หลัก 3 "Self" พัฒนาตนเองสำหรับชาว GEN Z | EP.1 การค้นหาตัวตนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ 
ให้ชาว GEN Z 

EP. 1  Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่

สวัสดีค่ะ ชาว Dek-D ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทความซีรีส์เรื่อง หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ ให้ชาว GEN Z โดยบทความซีรีส์นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ตอน ด้วยกัน ในแต่ละตอนจะพาน้องๆ ทุกคนไปสัมผัสกับเส้นทางชีวิตของชาว GEN Z ตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายจนเรียนจบมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งแนะนำหลักการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ให้กับชาว GEN Z

สำหรับน้องๆ ชั้น ม.ปลาย ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้อง ม.6 คงกำลังมีเรื่องให้ต้องกังวลอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น การเลือกคณะเรียนต่อ การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย การยื่นคะแนนสอบ  ตลอดจนการเข้าสู่สังคมใหม่ที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายจากทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้หลายคนประสบกับความเครียด ความกดดัน ทำให้ต้องพยายามหาวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่ต้องเจอ 

หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ ให้ชาว GEN Z EP. 1 Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่
หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ ให้ชาว GEN Z EP. 1 Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่

3 ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยเมื่อต้องเลือกคณะ

    เราอาจมองว่าช่วงเวลาของการเป็นนักเรียน ม.ปลาย นั้นยาวนาน เพราะกว่าจะผ่านอุปสรรคในแต่ละปีไปได้ ในขณะเดียวกันบางคนอาจมองว่าเวลาในช่วง ม.ปลาย นั้นผ่านไปเร็ว และมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยน้อย เพราะบางคนยังไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หรืออาจมีคณะที่อยากเรียนอยู่ในใจตั้งแต่แรก แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเจอ

ยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้จะเรียนอะไร

       การเลือกคณะที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยนับเป็นปัญหาหลักที่เด็ก ม.ปลาย หลายคนกำลังประสบอยู่ในตอนนี้ สำหรับใครที่รู้ตัวเองว่าอยากเรียนอะไรและมีเป้าหมายอยู่แล้ว การตัดสินใจเลือกคณะที่จะศึกษาต่อคงไม่ใช่เรื่องยาก ผลดีคือทำให้เรามีเวลาในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและวางแผนสำหรับอนาคต แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือเหมาะกับอะไร และยังไม่มีแผนว่าจะเรียนคณะไหนดี อาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากต่อการตัดสินใจหรือไม่สามารถตัดสินใจได้

    การที่วัยรุ่นในยุคนี้ยังไม่ค้นพบตัวเอง ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หรือไม่ได้มีความสนใจด้านใดเป็นพิเศษ รวมไปถึงบางคนที่ขาดความมั่นใจ คิดว่าตัวเองมีความสามารถไม่เพียงพอและไม่เก่งเหมือนคนอื่น ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลว่าถ้าเลือกไปแล้วจะเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเราไม่รู้จักคุณค่า และความสามารถที่ตัวเองมีอยู่นั่นเอง

 เพื่อนและกระแสสังคมมีผลต่อการตัดสินใจ

จากปัญหาที่เด็กไทยยังขาดเป้าหมายชัดเจนในการเลือกเรียนต่อ ทำให้วัยรุ่นบางส่วนพยายามค้นหาตัวเองในแบบต่างๆ เช่น การเลือกเรียนตามเพื่อน เพราะในวัยนี้เพื่อนเป็นเหมือนหนึ่งในที่ยึดเหนี่ยวสำคัญ เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หลายคนจึงเลือกเรียนตามเพื่อน เพราะอาจมีความคิดที่ว่าต่อให้เรียนในคณะที่ไม่ชอบ แต่อย่างน้อยหากได้เรียนกับเพื่อนก็คงดีกว่าการลองผิดลองถูกเพียงลำพัง

นอกจากการเลือกเรียนตามเพื่อน กระแสสังคมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่เรียน หรือค่านิยมเรื่องรายได้ เพราะได้รับการปลูกฝังว่าหากทำงานที่มีรายได้สูงชีวิตจะสุขสบาย ด้วยเหตุนี้ทำให้วัยรุ่นบางส่วนเลือกเรียนคณะที่มีโอกาสสร้างรายได้สูง หรือเลือกเพราะเงินมากกว่าเลือกเพราะตัวเองถนัดหรือชอบ

 มีคณะในใจแต่ที่บ้านไม่ให้เรียน

        ‘เรียนจบไปแล้วจะทำงานอะไร?’ ‘เรียนคณะอื่นไม่ดีกว่าเหรอ?’ เป็นคำถามที่ชวนให้รู้สึกเป็นกังวล อีกหนึ่งปัญหาที่เชื่อว่าในปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่คือ เรามีคณะที่ใช่ในใจอยู่แล้ว แต่กลับไม่ใช่คณะที่ครอบครัวอยากให้เรียน ความไม่ลงรอยดังกล่าวอาจนำไปสู่การถูกบังคับให้เรียนในคณะที่ครอบครัวต้องการ ซึ่งทำให้เกิดความ อึดอัดใจ และอาจเกิดการตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นที่ครอบครัวมีต่อเราหรือการสนับสนุนที่เราควรได้รับ

เหตุผลที่ครอบครัวอยากให้เราเรียนในสิ่งที่พวกเขาเลือก เป็นเพราะอยากเห็นเรามีอนาคตที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางความฝันหรือความชอบ แต่พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราอยากเรียนนั้นคืออะไร เรียนจบไปแล้วจะทำงานอะไรได้บ้าง นั่นทำให้พวกเขาเป็นห่วงว่าหลังจากที่เราเรียนจบแล้ว หน้าที่การงานของเราจะมั่นคงหรือไม่ จึงอยากให้เราได้เรียนในสิ่งที่พวกเขาเลือกให้ เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นดีและมั่นคงต่ออนาคตมากกว่า

3 ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยเมื่อต้องเลือกคณะ
3 ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยเมื่อต้องเลือกคณะ

Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่

เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้ว เราจะมีวิธีรับมืออย่างไรให้สามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ก่อนอื่นน้องๆ ต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเอง ค้นหาตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราชอบอะไร และนำไปใช้ในการตัดสินใจเลือกคณะที่เหมาะกับเรา เมื่อตัดสินใจได้แล้ว การนำไปคุยกับครอบครัวก็จะง่ายขึ้น เพราะเรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน น้องๆ อาจจะสงสัยว่าแล้วทำอย่างไรเราถึงจะค้นหาตัวเองเจอ? สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำก็คือ การตระหนักรู้ในตัวเอง

Self-Awareness คืออะไร?

การตระหนักรู้ในตัวเอง เป็นความสามารถในการค้นหา รู้จัก และเข้าใจในตัวเอง เช่น รู้ข้อดีข้อด้อย ความต้องการ และสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับความเครียดหรือความกดดันในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทักษะนี้ยังเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทักษะอื่นๆ เช่น การสื่อสาร การสร้างสัมพันธภาพ การตัดสินใจ ตลอดจนความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยการตระหนักรู้ในตัวเองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขี้นได้ ดังนี้

1. เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น - เมื่อเราตระหนักรู้และเข้าใจความต้องการของตัวเอง เราจะรักและเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ทำให้สร้างความเชื่อมั่นในตัวเองได้ พร้อมทั้งยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี จนกระทั่งมองโลกในแง่ดีและมีเหตุผลมากขึ้น

2.รู้จักตัวเองและค้นหาเป้าหมายชีวิตได้เร็วขึ้น - การตระหนักรู้ในตัวเองจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งจะช่วยให้น้องๆ ค้นหาเป้าหมายของตัวเองเจอ และเลือกคณะที่ใช่ได้เหมาะสมกับตัวเอง ยิ่งเรารู้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการวางแผนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเรามากขึ้นเท่านั้น

3.เห็นอกเห็นใจผู้อื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น - เมื่อเรามองเห็นความคิดของตัวเอง เราจะสามารถแยกแยะความคิดของตัวเองได้ และเข้าใจความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของอีกฝ่าย โดยไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ในทีนี้หมายถึงตอนที่น้องๆ เข้าไปพูดคุยและปรึกษาครอบครัวเกี่ยวกับการเลือกคณะที่จะศึกษาต่อนั่นเอง

Self-Awareness รู้และเข้าใจตัวเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
Self-Awareness รู้และเข้าใจตัวเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สิ่งที่ต้องค้นหาตัวเอง เพื่อให้เจอ “คณะที่ใช่”

ค้นหานิสัยตัวเอง 

        ลองพิจารณานิสัยของตัวเองแล้วเขียนออกมาว่าเรามีนิสัยเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นวิเคราะห์ดูว่านิสัยของเราเหมาะกับอาชีพแบบใด หรือเหมาะที่จะเรียนคณะอะไรได้บ้าง เช่น หากชอบคิด ช่างจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ หลงใหลในงานศิลปะ อาจเลือกคณะที่เรียนเกี่ยวกับการออกแบบในด้านต่างๆ เพื่อที่จะสามารถประกอบอาชีพเป็นสถาปนิก กราฟิกดีไซน์เนอร์ มัณฑนากร ฯลฯ

ค้นหาจุดเด่น-จุดด้อย

     เมื่อเรารู้จักนิสัยของตัวเองแล้ว ให้หาจุดเด่นที่เราสามารถทำได้ดีและนำไปต่อยอด ในขณะเดียวกันจุดด้อยก็ควรพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการค้นหาสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ตัดสินใจเลือกคณะได้ง่ายขึ้น เมื่อรู้แล้วเราจะมีเวลาในการวางแผนและเตรียมตัวเพื่ออนาคตของเรามากขึ้น

ค้นหาวิชาที่ชอบ-ไม่ชอบ

การตระหนักรู้ว่าตัวเองชอบวิชาไหนจะทำให้น้องๆ มองเห็นคณะที่ใช่ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนวิชาที่ไม่ชอบก็จะเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ตัดคณะที่ไม่เหมาะกับเราออกไปได้อย่างง่ายดาย เช่น ถ้าไม่ชอบการคำนวณก็ตัดคณะที่ต้องเรียนคณิตหรือฟิสิกส์ทิ้งไปและหาคณะอื่นที่ไม่มีการคำนวณ เช่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

สิ่งที่ต้องค้นหาตัวเอง เพื่อให้เจอ “คณะที่ใช่”
สิ่งที่ต้องค้นหาตัวเอง เพื่อให้เจอ “คณะที่ใช่”

อย่างไรก็ตาม การค้นหาตัวเองในแต่ละจุดที่กล่าวมานั้นไม่เพียงแต่จะช่วยให้เจอกับคณะที่ใช่เท่านั้น แต่จะทำให้น้องๆ เกิดการตระหนักรู้ในตัวเอง รู้ความต้องการของตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นตัวเองได้ชัดเจน และสามารถใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่ได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีความสุขและพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ 

 

         สำหรับบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของชาว GEN Z ที่ต้องพบเจอ ยังคงมีเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายที่เราจะได้เรียนรู้และปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และสำหรับบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้างนั้น อย่าลืมติดตามกันเอาไว้ด้วยนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://shorturl.asia/Ysl9i
พี่แป้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น