สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน วันนี้พี่แป้งมีเทคนิคการจดบันทึกดีๆ ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว! มาฝากค่ะ เป็นเทคนิคการจดบันทึกที่ใช้สมุดเพียงหนึ่งเล่มเท่านั้นก็สามารถจัดสรรชีวิตที่วุ่นวาย ไร้แบบแผน ของเราให้เป็นระบบ และมีระเบียบมากขึ้น ซึ่งเทคนิคที่ว่านั่นก็คือ “การจดบันทึกแบบ Bullet Journal” นั่นเองค่ะ
ขอแนะนำ! เทคนิคจัดระเบียบชีวิต พิชิตเป้าหมาย ด้วย Bullet Journal
หลายคนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ Bullet Journal มาบ้างแล้ว ซึ่งการจดบันทึกแบบนี้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการเขียน Planner ค่ะ แต่ก็จะความแตกต่างกันพอสมควร ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยนึงที่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ทั้งการเรียน การเตรียมตัวสอบ การทำงาน รวมไปถึงการพัฒนาตัวเอง ว่าแต่…Bullet Journal จะมีลักษณะเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
จุดกำเนิดของ Bullet Journal
เริ่มมาจากผู้ที่คิดค้นการจดบันทึกดังกล่าว Ryder Carroll เล่าว่า สมัยเด็กเขาเป็นโรคสมาธิสั้น (ADD) จึงทำให้เขาไม่มีสมาธิและไม่ค่อยโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ จนกระทบกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเขาได้สังเกตเพื่อนๆ รอบตัวที่ประสบความสำเร็จ แต่ละคนมีสมุดประจำตัวหนึ่งเล่มไว้จดสิ่งต่างๆ จึงทำให้เขาเริ่มสนใจความมีระเบียบวินัยมากขึ้น
ดังนั้นเขาจึงพยายามลองผิดลองถูก และพัฒนาการจดบันทึกจนกลายมาเป็นวิธีการจัดระเบียบความคิดในแบบของตัวเอง ทำให้เขาสามารถโฟกัสกับการทำงานได้มากขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ เขาจึงเล่าวิธีการที่คิดนี้ให้เพื่อนนำเอาไปใช้ เมื่อเพื่อนๆ ได้ฟังวิธีการที่เขาคิดค้นจึงบอกว่า “โลกต้องรู้เรื่องนี้ เธอต้องบอกวิธีนี้ให้โลกรู้!” หลังจากนั้นมาเทคนิคการจดบันทึกแบบ Bullet Journal จึงกลายมาเป็นวิธีจดบันทึกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
Bullet Journal คืออะไร?
Bullet Journal มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “BUJO (บูโจ)” เป็นวิธีจดบันทึกและจัดเก็บข้อมูลด้วยมือลงสมุดหนึ่งเล่ม เพื่อใช้วางแผนจัดระเบียบชีวิต จัดลำดับความคิด และสิ่งที่ต้องทำ คล้ายๆ กับการเขียน to-do list เลยค่ะ แต่บูโจจะถูกจัดให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยแบ่งไปตามหัวข้อที่กำหนดเอาไว้ เราสามารถออกแบบได้ตามสไตล์ของตัวเองได้เลย
ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่สนใจอยากจะจัดระเบียบชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน รวมไปถึง #dek66 ที่ต้องการวางแผนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบ ก็สามารถใช้การเขียนบูโจเป็นตัวช่วยในการวางแผนได้ นอกจากนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องจดเรื่องงาน หรือการบ้านอย่างเดียว สามารถจดเป็นไดอารี่ บันทึกอารมณ์ รายรับรายจ่าย แพลนทริปต่างๆ ก็ได้เช่นกัน
Bullet Journal กับ Planner ต่างกันยังไง?
Bullet Journal จะมีลักษณะเหมือนไดอารี่กับ to-do list ผสมกัน โดยจะใช้สมุดเปล่าหนึ่งเล่มสำหรับการจด ซึ่งการจดบันทึกนั้นเราสามารถจัดวางรูปแบบได้เองเลยว่าแต่ละหน้าจะเขียนอะไรตามความต้องการ สร้างสรรค์ได้ตามความชื่นชอบของเรา เช่น ตารางอ่านหนังสือ, การบ้านที่ต้องทำ, ลิสต์หนังที่อยากดู, แพลนเที่ยวที่อยากไป ฯลฯ
ส่วน Planner จะมีลักษณะที่เป็นทางการมากกว่า เน้นจดบันทึกนัดหมายต่างๆ วางแผนการทำงาน กำหนดวันเวลา โดยส่วนใหญ่จะใช้สมุดที่มีการออกแบบเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบตายตัว และมีการกำหนดจำนวนหน้าต่างๆ มาให้เรียบร้อย เช่น Yearly Plan, Monthly Plan และ Weekly Plan เป็นต้น
องค์ประกอบสำคัญของ Bullet Journal
อย่างที่บอกไปว่าการทำ Bullet Journal เราสามารถออกแบบและสร้างสรรค์ในรูปแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเขียนให้สวย แต่ควรเขียนให้เป็นระบบ และอ่านรู้เรื่อง โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานของการทำ Bullet Journal แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ Rapid Logging และ Module
1) Rapid Logging คือ เทคนิคการจดบันทึกแบบสั้นๆ ควบคู่กับการใช้เครื่องหมายต่างๆ เพื่อการเก็บ จัดหมวดหมู่ และจัดลำดับความสำคัญของความคิด แบ่งออกเป็น 4 ข้อ ได้แก่
- Topics (ชื่อหัวข้อ) : ตั้งชื่อหัวข้อให้กับกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการบันทึกและจัดหมวดหมู่ เช่น วิชาที่ต้องอ่านสอบ ตารางอ่านหนังสือ การบ้านที่ต้องทำ
- Page Number (เลขหน้า) : การเขียนเลขหน้าไว้ที่กระดาษทุกแผ่น จะช่วยให้หาได้ง่ายขึ้น
- Short Sentences (ประโยคสั้นๆ) : ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นประโยคที่ยาวมาก เน้นเขียนให้สั้น และเข้าใจง่าย
- Bullets (สถานะของงาน) : หัวใจหลักของการเขียนบูโจ เป็นการแสดงสถานะสิ่งต่างๆ ที่เราจดบันทึก โดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ โดยเราสามารถสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาใหม่ในแบบที่เราต้องการก็ได้ หรือจะยึดจากแนวทางหลักที่คนนิยมใช้ก็ได้เช่นกัน
2) Module คือ โครงสร้างของการจดบันทึก ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดระเบียบการจดบันทึกต่างๆ เป็นหมวดหมู่มากขึ้น แบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่
- Daily Log (บันทึกรายวัน) : การจดบันทึกกิจกรรมต่างๆ แบบเรียลไทม์ของแต่ละวัน เพื่อจัดระเบียบความคิดให้เราสามารถโฟกัสกับงานที่กำลังทำอยู่ได้ โดยความยาวของการบันทึกในแต่วันนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดบันทึกตามความต้องการของเรา
- Monthly Log (บันทึกรายเดือน) : การจดบันทึกแบบรายเดือน จะทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ในแต่ละเดือนเราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น โดยบันทึกรายเดือนจะเขียนบนหน้ากระดาษเปล่าสองหน้า หน้าซ้ายเป็นหน้าที่เขียนวันที่ของเดือนนั้น ส่วนหน้าขวาเป็นรายละเอียดงาน หรือจะตีตารางเป็นปฏิทินแล้วบันทึกสิ่งที่ต้องทำลงไปก็ได้เช่นกัน
- Future Log (บันทึกอนาคต) : การบันทึกอนาคตจะใช้เก็บรายการที่มีกำหนดอยู่นอกเหนือเดือนปัจจุบัน สมมติว่าเดือนนี้คือ เดือนพฤษภาคม และในวันที่ 1 พฤศจิกายน มีภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จ รายการนี้ก็จะถูกเขียนอยู่ในบันทึกอนาคตนั่นเอง โดยบันทึกจะใช้กระดาษเปล่าประมาณ 1 - 4 แผ่น ทำการเขียนเดือนลงไป หน้าละ 3 เดือน
- Index (ดัชนีหรือสารบัญ) : ส่วนนี้จะอยู่ในหน้าแรกๆ ของสมุดบันทึก เพื่อเชื่อมหน้าทุกหน้าเข้าหากัน แก้ปัญหาเวลาเราจดโน้ตแต่ละครั้งแล้วหาไม่เจอว่าจดไว้ตรงไหน หรือถ้าเกิดมีการจด 1 เรื่อง หลายๆ หน้าสลับไปมา ระบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งจะช่วยให้ค้นหาข้อมูลที่จดบันทึกไว้ได้ง่ายขึ้น
ประโยชน์ของ Bullet Journal
การทำ Bullet Journal ควรใช้เวลาในการเขียนอย่างน้อย วันละ 5 - 10 นาที เพื่อเป็นการทบทวนตัวเองหลังหมดวัน และวางแผนสิ่งที่เราต้องทำในวันถัดไป ซึ่งการเขียน Bullet Journal มีประโยชน์ ดังนี้
1.ทำให้การจัดระเบียบ เรียบเรียงความคิด ของเราเป็นระบบมากขึ้น
2.ช่วยเตือนความจำของเรา ทั้งสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน รวมถึงแพลนในอนาคต
3.ทำให้เรารู้จักการจัดลำดับความสำคัญ และสามารถทำงานได้อย่างมีแบบแผน
4.ช่วยให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้น เพราะการเขียนต้องใช้สมาธิ เพื่อไตร่ตรองสิ่งต่างๆ
5.เพิ่มทักษะการออกแบบ ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
ขอขอบคุณข้อมูลจากทั้งหมดนี้ก็คือ การจดบันทึกแบบ Bullet Journal เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่มีประโยชน์มากๆ แถมยังใช้สมุดหนึ่งเล่มได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย สำหรับใครที่รู้สึกว่า งาน หรือสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำ ยังคงกระจัดกระจายอยู่ ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มทำสิ่งไหนก่อน ลองเอาเทคนิคการจดบันทึกนี้ไปใช้ เพื่อช่วยจัดระเบียบชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นดูได้นะคะ
หนังสือ THE BULLET JOURNAL METHOD วิถีบันทึกแบบบูโจ
0 ความคิดเห็น