สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ อีกไม่นาน ก็จะได้เวลาของน้องๆ #dek66 เข้าสู่ระบบการคัดเลือก TCAS66 บางคนอาจเริ่มเตรียมตัวแล้ว แต่เชื่อว่าอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่รู้ข้อมูลว่าการรับสมัครในปีนี้จะเป็นยังไง และเราจะเหมาะสมกับการสมัครรอบไหน
ที่ผ่านมา น้องๆ อาจเคยได้ยินคนบอกว่า "รีบติดก่อนก็ยิ่งดี" คำนี้ก็มีทั้งส่วนที่ถูกและผิดค่ะ หากน้องติดได้ที่เรียนก่อนมันดีก็จริง แต่การเปิดรับสมัครในรอบแรกๆ ไม่ได้เปิดครบทุกคณะ/สาขา นั่นแปลว่าอาจไม่มีคณะที่เราสนใจก็ได้ ซึ่งอาจทำให้น้องพลาดกับคณะที่ตนเองอยากเข้าจริงๆ ดังนั้น การติดในรอบ 2 หรือ 3 หรือแม้กระทั่งรอบ 4 ไม่ได้เป็นการบอกว่าเก่งน้อยกว่าคนที่ติดรอบ 1 แต่อย่างใด แต่อาจเป็นเพราะไม่มีคณะที่เราอยากเข้าก็ได้ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงรายละเอียดการรับสมัครแต่ละรอบ ว่าเป็นยังไง และรอบไหนเหมาะกับใครบ้าง
รูปแบบการคัดเลือก 4 รอบ
สำหรับ TCAS66 นั้นมีรูปแบบการคัดเลือกใน TCAS ไม่แตกต่างจาก TCAS65 คือ มี 4 รอบเหมือนเดิม ดังนี้
รอบที่ 1 Portfolio
รอบ Portfolio เป็นรอบที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเอง กำหนดคุณสมบัติ และเกณฑ์การคัดเลือกเอง ดังนั้นคุณสมบัติของผู้สมัครรอบนี้จะต้องมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านการเรียน กิจกรรม หรือมีประเภทผลงานตามที่สาขาวิชานั้นๆ กำหนด โดยปกติแล้วจะเปิดรับประมาณ พ.ย. - ม.ค. ของปีถัดไป
ในรอบนี้ สำหรับปี 66 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยสามารถใช้คะแนนสอบของ ทปอ. ร่วมด้วยได้ และยังมีการใช้คะแนนสอบอื่นๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเหมือนเดิม เช่น คะแนนทดสอบมาตรฐานภาษาอังกฤษอื่นๆ ประกอบการใช้ Portfolio
การสมัครในรอบนี้ จะสมัครกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ กี่คณะก็ได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขว่า มหาวิทยาลัยเดียวกันจะเลือกได้มากสุดกี่อันดับ และหากประกาศผลออกมาว่าสอบติดหลายที่ จะยืนยันสิทธิ์ได้เพียง 1 สาขาเท่านั้น
เหมาะกับใคร : เหมาะกับน้องๆ ที่มีผลงานจากความสามารถพิเศษตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด, มีผลคะแนนสอบมาตรฐานสากลในวิชาต่างๆ เช่น IELTS, CU-TEP, TOEFL, BMAT, SAT ฯลฯ และมี Portfolio เพื่อแสดงความสามารถพิเศษของตนเอง
รอบที่ 2 Quota
รอบ Quota เป็นรอบที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเองเช่นกัน กลุ่มเป้าหมายของรอบนี้คือ นักเรียนที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งน้องๆ สามารถติดตามข่าวมหาวิทยาลัยที่อยู่ในภูมิภาคของตนเองได้เลย เพราะในช่วงต้นปี ประมาณ ม.ค.-เม.ย. จะเป็นช่วงการเปิดรับสมัครโควตาภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้
นอกจากนี้ก็ยังมีโควตาที่เป็นความสามารถอยู่บ้างแต่การคัดเลือกจะแตกต่างจากรอบ Portfolio เพราะมหาวิทยาลัยจะเริ่มใช้คะแนนสอบของ ทปอ. เป็นหลัก เช่น TGAT, TPAT, A-Level เข้ามาใช้แทนพอร์ตฟอลิโอ แต่อย่างไรก็ตามพอร์ตฟอลิโอก็ยังจำเป็นต้องใช้ในบางมหาวิทยาลัย ก็ยังทิ้งไม่ได้ค่ะ และบางมหาวิทยาลัยมีจัดสอบวิชาเฉพาะของคณะต่างๆ ด้วย
การสมัครในรอบนี้ จะสมัครกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ กี่คณะก็ได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขว่า มหาวิทยาลัยเดียวกันจะเลือกได้มากสุดกี่อันดับ และหากประกาศผลออกมาว่าสอบติดหลายที่ จะยืนยันสิทธิ์ได้เพียง 1 สาขาเท่านั้น
เหมาะกับใคร : รอบนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของน้องๆ ทุกคนที่ตั้งใจจะเข้ามหาวิทยาลัยในพื้นที่ ดังนั้นให้ติดตามดีๆ ว่าในภาคของเรามีมหาวิทยาลัยไหนบ้าง ที่สำคัญรอบนี้รับเยอะมากๆ แต่ถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยในภาคอื่นๆ ก็จะมีเป็นกลุ่มของโควตาความสามารถพิเศษค่ะ มีทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะ นาฏศิลป์ ไปจนถึงโควตาสำหรับบุตรบุคลากรหรือบุตรของกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ถือว่าเป็นอีกรอบที่น่าสนใจมากๆ
รอบ 3 Admission
เป็นรอบที่เปิดกว้างสำหรับน้องๆ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กซิ่ว ม.6 หรือ เทียบเท่า (แต่บางคณะก็ยังมีกำหนดคุณสมบัติอยู่) แม้มหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์เองในรอบนี้ แต่ก็จะใช้คะแนนจากส่วนกลางเหมือนกัน คือ TGAT, TPAT, A-Level ถือว่าเป็นรอบที่ใช้คะแนนสอบเป็นหลักค่ะ ใครที่ไม่ได้มีความสามารถพิเศษ ไม่ได้อยากเข้าโควตาพื้นที่ใดๆ ก็จะมารวมตัวกันในรอบนี้ รวมถึงน้องๆ ที่อยากเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ผ่านระบบ กสพท ก็จะต้องมาสมัครในรอบ Admission เหมือนกัน
จุดเด่นของรอบนี้คือ เป็นรอบที่มีคณะเปิดรับมากที่สุด และในการสมัคร 1 ครั้ง สามารถเลือกได้สูงสุดถึง 10 อันดับ และมีการประมวลผลการคัดเลือกถึง 2 ครั้งเลยทีเดียวค่ะ
การรับสมัครรอบ Admission TCAS66 จะรับสมัครในช่วง 1-10 พ.ค.66 ดูเหมือนจะมีเวลาเตรียมตัวอีกนาน แต่อย่าลืมว่าการสอบสนามแรกของน้องๆ จะเริ่มต้นเดือนธันวาคมนี้แล้ว ดังนั้นก็เหลือเวลาอีกไม่นานเลยค่ะ
เหมาะกับใคร : รอบ Admission เหมาะกับน้องๆ ที่จะเข้ากลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพผ่านระบบ กสพท เพราะเปิดรับผ่านในรอบนี้ และเหมาะกับน้องๆ ที่โฟกัสกับการเตรียมตัวสอบมากกว่าการทำ Portfolio ค่ะ
รอบ 4 Direct Admission
รอบรับตรงอิสระเป็นรอบสุดท้ายของการสมัคร TCAS66 มหาวิทยาลัยจะยังไม่ค่อยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัครของรอบนี้จนกว่าจะใกล้ถึงเวลารับสมัคร เพราะต้องเช็กจำนวนนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบต่างๆ ก่อนว่าได้ครบตามจำนวนหรือไม่ เมื่อได้จำนวนที่ขาดแล้วก็จะเปิดรับสมัครเพิ่มเติมในรอบ Direct Admission นั่นเองค่ะ
เกณฑ์คัดเลือกในรอบนี้ก็จะเปิดรับอย่างอิสระเลย จะใช้คะแนนสอบหรือไม่ก็ได้ ซึ่งหลายๆ ที่ก็ใช้แค่ GPAX หรือ สัมภาษณ์ เท่านั้น
เหมาะกับใคร : รอบนี้เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบ 1-3 หรือ ผ่านการคัดเลือกแล้วแต่ยังไม่ได้คณะที่ถูกใจ ก็สามารถสละสิทธิ์เพื่อมาสมัครในรอบนี้ได้ (แต่สามารถสละสิทธิ์ได้เพียง 1 ครั้งตลอด TCAS66)
#dek66 สมัครรอบไหนดี
จากข้อมูลข้างต้น พี่มิ้นท์ได้อธิบาย concept การรับสมัครของแต่ละรอบไปแล้ว หากถามว่าจะสมัครรอบไหนดี พี่มิ้นท์มีคำแนะนำ ดังนี้ค่ะ
- หากไม่ได้มีแผนในใจ แนะนำให้ค่อยๆ ดูไปทีละรอบ เมื่อมีคณะที่ถูกใจ เราเองก็มีคะแนนหรือสามารถทำตามเงื่อนไขการสมัครของมหาวิทยาลัยได้ ก็สมัครได้เลย ไม่ต้องรอรอบถัดไป
- หากมีแผนในใจแล้ว ว่าอยากเข้าคณะไหน และรู้ข้อมูลว่าคณะนั้นจะเปิดรับรอบไหนบ้าง ก็สามารถโฟกัสไปที่รอบนั้นๆ ได้เลย เพราะต่างรอบ เกณฑ์ต่างกัน ถ้าเตรียมตัวทุกรอบ อาจจะเหนื่อยเกินไป
- บางมหาวิทยาลัย อาจบอกข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์คัดเลือกล่วงหน้า น้องๆ สามารถเทียบเกณฑ์การรับสมัครได้ทันที ว่ารอบไหน ใช้เกณฑ์ต่างกันอย่างไร รอบไหนที่มั่นใจว่าสามารถทำได้ดีกว่าจะไปโฟกัสที่รอบนั้นอย่างเดียวเลยก็ได้ค่ะ
- หากมีแผนในใจ แต่อยากลองสมัครรอบอื่นหรือคณะอื่นไปก่อน น้องๆ จะต้องเตรียมตัววางแผนคิดเผื่อไว้ด้วยว่าหากเราสอบติดขึ้นมาจริงๆ จะจัดการสิทธิ์ของตัวเองยังไง เพราะ TCAS66 จะมีข้อจำกัดในเรื่องของการยืนยันสิทธิ์และสละสิทธิ์ว่า ถ้ายืนยันสิทธิ์ใน myTCAS ไปแล้ว จะไปต่อรอบอื่นๆ ไม่ได้
- ไม่ว่าเราจะมั่นใจในฝีมือแค่ไหน ก็ขอให้น้องมีสติ อ่านระเบียบการด้วยความละเอียดรอบคอบนะคะ เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องรอบคอบ จะได้ไม่ตกม้าตาย พลาดข้อมูลสำคัญๆ ค่ะ และอย่าลืมวางแผนสำรองไว้เสมอ
พี่มิ้นท์และพี่ๆ Dek-D ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ #dek66 ทุกคนนะคะ ขึ้น ม.6 มา แม้เราจะยังเป็นเด็กมัธยมเหมือนเดิม แต่กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และการล่าความฝันมันเกิดขึ้นแล้วค่ะ ขอให้ทุกคนสู้ๆ วางแผนให้ดี ประสบความสำเร็จแน่นอน
0 ความคิดเห็น