สุดจัดเด็กรัฐศาสตร์! เล่าเข้มๆ ฉบับ 'พี่หนุ่ม' เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย เคยแจมขบวนประท้วงจนยิ่งเข้าใจสังคม

 สวัสดีค่ะชาว Dek-D เหตุผลที่ทำให้เด็กไทยเลือกไปเรียนต่อที่  "อินเดีย" หลักๆ ก็หนีไม่พ้นเรื่องโอกาสในการซึมซับภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องเจอค่าครองชีพแสนโหด แถมยังได้เปิดโลกในบ้านเมืองที่วัฒนธรรมหลากหลายและแตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิงด้วย วันนี้เราจะพาน้องๆ ไปรู้จัก ​"พี่หนุ่ม-ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ" นักเรียนทุนรัฐบาล ป.โท ที่ได้ไปเรียนและอาศัยที่อินเดียเป็นเวลา 2 ปี และคณะที่เรียนยังเป็นไฮไลต์อีก นั่นก็คือ "คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" และก่อนหน้านั้น พี่หนุ่มก็เรียนสายนี้มาทั้ง ป.ตรี - ป.เอก  โดยตรงเลยค่ะ

ประสบการณ์เรียนต่อจะมันส์ เข้มข้น และเห็นภาพขนาดไหน มาอ่านกันเลยค่ะ!

1. แนะนำตัวกันก่อน

สวัสดีครับ ผมเรียนจบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IR) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทุนรัฐบาลอินเดียไปเรียนต่อ ป.โท ที่มหาวิทยาลัยออสมาเนีย (Osmania University) 2 ปีในอินเดีย และเรียนต่อปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ (University of St Andrews) ในสกอตแลนด์ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและพันธกิจสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครับ

Photo Credit: Piyanat Soikham
Photo Credit: Piyanat Soikham

2. สมัครทุนยังไง? ทำไมต้องอินเดีย?

สถานทูตจะเปิดรับสมัครนักเรียนทุนทุกปีครับ มีทั้งทุน ป.ตรี - ป.เอก เราต้องเตรียมตัวเรื่องการสอบ เพราะมีทั้งสอบภาษา ความรู้ทั่วไป และทัศนคติต่ออินเดีย จัดสอบโดยศูนย์สอบสถานทูต ขั้นตอนหลักๆ คือ ประกาศผล > สัมภาษณ์ > สถานทูตส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ > พอมหาวิทยาลัยตอบรับแล้วสถานทูตจะแจ้งกลับมาถึงเรา 

ลักษณะทุนรัฐบาลอินเดียที่ผมได้เป็น ‘ทุนให้เปล่า’ สนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าเทอม มีเงินเดือนให้แต่ละเดือน ค่าใช้จ่ายการเดินทาง และมีเจ้าหน้าที่สถานทูตอินเดียให้คำปรึกษาตอนเรียนที่นั่น

ตอนผมเรียน IR ที่คณะจะให้เลือกภูมิภาคตามความสนใจครับ ผมเลือกอินเดียเพราะมองว่าประเทศนี้มีโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนา เป็นประเทศประชาธิปไตยค่อนข้างสูง แถมมีวัฒนธรรมหลากหลายภายใต้ประเทศเดียวกัน เช่น ภาษา อาหาร ศาสนา การแต่งกาย ฯลฯ แต่ยังไม่ค่อยมีคนสนใจไปศึกษา

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

เรียนเจาะลึกการเมือง แถมรู้ซึ้งเรื่อง "วรรณะ"

ผมเรียนในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐด้วย  ขลังเวอร์! เหมือนเป็นปราสาทโบราณ ที่นั่งไม้ มีบันไดเป็นขั้นๆ ลงมา มีโต๊ะให้นั่ง อารมณ์เปอร์เซียนิดนึง เพราะรับอิทธิพลจากอิสลาม ฮินดู และเปอร์เซีย ส่วนเพื่อนในรุ่นมีประมาณ 30 คนครับ มาจากอัฟกานิสถาน ปากีสถาน อิหร่าน อินเดีย เนปาล ฯลฯ บางคนทำงานแล้ว เช่น นักการเมืองท้องถิ่น นักข่าวของอิหร่าน นักการทูตอัฟกานิสถาน

การเรียนที่อินเดียจะเน้นอ่าน วันนึงมีคาบเรียนไม่เยอะ คาบนึงแค่  50 นาที แต่เจออาจารย์ทุกวัน อารมณ์เหมือนเรียนมัธยมของบ้านเรา  สิ่งที่โหดสุดคือการตัดเกรด คือไม่มีสอบมิดเทอม ถึงมีคะแนนเก็บในห้องก็น้อยมากก ส่วนใหญ่สอบไฟนอลทีเดียว 100 คะแนน อัตนัยล้วน แล้วอาจารย์ที่สอนกับตรวจก็คนละคนกันด้วยนะ เค้าจะรวมแล้วส่งให้กรรมการระดับรัฐเป็นผู้ตรวจ (รัฐศาสตร์ในรัฐเดียวกัน มีข้อสอบชุดเดียวกัน) จากนั้นอาจารย์ประจำวิชาจะมากรอกคะแนนอีกทีครับ ดังนั้นไม่มีปัญหาเรื่องลำเอียง

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

เนื้อหาที่เจอมีทั้งระบบการเมืองอินเดีย ปรัชญาการเมืองอินเดีย คัมภีร์อรรถศาสตร์ นักคิดการเมืองตั้งแต่ยุคการต่อสู้เพื่ออาณานิคม ถึงยุคปัจจุบัน เช่น คานธี, เนรูห์, ดร.อัมเบดการ์  ฯลฯ เรียนทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และด้วยความที่ไม่ได้เรียนเมืองหลวง ทำให้เราได้เรียนระบบการเมืองท้องถิ่น เหตุการณ์ต่อสู้ทางการเมืองของท้องถิ่น รวมถึงทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นโยบายการต่างประเทศของอินเดียด้วย

วิชาที่ชอบที่สุดคือ แนวคิดทางการเมืองของ ดร.อัมเบดการ์ ครับ ซึ่ง ดร.อัมเบดการ์เป็นจัณฑาล แต่จบ ป.เอกจากอเมริกาและอังกฤษ พอกลับมาอินเดีย ท่านก็มาร่างรัฐธรรมนูญให้คนเท่าเทียมกันทุกวรรณะ นำมาสู่การวางนโยบายต่างๆ เช่น ทำให้ชนชั้นล่างได้เข้าไปเรียนและทำงาน น่าจะมีส่วนให้สังคมเปลี่ยนแปลง ผมว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก

ส่วนวิชาที่คิดว่ายากสุดคือ "ปรัชญาการเมืองอินเดียโบราณ" เพราะมีชื่อแนวคิดที่เป็น Technical-term มาก เช่น อุปนิษัท, ธรรมะ, คฤหัสถ์ ฯลฯ เพื่อนอินเดียเค้าคุ้นชินกับภาษา แต่เราต้องมาทำความเข้าใจใหม่ แต่ต้องมาตัดเกรดกับเพื่อนอินเดีย TT

ได้สังเกตการณ์ขบวนประท้วงครั้งใหญ่!

ตอนเรียนผมได้เจอประสบการณ์พีคๆ หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยที่ผมเรียน นักศึกษาเค้าเคลมตัวเองว่าเป็นมหาวิทยาลัยของคนที่มาจากชนชั้นล่าง (จัณฑาล) เพื่อนๆ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มจัณฑาลในสังคมอินเดียครับ โดยพวกเค้าจะต่อสู้กับชนชั้นสูงเพื่อความเสมอภาค ทั้งการเรียน สังคม และเศรษฐกิจ ออกมาเคลื่อนไหวเดินขบวนประท้วง ซึ่งผมเองได้ไปร่วมสังเกตการณ์กับเค้าเหมือนกัน!

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

ยกตัวอย่างว่าปกติอินเดียไม่กินเนื้อวัวกัน เมื่อก่อนกลุ่มจัณฑาลกินเนื้อวัวเพราะราคาถูก คนชั้นล่างเข้าถึงได้ แต่พอวรรณะพราหมณ์เอาแนวคิดเรื่อง "การกินเนื้อวัวไม่ดีเพราะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์" เข้ามากดดันให้กลุ่มจัณฑาลไม่กินไปด้วย ทำให้กลุ่มเพื่อนในมหา'ลัยจัดกิจกรรม "ทำข้าวหมกเนื้อวัว" แล้วเชิญชวนทุกคนมาร่วมฉลองกันด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเค้าไม่สมยอมต่อสิ่งที่ชนชั้นพราหมณ์บงการนะ

สิ่งที่พีคต่อมาคือคนสองกลุ่มมาปะทะกันครับ ชนชั้นสูงเอาหินมาปา ทำให้เห็นว่าอินเดียมีความย้อนแย้งหลายอย่าง เค้านับถือคานธี ซึ่งยึดหลักอสิงสา (Non-Violence) แต่ในขณะเดียวกัน ก็นำความรุนแรงมาแก้ไขความขัดแย้งในสังคม เราได้เห็นภาพแบบนี้ตลอด หรือมีครั้งนึง เราเห็นการประท้วงแยกรัฐ บางส่วนเลือกอดอาหารเหมือน "มหาตมะคานธี"

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

ว่าด้วยสภาพบ้านเมืองและความหลากหลายที่น่าทึ่ง

เรื่องโซนสำคัญมาก ย่านผมจะกลางๆ ถัดไปจะเห็นคนยากจน สภาพบ้านเรือนย่ำแย่ ขยะเอย ระบบขับถ่ายเอย แต่ถ้านั่งไปฝั่งไฮเทคซิตี้  (Hi-Tech City)  จะมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองสมัยใหม่ มีการลงทุนด้านคอมพิวเตอร์ วิศวกรรม ฯลฯ และเป็นย่านที่คนรวยอาศัยอยู่ แถบนั้นบ้านเมืองจะสะอาด ไม่มีขอทานกับคนเร่ร่อนเลย ทำให้คนชั้นล่างไม่กล้าข้ามไปโซนนั้น เราจะเห็นความเหลื่อมล้ำชัดเจนเลยครับ

งานอดิเรกก็คือการเดินทางครับ! ผมชอบ backpack ท่องเที่ยว โดยเฉพาะตอนปิดเทอมผมจะนั่งรถไปตามเมืองให้มากที่สุด นั่งรถแค่ชั่วโมงเดียว ก็เจอภาษากับอาหารแตกต่างกันแล้ว อย่างเช่นไปพาราณสี เจอพิธีบูชาไฟ ริมแม่น้ำคงคา ขึ้นเหนือก็เจอภูเขาหิมะ ลำธาร พอลงใต้ไปทะเล ได้กินอาหารทะเลของอินเดีย แถมเจอทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกของประเทศ

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

ผมรู้สึกได้ว่าอินเดียพยายามยกระดับคุณภาพชีวิต และก้าวกระโดดขึ้นเร็วมากๆ จากประเทศที่ยากจนที่สุด กลับขึ้นมาภายในเวลาแค่ 70 ปีได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาในประเทศ เช่น นโยบายห้ามใช้ถุงพลาสติก เวลาไปช็อปปิ้งตามตลาด เราต้องเอาถุงผ้าไปเอง ทำให่ช่วงที่เราไปอยู่ ขยะในอินเดียลดลงเยอะมากแล้ว แล้วนโยบายนายกท่านใหม่ก็ทำให้คนอินเดียเข้าถึงส้วมสาธารณะได้มากขึ้นครับ

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

สภาพแวดล้อมทำให้ภาษาอังกฤษก้าวกระโดด

ช่วงแรกๆ ยังต้องนั่งเงียบหรือคลำๆ กันไปครับ เพราะภาษาอังกฤษไม่แข็ง แต่ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนพูดอังกฤษได้ และต้องพูดกับหน่วยงานบ่อยๆ เราเลยปรับตัวง่ายขึ้น มีศัพท์ในหัว การฟังการโต้ตอบเริ่มดีขึ้น อีกตัวช่วยนึงคือมีสื่อภาษาอังกฤษให้ซึมซับเยอะมาก ผมเองติดตามหนังสือพิมพ์ให้เค้ามาส่งที่บ้านทุกเช้า ฉบับนึงแค่ 10 รูปี เลือกอ่านแค่หน้าที่อยากอ่าน และดูทีวีในห้องตลอดด้วยครับ ผ่านไป 8 เดือนก็คุยได้สบายๆ

ข้อดีอย่างนึงของการเรียนที่อินเดีย คืออาจารย์พูดอังกฤษเร็ว แต่พูดชัดเป็นคำๆ เป๊ะตามตัวอักษรครับ ฟังง่าย แล้วเค้าจะมีโครงสร้างเนื้อหาแต่ละหัวข้อมาให้เราเป็นไกด์ และพยายามทวนสิ่งที่เค้าพูดตลอดเวลา ทำให้เราพอจับใจความได้ ส่วนมากศัพท์จะเชื่อมโยงจาก ป.ตรี ส่วนศัพท์ใหม่ๆ เราอาจต้องทำการบ้านมาก่อนเข้าเรียนครับ

อินเดียเปลี่ยนชีวิตผมไปมากๆ จากเดิมที่ไม่กล้าพูดกล้าเขียน พอช่วงหลังๆ เรากล้าไปประชุมวิชาการ เสนอเปเปอร์ตามที่ต่างๆ กล้า published บทความภาษาอังกฤษเพื่อตีพิมพ์ ประชุมวิชาการ Journal ผลพลอยได้คือผมสามารถต่อ ป.เอก ที่สกอตแลนด์ได้โดยไม่ต้องสอบภาษาเพิ่ม

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

อัปเดตชีวิตหลังเรียนจบ
ต่อ ป.เอก & เป็น ผศ.ดร.

ตอนแรกอยากเป็นนักการทูต แต่พอได้เดินทางไปเรียนในหลายประเทศ เห็นความหลากหลายและพลวัตในหลายมิติ  เราได้เห็นข้อจำกัดบางส่วนที่นักการทูตเข้าถึงไม่ได้ มีหลายประเด็นทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อยู่นอกเหนือบทบาทของรัฐชาติ เราเริ่มคิดแล้วว่าจะทำอะไรต่อดี และคิดว่าการเป็น "อาจารย์" ทำให้เราได้สื่อสารประเด็นใหม่ๆ ได้กระจายแนวคิดไปสู่ลูกศิษย์ที่อาจเป็นนักการทูตที่ดีในอนาคต และผมเป็นคนรักบ้านเกิดมาก จึงเลือกกลับบ้านมาเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีครับ

พี่หนุ่มเรียน ป.เอก Philosophy in International Relations - University of St Andrews ที่ประเทศสกอตแลนด์ (United Kindgom) โดยได้ทุนรัฐบาลไทย (ทุนเรียนดีทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งประเทศไทย) และทุนสนับสนุนการวิจัย University of St Andrews  ปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและพันธกิจสัมพันธ์ ม.อุบลราชธานี

เชิญชวนคนมาเรียนในประเทศแห่งโอกาส

  อินเดียเป็นประเทศแห่งโอกาส เรียนภาษาอังกฤษได้แบบค่าใช้จ่ายไม่สูง แล้วปัจจุบันคนอินเดียนิยมเที่ยว แต่งงาน หรือทำธุรกิจในไทยเยอะมาก เราจึงมีโอกาสทางเศรษกิจ การค้า การลงทุน เป็นช่องทางสร้างโอกาสทางอาชีพการงานให้เราได้ครับ แต่ถ้าจะไปอินเดียอย่าคาดหวังว่าจะต้องเจออะไร เพราะอินเดียมีทุกสถานการณ์ให้รับมือ ถ้าได้ไปจริงๆ อยากลองให้เปิดใจ ยอมรับความแตกต่าง ถ้าคนที่จะไปต้องชอบจริงต้องเป็นคนอยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

Photo Credit:  Piyanat Soikham
Photo Credit:  Piyanat Soikham

- - - - - - - - - - - - - -  - - - - - 
You're Invited!
พูดคุยกับ "พี่หนุ่ม" ได้ที่งานแฟร์ต่อนอก
พิกัดไบเทคบางนา 7-8 ต.ค. 66 นี้!

ขอเชิญทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในงาน Dek-D’s Study Abroad Fair ครั้งแรกของพวกเราในวันเสาร์ที่ 7 และอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566 ณ ไบเทคบางนา (ฮอลล์ EH98)  เข้าร่วมฟรี

  • พบกับเอเจนซีชั้นนำมากมาย จากหลากประเทศ หลายสาขาวิชา พร้อมช่วยเหลือเรื่องเรียนต่อตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น ทั้งเรื่องเอกสาร สมัครเรียนให้ จัดแจงวีซ่า จองที่พัก และความพร้อมด้านต่างๆ ให้บินไปเรียนแบบ Perfect Planning!
  • โปรแกรมบริการ และฐานกิจกรรมมากมาย เพื่อช่วยวางแผนการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ
  • โต๊ะปรึกษา 1:1 กับรุ่นพี่นักเรียนไทยที่ได้ทุนสุดฮิต 12 คน ทั้งทุนรัฐบาลเกาหลี, ทุน EGPP (ม.สตรีอีฮวา), ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น, ทุนรัฐบาลไต้หวัน, ทุนรัฐบาลอินเดีย, ทุนรัฐบาลไทย, ทุน DAAD, ทุน ERASMUS, ทุน Franco-Thai ฯลฯ เล็งทุนไหนไว้ หรืออยากค้นหาประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ห้ามพลาด!

งานนี้จัดพร้อมงาน Dek-D’s TCAS Fair เท่ากับว่ามาครั้งเดียวจะได้ค้นหาตัวเองและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ ซึ่งอาจจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศก็ได้  ว่าแล้วก็สะกิดชวนเพื่อนหรือผู้ปกครองด่วนๆ เลยค่าา :D 

เข้าสู่เว็บไซต์งานแฟร์ต่อนอก!
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด