยคะแนนต่ำกว่าก็ต้องไม่ติดด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น น้องเด็กดี ยื่นเข้ามา 2 รูปแบบ คือ เลือกสอบคณิตศาสตร์ 20,022 คะแนน และเลือกสอบภาษาต่างประเทศได้ 19,555 คะแนน เมื่อเลือกเข้ามาแล้วระบบจะเขย่าคะแนนของทุกคนรวมกัน และคัดคนที่คะแนนสูงสุดตามจำนวนรับเข้าไปเรียน เช่น
สมมติคณะ A รับ 5 ที่นั่ง
คะแนนลำดับที่ 1 21,133 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบคณิตศาสตร์)
คะแนนลำดับที่ 2 21,075 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบภาษาต่างประเทศ PAT ญี่ปุ่น)
.
คะแนนลำดับที่ 5 20,412 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบภาษาต่างประเทศ PAT จีน)
.
คะแนนลำดับที่ 8 20,022 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบคณิตศาสตร์)* (คะแนนของน้องเด็กดี)
คะแนนลำดับที่ 9 20,000 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบคณิตศาสตร์)
.
คะแนนลำดับที่ 12 19,555 (ยื่นด้วยรูปแบบเลือกสอบภาษาต่างประเทศ)* (คะแนนของน้องเด็กดี)
จากตัวอย่างจะเห็นว่า ถ้าน้องเลือกยื่นคณะปีกกาไป 2 รูปแบบ ระบบจะเขย่าคะแนนทุกรูปแบบรวมกันโดยเรียงจากมากไปน้อย เมื่อคณะนี้รับได้ 5 ที่นั่งก็จะคัดคนที่คะแนนสูงสุดเข้าไปโดยไม่สนว่า เลือกรูปแบบใด ดังนั้นหากเรียงลำดับแล้ว รูปแบบคะแนนที่เราได้คะแนนสูงสุด ยังสอบไม่ติด รูปแบบที่ได้คะแนนน้อยกว่าก็จะไม่ติดด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่า เลือกแค่รูปแบบที่คะแนนสูงสุด แล้วเอาอันดับที่เหลือไปเลือกคณะอื่นดีกว่าค่ะ
เลือกมากกว่า 1 รูปแบบได้มั้ย
จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีข้อห้ามว่าห้ามเลือกคณะปีกกามากกว่า 1 รูปแบบค่ะ ตราบใดที่มีคะแนนครบทุกเกณฑ์ก็สามารถยื่นได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่ควรทำ เพราะน้องจะเสียอันดับไปฟรีๆ อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า เราควรเลือกรูปแบบที่คะแนนสูงสุดเพราะเป็นคะแนนที่มีโอกาสสอบติดสูงสุดนั่นเอง
พี่มิ้นท์หวังว่าน้องๆ จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับคณะปีกกามากขึ้นและจะไม่ลืมนำทริคนี้ไปใช้ตอนจัดอันดับแอดมิชชั่นนะคะ เพราะถึงแม้ว่าน้องๆ จะมีสิทธิ์ในการสมัครหลายรูปแบบ แต่ถ้าเจอคณะปีกกาเมื่อไหร่ ให้เลือกแค่อันเดียว จะได้ไม่เสียอันดับฟรีค่ะ เรื่องเล็กๆ แค่นี้แต่ก็ทำให้น้องๆ มีอันดับเหลือเพื่อเลือกคณะอื่นต่อไป บทความของเว็บเด็กดียังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ อย่าลืมติดตามกันต่อนะคะ^^
0 ความคิดเห็น