สวัสดีค่ะน้องๆ ตอนนี้เราเดินทางมาถึงเดือนสุดท้าย สัปดาห์สุดท้ายของปี พ.ศ. 2565 กันแล้ว อีกไม่กี่อึดใจก็จะเข้าสู่ศักราชใหม่ หรือ พ.ศ. 2566 และมหกรรมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ของน้องๆ #dek66 จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2566 

วันนี้พี่แนนนี่ก็เลยจะมาเรียบเรียงสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังปีใหม่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป ให้น้องๆ ได้เห็นกันว่า จะต้องเตรียมตัวทำอะไรกันบ้าง

ปีใหม่ 2566 นี้ #dek66 ต้องทำอะไรกับระบบ TCAS บ้าง
ปีใหม่ 2566 นี้ #dek66 ต้องทำอะไรกับระบบ TCAS บ้าง

หลังเปิดปีใหม่ 2566 มา #dek66 ต้องทำอะไรต่อใน TCAS บ้าง?

1. เช็กกำหนดการ/ผลคัดเลือกรอบ Portfolio

หลังจากที่หลายมหาวิทยาลัยเริ่มรับสมัครรอบ Portfolio กันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลในช่วงเดือนมกราคม 2566 นี้ เป็นช่วงที่แต่ละมหาวิทยาลัยทยอยประกาศผลการคัดเลือกในรอบ Portfolio ดังนั้นน้องๆ ที่ยื่นสมัครรอบ Portfolio ไปแล้ว แนะนำเปิดระเบียบการเช็กกำหนดการรับสมัครกันอีกสักรอบว่าจะมีประกาศรายชื่อให้ไปสอบสัมภาษณ์เพิ่มเติมไหม หรือต้องส่งผลคะแนนการสอบ TGAT/TPAT ไหม หรือจะประกาศผลการคัดเลือกเลย ถ้าประกาศเลยจะประกาศเมื่อไหร่ แล้วต้องไปรายงานตัว หรือมียืนยันสิทธิ์กับมหาวิทยาลัยกันก่อนไหม อย่าลืมเช็กกันละเอียดๆ กันจะได้ไม่พลาด

2. ประกาศคะแนน TGAT/TPAT 2-5 (PBT)

ใครที่กำลังรอผลสอบ TGAT/TPAT2-5 อยู่ ในวันที่ 7 มกราคม 2566 นี้จะเป็นวันประกาศผลคะแนนการสอบ รูปแบบ paper-based แล้ว โดยน้องๆ สามารถเข้าไปที่ mytcas เพื่อตรวจสอบคะแนนสอบในแต่ละรายวิชาได้  และยังสามารถขอหนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา TGAT/TPAT2-5 หรือไฟล์ผลสอบได้ด้วย

แต่ถ้าใครสงสัยการตรวจคะแนน ก็สามารถกดขอตรวจคำตอบ และขอทบทวนผลคะแนนสอบ โดยจะมีค่าใช้จ่ายวิชาละ 100 บาท หรือ 300 บาท ที่จะสามารถขอทบทวนผลคะแนนทุกวิชาที่เข้าสอบได้เลย

3. ตัดสินใจจัดการสิทธิ์รอบ Portfolio

ทปอ. กำหนดวันประกาศผลการคัดเลือก และยืนยันสิทธิ์รอบ Portfolio ไว้ คือ วันที่ 4 -  5 กุมภาพันธ์ 2566 โดยหลังจากที่มหาวิทยาลัยประกาศผลการคัดเลือกออกมาแล้ว ให้น้องๆ ตัดสินใจเรื่องการจัดการสิทธิ์ให้ดีดี ว่าต้องการที่จะเข้าเรียน หรือไม่เข้าเรียนในคณะ/สาขาวิชาที่ผ่านการคัดเลือกหรือไม่  สำหรับน้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือกมากกว่า 1 มหาวิทยาลัยในรอบ Portfolio น้องๆ จะสามารถเลือกยืนยันสิทธิ์ได้แค่ 1 ที่เดียวเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องดำเนินการจัดการสิทธิ์ภายในวันที่กำหนดเท่านั้น

โดยถ้าน้องๆ ต้องการจะเข้าเรียนในคณะ/สาขาวิชานั้นๆ ให้เลือก "ยืนยันสิทธิ์" แต่ถ้าใครไม่สนใจจะเข้าเรียนให้เลือก "ไม่ใช้สิทธิ์" เพราะถ้ายืนยันสิทธิ์แล้ว จะไม่สามารถไปสมัครรอบอื่นๆ ต่อได้อีก จนกว่าจะสละสิทธิ์ และการขอ "สละสิทธิ์" ก็ทำได้เพียงครั้งเดียว และถ้าสละสิทธิ์ในคณะแพทยศาสตร์,​ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ จะไม่สามารถสมัครในสาขาวิชาเดิมได้อีกด้วย ฉะนั้นการตัดสินใจในช่วงนี้สำคัญมากๆ เลยนะคะ 

4. เตรียมยื่นสมัครรอบ Quota

เมื่อการรับสมัครรอบ Portfolio จบลง การรับสมัครในรอบ Quota ก็จะเริ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 แต่บางมหาวิทยาลัยก็เริ่มรับสมัครตั้งแต่ตอนที่รอบ Portfolio ยังไม่จบ

 ฉะนั้นน้องๆ คนไหนที่สนใจรอบ Quota อย่าลืมไปตรวจสอบกำหนดการรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย และสาขาวิชาที่เปิดรับในแต่ละโครงการให้ดี และขอบอกย้ำตรงนี้เลยว่า รอบนี้ไม่ได้เปิดรับแค่โครงการที่กำหนดพื้นที่เท่านั้น ยังมีโครงการอื่นๆ  ที่เปิดรับในรอบนี้ด้วย แนะนำให้น้องๆ ลองเปิดระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัยอย่างละเอียดๆ อาจจะมีโครงการที่น้องๆ สมัครได้ซ่อนอยู่

แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่น้องๆ มีโครงการในดวงใจแล้ว อย่าลืมเตรียมเอกสารการสมัครให้เรียบร้อย ทั้ง Portfolio หลักฐานผลงาน/ความสามารถต่างๆ รวมถึงเอกสารส่วนตัว โดยเฉพาะเอกสารที่ต้องไปให้หน่วยงานออกให้ เช่น ใบปพ.1 ใบปพ.7 หนังสือรับรอง เป็นต้น อาจจะทำเป็นเช็กลิสต์เอาไว้เลยก็ได้ เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่น

หมายเหตุ : การรับสมัครรอบ Quota จะดำเนินการโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัยที่สนใจ

5. เตรียมสมัครสอบ A-Level 

การสอบ TGAT/TPAT ประจำปี 2566 ก็ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว สถานีการสอบต่อไปก็เป็นการสอบ A-Level  ซึ่งจะมีการใช้คะแนนในรอบ Quota, Admission ด้วย ถ้าคณะ หรือสาขาวิชาไหนที่น้องๆ จะยื่นคัดเลือก กำหนดใช้คะแนนสอบ A-Level ให้น้องๆ เตรียมตัวสมัครสอบในรายวิชาที่ต้องการ ระหว่างวันที่  1 - 10 กุมภาพันธ์ 2566  และเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าสอบในวันที่ 18 - 20 มีนาคม 2566

สำหรับ A-Level จะมีจัดสอบทั้งหมด 16 รายวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1, คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2, วิทยาศาสตร์ประยุกต์, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, สังคมศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาเยอรมัน, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาเกาหลี, ภาษาจีน, ภาษาบาลี และ ภาษาสเปน

ส่วนน้องๆ คนไหนที่ยังลังเลว่าจะสมัครสอบ A-Level ดีไหม หรือไม่แน่ใจว่าต้องลงสมัครวิชาไหนบ้าง ขอแนะนำให้น้องๆ ไปเปิดระเบียบการรับสมัครของโครงการ/มหาวิทยาลัยที่สนใจ เช็กเกณฑ์การคัดเลือกอย่างละเอียด เตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะระบบจะเปิดรับสมัคร

นอกจากเตรียมตัวเรื่องการสอบแล้ว อย่าลืมเตรียมค่าสมัครสอบเอาไว้ด้วย วิชาละ 100 บาท จะลงสอบกี่วิชา ก็เตรียมเงินเอาไว้ได้เลย

6. วางแผน 10 อันดับ รอบ Admission

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่น้องๆ จะสามารถเตรียมความพร้อม คือการวางแผนยื่นสมัครรอบ Admission โดยในรอบนี้ทปอ.จะให้น้องๆ ยื่นสมัครได้สูงสุด 10 อันดับ ระหว่างที่ระบบยังไม่เปิดรับสมัครนั้น ให้น้องๆ สามารถศึกษาเกณฑ์การคัดเลือกแต่ละสาขาวิชา/คณะไว้ได้เลย และเตรียมจัดอันดับสาขาวิชาที่ต้องการจะยื่นสมัครไว้ก่อนได้เลย

สำหรับหลักการในการจัดอันดับ ให้น้องๆ คิดอยู่เสมอว่า ระบบจะค่อยๆ คัดเลือกทีละอันดับตามที่ผู้สมัครยื่นไป ถ้าน้องไม่ผ่านการคัดเลือกในอันดับที่ 1 ระบบจะไปพิจารณาอันดับที่ 2 ต่อ และถ้ายังไม่ผ่านการคัดเลือกอีก ก็จะไปพิจารณาอันดับที่ 3 ต่อไป และเมื่อไหร่ที่ผ่านการคัดเลือกอันดับใดแล้ว ระบบจะไม่ไปพิจารณาในอันดับที่อยู่ถัดๆ ไปอีกเลย ส่วนใครจะผ่านการคัดเลือกก่อน/หลัง อยู่ที่คะแนนสอบ ถ้าใครได้คะแนนสอบมากกว่า ก็จะมีโอกาสผ่านการคัดเลือกมากกว่า

หมายเหตุ : ระวัง! บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้พิจารณาจากอันดับที่ยื่นสมัครด้วย ซึ่งถ้ามหาวิทยาลัยที่สนใจระบุข้อกำหนดนี้ไว้ ก็ต้องจัดอันดับไว้ต้นๆ หรือตามที่กำหนด เพราะไม่เช่นนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาก็ได้
 

น้องๆ #dek66 คนไหนที่กำลังเตรียมตัวสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS อยู่ ลองเช็กลิสต์ตาม 6 ข้อข้างต้น เพียงเท่านี้น้องๆ ก็สามารถจับต้นชนปลายได้แล้วว่าหลังปีใหม่นี้ จะต้องทำอะไรต่อบ้าง

พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น