พาไปรู้จัก 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดใน ‘ออสเตรเลีย’ พร้อมชี้เป้าทุนเรียนต่อ!

สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ถ้าพูดถึงประเทศ “ออสเตรเลีย” ก็นับเป็นอีกจุดหมายการเรียนต่อยอดฮิตของคนไทยเลยค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะระบบการศึกษามีคุณภาพ มหาวิทยาลัยหลายแห่งติดอันดับ TOP 100 ของโลก และสามารถขอวีซ่าทำงานต่อหลังเรียนจบได้อีกด้วย

วันนี้พี่พลอยกี้เลยรวมลิสต์ 5 มหาวิทยาลัยคุณภาพที่ด้านวิชาการดีที่สุดในออสเตรเลีย จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings ประจำปี 2023 มาฝาก พร้อมชี้เป้าทุนจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งด้วย รีบตามมาดูกันเล้ยย~

Note: บทความนี้อ้างอิงเรตเงิน 1$ = 38.15 บาท (อัปเดตเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 65)

Photo by Joey Csunyo on Unsplash
Photo by Joey Csunyo on Unsplash

เรียนที่ ‘ออสเตรเลีย’ ดียังไง?

1. ระบบการศึกษามีคุณภาพระดับโลก

ออสเตรเลียมีตัวเลือกการเรียนต่อตั้งแต่คอร์สภาษา, ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (Diploma) ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ป.ตรี-โท-เอก และประกอบด้วยมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับ Top100 ของโลกหลายแห่ง ข้อดีคือมีทุนจากรัฐบาลหรือจากมหาวิทยาลัยโดยตรงที่นักศึกษาต่างชาติสมัครได้ด้วยนะคะ

2. ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ไร้กังวล

จากการจัดอันดับของ Global Peace Index ประจำปี 2022 ออสเตรเลียคว้าอันดับ 27 ประเทศที่ปลอดภัยและสงบสุขที่สุดในโลกมาครอง หลายเมืองในประเทศติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เพราะมีระบบสาธารณสุข การขนส่งสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานครบครัน แถมให้ความสำคัญกับเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคล ดังนั้นใครเดินทางไปเรียนต่อคนเดียว เรียกได้ว่าสบายใจหายห่วงได้เลย!

3. สัมผัสวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก

ด้วยความที่ประชากรออสเตรเลียเกือบ 30% เกิดในต่างประเทศ แถมยังมีนักเรียนต่างชาติอยู่ที่นี่มากกว่า 500,000 คน ทำให้ดินแดนออสเตรเลียมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมากกกก ใครมาเรียนต่อที่นี่รับรองว่าจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่อินเตอร์สุดๆ พร้อมซึมซับภาษาอังกฤษแบบ Native Speaker หลายสำเนียงแน่นอนน

4. ทำงานพาร์ตไทม์ได้

ออสเตรเลียมีกฏหมายอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน (Student Visa) ทำงานพาร์ตไทม์ได้ ปัจจุบันสามารถทำงานก่อนเริ่มเรียนได้และทำได้มากกว่า 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ซึ่งสิทธิ์การทำงานแบบไม่จำกัดเวลาดังกล่าวจะสิ้นสุดวันที่ 20 มิถุนายน 2023 หลังจากนั้นจะกลับมาใช้ข้อกำหนดเดิมคือต้องเริ่มเรียนแล้วถึงจะทำงานได้ และทำได้สูงสุด 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ค่ะ

นอกจากนี้ยังสามารถยื่นขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้ด้วย (Temporary Graduate Visa) แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและคุณสมบัติที่กำหนดด้วยนะคะ

………...............

TOP 5 Universities in Australia

Photo Credit:
Photo Credit: UQ

อันดับ 5 : University of Queensland

มาเริ่มทัวร์ ‘University of Queensland’ (UQ) กันค่ะ ที่นี่ก่อตั้งเมื่อปี 1909 ณ เมืองบริสเบน (Brisbane) ในรัฐควีนส์แลนด์ ปัจจุบันมีแคมปัสที่ St. Lucia, Gatton และ Herston เรียกว่ารายล้อมด้วยบรรยากาศอินเตอร์สุดๆ เพราะมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนรวมๆ 20,000 คนจาก 137 ประเทศทั่วโลก

นอกจากมหา’ลัยควีนส์แลนด์จะขึ้นแท่นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย และอันดับ 50 ของโลกแล้ว ยังเป็นหนึ่งใน Universitas 21 (U21) เครือข่ายวิจัยระดับโลก ซึ่ง UQ เองมีมากกว่า 100 ศูนย์วิจัยทั่วภูมิภาค หนึ่งในนั้นคือ Heron Island Research Station ที่ศึกษาเกี่ยวกับแนวปะการังนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Great Barrier Reef) นั่นเองค่ะ

ใครอยากสัมผัสประสบการณ์เรียนเลิศๆ พร้อมเซฟงบม.ควีนส์แลนด์มีทุนเยอะมากๆ ทั้งแบบที่สมัครแยก กับทุนที่พิจารณาอัตโนมัติจากเอกสารการสมัครเรียน เช่น International High Achievers Scholarship ที่มอบส่วนลดค่าเรียน $10,000 (~381,500 บาท) ช่วง 2 เทอมแรก สำหรับชาวต่างชาติที่สมัครเรียน ป.ตรี-เอก 

ค้นหาทุนการศึกษาเพิ่มเติมเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
Photo Credit:
Photo Credit: UNSW

อันดับ 4 :  University of New South Wales 

มาต่อกันที่ University of New South Wales หรือ UNSW Sydney ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยด้านวิจัยในกลุ่ม U21 เช่นกันค่ะ ที่นี่ก่อตั้งเมื่อ 1939 ในเมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยมีคุณภาพการเรียนการสอนติดอันดับ 4 ของประเทศ, อันดับ 45 ของโลก และยังเป็นแห่งเดียวในออสเตรเลียที่อยู่ในเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Alliance of Technological Universities) อีกด้วยปัจจุบัน UNSW Sydney เปิดสอน 7 คณะ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี, โท และเอก ครอบคลุมทั้งคณะสายวิทย์และสายศิลป์ และมีหลักสูตรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ

ทางมหาวิทยาลัยมีทุนเรียนต่อหลายประเภททั้งทุนเต็มจำนวน ทุนบางส่วน และอาจครอบคลุมค่าครองชีพรายเดือน ช่วยสนับสนุนด้านการเงินของนักศึกษาต่างชาติตั้งแต่ระดับ ป.ตรี ไปจนถึง ป.เอก 

ค้นหาทุนการศึกษาเพิ่มเติมเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
Photo Credit:
Photo Credit: USyD

อันดับ 3 : University of Sydney

University of Sydney (USyD) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ก่อตั้งในปี 1850 ที่เมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ในปีล่าสุดติดโผอันดับ 3 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของออสเตรเลียและอันดับ 41 ของโลก แถมยังคว้าอันดับ 1 ของประเทศและอันดับ 4 ของโลกด้านอัตราการจ้างงานหลังเรียนจบด้วยคะแนน 98.1 (อ้างอิง QS Graduate Employability Rankings 2022) // ปังมากกก~

USyD เปิดสอนระดับปริญญาตรี, โท และเอก รวมกว่า 400 หลักสูตร ตัวอย่างสาขาเด่นคือ สาขากายวิภาคศาสตร์ (อันดับ 2 ของประเทศ), สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ และสาขาประวัติศาสตร์ (อันดับ 2 ของประเทศ) 

สำหรับใครอยากเรียนต่อที่นี่ ก็มีหนึ่งในทุนมูลค่าสุดปังอย่าง ‘Vice-Chancellor's International Scholarships Scheme’ ซึ่งพิจารณาอัตโนมัติสำหรับนักศึกษาต่างชาติใหม่ที่ผลการเรียนโดดเด่น และได้รับการตอบรับเข้าเรียนแบบไม่มีเงื่อนไข (unconditional offer) โดยทุนนี้มีมูลค่าสูงสุดถึง $40,000 (~1,526,000 บาท) เลยค่ะ 

ค้นหาทุนการศึกษาเพิ่มเติมเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
Photo Credit:
Photo Credit: University of Melbourne

อันดับ 2 : University of Melbourne

รองแชมป์ของออสเตรเลียประจำปีนี้ตกเป็นของ ‘University of Melbourne’ (ติดอันดับ 33 ของโลก) มหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับ 2 ของประเทศซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1853 ที่เมืองเมลเบิร์น รัฐวิคทอเรียและยังเป็น ม.วิจัยในกลุ่ม U21 ด้วย นอกจากนี้ ยังโดดเด่นหลายสาขา เช่น ภูมิศาสตร์ นิติศาสตร์ จิตวิทยา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ฯลฯ

และในแง่บรรยากาศความเป็นนานาชาติ ขอบอกว่าในจำนวนนักศึกษา ป.ตรี-เอก เป็นต่างชาติไปแล้วเกือบครึ่ง (40%) หรือตกปีละประมาณ 54,000 คน มีระบบที่จัดแบ่งนักศึกษาเป็นบ้าน (College) เหมือนกับในหนังเรื่อง Harry Potter ดูแลทั้งเรื่องหอพัก ความเป็นอยู่ และกิจกรรม // เป็นระบบเหมือนที่มีใน Oxford และ Cambridge เช่นกันค่ะ (อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ใครอยากเรียนต่อที่นี่แบบเซฟงบ ทางมหา’ลัยก็มีทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติหลายประเภทตั้งแต่ระดับ ป.ตรี ถึง ป.เอก อย่างทุน ‘Melbourne International Undergraduate Scholarship’ยกเว้นค่าเล่าเรียนระดับ ป.ตรี เริ่มตั้งแต่ $10,000 ไปจนถึง 50% และสูงสุดที่ 100% *ทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาอัตโนมัติจากเอกสารการสมัครเรียนค่ะ

ค้นหาทุนการศึกษาเพิ่มเติมเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
Photo Credit:
Photo Credit: ANU

อันดับ 1 : Australian National University

และแชมป์ประจำปีนี้ก็ตกคืออออ ‘Australian National University’ (ANU) ซึ่งติด Top30 ของโลกด้วย ANU ก่อตั้งโดยรัฐสภาออสเตรเลียเมื่อปี 1946 ณ เมืองหลวงอย่าง แคนเบอร์รา (Canberra) 

ความไม่ธรรมดาคือเป็นมหา’ลัยที่มีศิษย์เก่าและอาจารย์ได้รับรางวัลโนเบลมากสุดในประเทศ และยังเป็นที่เดียวในออสฯที่อยู่ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยระดับนานาชาติ (International Alliance of Research Universities; IARU) 

แน่นอนว่า ANU ก็มีทุนหลายประเภทเช่นกัน อย่าง ‘ANU Global Diversity Scholarship’ ที่มูลค่าสูงถึง $18,750 (~715,312 บาท) และมอบสูงสุด 4 ปี โดยทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาทุนให้อัตโนมัติหากคุณสมบัติผู้สมัครผ่านเกณฑ์ที่กำหนดค่ะ

ค้นหาทุนการศึกษาเพิ่มเติมเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

………...............

 

หลังทำความรู้จักแต่ละมหาวิทยาลัยไปแล้ว ตอนนี้มีใครอยากเป็น #ทีมออสเตรเลีย บ้างมั้ยคะ? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าระบบการศึกษาของที่นี่มีคุณภาพระดับโลก หากน้องๆ ได้ไปเรียนต่อก็จะได้ความรู้แบบเต็มเปี่ยม และได้สร้างคอนเน็กชันกับเพื่อนจากทั่วโลกอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ออสเตรเลียค่อนข้างมีนโยบายดึงดูดชาวต่างชาติ อีกทั้งหลายมหาวิทยาลัยก็พร้อมมอบทุนการศึกษาแบบจัดเต็ม ทั้งทุนเรียนฟรี ทุนบางส่วน หรือทุนเรียนต่อพร้อมค่าครองชีพ ใครอยากรู้ว่ามีทุนอะไรเพิ่มเติมบ้างก็เข้าเว็บไซต์ค้นหาทุนตามลิงก์ที่พี่แปะไว้ได้เลย

สุดท้ายนี้พี่พลอยกี้ขอเอาใจช่วยให้น้องๆ ตั้งใจจนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้นะคะ แล้วเจอกันบทความหน้าค่า~ 

Source:https://www.studyaustralia.gov.au/english/discover-australia/reasons-to-study-with-australia https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/student-500#When https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/student-500/temporary-relaxation-of-working-hours-for-student-visa-holders https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/getting-a-visa/visa-listing/temporary-graduate-485https://www.cateight.com/news/oldest-universities-in-australia  
พี่พลอยกี้
พี่พลอยกี้ - Columnist หนอนหนังสือ ผู้หลงรักเพลง K-POP ฝันอยากท่องโลกกว้าง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น