เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นนักเวชนิทัศน์? มาทำความรู้จัก “สาขามีเดียทางการแพทย์ฯ” กัน!

เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ แล้วเรียนอะไรหนอได้เป็นนักเวชนิทัศน์? คำตอบก็คือ…เรียน "สาขามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์" นั่นเอง ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับสาขาวิชาดังกล่าว พี่แป้งขออธิบายก่อนว่า นักเวชนิทัศน์ คืออะไร ‘เวช’ หมายถึง แพทย์ และ ‘นิทัศน์’ หมายถึง ตัวอย่างที่แสดงออกมาให้เห็น สรุปให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ การสร้างสื่อทางการแพทย์ นั่นเองค่า  

ตอนนี้น้องๆ ก็ทราบกันแล้วว่า นักเวชนิทัศน์ คืออะไร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปทำความรู้จักกับสาขาวิชามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ พร้อมคำบอกเล่าประสบการณ์การเรียนสนุกๆ จากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ในสาขานี้ตัวจริงกันเลยดีกว่า

เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นนักเวชนิทัศน์? มาทำความรู้จักกับ “สาขามีเดียทางการแพทย์ฯ” กันเถอะ!
เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นนักเวชนิทัศน์? มาทำความรู้จักกับ “สาขามีเดียทางการแพทย์ฯ” กันเถอะ!

เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นนักเวชนิทัศน์? มาทำความรู้จักกับ “สาขามีเดียทางการแพทย์ฯ” กันเถอะ!

สาขามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไร

คำว่า มีเดีย หมายถึง สื่อ ดังนั้นแล้วสาขานี้จะได้เรียนเกี่ยวกับการสร้างและผลิตสื่อทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์นั่นเองค่ะ เป็นสาขาวิชาที่มีการผสมผสานระหว่างศาสตร์ทางด้าน ศิลปะ + เทคโนโลยี + นิเทศศาสตร์ + การแพทย์ + วิทยาศาสตร์ เข้าด้วยกัน เพื่อนำสื่อที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ การวินิจฉัย การนำเสนอ การประชาสัมพันธ์ และการวิจัยได้อย่างเป็นมืออาชีพ รวมไปถึงใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ  

การเรียนสาขานี้น้องๆ จะได้เรียนผลิตสื่อหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ภาพนิ่ง กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว 2 มิติ และ 3 มิติ การใช้โปรแกรมต่างๆ สำหรับการออกแบบสื่อแต่ละชนิด รวมไปถึงการวาดภาพอวัยวะและร่างกายมนุษย์ สร้างหุ่นจำลอง การปั้นคน หรืออวัยวะต่างๆ  

นอกจากนี้ก็ต้องเรียนวิชาพื้นฐานทางด้านการแพทย์ด้วยค่ะ เช่น กายวิภาคศาสตร์ พยาธิวิทยา และจุลชีววิทยา ฯลฯ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลทางการแพทย์ และสามารถสร้างสื่อที่มีคุณภาพ มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งมีความทันสมัย ตอบโจทย์กับพฤติกรรมการรับสื่อของคนในยุคปัจจุบัน

สาขาวิชานี้เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชื่นชอบการออกแบบและสร้างสรรค์สื่อต่างๆ เช่น ภาพถ่าย อินโฟกราฟิก วิดีโอ โมชันกราฟิก
  • มีพื้นฐานทางด้านศิลปะและการออกแบบมาบ้าง เช่น การวาดเส้น แรเงา เพราะเป็นวิชาสำคัญที่ต้องใช้ในการสอบเข้าสาขาวิชานี้
  • มีความละเอียดรอบคอบ เพราะมีการผลิตสื่อเฉพาะทาง ดังนั้นข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในสื่อจะต้องมีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือ

เรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้านเลยค่ะ ซึ่งสามารถประกอบอาชีพได้ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงประกอบอาชีพอิสระ  ยกตัวอย่าง เช่น

  • นักเวชนิทัศน์ นักโสตทางการแพทย์ นักสื่อสารสุขภาพและวิทยาศาสตร์ และ ช่างภาพทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์
  • นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นักเทคโนโลยีทางการศึกษา ในหน่วยงานการศึกษาที่มีคณะที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • นักออกแบบกราฟิก หรือภาพประกอบทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์
  • นักผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์
  • นักผลิตรายการ นักผลิตสื่อวีดีทัศน์ และสื่อเคลื่อนไหว 2 มิติ และ 3 มิติ
เรียนจบสาขามีเดียทางกาแพทย์ฯ  สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และประกอบได้หลายด้าน  เช่น  ช่างภาพทางการแพทย์
เรียนจบสาขามีเดียทางกาแพทย์ฯ  สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และประกอบได้หลายด้าน  เช่น  ช่างภาพทางการแพทย์ 

มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเกี่ยวกับการผลิตสื่อทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์นั้นมีอยู่ 3 มหาวิทยาลัย โดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะใช้ชื่อสาขาวิชาที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • สาขาวิชามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ (ทล.บ.) -  โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ (ทล.บ.) - คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สาขาวิชาเวชนิทัศน์ (วท.บ.) - คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ค่าธรรมเนียมการศึกษา

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี : 298,500 บาท  ตลอดหลักสูตร คลิก 
  • มหาวิทยาลัยมหิดล : ประมาณเทอมละ 21,000 บาท คลิก 
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ประมาณเทอมละ 18,000 บาท คลิก 

มาดูคำบอกเล่าประการณ์ จาก พี่เฟิร์น นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชามีเดียทางการแพทย์ฯ จาก มจธ. กัน!

รีวิวสาขาหน่อย แต่ละปีได้เรียนอะไรบ้าง?

หลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่ามีเดียทางการแพทย์ฯ เรียนอะไร ถ้าให้สรุปง่ายๆ เลยก็คือ เรียนทั้งวิทย์และศิลป์ไปพร้อมๆ กัน มันอาจจะฟังดูเหนื่อยแต่ว่ามันมีอะไรที่สนุกมากๆ เลยค่ะ 

  • ปี 1 จะได้เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานก่อน ไม่ว่าจะเป็น การดรออิ้ง ออกแบบ ถ่ายภาพ และชีววิทยาแบบพื้นฐาน เกี่ยวกับพวกเซลล์พืช เซลล์สัตว์ หรือเซลล์ร่างกายต่างๆ
     
  • ปี 2 จะหนักไปทางออกแบบ จะได้เรียนเกี่ยวกับพวกงานดีไซน์ต่างๆ ทำสื่อความรู้ แล้วก็เรียนการใช้สีน้ำ วาดภาพอนาโตมี่ ที่สำคัญได้ออกทริปไปถ่ายภาพ เพื่อนำมาออกแบบเป็น Photobook ตามคอนเซปต่างๆ อีกด้วยค่ะ
     
  • ปี 3 จะเน้นการทำงานในคอมพิวเตอร์ เรียนรู้การใช้โปรแกรมต่างๆ เช่น การผลิตสื่อ 3D การทำโมชันกราฟิก แล้วก็มีเรียนการปั้น บวกกับได้ถ่ายทำหนังสั้นด้วย ส่วนเนื้อหาทางด้านชีวะส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพยาธิ 
     
  • ปี 4 จะเน้นไปที่การทำธีสิสอย่างเดียวเลย แล้วก็อาจจะมีเรียนเก็บจำนวนหน่วยกิตให้ครบตามที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด (ในกรณีของคนที่ยังเรียนไม่ครบ)

สาขานี้ต้องฝึกงานมั้ย แล้วสามารถฝึกที่ไหนได้บ้าง?

สำหรับการฝึกงานจะได้ฝึกในช่วง ปี 3 หรือ ปี 4 ค่ะ ถ้าใครที่ไม่ได้ฝึกงานในช่วงปี 3 ตอนซัมเมอร์ ก็ยังสามารถไปฝึกในตอนปี 4 ได้ ใช้ระยะเวลาฝึกงานประมาณ 2 เดือน ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกได้เลยว่าจะไปฝึกที่หน่วยงานหรือองค์กรไหน แต่ส่วนใหญ่ทางสาขาวิชาแนะนำว่าให้ไปฝึกในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำธีสิสของเราดีกว่า เพื่อที่เวลาหาผู้เชี่ยวชาญสำหรับการประเมินธีสิสจะได้หาง่ายๆ เพราะว่าธีสิสจะต้องมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องโรคต่างๆ หรือเนื้อหาทางการแพทย์ส่วนใหญ่ค่ะ แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้ไปฝึกงานทางด้านการแพทย์เหมือนกัน บางคนไปสายการผลิตสื่อ 3D เลยก็มีค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลยว่าอยากฝึกด้านไหน

ยกตัวอย่างวิชาสนุกๆ สัก 1-2 วิชาหน่อยค่ะ

โดยส่วนตัวแล้วเราชอบ การถ่ายหนัง ตอนปี 3 ค่ะ จริงๆเราก็ไม่ได้เก่งด้านนี้เท่าไหร่นะ แต่ว่ารู้สึกสนุกที่ได้ออกกองค่ะ เรียนมีเดียแพทย์ฯ ก็ได้ถ่ายหนังนะ เพราะว่าเราต้องเรียนทำสื่อต่างๆ เหมือนกัน ซึ่งการออกกองเป็นแค่กองเล็กๆ เลยค่ะ ก่อนจะออกกองได้เราก็ต้องเรียนเขียนบท วาดสตอรี่บอร์ดก่อนจะถ่ายทำ แล้วก็เรียนตัดต่อ Grading สีวิดีโอก่อน บอกเลยว่าการออกกองสนุกมาก! แต่มันก็เหนื่อยมากๆ เหมือนกันค่ะ เพราะว่าจำนวนคนไม่เยอะ กองนึงมีแค่ 5 คนเอง ดังนั้นแต่ละคนก็จะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเยอะหน่อย เรียกได้ว่า หนักหน่วงพอสมควร แต่ว่าตอนนี้ขอยกให้ธีสิสหนักกว่าการออกกองค่ะ555555  

น้องๆ ที่จะเรียนสาขานี้ ต้องมีพื้นฐานด้านไหนมาก่อนมั้ย?

จริงๆ จากที่เรียนมา มีเพื่อนที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยเข้ามาเรียนเหมือนกัน ซึ่งส่วนตัวเราคิดว่าตัวพื้นฐานอาจจะไม่ได้กำหนดขนาดนั้น เข้ามาก็สามารถที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเพื่อนได้ แต่มันค่อนข้างที่จะหนักนิดนึง เพราะว่าถ้าสมมติใครที่ไม่ได้เก่งด้านศิลป์เลย หรือว่าไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับทางการแพทย์ หรือชีวะ พอเข้ามาเรียนก็อาจจะงงๆ หน่อย แต่ว่าที่สาขาก็จะมีสอนพื้นฐานให้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ถ้าให้แนะนำจริงๆ เลยพื้นฐานที่ควรมีก็คงจะเป็นด้านศิลปะ เช่น การดรออิ้ง การใช้สีน้ำ หรือสีโปสเตอร์ รวมไปถึงการถ่ายภาพ ถ้ามี 4 ทักษะนี้ก็สามารถเรียนได้สบายๆ เลยค่ะ  

สาขานี้เหมาะกับคนแบบไหน?

เราคิดว่าเหมาะกับคนที่อยากได้ความรู้หลากหลายแขนงนะคะ เพราะว่าเราเรียนทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น วาดภาพ การใช้สีน้ำ การปั้น สร้างสื่อ 3D โมชันกราฟิก ถ่ายภาพ ชีวทางการแพทย์ ใครที่อยากได้ความรู้ที่หลากหลาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ ทางก็เหมาะที่จะเรียนสาขานี้ค่ะ ที่สำคัญคือ ต้องใจสู้ค่ะ เพราะว่าก็เรียนค่อนข้างหนักเลย

ความยากหรือความท้าทายของการเรียนสาขานี้

สาขามีเดียทางการแพทย์ฯ ฟังดูชื่อมันเหมือนอาจจะได้เรียนในห้องแอร์ใช่มั้ยคะ แต่ความจริงคือ ไม่เลยค่ะ เอาจริงๆ เราว่าทุกวิชาคือมีความท้ายทายหมดเลย เพราะด้วยความที่สาขานี้ได้เรียนหลากหลายแขนงมาก เช่น เนื้อหาหรือข้อมูลทางการแพทย์ เราก็ต้องเรียนให้ลึก ให้เข้าใจ เพื่อที่เวลานำไปผลิตสื่อข้อมูลที่นำเสนอจะได้ไม่ผิดพลาด และมีความน่าเชื่อถือ ส่วนด้านศิลปะก็ต้องเรียนออกแบบสื่อต่างๆ ให้มีความน่าสนใจ ทันสมัย และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้สื่ออีกด้วยค่ะ

ความประทับที่ได้เรียนในสาขานี้

ความประทับใจก็คือ เพื่อนๆ ในรุ่น เลยค่ะ เพื่อนก็ถือว่าน่ารักกันทุกคน เพราะว่าด้วยความที่เป็นเด็กสาขามีเดียแพทย์ฯ มันมีแค่ห้องเดียวในแต่ละปี อยู่กันแค่ 30 กว่าคน ก็คุยกันอยู่แค่นั้น 5555 แต่ก็สนุกดีค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเราเรียนมัธยมเลย ส่วนอีกความประทับใจก็คือ การที่ได้เข้า Workshop ดูการผ่าศพอาจารย์ใหญ่ หรือการชันสูตรศพ คือเปิดโลกมากๆ เลยค่ะ ซึ่งก็เป็นข้อดีค่ะ เพราะเราได้เห็นสรีระร่างกายจริงๆ เลย เพื่อที่เราจะได้เอาไปต่อยอดกับการเรียนของเราได้ด้วย แต่แนะนำว่าให้เตรียมใจก่อนไปนะคะ สำหรับคนที่ค่อนข้างกลัวอะไรแบบนี้ สุดท้ายเลยก็คือ ได้ออกทริปต่างจังหวัด เพื่อไปถ่ายภาพนอกสถานที่ค่ะ แม้ว่าจะต้องทำงานส่งอาจารย์ แต่ก็เหมือนกับเราได้ไปเที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจไปในตัวด้วย

อยากแนะนำหรือฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากจะเรียนต่อสาขานี้มั้ย

ดีใจที่น้องๆ สนใจสาขานี้ เพราะว่าคนในสาขานี้น้อย รวมไปถึงคนรู้จักค่อนข้างน้อย แต่ก็เป็นสาขาที่เรียกได้ว่า หนักไม่แพ้สาขาอื่นเหมือนกัน ดังนั้นเวลาที่น้องๆ จะตัดสินใจเลือกคณะ/สาขา อยากให้ลองคุยกับตัวเองก่อนว่า เราชอบจริงๆ ใช่มั้ย ชอบที่จะเรียนอะไรที่หลากหลายแขนงมั้ย ชอบอนาโตมี่ แล้วก็อยากเรียนศิลปะควบคู่ไปด้วยจริงมั้ย เพราะว่าสาขานี้ก็เรียนค่อนข้างหนักเลย แต่จริงๆ เราว่าทุกคณะมันเหนื่อยเหมือนกันหมด ไม่มีคณะไหนหรอกที่ไม่เหนื่อย เพราะฉะนั้นถ้าเราชอบจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนที่เรียนเราจะรู้สึกเหนื่อยมากๆ ก็ตาม แต่ถ้าเราชอบมันก็อาจจะดีกว่า การที่เราต้องเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบแล้วยังต้องเหนื่อยไปด้วย ซึ่งมันจะทำให้เรารู้สึกท้อระหว่างทางค่ะ ดังนั้นแล้วให้เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบเลยค่ะ ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าสาขานี้แหละใช่แน่นอน พี่ๆ ที่สาขาก็ยินดีต้อนรับทุกคนเลยค่ะ สู้ๆ!

 

ก่อนจากกันพี่แป้งขอเล่าย้อนไปประมาณ 5 ที่แล้ว (นานมาก) สมัยพี่แป้งเรียนอยู่ ม.5 เคยมีโอกาสได้เข้าค่าย Arts Camp ของ มจธ. ด้วยล่ะค่ะ ซึ่งเป็นค่ายที่ให้น้องๆ ม.ปลาย ได้มาทำกิจกรรม Workshop ในสาขาวิชาต่างๆ ของมีเดียอาตส์ ไม่ว่าจะเป็น Graphic Animation Movie และมีเดียทางการแพทย์ฯ ซึ่งตอนนั้นพี่แป้งรู้สึกว้าวกับสาขามีเดียทางการแพทย์ฯ มากๆ เพราะว่าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน และพอได้ลองทำกิจกรรม Workshop ดูก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ซึ่งพี่แป้งคิดว่าน้องๆ ที่เป็นเด็กวิทย์หัวใจศิลป์ก็น่าจะชื่นชอบเหมือนกัน  

 

ฉะนั้นหากใครที่สนใจอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นอย่างไรบ้าง น้องๆ สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลของหลักสูตร และเกณฑ์การรับสมัครเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ หรือเพจสาขาวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจของเราได้เลยค่า ^^

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จากนักศึกษาจากสาขาวิชามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย มจธ.https://www.media.kmutt.ac.th/programs/medical-and-science-media/

 

พี่แป้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

moomoolo Member 31 พ.ค. 65 15:27 น. 1

มีสาขาวิชานี้ด้วยเหรอคะเนี้ยยย ว้าววววว ที่นี้ดูน่าเรียนมากเลยค่ะ อยากไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบนั้นบ้าง ขอบคุณที่สร้างบอร์ดดีๆแบบนี้นะคะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด