โค้งสุดท้าย ก่อนสอบ A-Level แบบนี้ พี่มิ้นท์ไม่พลาดที่จะหาเทคนิคดีๆ มาฝากน้องๆ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ที่จะสอบในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคมนี้ วิชาที่มีจำนวนข้อมากที่สุดถึง 80 ข้อในเวลา 90 นาที และยังมีพาร์ท Reading ยาวๆ อีกด้วย ทำยังไงให้ทัน เตรียมตัวยังไง บทความนี้มีคำตอบ
แชร์ 10 เทคนิคจากรุ่นพี่!
ทำข้อสอบ "ภาษาอังกฤษ" วิชาสามัญ ยังไงให้ทัน+คะแนนพุ่ง
โครงสร้างข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
ทักษะการฟังและการพูด (Listening and Speaking Skills) (25 คะแนน) 20 ข้อ
1) เติมบทสนทนาแบบสั้น (Short conversation) จำนวน 3 บทสนทนา
- จำนวนข้อคำถาม (4 ข้อ/บทสนทนา รวม 12 ข้อ)
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 3 ข้อ / กลาง 6 ข้อ / ยาก 3 ข้อ)
2) เติมบทสนทนาแบบยาว (Long conversation) จำนวน 1 บทสนทนา
- จำนวนข้อคำถาม (8 ข้อ/บทสนทนา รวม 8 ข้อ)
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 6 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)
ทักษะการอ่าน (Reading Skill) (50 คะแนน) 40 ข้อ
1) โฆษณา (Advertisement) จำนวน 2 บทความ
- จำนวนข้อคำถาม 3 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 2 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)
2) บทวิจารณ์สินค้าหรือบริการ (Product or service review) จำนวน 1 บทความ
- จำนวนข้อคำถาม 6 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 4 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)
3) รายงานข่าว (News report) จำนวน 1 บทความ
- จำนวนข้อคำถาม 6 ข้อ/บทความ รวม 6 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 4 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)
4) ภาพประกอบบทความ (Visual) เช่น กราฟ ตาราง แผนผัง หรือ แผนภูมิ จำนวน 2 เรื่อง
- จำนวนข้อคำถาม 3 ข้อ/เรื่อง รวม 6 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 2 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)
5) บทความทั่วไป ที่ มีจำนวนคำประมา ณ 500– 600 คำ หรือ 1 หน้ากระดาษ A4 จำนวน 2 บทความ
- จำนวนข้อคำถาม 8 ข้อ/เรื่อง รวม 16 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 3 ข้อ / กลาง 10 ข้อ / ยาก 3 ข้อ)
ทักษะการเขียน (Writing Skill) (25 คะแนน) 20 ข้อ
1) เติมบทความให้สมบูรณ์ (Text completion) จำนวน 3 บทความ
- จำนวนข้อคำถาม 5 ข้อ/บทความ รวม 15 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 2 ข้อ / กลาง 11 ข้อ / ยาก 2 ข้อ)
2) เรียงประโยคให้เป็นย่อหน้าที่สมบูรณ์ (Paragraph organization) จำนวน 5 ย่อหน้า
- จำนวนข้อคำถาม 5 ย่อหน้า รวม 5 ข้อ
- ระดับข้อสอบ (ง่าย 1 ข้อ / กลาง 3 ข้อ / ยาก 1 ข้อ)
รวม Review แนะนำเทคนิคการสอบวิชาภาษาอังกฤษ A-Level
คำแนะนำที่ 1
พาร์ท conversation ก็จะมีพวก idiom เหมือนเดิม พาร์ทการอ่านมีตัวหลอกค่อนข้างเยอะ เช่น ในส่วนของ Ads อาหารเสริม จะมีศัพท์ที่ยากอยู่บ้างเช่น heartburn
.
สำหรับการเตรียมตัวอยากให้ท่องศัพท์เยอะๆ เพราะมันจะช่วยเราแน่ๆ แล้วก็ฝึกพวกพาร์ทที่เก็บคะแนนง่ายๆ เช่น conversation, paragraph organization ค่ะ และอยากแนะนำน้องๆ ให้หาข้อสอบเก่าหรือพวก mock exam มาทำเยอะๆ ตรงไหนเราพลาดก็จดจุดที่เราพลาดเอาไว้แล้วกลับมาทบทวนค่ะ
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 2
บทความให้อ่านก็เยอะจนอ่านไปก็คิดว่านี่จะจบหรือยัง? แล้วยาวมากกกก บทความเป็นหน้าๆ หรือหลายหน้า
.
ต้องไปฝึกทักษะอ่านเร็วด่วนๆ ที่กวดวิชาหลายแห่งอาจจะมี skim scan หาคำสำคัญ อ่านย่อหน้าแรก ย่อหน้าสุดท้าย ไปดูคำถามก่อนแล้วค่อยกลับมาอ่าน แต่ส่วนตัวแล้วชอบอ่านมันทั้งหมดเลย บางทีอ่านข้ามๆ แล้วทำให้งง ถ้าอ่านคำถามก่อนแล้วอ่านเรื่องแล้วกลับไปอ่านคำถามอีก รู้สึกว่ากลับไปกลับมา
.
สุดท้ายก็อ่านปกติไป ก็ทันอยู่นะ เหลือเวลาด้วยซ้ำ แต่คือต้องรู้อยู่แล้วว่าโจทย์มักจะถามอะไรก็เก็บไว้ในใจตั้งแต่แรกเลย อาทิเช่น รู้ว่าโจทย์จะต้องหา main idea แน่ๆ ตอนอ่านก็ให้คิดคำตอบรอไว้ ถ้ารู้ว่าบทความไหนศัพท์ไม่รู้เยอะ ก็อาจจะลองทำบางคำถามที่ไม่ต้องอ่านเรื่องก็พอเดาได้
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 3
ให้เริ่มทำพาร์ทเรียงประโยคก่อนเลย อยู่ท้ายสุดของข้อสอบแต่เก็บคะแนนง่ายค่ะ คนส่วนใหญ่ชอบทำข้อสอบเรียงข้อจนไม่มีโอกาสได้ทำส่วนนี้เพราะหมดเวลาซะก่อน น่าเสียดายมากกกก มันตายตัวมีkeywordอยู่แล้วว่าประโยคแรกห้ามมีคำเชื่อม หรือสรรพนามอย่างthis,that,it,heนะ แล้วรีบไปทำพาร์ทอื่นให้หมดรวมครึ่งชม เหลือ1ชม.ไว้ทำพาร์ทReading ที่มีถึง40ข้อแถมยาวมากกกก ทำตามนี้ยังไงก็ทันค่ะ เราทำมาแล้ว^^
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 4
สำหรับแนวทางในการฝึกอังกฤษของเราก็คือการท่องศัพท์ เพราะข้อสอบสามัญมักจะมีบทความให้อ่านค่อนข้างมาก เราเชื่อว่าถ้าเรารู้คำศัพท์เยอะๆ เราก็จะสามารถอ่านบทความได้รวดเร็วและเข้าใจดีขึ้น เราฝึกท่องศัพท์ประมาณวันละ 20-30คำ ฝึกไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ก็ฝึกทำข้อสอบReadingภาษาอังกฤษต่างๆด้วย
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 5
สำหรับคนที่พื้นไม่แน่น ถ้ามีเวลา แนะนำให้อ่านนิยาย เริ่มจากง่ายๆ ไล่ไปยากขึ้น ศัพท์คำไหนไม่รู้ให้จดใส่สมุดเอาไว้ อ่านก่อนนอนวันละสิบยี่สิบคำ เอาเท่าที่ไหว จะได้ทั้ง grammar vocab และ reading แต่ถ้าใครที่เหลือเวลาไม่มากแนะนำให้ทำโจทย์เยอะๆ เจอบ่อยๆ จะเริ่มชินเอง
.
ข้อสอบอ่านค่อนข้างเยอะ เน้นถามความเข้าใจเรื่องที่เราอ่าน ควรอ่านคำถามก่อนว่าถามอะไร จะได้มาไล่หาคำตอบได้ง่าย ถ้ามัวแต่อ่านทั้งเรื่องจะไม่ทันได้ เพราะมีหลายข้อ บทความก็เยอะและยาวมากๆ
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 6
ตอนเข้าห้องสอบนำนาฬิกาเข้าไปด้วย สำหรับเก้าสามัญภาษาอังกฤษเราพยายามทำพาร์ทอื่นที่ไม่ใช่ reading ภายใน 20 นาทีแรก แล้วเวลา 70 นาทีที่เหลือเอาไปทำ reading ค่ะ เราจะแสกนคำถามก่อนว่าถามอะไรบ้าง แล้วค่อยเริ่มอ่าน เพราะบางทีโจทย์ถาม main idea first/second/third paragraph จะได้ไล่อ่านทีละอัน ไม่เสียเวลาอ่านซ้ำ ๆ แล้วก็เราทำไปฝนไป เพราะกลัวไม่ทันค่ะ ข้อไหนทำไม่ได้อย่าปล่อยว่าง ฝนไปก่อน เพราะเราอาจจะไม่มีเวลากลับมาฝนตอนท้าย จากที่เราสังเกตคือ passage กลาง ๆ จะสูบเวลา แล้ว passage สุดท้ายจะค่อนข้างง่ายกว่า ดังนั้นอย่าเสียเวลากับ passage แรก ๆ เยอะนะคะ
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 7
ส่วนตัวเราเตรียมมาแบบครบปังมาก เราคิดว่ามันง่ายนะคือศัพท์ที่เตรียมมามันตรงหมดเลย Reading ก็รู้เรื่อง คำถามก็ไม่ยาก คือมันต้องสะสมมา แนะนำตอนทำข้อสอบเก่าให้จับเวลาจริงๆทุกฉบับไปเลยนะเพื่อฝึกเสมอ ถ้าทำไม่ทันก็อาจจะทำให้เสร็จแล้วนับเวลาหักไป เพื่อเตือนว่าครั้งหน้าทำให้เร็วขึ้น มันมีเทคนิคตัดชอยส์อยู่เช่น all over the most every เจอพวกนี้ตัดออกเลย คำเวอร์ๆอะ
.
คำแนะนำ : ทำ reading 40ข้อไว้สุดท้าย ไปทำส่วนอื่นก่อน จับเวลาเสมอตอนทำข้อสอบเก่า
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 8
อย่างที่ทุกคนรู้ว่าอังกฤษ9วิชาสามัญ คือ Readingเยอะมากๆ และเวลาน้อย แสดงว่าต้องอ่านเร็วและจับใจความได้ ซึ่งอยากบอกทุกๆคนว่า ภาษาอังกฤษไม่ได้ยากเกินไป แต่เป็นskillที่เราได้ผ่านการใช้จริง ถ้าเราคลุกคลีกับมัน เราก็จะคุ้นชินไปเอง เอาใจช่วยทุกคน จากประสบการณ์ผู้ที่เคยเกลียดภาษาอังกฤษ
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 9
CONVER : พวกสำนวนต่างๆ ในชีวิตประจำวัน มักจะมีสำนวนแปลกๆที่ต้องรู้ต้องจำเป็นพิเศษ ใครชอบดูหนังฝรั่งจะได้เปรียบมากในส่วนนี้เช่นเรา ตรงส่วนนี้จะอ่านจากหนังสือเพิ่ม เดี่ยวอ่านเล่มไหนยังไงจะแถมให้ในตอนท้าย
.
READING : ไม่ได้ยากมาก แต่ยาว รู้ศัพท์แปลออกก็ทำได้ แต่ต้องมีเทคนิคในการทำไม่งั้นจะทำไม่ทันนะ ส่วนตัวจะอ่านคำถามก่อนแล้วมาหา keyword ในบทความ แล้วอ่านย้อนขึ้นไปนิดนึง พาร์ทนี้ต้องอาศัยการทำข้อสอบเก่าเยอะๆ พอทำไปได้เยอะแล้วจะเริ่มเห็นลูกเล่นข้อสอบว่าไม่จำเป็นต้องอ่านบทความทั้งหมดก็สามารถทำข้อสอบได้ แล้วจะรู้ว่าข้อสอบส่วนใหญ่ชอบถามอะไร ลองอ่านจับใจความดีๆ Topic MainIdea Purpose การกล่าวอ้างในบทความต่างๆ
ต้องระวังให้ดีมีเล่น synonym เยอะ อะไรไม่แม่นก็ไปอุดรอยรั่วจะได้ไม่พลาด
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
คำแนะนำที่ 10
การจะทำ Reading ส่วนนึงพี่มองว่าเราต้องมีหลักการทำพร้อมกับความรู้ทางคำศัพท์ที่เยอะหน่อย จะทำให้การทำข้อสอบค่อนข้างผ่านไปได้ด้วยดี เทคนิคของพี่ไม่มีอะไรมากก็คือให้น้องแยกข้อสอบเป็นสองแบบคือถามแบบรายละเอียด (Highlighted word/ ถามเจาะบรรทัด/ รายละเอียดบทความ) กับถามแบบจับใจความ (Topic/ Main idea / True False) เป็นพี่จะแนะนำให้ทำแบบถามรายละเอียดก่อน แล้วหา Keyword ของคำถาม เพื่อที่เราจะกวาดตาอ่านบทความแล้วถ้าเจอก็ให้อ่านประโยคก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นเพื่อที่เราจะได้เข้าใจข้อความได้สมบูรณ์ขึ้น พอน้องทำส่วนที่ถามรายละเอียดเสร็จแล้ว น้องก็แค่อ่านส่วนที่ยังไม่อ่านเพิ่ม เพื่อสรุปนำไปตอบในข้อที่ถามจับใจความ
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : คลิก
รวมๆ แล้ว ข้อสำคัญที่รุ่นพี่พูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ "ความเร็ว" ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนการทำข้อสอบ เช่น ให้ทำข้อที่ง่ายก่อน ให้ทำพาร์ทที่เก็บคะแนนได้ง่ายกว่า เช่น Conversation ส่วนพาร์ท reading ก็จะต้องวางแผนการอ่าน ต้องหา main idea, ฝึกการอ่านแบบ Skim Scan เป็นต้น แต่การวางแผนที่ดีก็ต้องควบคู่กับความรู้ที่สะสมมาด้วย วิชาภาษาอังกฤษ เน้นทักษะการนำมาใช้ น้องๆ จึงควรรู้คำศัพท์ รวมถึงคำ วลี ที่ใช้ในการสื่อสารจริงด้วยค่ะ สู้ๆ นะคะ :)
1 ความคิดเห็น
ต้องสะสมคำศัพท์ให้มากที่เท่าที่จะมากได้ ไม่งั้นพออ่านแล้วแปลได้ไม่หมด แบบนี้ จบเลย!