สวัสดีค่ะ ผ่านพ้นช่วงหยุดยาว เทศกาลแห่งความสุขผ่านไป น้องๆ #dek65 หรือน้องๆ เด็กซิ่วที่จะสมัคร TCAS65 ก็ได้รู้ผลการสอบไปเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมเข้าสู่ TCAS รอบ 3 Admission เต็มตัว!
แน่นอนว่าเมื่อผลคะแนนออก คนที่ได้คะแนนดี ก็ไม่มีเรื่องต้องหนักใจเพราะคะแนนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จะเลือกคณะอะไรก็ได้ แต่สำหรับคนที่ได้คะแนนไม่ดี แม้จะมีให้เลือกถึง 10 อันดับ ก็ไม่มั่นใจ! เพื่อเป็นการอุดปัญหาความกลัวต่างๆ วันนี้พี่มิ้นท์ขอมาแนะนำเคล็ดไม่ลับในการจัดอันดับ สำหรับคนที่คิดว่าคะแนนตัวเองไม่เยอะ จะสู้คนอื่นไม่ได้ ไม่ต้องกลัวค่ะ มีทางออกแน่นอน!
ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องรู้
1. การคำนวณคะแนนแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน ไม่ได้เต็ม 30,000 ทุกแห่ง ปกติแล้วคะแนนแอดมิชชั่น หากเป็นเกณฑ์ Admission 2 จะมีฐานคะแนน 30,000 คะแนนทุกมหาวิทยาลัย แต่ปีนี้คะแนนเต็มจะแตกต่างกัน บางมหาวิทยาลัยเต็ม 30,000 บางแห่งคะแนนเต็ม 10,000 บางแห่งคะแนนเต็ม 100 บางแห่งก็ใช้วิธีนำคะแนนดิบบวกกันเลย การรู้ข้อนี้ทำให้น้องๆ ไม่เอาคะแนน ม.นี้ ไปเทียบกับคะแนนอีก ม. นึง ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ ดังนั้น อยากเข้า ม.ไหน ให้ไปดูคะแนนต่ำสุดของมหาวิทยาลัยนั้นเท่านั้น
2. ปีนี้ปรับรอบ Admission เป็นแค่รอบเดียว (ปี 64 มีเกณฑ์ Admission 1 และ Admission 2) ประเด็นนี้เว็บเด็กดีพูดย้ำกันหลายครั้งมากๆ ค่ะ เพราะอยากให้น้องๆ จำได้ เมื่อเหลือเพียงรอบเดียว จะส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจเลือกเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งมาใช้ในปีนี้ แต่บางที่ก็ปรับเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่าหากเปลี่ยนเกณฑ์ การคาดการณ์คะแนนของปีนี้ก็จะยากขึ้นไปอีก เพราะไม่มีสถิติให้เทียบนั่นเอง
3. มีการประมวลผล 2 ครั้ง การประมวลผล 2 ครั้ง คือ การที่น้องๆ สอบไม่ติดในครั้งแรก หรือ ไม่พอใจกับผลการคัดเลือกครั้งแรก อยากประมวลผลอีกครั้ง (โดยใช้ชุดอันดับเดิม) ก็สามารถทำได้ หากมีการสละสิทธิ์ของคนที่ติดในอันดับก่อนหน้า ก็มีโอกาสที่คณะนั้นๆ จะมีการประมวลผลใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ จะมีการอธิบายอีกครั้งแบบละเอียดด้วยค่ะ การประมวลผล 2 ครั้ง จะเพิ่มโอกาสสอบติดให้กับน้องๆ ได้ ดังนั้น ในการจัดอันดับ ควรจัดด้วยความตั้งใจและเลือกสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด เพราะทุกคนมีโอกาสถึง 2 ครั้ง!
เทคนิคการจัดอันดับให้ปลอดภัย ฉบับคนได้คะแนนไม่เยอะ
ต้องยอมรับว่า ถ้าเราได้คะแนนน้อย เราอาจจะเสียเปรียบในการเลือกมหาวิทยาลัยที่คะแนนสูงและคู่แข่งเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดโอกาสสอบติด เพราะถ้าน้องๆ มีการวางอันดับที่ปลอดภัย เลือกคณะที่มีคะแนนใกล้เคียงกับเรา ยังไงก็สอบติดแน่นอนค่ะ และนี่คือ 5 เทคนิคที่พี่มิ้นท์นำมาฝากน้องๆ ในวันนี้
เคล็ดลับที่ 1 : ก่อนเลือกคณะ อย่าลืมเช็กเกณฑ์ 64 กับ 65 ก่อนเสมอ
หากน้องๆ ศึกษาเกณฑ์ TCAS65 แล้ว เป็นเรื่องที่ดีแล้วค่ะ แต่ทริคข้อแรกนี้ พี่มิ้นท์อยากให้น้องๆ ย้อนกลับไปดูเกณฑ์ของ TCAS64 เพื่อเปรียบเทียบกันด้วย
เปรียบเทียบเพื่ออะไร? เพื่อดูว่าเกณฑ์ของคณะที่เราจะเข้า มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทุกๆ การเปลี่ยนแปลง มันมีผลตามมาเสมอค่ะ เช่น
- ถ้าเกณฑ์เปลี่ยนไปใช้คะแนนที่ยากขึ้น คะแนนปีนี้ก็อาจจะมีแนวโน้มลดลง ซึ่งถ้าคะแนนของเราไม่สูงมาก ก็อาจจะยังพอมีลุ้นให้เลือกวางในอันดับสูงๆ ได้ค่ะ
- ถ้าเกณฑ์เปลี่ยนไปใช้คะแนนที่ง่ายขึ้น คะแนนปีนี้ก็อาจจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะเมื่อคะแนนมันเฟ้อ ทุกคนได้คะแนนเพิ่มขึ้นหมด โอกาสที่คะแนนเพิ่มขึ้นก็มีจริงมั้ยคะ แน่นอนว่าถ้าเรารู้ข้อมูลนี้ เราก็อาจจะเลี่ยงเอาคณะนี้ไว้ท้ายๆ นั่นเองค่ะ
และที่สำคัญที่สุด หากน้องๆ เปรียบเทียบเกณฑ์แล้วพบว่า เกณฑ์ยังเหมือนเดิมกับ Admission1 100% หรือค่อนข้างใกล้เคียง น้องๆ ก็จะสามารถเทียบคะแนนของเรากับคะแนนปี 64 ได้ด้วย ก็จะมีประโยชน์ต่อการจัดอันดับมากๆ ค่ะ
เคล็ดลับที่ 2 : ปรับแนวทางการจัด 10 อันดับ
การปรับแนวทางการจัด 10 อันดับในที่นี้ คือ การปรับให้มีโอกาสแอดมิชชั่นติดมากขึ้น จากเดิมที่เคยวางแผนไว้ อาจจะอยากได้คณะในฝันที่เป็นคณะดัง ม.ดัง ทุกคณะ ก็อาจจะปรับให้ เป็นคณะในฝันครึ่งนึง และคณะที่คะแนนถึงอีกสักครึ่งนึง เพื่อความปลอดภัยค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น
ตัวอย่างการจัดอันดับ
อันดับ 1 คณะในฝัน อยากเรียนมากๆ เลือกได้ไม่ต้องสนคะแนน
อันดับ 2 คณะในฝัน อยากเรียนมากๆ เลือกได้ไม่ต้องสนคะแนน
อันดับ 3 คณะในฝัน อยากเรียนมากๆ เลือกได้ไม่ต้องสนคะแนน
อันดับ 4 คณะในฝันรองลงมา เมื่อเทียบคะแนนแล้ว อยู่คาบเส้น บวก/ลบ จากคะแนนปีที่แล้วนิดหน่อย แต่ถ้าคะแนนบวกได้จะยิ่งดี
อันดับ 5 คณะในฝันรองลงมา เมื่อเทียบคะแนนแล้ว อยู่คาบเส้น บวก/ลบ จากคะแนนปีที่แล้วนิดหน่อย แต่ถ้าคะแนนบวกได้จะยิ่งดี
อันดับ 6 เป็นคณะที่อยากเรียนรองลงมาหรือเรียนได้ไม่มีปัญหา แต่เทียบคะแนนกับปีที่แล้ว (หากไม่เปลี่ยนเกณฑ์หรือเปลี่ยนเกณฑ์นิดหน่อย) ต้องได้คะแนนมากกว่าค่อนข้างมาก คะแนนห้ามเป็นลบแล้ว
อันดับ 7 เป็นคณะที่อยากเรียนรองลงมาหรือเรียนได้ไม่มีปัญหา แต่เทียบคะแนนกับปีที่แล้ว (หากไม่เปลี่ยนเกณฑ์หรือเปลี่ยนเกณฑ์นิดหน่อย) ต้องได้คะแนนมากกว่าค่อนข้างมาก คะแนนห้ามเป็นลบแล้ว
อันดับ 8 เป็นคณะที่เราได้คะแนนมากกว่าปีที่แล้วเยอะ หรือ คณะที่มั่นใจว่าติดแน่ๆ 100% โดยดูจากคะแนนของคณะว่า คะแนนไม่สูงคงที่มาหลายปี หรือ จำนวนคู่แข่งมีไม่เยอะ เป็นต้น
อันดับ 9 เป็นคณะที่เราได้คะแนนมากกว่าปีที่แล้วเยอะ หรือ คณะที่มั่นใจว่าติดแน่ๆ 100% โดยดูจากคะแนนของคณะว่า คะแนนไม่สูงคงที่มาหลายปี หรือ จำนวนคู่แข่งมีไม่เยอะ เป็นต้น
อันดับ 10 เป็นคณะที่เราได้คะแนนมากกว่าปีที่แล้วเยอะ หรือ คณะที่มั่นใจว่าติดแน่ๆ 100% โดยดูจากคะแนนของคณะว่า คะแนนไม่สูงคงที่มาหลายปี หรือ จำนวนคู่แข่งมีไม่เยอะ เป็นต้น
การจัดอันดับรูปแบบนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งนะคะ น้องๆ สามารถออกแบบการจัดอันดับของตัวเองได้ แต่ในเคสที่เราได้คะแนนสอบน้อย พี่มิ้นท์เลยอยากมีพื้นที่ให้กับคณะที่เรามีโอกาสติดสูงเยอะหน่อยค่ะ^^
เคล็ดลับที่ 3 : ไม่เลือกคณะเปิดใหม่หรือเปลี่ยนเกณฑ์ 100% ไว้ 2-3 อันดับท้าย
ข้อต่อมา เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ TCAS64 แล้ว ถ้าพบว่า เกณฑ์ในปี 65 ไม่มีอะไรเหมือนกับปี 64 เลย เรียกง่ายๆ ว่า เปลี่ยนเกณฑ์ 100% เช่น
- ปี 64 ใช้เกณฑ์ GAT + PAT1
- ปี 65 ใช้เกณฑ์ วิชาสามัญ ไทย + สังคม + อังกฤษ
ยกตัวอย่างง่ายๆ แบบนี้ ถ้าเจอคณะที่เปลี่ยนเกณฑ์ 100% ไม่ควรเลือกคณะนั้นไว้ 2-3 อันดับท้ายของเราค่ะ เช่น ถ้าจะเลือก 10 อันดับ ก็ไม่ควรวางไว้อันดับ 8-10 หากจะเลือกแค่ 8 อันดับ ก็ไม่ควรวางไว้อันดับที่ 6-8 เป็นต้น
เพราะคณะที่มีการเปลี่ยนเกณฑ์แบบ 100% นั่นหมายความว่าจะไม่สามารถเทียบคะแนนเก่าของปีที่แล้วหรือปีก่อนๆ ได้เลย ก็มีค่าเท่ากับเป็นคณะเปิดใหม่ ซึ่งเราจะไม่สามารถรู้แนวโน้มคะแนนของคณะนั้นๆ ได้ว่าปีนี้จะไปในทิศทางไหน ต่อให้น้องๆ ไปถามคณบดีของคณะ ท่านก็ตอบไม่ได้แน่นอนค่ะ^^ ดังนั้นจำไว้ว่านี่คือกฎสำคัญเลย ห้ามวางคณะใหม่หรือคณะเปลี่ยนเกณฑ์ไว้อันดับท้ายๆ เพื่อความปลอดภัย!
เคล็ดลับที่ 4 : เลือก/เปลี่ยน คณะที่มีโอกาสติดมากขึ้น
"คณะเดียวกันต่างมหาวิทยาลัย คะแนนก็ต่างกัน" หลายคนรู้ความจริงข้อนี้อยู่แล้ว นี่จึงเป็นเคล็ดลับขั้นพื้นฐานที่จะทำให้น้องๆ ยังได้เรียนในคณะที่ต้องการ คือ ถ้าดูแล้วไม่สามารถเลือก ม. เดิมได้ ก็แค่เปลี่ยนสถาบันเท่านั้นเองค่ะ
หรือในกรณีที่คะแนนไม่ถึงคณะนั้นจริงๆ ก็สามารถเปลี่ยนไปในกลุ่มคณะที่ใกล้เคียงได้นะคะ เช่น ถ้าอยากเรียนสาขาบัญชีหรือบริหาร แม้จะดูหลายๆ สถาบันแล้วคะแนนก็ยังไม่ถึง ถ้ายังชอบด้านคณิตศาสตร์อยู่ ก็สามารถไปดูคะแนนของสาขาการตลาด การจัดการได้ เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 5 : คณะปีกกาเลือกเพียง 1 รูปแบบที่คะแนนสูงสุด
หากใครอ่านบทความเรื่องคณะปีกกามาแล้ว ข้อนี้ก็คงพอเข้าใจบ้างแล้ว เพราะคณะปีกกา คือ คณะที่เปิดรับหลายรูปแบบแต่ทุกรูปแบบจะต้องมาแย่งชิงที่นั่งกันเอง ก็ให้น้องๆ เลือกรูปแบบที่คะแนนสูงสุดมาเพียงรูปแบบเดียว
ทริคนี้พี่มิ้นท์อยากให้น้องๆ จำให้แม่น โดยเฉพาะน้องๆ ที่รู้สึกว่าคะแนนตัวเองน้อย แม้ว่าเราจะมีคะแนนยื่นได้ครบทุกรูปแบบที่คณะเปิด แต่ถ้าจะเลือกคณะที่เป็นคณะปีกกา ก็ต้องเลือกรูปแบบที่ได้คะแนนสูงสุดเพียงรูปแบบเดียว แล้วเอาอันดับที่เหลือไปเลือกคณะหรือสาขาที่เรามีโอกาสจะดีกว่า
เคล็ดลับที่ 6 : ไม่เลือกคณะที่รับน้อยลง หรือ รับน้อยมากๆ ไว้ 2-3 อันดับท้าย
หากเปรียบเทียบง่ายๆ ว่าน้องจะไปลุ้นโชคจับฉลาก โดยของรางวัลชิ้นแรกแจกจะจับฉลากแจกแค่ 2 ชิ้น และรางวัลที่ 2 จะจับฉลากแจก 20 ชิ้น เป็นน้องๆ จะอยากลุ้นรางวัลไหนมากกว่ากันคะ? พี่มิ้นท์เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็จะเลือกแจก 20 ชิ้นใช่มั้ยคะ เพราะดูมีโอกาสมากกว่า
ในการจัดอันดับแอดมิชชั่นก็เช่นเดียวกันค่ะ หลายคณะประกาศรับเพียง 1-2 ที่นั่ง บางคณะจำนวนรับเยอะก็จริง แต่พอไปเทียบกับจำนวนรับปีที่แล้ว อาจจะรับลดลงมาเยอะเลย เช่น จากที่เคยรับ 100 คน มาปีนี้รับแค่ 60 คน บางคณะเคยรับ 20 คนปีนี้เหลือรับแค่ 7 คน เป็นต้น
หากน้องๆ เจอคณะที่รับน้อย หรือ รับน้อยลงจากปีก่อนมากๆ สิ่งที่ควรทำคือ ไม่ไว้ 2-3 อันดับสุดท้ายค่ะ เพราะถ้าหากโชคร้าย อันดับบนๆ ไม่ผ่านการคัดเลือกเลย แล้วมาเจอคณะที่รับน้อย(ซึ่งจะมีอัตราการแข่งขันสูง) จะยิ่งเสี่ยงหลุดทั้ง 10 อันดับค่ะ ดังนั้น หากใครมีคณะที่รับน้อยหรือยอดรับน้อยลง ควรวางไว้อันดับ 1-7 เพื่อเหลือพื้นที่ให้ 3 อันดับสุดท้ายเป็นแนวพื้นที่ปลอดภัยว่าต้องสอบติดแน่ๆ
สำหรับน้องๆ ที่ทราบคะแนนสอบแล้ว ใครที่ได้คะแนนดีพี่มิ้นท์ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ แต่ถ้าใครคะแนนยังไม่น่าพอใจ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเสียใจหรือโทษตัวเองแล้วค่ะ ถึงจะไม่ได้อย่างที่หวังแต่เราต้องเดินหน้าต่อ ที่สำคัญโอกาสข้างหน้ายังมีอีกมากมาย ขอแค่ให้เวลากับการหาข้อมูลมากหน่อย พี่มิ้นท์มั่นใจว่าทุกคนจะแอดมิชชั่นติดแน่นอน
6 ความคิดเห็น
มีประโยชน์มากมายครับ
ถ้าคณะหนึ่งมีหลายเกณฑ์ เช่น เศรษฐศาสตร์ มธ.
สามารถยื่นได้แค่เกณฑ์เดียวใช่มั้ยครับ
ขอบคุณครับ มีประโยชน์มากครับ
ปัญหาคือหลายๆมหาวิทยาลัยมีการปรับเกณฑ์และเกณฑ์ของปี 64 ก็ไม่มีเผยแพร่แล้ว ทำให้ขาดข้อมูลในการเปรียบเทียบเกณฑ์การคัดเลือก
ทปอ. ทำระบบให้มันคงที่หน่อยเถอะ เปลี่ยนบ่อยจนตามไม่ทันแล้ว
สุดท้ายผมก็เลือกผิดครับตอนนี้ปี2 แล้่ว