สวัสดีน้องๆ #dek66 ทุกคนค่ะ นอกจากน้องๆ จะต้องเตรียมตัวสอบข้อสอบแนวใหม่เริ่มใช้ปี 66 แล้ว ฝั่งพี่ๆ Dek-D เองก็ต้องเฝ้ารอดูไม่วางตาเช่นกันค่ะ และตอนนี้ ทปอ. ได้เผยแพร่แนวข้อสอบวิชาต่างๆ ออกมาแล้ว ซึ่งน้องๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บของ ทปอ. โดยตรง หรือ ติดตามได้ที่เว็บไซต์เด็กดีดอทคอมนี้
แต่วันนี้พี่มิ้นท์ขอเจาะที่วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งปีนี้เปลี่ยนชื่อจาก วิชาสามัญ ไปเป็น A-Level เชื่อว่าน้องๆ คงสงสัยกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง สามารถฝึกอ่านและทำแนวข้อสอบแบบเดิมได้หรือเปล่า ไปดูกันเลยค่ะ
เทียบเนื้อหาออกสอบ ภาษาอังกฤษ
วิชาสามัญ 65 vs A-Level 66 พาร์ทไหนหาย พาร์ทไหนเพิ่ม
ภาพรวมข้อสอบ A-Level ภาษาอังกฤษ
ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษปี 66 จะเต็ม 100 คะแนน มีจำนวนข้อสอบ 80 ข้อ ยังคงเป็น Speed Test เหมือนเดิม เพราะมีเวลาสอบ 90 นาที (แต่ข้อสอบมีถึง 80 ข้อ) ข้อสอบแบ่งเป็นทั้งหมด 3 พาร์ทใหญ่ๆ แบ่งตามทักษะ คือ ทักษะการฟังและการพูด, ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน
แม้จะชื่อว่าเป็นทักษะการฟัง การพูด การเขียน แต่ข้อสอบทั้งหมดเป็นปรนัย 4 ตัวเลือกนะคะ จะไม่มีให้น้องๆ ยกมือตอบคำตอบ หรือ ฟังเสียงจากวิดีโอ รวมทั้งไม่ต้องเขียนเรียงความใดๆ ด้วยค่ะ
ทปอ. ยังได้แบ่งระดับความยากง่ายของข้อสอบด้วยค่ะ แบ่งเป็นระดับดังนี้
- ระดับง่าย 20% (16 ข้อ)
- ระดับปานกลาง 60% (48 ข้อ)
- ระดับยาก 20% (16 ข้อ)
**Update 25 ก.ค. 65 ข้อสอบ A-Level ภาษาอังกฤษ ทปอ. ปรับลดจาก 5 ตัวเลือก เหลือ 4 ตัวเลือกทุกข้อ **
ตัวอย่างข้อสอบ
ข้อสอบพาร์ททักษะการฟังและการพูด
ข้อสอบพาร์ททักษะการอ่าน
ข้อสอบพาร์ททักษะการเขียน
ความเหมือนระหว่างภาษาอังกฤษ A-Level 66 และ วิชาสามัญ 65
จริงๆ แล้ว ข้อสอบภาษาอังกฤษที่จะเป็น A-Level ในปีนี้ หลักๆ ก็ยังแบ่งออกเป็น 3 พาร์ทเหมือนเดิมค่ะ โดยแบ่งเป็น
- ทักษะการฟังและการพูด (Listening and Speaking Skills) 25 คะแนน 20 ข้อ
- ทักษะการอ่าน (Reading Skill) 50 คะแนน 40 ข้อ
- ทักษะการเขียน (Writing Skill) 25 คะแนน 20 ข้อ
นอกจากจะแบ่งพาร์ทเหมือนเดิมแล้ว จำนวนข้อในแต่ละพาร์ทก็เท่าเดิมด้วย จะเน้นไปที่พาร์ทการอ่านเป็นหลัก ซึ่งเป็นสัดส่วนครึ่งนึงเลยทีเดียว
ดังนั้นนอกจากน้องๆ จะต้องเก็บคะแนนข้อง่าย 16 ข้อให้ได้แล้ว อย่าลืมแบ่งเวลามาโฟกัสที่พาร์ทการอ่านด้วย หลายคนจะทำพาร์ทนี้กันไม่ค่อยทันค่ะ
สำหรับทักษะการฟังและการพูดก็น่าสนใจ เพราะจำนวนข้อและคะแนน ก็เหมือนกับวิชาสามัญ 65 แบบเป๊ะเลย
ความต่างระหว่างภาษาอังกฤษ A-Level 66 และ วิชาสามัญ 65
จุดต่างแรกที่น่าสนใจคือ ข้อสอบพาร์ททักษะการอ่าน เพราะปีนี้จะแบ่งกลุ่มแนวการอ่านไว้ 5 ประเภทคือ โฆษณา บทวิจารณ์สินค้าหรือบริการ รายงานข่าว ภาพประกอบบทความ (กราฟ ตาราง แผนผัง แผนภูมิ) และสุดท้ายเป็นบทความทั่วไป
ซึ่งถ้าเทียบกับวิชาสามัญปี 65 จะมีส่วนที่หายไปคือ บทกลอน มุกตลก และบทบรรณาธิการ นอกจากนี้ยังปรับบทความทั่วไปจากเดิมที่ความยาว 2 หน้า เหลือเพียง 1 หน้า แต่จะมี 2 บทความค่ะ
เมื่อหัวข้อวัดทักษะการอ่านน้อยลง สิ่งที่เปลี่ยนตามมา คือ จำนวนข้อนั่นเอง จากเดิมที่ประเภทละ 5 ข้อ ก็จะปรับเพิ่มเป็นประเภทละ 6 ข้อ และบทความจาก 8 ข้อเป็น 16 ข้อค่ะ
ควรเตรียมตัวอย่างไร
ในพาร์ทของการอ่าน ทปอ. ได้บอกรายละเอียดประเภทของเนื้อหาหรือสื่อไว้แล้ว น้องๆ สามารถไปหาตัวอย่างจากเว็บไซต์ของต่างประเทศ ว่าในสื่อแต่ละประเภทจะมีการใช้คำศัพท์อย่างไร เช่น ในแวดวงโฆษณา คำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ มีอะไรบ้าง บทวิจารณ์สินค้า มีคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ อะไรบ้าง เป็นต้น
สำหรับทักษะการเขียน Part of speech และ Grammar เป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งคำศัพท์ที่เหมาะสมกับเนื้อหา โดยเฉพาะกลุ่มคำที่คล้ายกัน ชวนสับสน ก็จำเป็นต้องจำหรือหาเทคนิคในการจำให้ได้เพื่อใช้ให้ถูกต้องค่ะ
สำหรับน้องๆ ที่อยากรู้เพิ่มเติมว่าข้อสอบปีนี้เป็นยังไง พี่มิ้นท์ยังมีบทความดีๆ ให้อ่านเพิ่มเติมนะคะ
- เทียบให้ชัด! A-Level ภาษาต่างประเทศ เหมือน-ต่างกับ PAT 7 เดิมยังไง คลิก
- เจาะลึก! แนวข้อสอบ TGAT (GAT เดิม) ต้องสอบ 3 พาร์ท เปลี่ยนใหม่เกือบหมด คลิก
- มาแล้ว! กำหนดการสอบ BMAT 2022 เตรียมตัวด่วน ปีนี้สอบเดือน ต.ค. คลิก
- #dek66 จะยื่นรอบ Port ยื่น Inter ห้ามพลาด! ตารางสอบ CU-TEP TU-GET SAT 2022-2023 มาแล้ว คลิก
นอกจากนี้ ใครที่อยากลองสอบแนวข้อสอบใหม่ อย่าลืมสมัคร โครงการเด็กดีพรีแอดฯ รอบ TGAT/TPAT กสพท, TPAT2-3-4-5 สมัครได้ถึง 21 ก.ค.นี้แล้ว!!! และรอบ A-Level สมัครได้ถึง 9 ต.ค.65 มีหลายวิชาให้เลือก สอบเสร็จได้ข้อสอบกลับบ้านไปทบทวนเพิ่ม ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://www.dek-d.com/pre-admission/
1 ความคิดเห็น