|
....อยากจะขอบคุณที่รู้ใจ เข้าใจสิ่งดีๆ ที่ให้มา อยากจะขอบคุณที่สัญญา ว่าไม่มีวันห่างเหิน
. เมื่อได้อ่านประโยคด้านบนนี้แล้ว...พี่ลาเต้ เชื่อว่า น้องๆชาว Dek-D หลายคน...คงจะร้อง อ๋อ ทันที... ก็แหม...ทั้งเพลง ทั้งคนที่ร้องเพลงนี้ ออกจะดัง..ดัง..ดัง..และก็ดัง...คนที่ไม่รู้จัก...ก็คงจะมีเพียงคนที่บ้านอยู่หลังเขา(วงกต) เท่านั้นแหละคร๊าบ...อิอิ... เมื่อพูดอย่างนี้แล้ว...คนที่ พี่ลาเต้ พูดถึงคงหนีไม่พ้น นายพิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล หนุ่มหล่อนิสัยดี ผู้ที่รับบท มิว จากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม นั่นเองครับ...ซึ่งวันนี้...นายมิว ยอมลงทุนขอพักเรื่องราวส่วนตัวระหว่างเขากับโต้ง และการซ้อมดนตรี เพื่อมาเล่าถึงเรื่องราวชีวิตการเรียน รวมถึงประสบการณ์การแอดมิชชั่นของเขาให้น้องๆชาว Dek-D ได้ฟังกันครับ...ซึ่งขอบอกเลยว่า...จากการที่ พี่ลาเต้ ได้ไปสัมภาษณ์ นายพิช มา...ยอมรับเลยว่า...เรื่องราวของนายคนนี้มีประโยชน์มากๆ สำหรับน้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่นอันใกล้นี้แหละครับ...เกริ่นมาซะนาน...เอาเป็นว่าไม่ให้เสียเวลาเราไปฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ครั้งนี้จากปากของ นายพิช กันเลยคร๊าบ...
พช่วงชีวิต ม.ปลายพ
ตอน ม.ปลาย ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนมงฟอร์ดวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ครับ...ก็เลือกเรียนสายวิทย์ คณิต เพราะคิดว่าเป็นสายที่คนเรียนเยอะ เลือกคณะได้เยอะ และที่สำคัญเพื่อนๆก็เรียนด้วย...จนกระทั่งเรียนมาได้ซัก 2 ปี ช่วงประมาณ ม.5 ก็ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถนัด และชอบที่จะเรียนสายศิลป์ มากกว่า...เลยตัดสินใจย้ายมาเรียน สายศิลป์ คำณวนครับ... ...ช่วงเรียน ม.ปลาย ฝันไว้หลายอย่างครับ...ฝันไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้ว จะเป็นโน่น เป็นนี่ อยากจะเรียนคณะโน่น คณะนี้ แต่ในที่สุดก็คิดได้ว่า ตัวเองเป็นคนชอบเขียน ชอบพูด ชอบที่จะเล่าเรื่องต่างๆให้เพื่อนๆฟัง...อีกทั้งก็มักมีคนเข้ามาชมบ่อยๆว่า...เวลาที่เราเล่าเรื่องอะไร เรื่องนั้นจะสนุก น่าฟัง ก็เลยมาคิด และบวกกับความชอบส่วนตัว...จนในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเลือกเรียนสื่อสารมวลชน ด้านภาพยนตร์ เพราะเห็นว่ามันมีการเรียนเขียนบท เพราะตัวเราถนัดเล่า ถนัดเขียน ถนัดบรรยายอยู่แล้ว... พวินาที...แอดมิชชั่นพ ...พอรู้ว่าตัวเองต้องการที่จะเรียนคณะอะไรแล้ว...ขั้นต่อไปก็คือเริ่มทำความฝันให้เป็นจริงครับ...ตอนนั้นพอดี คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดรับสมัครโควตาพอดี ก็เลยตัดสินใจสมัครไป...โดยเลือกวิชาที่สอบเป็นวิชาภาษาที่ตัวเองถนัด...ซึ่งผลก็ปรากฏว่า ติด ครับ... ...หลังจากที่รู้ว่าสอบ ติด ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว...ก็ดีใจนะครับ...แม่ซึ่งเขาอยากให้เรียนที่นั่นก็ดีใจด้วย...แต่ความรู้สึกดีใจก็เริ่มลดลงไปครับ...เพราะตอนนั้นต้องไปถ่ายหนัง รักแห่งสยาม ที่กรุงเทพฯ...ซึ่งเราก็มาลองกลับคิดดูว่า เรามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯอยู่เรื่อยๆ...ทำไมเราไม่เรียนที่นี่เลยหละ...จะมีประโยชน์มากกว่าไหม...เพราะการเดินทางเทียวขึ้น เทียวลง มันเหนื่อยและเสียเวลา ซึ่งมันก็อาจทำให้กระทบกับงานทั้ง 2 อย่าง ...พอได้คิดอย่างนั้น...ก็เลยยอม สละสิทธิ์โควตา ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อไปสอบแอดมิชชั่นเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งมันถือเป็นการวัดใจมากๆ...เพราะเราสละสิทธิ์ทั้งๆที่ไม่รู้ว่า จะสอบติดหรือไหนหรือเปล่า...
พเคล็ดลับ...การเตรียมตัวพ ...การตัดสินใจสละสิทธิ์ในครั้งนี้ก็สร้างความกดดันไว้เหมือนกันครับ...เพราะเราเลือกที่จะเรียนกรุงเทพฯ เราเลือกที่จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ทุกอย่างเราเลือกเองทั้งหมด ดังนั้นเราก็ยอมไม่ได้เหมือนกันที่จะให้ตัวเอง ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กที่แอดมิชชั่นไม่ติด ซึ่งนับจากนั้นมาก็พยายามจัดสรรเวลาระหว่างการทบทวนหนังสือเรียน กับการถ่ายหนัง ให้ลงตัวที่สุดครับ... ...ผมก็มีเคล็ดลับในการอ่านหนังสือที่เป็นเฉพาะตัวครับ...คือเวลาอ่านหนังสือ ผมจะอ่านเฉพาะตอนกลางวันที่มีแสงเยอะๆ...และแสงนั้นก็ต้องเป็นแสงธรรมชาติด้วยนะครับ...เพราะรู้สึกว่า อ่านแล้วสบายตา ไม่ง่วงนอน และก็เนื้อหาที่อ่านก็เข้าหัวดีครับ... พวันที่รอคอย...ก็มาถึง...พ ...จนในที่สุดช่วงเวลาการสอบแอดมิชชั่น การยื่นคะแนนก็มาถึงครับ...โดยผมเลือกไว้ทั้งหมด 3 อันดับ คือ 1.นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ 2.วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และ 3.สื่อสารมวลชน เชียงใหม่ (กลับมาเลือกที่เดิม...ซะงั้น)...ซึ่งผลปรากฏว่าผมติดอันดับที่ 2 ครับ
...วินาทีแรกที่รู้ว่า ติด ก็ดีใจนะครับ...เพราะอย่างที่บอก ผมทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แถมยังอาจได้อ่านหนังสือน้อยกว่าคนอื่น พอรู้ว่า สอบติด ก็ดีใจครับ...โทรหาแม่ โทรหาเพื่อนๆทุกคนเลย
แต่เวลาเดียวกันอีกเสี้ยวหนึ่งก็ยังรู้สึกเสียดายนะครับ...ว่าตัวเองน่าจะติดอันดับที่ 1
...แต่ไม่นานความคิดที่เคยเสียดายในหัวผมก็หมด และหายไปจากความคิดผมเลยครับ...หลังจากที่ได้มาเรียนในวันเปิดภาคเรียนจริงๆ ที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าสนุก เป็นกันเอง ครื้นเครง และที่สำคัญ ทางอาจารย์ และรุ่นพี่ก็ต้อนรับดีมากๆ...จนแอบคิดไม่ได้ว่า หากได้ไปเรียนที่อื่นๆจะมีโอกาสได้เจอเรื่องราวดีๆอย่างนี้ไหม...
|
|
พติดตามตอนต่อไปใน วันที่ 24 มกราคม 2551พ |









44 ความคิดเห็น
เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ยก็ยากเหมือนกันน่ะค่ะ คืออยากถามว่าถ้าเรายังไม่รู้ว่าจะอยากเป็นอะไรดีในอนาคต

พี่ลาเต้ พอจะมีวิธีหาตัวเองให้เจอรึเปล่าค่ะ
แต่คะแนนก็สูงมากๆๆๆ
แต่จะพยายาม สู้ๆ
พี่พิช น่ารั๊กสุดด ด :]]]]
ทำไมไม่เจอในค่าย JC อ่ะ
เรียนเก่งน่ะ แถมยังน่ารักอีกด้วย
เราเองยังไม่รู้เลยว่าเข้ามหาวิทยาลัยได้ป่าว
คนอาไรก็ไม่รู้....ทั้งหล่อ ทั้งน่าตาดี แถมเสียงดีอีกต่างหาก
ฮ่าๆ
เก่ง
ปล. อยากเก่งมั่งง่า
สู้ๆนะ