การสมัครสอบ TGAT/TPAT ก็ได้ปิดรับสมัครลงอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งการสอบด้วยกระดาษและคอมพิวเตอร์ และถ้านับเวลาถอยหลังจนถึงวันสอบ ก็เหลือเพียงไม่กี่วัน นอกจากจะต้องเตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างเต็มที่แล้ว ยังมีสิ่งสำคัญที่น้องๆ ต้องเตรียมตัวสำหรับวันสอบจริงด้วยค่ะ พี่มิ้นท์ได้สรุปมาฝากน้องๆ แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ
ไม่อยากพลาดวันสอบ TGAT/TPAT
ต้องระวัง 10 เรื่องนี้ เตือนแล้วนะ!
น้องๆ หลายคนไม่เคยมาสอบในสนามสอบจำลองของ Dek-D ก็เลยต้องมาเจอกับการสอบจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งอาจทำให้ตื่นเต้น ลนลาน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดังนั้นมาค่อยๆ เตรียมตัวและทำความเข้าใจไปกับ 10 อย่างต่อไปนี้
1. บัตรเข้าสอบต้องใช้ทุกวิชา
เอกสารการเข้าสอบที่สำคัญคือ "บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบรายวิชา" ที่เพิ่งเริ่มมาใช้เมื่อปีที่แล้ว เอกสารนี้สำคัญมากๆ และยังต้องใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐานการแสดงตนด้วย
บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบรายวิชาเอามาจากไหน? ก็เอามาจากระบบ student.mytcas.com พิมพ์ได้ตั้งแต่ 24 พ.ย.จนถึงวันสอบของวิชานั้นๆ
น้องๆ เข้าระบบแล้วเลือกพิมพ์เอกสารบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบรายวิชา ใน 1 หน้ากระดาษ A4 จะมีจำนวนบัตรตามจำนวนวิชาที่สอบ เช่น ถ้าสอบ 2 วิชา ก็จะมีข้อมูล 2 ใบ หลังจากนั้นก็ตัดแบ่งใช้วิชาละใบ ตามตัวอย่างด้านล่างนี้
สำหรับน้องๆ ที่ไม่มีเครื่องปริ้นท์ที่บ้านก็ไม่ต้องตกใจ เพราะ ทปอ. อนุญาตให้เซฟใส่มือถือได้เหมือนกัน หรือบางสนามสอบอาจจะมีให้บริการปริ้นท์ ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายค่ะ
2. สอบด้วยคอม มีกระดาษทดและต้องเตรียมเครื่องเขียนไปด้วย
TCAS66 เป็นปีแรกที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสอบ โดยสอบจากคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยจัดให้เท่านั้น ไม่ใช่นำคอมพิวเตอร์ของตัวเองไปนะคะ
ลักษณะของการสอบด้วยคอมคือ น้องๆ จะอ่านโจทย์และกดคลิกช่องคำตอบได้เลย แต่แม้จะเลือกสอบด้วยคอม น้องๆ ก็ยังต้องเตรียมเครื่องเขียน ปากกา ดินสอ ยางลบ ไปด้วย เพราะอาจต้องใช้ในการเซ็นเข้าสอบหรือไว้สำหรับทดเลขนั่นเอง
ส่วนมีกระดาษทดมั้ย? คำถามนี้ถูกถามเข้ามาเยอะมาก "สอบด้วยคอมจะมีกระดาษทดให้หรือไม่ในวิชาคำนวณ" ตรงนี้ได้สอบถามจาก ทปอ. มาแล้ว มีกระดาษทดให้แน่นอนค่ะ ดังนั้น น้องๆ ไม่ต้องแอบเอากระดาษเปล่าเข้าไปเอง ให้เสี่ยงต่อการโดนข้อหาทุจริตนะคะ และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับข้อก่อนหน้านี้ว่า แม้จะสอบด้วยคอมก็ต้องพกเครื่องเขียนไปด้วย ไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรทดล่ะจริงมั้ย
3. สอบด้วยคอม ย้อนกลับแบบข้ามข้อได้
น้องๆ ที่เลือกสอบด้วยคอมพิวเตอร์ พี่มิ้นท์ขอแนะนำให้เข้าไปทดลองใช้ระบบการสอบกันก่อนนะ >>ทางลัดไปทดลองระบบสอบ TGAT/TPAT<< เพื่อสร้างความคุ้นเคย ว่าปุ่มแต่ละปุ่มอยู่ตรงไหน หน้าตาระบบเป็นยังไง ซึ่งหากน้องๆ ไปใช้จริงในห้องสอบ อาจจะไม่รู้ว่าการย้อนข้อสอบ สามารถย้อนไปข้อไกลๆ ได้โดยไม่ต้องกดไปทีละหน้าค่ะ ไม่อย่างนั้นเสียเวลาแย่
วิธีการก็คือ ดูที่แถบด้านบน ที่มีแถบเมนูต่างๆ มากมาย แล้วเลือก Icon ที่เหมือนแผ่นกระดาษเช็กลิสต์ เมื่อกดเข้าไป ก็จะเห็นสถานะข้อสอบของน้องๆ ว่าข้อไหนทำแล้ว ข้อไหนยังไม่ทำ ข้อที่ยังไม่ทำจะเป็นสีขาวๆ กดคลิกไป ระบบก็จะวาร์ปน้องๆ ไปที่ข้อนั้นเลย แต่ถ้าน้องๆ จะกดเพื่อตรวจทานคำตอบทีละข้อ อันนั้นก็ต้องใช้วิธีการเลื่อนกลับทีละข้อนะคะ
4. อย่าลืมนาฬิกาติดตัว
นอกจากอุปกรณ์การสอบอย่างดินสอ ปากกา ยางลบ กบเหลาดินสอแล้ว อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ นาฬิกาข้อมือธรรมดา (ไม่ใช่ดิจิตอล) อย่าคาดหวังว่าทุกสนามสอบจะมีนาฬิกาในห้องนะคะ เพราะรุ่นพี่หลายคนเจอกับตัวมาแล้วว่าในห้องไม่มีนาฬิกาบอกเวลา
แม้ว่าในสนามสอบจะมีเสียงประกาศตามสายว่าเหลือเวลาอีกกี่นาที แต่สำหรับบางคน หากประกาศว่าเหลือ 10 นาที หรือ 5 นาทีสุดท้ายคงไม่พอ ดังนั้นการเตรียมนาฬิกาไปด้วยก็ช่วยทำให้คุมเวลาในการทำข้อสอบได้ดีกว่าค่ะ
5. เผื่อเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที
การสอบ TGAT/TPAT มีครั้งเดียวต่อปี ไม่อยากให้พลาดจริงๆ! หากสนามสอบอยู่ไกลบ้านหรือไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 30-60 นาทีค่ะ "แต่บ้านหนูรถไม่ติดเลยนะคะพี่" ถึงจะรถไม่ติดยังไง การไปก่อนเวลาก็ทำให้เราสบายใจ ไม่ต้องเร่งรีบภายหลังค่ะ
และที่สำคัญ หลายคนไม่เคยไปโรงเรียนนั้นมาก่อน ก็ควรที่จะต้องเข้าไปสำรวจโรงเรียนเบื้องต้นก่อน ว่าห้องน้ำอยู่ไหน ห้องสอบอยู่ตึกไหน และต้องไปเช็กรายชื่อจากแผนผังอีกรอบนึง หากมีปัญหาอะไร จะได้ติดต่อกองอำนวยการทันค่ะ
6. ตรวจสอบหัวกระดาษว่าข้อมูลถูกต้องมั้ย
สำหรับน้องๆ ที่เลือกสอบด้วยกระดาษ บนกระดาษคำตอบจะมีชื่อ นามสกุล และข้อมูลของน้องๆ ไว้เรียบร้อยเหมือนเสกมา!
อย่ามัวแต่คิดว่าโอ้ยดีจังไม่ต้องเขียน! เพราะถึงไม่เขียนเอง น้องๆ ก็ต้องเช็กข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ ทั้งชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน เลขที่นั่งสอบต่างๆ และกระดาษใบนั้นเป็นชื่อของเราจริงมั้ย เพราะก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีนั่งผิดโต๊ะ ไปนั่งทำข้อสอบให้คนอื่นที่ไม่มา ผลออกมาคือ ตัวเองไม่มีคะแนน แต่คนที่ไม่ไปสอบมีคะแนน ต้องละเอียดทุกขั้นตอนจริงๆ นะคะ
7. สายเกิน 30 นาที หมดสิทธิ์สอบ
ใครที่คิดว่า ชั้นทำข้อสอบแค่ 1 ชั่วโมงก็เสร็จ ไว้ค่อยไปท้ายๆ ชั่วโมงก็ได้ คิดผิดค่ะ! ที่สนามสอบก็มีกฎในเรื่องของเวลาในการเข้าสอบด้วย
หากมาสายแต่ไม่มาก น้องๆ ยังเข้าสอบได้ตามปกติ แต่ถ้าเกิน 30 นาทีเมื่อไหร่ จะหมดสิทธิ์เข้าสอบในวิชานั้นๆ ทันที
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงอยากให้น้องๆ เผื่อเวลาจากปกติเล็กน้อย เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เช่น รถติด เกิดอุบัติเหตุ ไปผิดสนามสอบ ลืมของ ฯลฯ เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าไปไม่ทันเวลาก็ไม่มีใครช่วยได้ค่ะ
8. การแต่งกายอิสระ แต่ต้องอยู่ในกฎ
คอนเซ็ปท์การแต่งกายปีนี้คือเริ่ดมากค่ะ กฎเดียวที่ยืนหนึ่งคือ แค่สุภาพ เรียบร้อย อย่างอื่นน้องๆ สามารถทำได้ตามสิทธิของตนเอง
สรุปกันอีกครั้ง การแต่งกายไปสอบในปีนี้ ทั้ง ม.6 และเด็กซิ่ว สามารถใส่ชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดนักศึกษา ชุดสุภาพ และยังใส่ชุดตามเพศสภาพได้อีกด้วย (แต่ต้องสุภาพนะ) และสามารถทำสีผม ทำเล็บ ใส่แว่นตาได้ค่ะ
อย่างไรก็ตามนี่เป็นการแต่งกายสำหรับสนามสอบ TGAT/TPAT2-5 และ A-Level นะคะ ส่วนการสอบ TPAT1 หรือ วิชาเฉพาะแพทย์ของ กสพท ที่จะสอบในวันที่ 17 ธ.ค. ต้องปฏิบัติตามกฎของสนามสอบ รวมถึงสนามสอบวิชาเฉพาะอื่นๆ ที่จัดโดยมหาวิทยาลัย ก็ต้องปฏิบัติตามกฎของเขาเช่นกันค่ะ
9. สอบสนามเดิม แต่อาจไม่ใช่ที่นั่งเดิมทุกวิชา
แต่ละวิชา มีจำนวนผู้เข้าสอบไม่เท่ากัน ดังนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะเปลี่ยนโต๊ะสอบหรือเปลี่ยนห้องสอบทุกวิชา น้องๆ ต้องดูในบัตรประจำตัวเข้าสอบให้ดี ว่าเราสอบที่ห้องไหน และอย่าลืมตรวจสอบผังที่นั่งสอบหน้าห้องอีกครั้งว่ามีชื่อตัวเองหรือเปล่า จะช่วยลดความผิดพลาดไปได้เยอะ
10. เวลาพักมีแค่ 1 ชั่วโมง
คนที่สอบ 2 วิชา/วัน ต้องบริหารเวลาให้ดีค่ะ เพราะเวลาพักเที่ยงนั้นมีแค่ 1 ชั่วโมง และตามกฎของ ทปอ. นั้น จะไม่อนุญาตให้ออกข้อสอบจนกว่าจะหมดเวลา ดังนั้นกว่าจะรอกรรมการเก็บข้อสอบ เดินออกจากห้อง ต่อแถวซื้อข้าว กินข้าว อาจจะไม่ทัน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง พี่มิ้นท์แนะนำให้เตรียมข้าวมาทานเองก็น่าจะสะดวกนะคะ
เพราะการสอบ TGAT/TPAT มีแค่ครั้งเดียว ทำอะไรผิดพลาดบางอย่างไป อาจทำให้เสียเวลา ไปจนถึงพลาดการสอบได้ เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมีสติและเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเรื่องสุขภาพของน้องๆ ด้วยนะคะ Take care ค่ะ^^
1 ความคิดเห็น
เอากระเป๋าอะไรไปก็ได้ใช่มั้ยคะ สามารถใส่เครื่องประดับไปได้มั้ยคะ?