"แพท" เผยวินาทีระทึกรอดจากเงื้อมมือโจร

 

     ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เตือนภัยให้เราระมัดระวังตัวมากขึ้น สำหรับเหตุการณ์ที่ดาราสาว ''แพท'' ณปภา ตันตระกูล ถูกจี้หมายชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายในเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2550 ระหว่างที่นางเอกสาวกำลังจอดรถรอแฟนหนุ่มอยู่บริเวณหน้าบ้านก็ถูกผู้ชายลึกลับพยายามดันเธอเข้าไปในรถจนเกิดการยื้อยุดกันเล็กน้อยก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

 

     และล่าสุด ในวันที่ 7 มกราคมนางเอกสาว ''แพท'' ได้แถลงข่าวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งที่ตึกมาลีนนท์พร้อมกับสีหน้าที่ยังมีวิตกกังวลอยู่เล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ในครั้งนั้น

 

 

“แพท”เ ล่าเรื่องราวระทึกขวัญในคืนวันเกิดเหตุว่า ...

     ''เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ม.ค. เวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง และแพทเพิ่งอัดรายการเสร็จแล้วต้องเอาของไปฝากที่บ้านพี่ออมเขาเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าและเป็นคนขี้ลืม ก็เอาไปฝากให้พี่เขาเอาไปให้ด้วย ระหว่างที่พี่ออมยังไม่มาก็จอดรถรอที่รั้วบ้านเพื่อที่จะเอาของไปให้ และประตูรถแพทก็ไม่ได้ล็อกเพราะเตรียมตัวจะลงจากรถแล้วจะหาของด้วยก็เปิดไฟทั้งรถเลยพอสักพักเสียงประตูรถเปิดฝั่งคนขับขึ้นเราก็เอ้า!! พี่ออมหรือเปล่า แต่กลับไม่ใช่เป็นผู้ชายใส่ หมวกกันน็อกปิดทั้งหน้าเลยใส่เสื้อสีดำ แจ็กเกตสีน้ำตาล กางเกงยีน แล้วเอาปืนมาจี้ที่ท้องแล้วก็บอกให้เข้าไปนั่งข้างใน แล้วพยายามดันตัวแพทเข้าไปในรถฝั่งคนนั่ง''

 

จากนั้นก็เกิดการยื้อแย่งจนได้รับความช่วยเหลือจากคุณลุงใจดีบ้านใกล้เรือนเคียง

     แพทเล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า “ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกตอนนั้นของในกระเป๋าแพทไม่ได้เอาเงินไปฝากประมาณ 20,000 บาทและเราก็ไม่รู้จะหยิบอะไรส่งไปให้เขา เขาก็พยายามดันตัวเราเข้าไป ถ้าเขาขึ้นมานั่งที่รถของเรา กุญแจก็ยังอยู่ที่รถเขา อาจจะไม่ได้เอาแต่ของอย่างเดียวถ้าเขาพาเราไปไหน เราจะแย่ก็พยายามจะยื้อสักพักแต่คิดอะไรไม่ออกพอเขาเอาปืนมาจ่อที่หัวก็พยายามจะปัดก็เลย กลายเป็นจะแย่งปืนเขาอีก เขาก็พยายามจับมือแพทไว้ด้วยความที่ไฟในรถทุกดวงเปิดสว่าง คนผ่านไปผ่านมาต้องเห็นอย่างแน่นอน เขาก็จับมือแพทด้วย จะดับไฟในรถแล้วมีคุณป้าบ้านถัดออกไป ได้ยินเสียงเพราะประตูรถไม่ได้ปิดเขาเข้ามาได้แค่ครึ่งตัว ระหว่างนั้นแพทก็พยายามจะบีบแตรด้วยเขาก็บอกถ้าบีบเขาจะตบให้หน้าแหกเลย เขาบอกห้ามตุกติก ดันเราไปเขาจะเข้ามาในรถให้ได้ คุณป้าได้ยินเสียงและเห็นรถผิดสังเกตเพราะในหมู่บ้านเสนาแพทไม่ใช่รายแรก เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อหาเหยื่อ คนที่เดินออกไปทำงานตอนตี 5 เขาก็ออกมา มีใครขี่จักรยานเขาก็ถีบล้มแล้วกระชากกระเป๋าไปเลย เป็นเหตุการณ์ที่คุณป้าเล่าให้ฟังล่าสุดเพิ่งมีผู้หญิงถูกกระชากกระเป๋าไป คุณป้าสังเกตเห็นเป็นรถปกติไม่น่าจะไม่ติดป้ายทะเบียน ก็ไปบอกคุณลุงว่าน่าสงสัย แล้วคุณลุงต้องเอารถมากลับตรงข้ามซอยพอดีคุณลุงก็จอดรถส่องไฟเข้ามาที่รถแพท อย่างเดียวไม่ไปไหนเลยเพราะในรถก็เปิดไฟคุณลุงต้องเห็นว่าเราโดนจี้ แล้วมีคุณป้ากับลูกปั่นจักรยานจะเข้าบ้านมาเห็น เขาก็เลยดันตัวแพทแล้วเดินออกไปนอกรถ''

 

เมื่อเจ้าโจรออกจากรถไปแล้วทำอย่างไรต่อ จนเกือบถูกจ่อยิง

     ''ก็รู้สึกโล่งใจว่าเรารอดแล้วมีคนช่วยเราแล้ว ก็ปิดประตูแล้วก็ ล็อกรถ และเปิดกระจกตะโกนให้ชาวบ้านเขาออกมาช่วยบอกว่านี่มันเป็นโจร มันเป็นโจร เขาคงโมโหมั้งคะของก็ไม่ได้ยังตะโกนให้คนอื่นมาช่วยเขาก็ขับมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้ารถแพทแล้วเอาปืนมาจ่อที่หน้ากระจกจะยิงแพทตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นปืนจริงหรือเปล่าแต่เท่าที่สัมผัสคิดว่าเป็นของจริงก็กลัวเลยก้มตัวลงเพื่อสตาร์ตรถ แล้วใส่เกียร์เพื่อที่จะเดินรถไปข้างหน้าให้พ้นวิถีกระสุนเพื่อที่เราจะได้ไม่เป็นอันตราย คุณป้าแถวนั้นยังเล่าว่าเขาเห็นมอเตอร์ไซค์ขับตามมาเราเหลือบไปเห็นก็เห็นเขาขับตามมาด้วย เขาขับตามเรา ก็คิดว่าเขาขับตามจะมาทำร้ายเราต่อหรือเปล่าก็ขับมาตรงถนนใหญ่ที่ร้านที่สว่างที่สุดหน้าปากซอยถนนใหญ่ ก็สงบสติอารมณ์ ก็บอกคนในร้านว่าโดนปล้นมาเขาก็เลยให้ใจเย็นๆ สักพักก็โทร.หา 191 พอพี่ออมมาก็ขับวนว่าเขาอยู่ตรงนี้หรือเปล่าปรากฏว่าไม่เจอแล้ว จนมาอยู่ที่หน้าบ้าน ก็คุยกับคุณลุงคุณป้าเล่าให้ฟังว่าใครโดนบ้าง สักพักก็มีตำรวจโทร.เข้ามาเป็นสายตรวจของสน.โชคชัยมา แต่ก่อนที่ตำรวจจะมา ไม่รู้เขาตกใจที่จี้ว่าเป็นแพทหรือเขาตกใจอะไร ก่อนหน้าตำรวจมาเขาขับวนมา อีกรอบหนึ่ง พอเขาเห็นหน้าบ้านไม่ได้มีแค่แพท เขาเห็น แพทเห็นก็บอกว่านี้รถโจร เขาก็ขับเลี้ยวไปอีกซอยพี่ออมก็วิ่งตามไปดูแต่หายไปแล้ว สัก 3-4 นาทีตำรวจก็มาถึงก็บอกเขาว่าก่อนหน้านี้เขาเพิ่งไปเอง''

 

 

รูปพรรณสัณฐานของผู้ร้ายรายนี้

     ''ตำรวจก็บอกให้บอกรูปพรรณสัณฐาน แต่แพทมองไม่เห็นหน้าเลย รู้แต่รูปลักษณ์ภายนอกจับแขนและฟังจากเสียงไม่ใช่เด็กๆ แล้ว น่าจะประมาณ 20 กว่า ท่าทางเขาตกใจที่เป็นแพท ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะยิงทิ้งไปแล้ว แต่นี้ทรัพย์สินยังอยู่ครบ ไม่ได้ทำร้ายอะไร แค่ขู่และพยายามดันให้แพทไปอยู่ที่คนนั่ง''

 

แล้วทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่วันเกิดเหตุ

     ''แพทถ่ายละครติดๆ กัน ท่านสารวัตร สน.โชคชัยให้บอกรูปพรรณสัณฐาน และตั้งด่านสกัดมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีป้ายทะเบียนและมีสายตรวจเข้ามาตรวจในหมู่บ้านบ่อยขึ้น อาจจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบซุ่มดูด้วยพยายามที่จะจับให้ได้อาจจะเป็นโชคดีของคนในหมู่บ้านที่เขาจะปลอดภัยระยะหนึ่ง ตอนนั้นแพทตกใจและคุณตำรวจไม่ได้บอกให้มาแจ้ง ตอนโทร.ไป 191 บันทึกไว้แล้วก็เข้าใจว่าเขาบันทึกให้เราแล้วจนพี่ชายแพทบอกให้ไปแจ้งความคุณตำรวจบอกถ้าจะให้เรื่องคืบหน้ากว่านี้''

 

ความรู้สึก ณ ตอนนี้  

     ''ช็อก และภาพยังติดตาตลอด ตั้งแต่วันเกิดเหตุคิดอยู่อย่างเดียวว่าถ้าเกิดอีกเราจะทำยังไงตอนที่เกิดเหตุ อุปกรณ์ที่จะช่วยตัวเองไม่มีเลย จนกลายเป็นระแวง มอเตอร์ไซค์มาก็จะหันไปมอง เราไม่รู้ว่าไฟช็อตจะสู้เขาได้หรือเปล่า''

 

คุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไร

     ''ช็อกค่ะ ท่านฟังที่แพทเล่า แม่พูดมาเลยว่าหัวใจจะวาย พ่อบอกให้ไปเรียนยิงปืนไหม แม่ก็บอกให้ระวังตัวมากๆ เราขับรถไปทำงานดึกๆ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องทำยังไง คุณแม่ก็อยากจะตาม แต่ไปเรียน ไปทำงานเป็นการเดินทางที่ลำบาก พี่ๆ ก็ทำงานกันหมดเลย ก็ระวังมากขึ้น''

 

พี่ออมหวานใจว่าไง

     ''ตัวพี่ออมเขาก็ตกใจเพราะหลังจากเกิดเหตุเขาไปทำงานกลับมาเขาก็ดูแลในส่วนที่เขาจะช่วยได้ ไม่แน่ใจว่าผู้ร้ายจะอาฆาตหรือเปล่าของก็ไม่ได้''

 

ยังกล้าไปบ้านพี่ออมอีกไหม

     ''ช่วงนี้กล้าไปบ้านพี่ออม นะคะเพราะตำรวจเยอะ(หัวเราะ) แต่คงไม่ขับรถตัวเองแล้วกลับเขาจำทะเบียนได้ เขาอาจจะไปดักเราก็ได้ แต่ไม่ได้หลอนมากเพราะเราไม่ได้บาดเจ็บ ทรัพย์สินเรายังอยู่ครบ ร่างกายเราก็ไม่โดนทำร้ายอาจจะมีภาพติดตาบ้าง ตอนนั้น 3 ทุ่มครึ่ง ก็แวะมาที่พี่ออมบอกจะเอาของไปฝากแต่ไม่ทันจะมาก็เกิดเหตุเสียก่อน''

 

ถึงขั้นจะขายไหม

     ''ไม่หรอกค่ะ ยังใช่อยู่ค่ะ พี่ออมก็มีขับให้บ้างแต่ถ้าแพทไปกองอื่นก็ช่วยตัวเอง''

 

การแสดงช่วยได้พูดจนโจรงง

     ''แพทว่าจริงๆ อาจจะเป็นเพราะละครช่วยได้พูดจนโจรงง พูดจนเขางง แพทรู้แล้ว แพทอย่าเพิ่งเข้ามา ไม่ได้ตุกติก แต่ก็อย่าเข้ามา เอามือไปจับปืนจับแขนเขา เขาก็จี้ตลอดก็บอกว่าใจเย็นๆ อย่าจี้อย่าตบแต่ไม่หยิบของส่งให้เขาสักชิ้น''

 

เหตุการณ์นี้สอนอะไรบ้าง 

     ''คือต้องล็อกรถเสมอ เป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดแล้วถ้าก่อนลงถ้าไม่ลงก็ต้องล็อกรถไว้เขาก็ทำอะไรไม่ได้ต่อให้เป็นบ้านแพทเองก็จะโทรศัพท์ให้แม่มาเปิดประตูหน่อย แต่ก่อนหน้านี้จะเปิดประตูเองตลอด ตอนนี้ก็สังเกตมากขึ้นค่ะ''

 

เตรียมดำเนินคดีอย่างไร  

     ''นอกจากแพทแล้ว คนในหมู่บ้านเสนาทุกคนพร้อมที่จะดำเนินคดีค่ะ ทุกคนโดนมาเป็นเดือนสองเดือนแล้วแต่ยังจับตัวไม่ได้ตอนนี้โทรศัพท์เปิดประตู ใครกลับบ้านคนเดียวก็ต้องมีคนไปรับ ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย''

 

ตำรวจโทร.มาสอบถามว่าเห็นหน้าผู้ร้ายหรือเปล่า

     ''ไม่เห็นเพราะเขาใส่หมวกกันน็อกจำได้คือรถและรูปพรรณสัณฐานเขาได้จำเสียงเขาได้ คนส่วนใหญ่เล่าให้ฟังจะเป็นผู้ชายคนเดียว ก็เลยมั่นใจว่าเป็นรายเดียวกัน''
ตอนนี้ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องไปบริษัทอาจิ๋มด้วย

 

แฟนคลับว่าอย่างไรบ้าง

    ''มีแฟนคลับโทร.มาเป็นห่วงถามว่าเป็นปีชงหรือเปล่า แต่แพทคิดว่าซวยหรือเปล่าแต่แพทถือว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไรเลย แพทรู้สึกโชคดีจังที่ไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลย''

 

ฝากบอกทุกคนให้ระวังตัวมากขึ้น

     ''ฝากตอนนี้ไม่ใช่แค่ผู้หญิงแล้วผู้ชายก็โดน เขาไม่เลือกเวลาก่อเหตุแล้ว 3 ทุ่มครึ่งละครเพิ่งฉายยังไม่ดึกมากก็เกิดเหตุแล้ว 2 ทุ่มเขาวนดูแล้วว่ามีเหยื่อไหม ตอนนี้ ก็มีคุณแม่โทร.คุยกัน พี่ออมก็โทรคุยกัน เพราะอย่างน้อยแพทจะได้ไม่หลับและเขาก็ได้รู้เหตุการณ์ทันทีและช่วยทันทีค่ะ''


 

 

     ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. นางเอกสาวได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย และให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับพี่ชาย นายอนุชา ตันตระกูล โดยมี ร.ต.ต.ทองรัชฏ เหรียญสุวงษ์ พนักงานสอบสวนเวร ผู้รับแจ้ง ส่วนสาเหตุที่เพิ่งมาแจ้งความ เนื่องจากตนกำลังเร่งถ่ายละครเรื่อง กิ่งแก้วกาฝาก อยู่

 

     โดย นายอนุชา พี่ชายนางเอกสาวกล่าวว่า จริงๆ จะพาน้องมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว แต่พอดีติดถ่ายละครเลยพามาวันนี้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกโชคดีมากที่น้องสาวตนไม่ได้รับอันตราย ถ้าเกิดผู้ร้ายทำอะไรน้องแต่ปลายเล็บ ตนพร้อมพี่ชายอีกหลายคนก็พร้อมที่จะพลิกแผ่นดินตามล่า เพราะแพทเป็นน้องสาวคนสุดท้องที่พี่ๆ รักและเอ็นดูมากเป็นพิเศษ ตอนแรกที่แพทเล่าให้ฟังก็ตกใจและเป็นห่วงน้องมาก และตอนนั้นพ่อกับแม่ก็หลับหมดแล้ว แต่พอรู้ว่าน้องปลอดภัยก็โล่งใจ ตรงนี้ต้องชมน้องสาวเลยว่าเป็นคนมีสติ ที่ตัดสินใจผลักปืนออกไปจากตัวได้ นิสัยแพทเขาไม่กลัวปืน เพราะคนที่บ้านพกปืนอยู่ตลอดเวลา และแพทก็เห็นปืนมาตั้งแต่เด็กๆ

 

     ด้าน ร.ต.ต.ทองรัชฏ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้ และถือว่าเป็นคดีที่ค่อนข้างอุกอาจพอสมควร เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

     ร.ต.ต.ทองรัชฏ ได้ฝากเตือนมายัง ศิลปิน นักร้อง ดารา ที่อาศัยอยู่ในท้องที่ สน.โชคชัย ที่มีอยู่เยอะมากว่า ให้ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะมีคนร้ายที่มักจะก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับแพทจำนวนมาก

 

     อ่านข่าวนี้แล้วเราคงต้องหันมาระมัดระวังภัยร้ายใกล้ตัวให้มากขึ้นนะคะ จะไปไหนมาไหนตอนกลางคืนก็ไปกันเป็นกลุ่มๆ กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ คนเราเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ยังไงก็ระวังตัวเอาไว้เป็นดีที่สุดค่ะ  ...

 

พี่เหมี่วขอขอบคุณ : ข่าวและภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์สยามดาราค่ะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
เป็งเพียงเด็กคนนึง Member 9 ม.ค. 51 20:33 น. 3

ง่า เปงเราเราก็ตกใจอ่ะ อาจช็อกสลบ แต่ตอนที่พี่แพทสตาร์ทรถอ่ะ เราว่าน่าจะขับชนมันไปเลย เอาให้ตายๆไปเลย พวกแบบนี้น่ะ น่ากลัว จะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาเฉียดความตายมันเปนยังไง (จะโหดไปไหมเนี่ย!!)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด