สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ เชื่อว่าประเทศ ‘นิวซีแลนด์’ ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาวเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเรียนต่อ ทั้งนี้ก็เพราะระบบการศึกษามีคุณภาพ อัตราการก่ออาชญากรรมต่ำ แถมได้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เอ็นจอยไปกับธรรมชาติอันงดงามอีกด้วย
วันนี้พี่พลอยกี้เลยรวมลิสต์ 5 มหาวิทยาลัยที่คุณภาพการเรียนการสอนดีที่สุดจากการจัดอันดับของ QS World University Rankings ประจำปี 2023 มาฝากค่ะ จะมีมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนต่อติดโพลมั้ยนะ? รีบตามมาดูเลยยย~~
Think New: เรียนที่ ‘นิวซีแลนด์’ ดียังไง?
1) ระบบการศึกษามีคุณภาพไม่เป็นรองใคร
ถ้ากำลังมองหาตัวเลือกการเรียนต่อในประเทศที่สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ค่าครองชีพไม่สูงเท่าอเมริกาหรืออังกฤษ ต้องบอกว่านิวซีแลนด์คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ได้ฝึกสกิลภาษาแบบ Native speaker แต่ยังเป็นประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาเดียวกับประเทศอังกฤษด้วยนะ ดังนั้นการันตีได้เลยว่าเราจะได้รับความรู้แบบเต็มเปี่ยมและมีคุณภาพอย่างแน่นอน
2) ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ไร้กังวล
ถ้าจะเดินทางไปเรียนต่อแบบฉายเดี่ยว เรียกว่าสบายใจได้เลยค่ะ เพราะรายงานจาก Global Peace Index ประจำปี 2022 นิวซีแลนด์ก็คว้าอันดับ 2 ประเทศที่ปลอดภัยและสงบสุขที่สุดในโลกมาครอง เป็นดินแดนที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำ ผู้คนเป็นมิตร และยังมีกฎหมายป้องกันการละเมิดเสรีภาพในการพูดหรือการแสดงออก (freedom of speech) อีกด้วย!
3) สัมผัสวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก
นิวซีแลนด์นับเป็นประเทศที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมาก เพราะมีคนจากหลายประเทศทั่วโลกมาอาศัยอยู่ร่วมกันในดินแดนแห่งนี้ ใครมาเรียนก็รับรองเลยค่ะว่าจะได้สัมผัสบรรยากาศสังคมอินเตอร์และได้สร้างคอนเน็กชันกับเพื่อนๆ จากทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน
4) ดินแดนแห่งธรรมชาติเขียวขจี
เมื่อพูดถึงประเทศวิวสวย ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และอากาศดีย์ต่อใจสุดๆ~ หลายคนน่าจะนึกถึง ‘นิวซีแลนด์’ ใช่มั้ยคะ สำหรับดินแดนแห่งนี้มี 2 เกาะหลักคือ เกาะเหนือและเกาะใต้ ซึ่งมีภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม และทะเลงดงามราวกับภาพวาด เหมาะสุดๆ โดยเฉพาะกับสายรักธรรมชาติ ต้องการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์
Note: ‘Aotearoa’ เป็นชื่อของนิวซีแลนด์ในภาษาเมารี แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “The Land Of The Long White Cloud” หรือดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาวนั่นเองค่ะ
5) ทำงานพาร์ตไทม์ได้
นิวซีแลนด์มีกฎหมายอนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนทำงานพาร์ตไทม์ได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และทำงานเต็มเวลาได้ในช่วงปิดเทอม นอกจากนี้ยังสามารถยื่นขอวีซ่าทำงานต่อหลังเรียนจบได้ด้วย (ภายใต้เงื่อนไขและคุณสมบัติที่กำหนด) ตามไปตรวจสอบรายละเอียดในหัวข้อ Working while studying & after you graduate กันได้เลย ในนี้ข้อมูลแน่นมาก
**********
Top 5 Universities in New Zealand
อันดับ 5: Massey University
เริ่มต้นกันที่ ‘Massey University’ มหาวิทยาลัยในเมืองพาล์เมอร์สตันนอร์ท (Palmerston North) ซึ่งอยู่บนเกาะเหนือของประเทศ ก่อตั้งเมื่อปี 1927 ปัจจุบันมี 3 วิทยาเขต ได้แก่ที่พาล์เมอร์สตันนอร์ท (เป็น Main Campus), เวลลิงตัน (Wellington) และอัลบานี (Albany)
ม.แมสซีย์แห่งนี้เปิดสอนตั้งแต่ ป.ตรี-เอก มีทุนสำหรับนักศึกษาทุกระดับ รวมถึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่เปิดสอน “หลักสูตรการบิน” (Aviation) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO ด้วยค่ะ
ในปีล่าสุด ม.แมสซีย์แห่งนี้ยังครองอันดับ 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศ และอันดับ 292 ของโลก พร้อมคะแนน 5 ดาวด้านการศึกษาทางไกลจาก QS Stars University Ratings อีกด้วยนะคะ เนื่องจากมีหลักสูตรออนไลน์คุณภาพแน่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วโลกสามารถคว้าปริญญาได้โดยไม่ต้องเดินทางมาเรียนถึงมหาวิทยาลัย // ดีงามมากกก
ทุนการศึกษาเว็บไซต์มหาวิทยาลัยอันดับ 4: University of Canterbury
มาต่อกันที่ ‘University of Canterbury’ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองไครสต์เชิร์ช (ภาษาอังกฤษ) เมื่อปี 1873 ในปีนี้มีคุณภาพการเรียนการสอนอยู่ในอันดับ 4 ของนิวซีแลนด์และอันดับ 284 ของโลก
Canterbury เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกใน 7 คณะหลัก ได้แก่ คณะสายสุขภาพ, วิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, ศิลปศาสตร์, นิติศาสตร์, ครุศาสตร์ และบริหารธุรกิจ นอกจากนี้ยังมี ‘UCX’ แพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์เรียนฟรี ซึ่งสอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของแต่ละสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ให้เราได้อัปสกิลและเก็บพอร์ตด้วยค่ะ (อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่)
ทุนการศึกษาเว็บไซต์มหาวิทยาลัยอันดับ 3: Victoria University of Wellington
‘Victoria University of Wellington’ ก่อตั้งขึ้นในปี 1897 มีวิทยาเขตหลักอยู่ที่เมืองหลวงอย่างกรุงเวลลิงตัน (Wellington) โดดเด่นมากในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัย ชั้นนำของประเทศ ปัจจุบันมีสถาบันวิจัยกว่า 40 แห่ง หนึ่งในนั้นคือศูนย์วิจัยที่ขั้วโลกใต้ (Antarctic Research Centre) ของฝั่งคณะภูมิศาสตร์, สิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ (Geography, Environment and Earth Sciences) นั่นเองค่ะ
ในปีนี้ Victoria University of Wellington ครองอันดับ 3 ของประเทศและอันดับ 275 ของโลก เปิดสอนหลากหลายสาขาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-เอก ตัวอย่างสาขาดัง เช่น นิติศาสตร์, มนุษยศาสตร์, วิทยาศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากนี้หลักสูตรธุรกิจของมหา’ลัย (Wellington School of Business and Government) ยังอยู่ใน Top 1% ของโรงเรียนธุรกิจทั่วโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับนานาชาติจาก 3 สถาบันหลักด้านธุรกิจของโลกหรือ 'Triple Crown' ด้วยค่ะ // ใครอยากเรียน BBA หรือ MBA ห้ามพลาดเลยนะ
ทุนการศึกษาเว็บไซต์มหาวิทยาลัยอันดับ 2: University of Otago
รองแชมป์มหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ปีนี้ตกเป็นของ ‘University of Otago’ (ติดอันดับ 217 ของโลก) ก่อตั้งเมื่อปี 1869 ณ เมืองดะนีดิน (Dunedin) ซึ่งไม่เพียงเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศเท่านั้น แต่แคมปัสยังสวยปังติดอันดับโลก ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิกและยลโฉมสถาปัตยกรรมแบบโกธิค แนะนำให้ปักหมุดแล้วเตรียมศึกษาเรื่องการสมัครกันนะคะ
ที่นี่เปิดสอนตั้งแต่ปริญญาตรี-เอก โดยมีกว่า 200 สาขาให้เลือกเรียน โดยในระดับป.ตรี ยังลงวิชาโท (minor subject) ได้ตามความสนใจ หลักสูตรยอดฮิตของที่นี่ได้แก่ แพทยศาสตร์, ป.สาขาการเงิน และ หลักสูตร MBA
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็ปังไม่แพ้คุณภาพการศึกษาเลยค่ะ เพราะหอสมุดกลางของที่นี่ถูกจัดอยู่ในอันดับ 13 ของห้องสมุดที่ผู้อ่านทั่วโลกควรมาเยือน อีกด้วยนะ // อลังการมากกก
ทุนการศึกษาเว็บไซต์มหาวิทยาลัยอันดับ 1: University of Auckland
ปิดท้ายด้วยมหาวิทยาลัยที่ใหญ่สุด ดังสุด และคุณภาพการเรียนการสอนครองแชมป์ในนิวซีแลนด์กันค่ะ! ‘University of Auckland’ (ติดอันดับ 87 ของโลก) ก่อตั้งเมื่อปี 1883 ในเมืองที่บรรยากาศอินเตอร์สูงมากอย่างออกแลนด์ (Auckland) ปัจจุบันเปิดสอนระดับ ป.ตรี-เอก รวมทั้งสิ้น 8 คณะ และมีสถาบันวิจัยอีก 60 แห่ง
และจากการจัดอันดับของ QS Subject Rankings มีถึง 12 สาขาวิชาที่ติดอยู่ใน Top 50 ของโลก เช่น เภสัชศาสตร์ ภาษาศาสตร์ โบราณคดี เป็นต้น // ปังทั้งสภาพแวดล้อมและการเรียนการสอนถึงขนาดที่มีนักเรียนศึกษาจาก 120 ประเทศทั่วโลกเดินทางมาเรียนที่นี่เลยค่ะ!
ทุนการศึกษาเว็บไซต์มหาวิทยาลัย**********
หลังจากได้รู้จักกับ 5 อันดับมหาวิทยาลัยคุณภาพเริดของประเทศนิวซีแลนด์ไปแล้ว น้องๆ อยากเรียนต่อที่ไหนกันบ้าง? แม้ว่าค่าครองชีพของที่นี่จะราคาไม่เบา แต่เมื่อเทียบคุณภาพชีวิตดีๆ รวมถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ธรรมชาติสวยงาม ผู้คนเป็นมิตร ได้สร้างคอนเนกชันกับเพื่อนจากทั่วโลก ถือว่าคุ้มสุดๆ
แต่สำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย บอกเลยว่าทุกมหาวิทยาลัยต่างก็พร้อมมอบโอกาสในการเรียนต่อ โดยมีทุนการศึกษาหลายประเภทให้เราเลือกสมัคร ใครอยากรู้ว่ามีทุนอะไรบ้างก็คลิกลิงก์ที่พี่แปะไว้ได้เลย
สุดท้ายนี้พี่พลอยกี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนได้เข้าเรียนในสาขาและมหา’ลัยที่ตั้งใจไว้นะคะ Good Luck ค่ะ!
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
Twitter: @tornokandcourse - IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
0 ความคิดเห็น