‘มัดหมี่’ เล่าโมเมนต์เด็กทุนสุดมันส์ในรั้ว ม.หญิงล้วนของเกาหลี & ยกกำลังด้วยโทกฎหมายที่เนเธอร์แลนด์

สวัสดีค่าชาว Dek-D ตอนนี้ใกล้ถึงวันงาน Dek-D’s Study Abroad Fair เข้ามาเรื่อยๆ แล้วค่ะ~ ไฮไลต์นึงที่ห้ามพลาดเลยก็คือบูธปรึกษา 1:1 กับรุ่นพี่คนไทยที่ไปเรียนต่อประเทศยอดฮิต พ่วงด้วยดีกรีปังๆ ทั้ง 16 คน หนึ่งในนั้นคือ “พี่มัดหมี่” รุ่นพี่คนไทยที่ได้ทุนเต็มจำนวนไปเรียนต่อ ป.ตรี ควบสองปริญญาจาก Ewha Womans University ม.หญิงล้วนชื่อดังและเก่าแก่ที่สุดของเกาหลี และยังคว้าทุนรัฐบาลไทยไปเรียนต่อ ป.โท MSc Crime and Criminal Justice จาก Leiden Law School ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยค่ะ

บอกเลยว่านี่ประสบการณ์ของพี่มัดหมี่คือการเปิดโลกครั้งใหญ่! ไม่ว่าจะเป็นวิชาเรียนที่เปิดกว้าง บรรยากาศที่เข้มข้น โลกประชาธิปไตยที่แท้จริง และพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้หญิงเป็นตัวของตัวเองได้ (ในขณะที่เรามักได้ยินกิตติศัพท์ของเกาหลีเรื่องชายเป็นใหญ่) จะน่าสนใจแค่ไหน? สาขานี้เหมาะกับเรามั้ย? อะไรคือความปังของ ม.หญิงล้วนแห่งนี้? 

ถ้าพร้อมหาคำตอบแล้ว มาเริ่มกันเลอ!

อ่านจบอยากปรึกษารุ่นพี่ตัวจริง
ปักหมุด 6-7 มิ.ย. 68 นี้ไว้~

เตรียมพบกับ Pattaya's TCAS & Study Abroad Fair 2025 งานแฟร์เรียนต่อ #ครั้งใหญ่ที่พัทยา พาเปิดประตูสู่มหาวิทยาลัยทั้งไทย & ต่างประเทศ มาได้ทุกคน ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง คุณครู รวมถึงผู้ที่สนใจคว้าโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ และหนึ่งในไฮไลต์คือบูทปรึกษา 9 รุ่นพี่นักเรียนทุนดีกรีสุดปังจาก ม.ชั้นนำหลายแห่ง ยกขบวนมาให้คำแนะนำในการสมัครเรียน & วางแผนพิชิตทุนแบบ one-on-on ที่งานนี้!
 

  • พบกัน 6-7 มิ.ย.68 เวลา 8:00-16:00 น.
  • อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
  • งานนี้จัดโดยหน่วยงานศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษาเมืองพัทยา x Dek-D
เช็กรายชื่อรุ่นพี่ทั้ง 2 วันที่นี่!ส่องไฮไลต์ทั้งหมดในงาน

Q: ทักทาย แนะนำตัวกับผู้อ่านจากทางบ้าน 

พี่มัดหมี่: สวัสดีค่า พี่ชื่อ ‘มัดหมี่-ณัฐนันท์ สมชื่อ’ เรียนจบ ม.ปลาย แผนศิลป์-ภาษาเยอรมัน จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ทุน EGPP ปี 2016 ไปเรียน ป.ตรี สายสังคมฯ ที่ประเทศเกาหลี และ ป.โท สายกฎหมายที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ

พี่เริ่มสนใจประเทศเกาหลี เพราะเป็นแฟนคลับวง BTS (วงบอยแบนด์ของเกาหลี) และอยากใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมกับภาษา ซึ่งตอนนั้นพอได้ภาษาอังกฤษ เลยอยากไปประเทศที่ได้ฝึกภาษาที่สามด้วย เลยมาลงตัวที่ “เกาหลีใต้” เพราะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และมีโปรแกรมที่ตอบโจทย์อย่าง "International Studies" จุดเด่นคือเป็นคณะดังของ ม.สตรีอีฮวา อาจารย์ส่วนใหญ่จบจากมหาวิทยาลัยระดับโลก อย่าง Oxford หรือ Harvard 

Photo by Pond Juprasong on Unsplash
Photo by Pond Juprasong on Unsplash
Photo by  Farrel Nobel on Unsplash.com
Photo by  Farrel Nobel on Unsplash.com

Q: อยากให้เล่าความเจ๋งของทุนตรงจาก ม.อีฮวา

พี่มัดหมี่:  พี่ได้ทุน Ewha Global Partnership Program ต่อเนื่อง 4 ปี (รวม 8 เทอม) เป็นค่าเรียนเต็มจำนวน (รวมค่าสมัคร) ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวค่ะ เงื่อนไขคือต้องรักษาเกรดให้ได้เกณฑ์ขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งพี่คิดว่าไม่ยากเกินไปแต่ต้องแบ่งเวลาและรักษาวินัยให้ดี

แนะนำการสมัครทุนคร่าวๆ 

การสมัครทุนจะทำพร้อมการสมัครเรียน แต่จะมีขั้นตอนเพิ่มอีกเล็กน้อยตามที่ทุนนั้นๆ กำหนด เช่น ปกติเราสมัครเรียนจะต้องเขียนเรียงความ Statement of Purpose (SoP) อยู่แล้ว แต่ถ้าสมัครทุน EGPP ด้วย ก็จะต้องเขียนเรียงความเพิ่มอีก 1 หัวข้อ 

หลักการเขียน SoP น่าจะคล้ายกับที่อื่นๆ นั่นคือเขียนให้กรรมการรู้จักเรามากกว่าในประวัติที่ส่งไปตอนแรก แสดงให้เห็นว่าเรามีความสนใจด้านที่สมัคร มีเป้าหมายส่วนตัว (Personal Goal) ตรงกับสิ่งที่เขามองหา 

แนะนำให้ลองดูค้นหาตัวอย่าง SoP เพื่อดูเรื่องโครงสร้างของเรียงความที่ดี เช่น มี Introduction, Body, Conclusion กระชับเข้าใจง่าย ได้ใจความโดยไม่ต้องพรรณนาเยอะ แต่อย่าลืมใส่ผงกลิตเตอร์ประดับหน้าสักเล็กน้อย ด้วยการเรียบเรียงคำพูดอย่างมีศิลปะและชั้นเชิง เพื่อให้เรียงความของเราเข้าตาและเข้าถึงใจของ "กรรมการ" แม้จะอ่านเรียงความเหล่านี้มาแล้วเป็นพันฉบับ

หนึ่งในส่วนที่ต้องใช้เวลาเรียบเรียงก็คือ Study Plan เล่าแผนและเป้าหมายในการมาเรียน เช่น อยากทำงาน..... ตั้งใจจะเลือก Track…. วางแผนแต่ละเทอมยังไงบ้าง ทำกิจกรรมข้างนอกด้วยมั้ย สนใจลงวิชาไหนนอกคณะเพิ่มเติมหรือเปล่าค่ะ

Q: แชร์โพรไฟล์ตอนสมัครทุน

พี่มัดหมี่:

  • จบ ม.ปลายสายศิลป์-เยอรมัน เกรดเฉลี่ยรวม 5 เทอม = 3.46
  • IELTS 6.5
  • กิจกรรมที่เคยทำ เช่น วันภาษาเยอรมัน (สมัคร International Studies ก็เลยยกกิจกรรมที่เคยทำร่วมกับนักเรียนต่างชาติ เพื่อแสดงให้เห็นความสนใจ)
  • กรรมการจะคัดเลือกจากความสามารถทางด้านการศึกษา ความสามารถทางภาษา ความเตรียมพร้อมในสาขาที่สมัคร แรงจูงใจในการศึกษาและคะแนนในส่วนอื่นๆ จากเอกสารประกอบการสมัคร

Q: การเรียนที่ ม.อีฮวา เป็นยังไงบ้างคะ

พี่มัดหมี่:  อ้างอิงจากประสบการณ์ตอนที่พี่เรียน Department of International Studies ม.สตรีอีฮวา เราวางแผนการเรียนได้หลายแบบค่ะ

  • ป.ตรี แบบคณะเดียว หรือสามารถ Double Concentrations ได้ค่ะ (*สำหรับ Department of International Studies เท่านั้น)
  • ป.ตรี Double Majors เหมือนเราเรียน 2 คณะในเวลาเดียวกัน วิชาเรียนจะมากขึ้น ต้องสอบจบทั้งคู่ **ทั้งนี้ เราสามารถบริหารวิชาเรียนได้ เช่น ลงวิชาที่เรียนแล้วเก็บได้ทั้ง 2 คณะค่ะ

ตัวพี่เลือกลง Double Major ตอนปี 3 ซึ่งก่อนหน้านั้นเราต้องวางแผนอย่างจริงจังมาตั้งแต่แรก เพราะจะมีวิชาบังคับที่ต้องลงก่อน (เช่น ถ้ายังไม่ลงวิชา I ก็จะยังลงวิชา II และ III ไม่ได้) และเราต้องสอบจบ 2 คณะด้วย  สุดท้ายลงตัวที่ Double Majors และ Double Concentrations คือ

  • ใบที่ 1 Bachelor of Arts in International Studies (Double Concentrations กลุ่มวิชา Asian Studies และ International Law and Diplomacy)
  • ใบที่ 2 Bachelor of Political Science in Political Science &  International Relations

ถ้าวางแผนดีๆ จะไม่เครียดเกินไป และไม่เกินกำลัง พี่พยายามมองให้เหมือนเป็นการเล่นเกมค่ะ ซึ่งสิ่งที่ช่วยได้มากๆ คือวางแผนโดยศึกษาจาก Course Syllabus ประกอบ เช่น ถ้าเทอมนี้ลงแบบนี้ มีงานกลุ่ม 2-3 ตัวกำลังดี / ลงวิชาที่เก็บหน่วยกิตได้ 2 ฝั่งไม่ว่าจะทั้ง double major หรือ double concentrations / เลือกวิชาที่เนื้อหาดูใกล้เคียงกัน สมมติเทอมนึงเรียนปรัชญา เราก็หาวิชาลงของอีกคณะที่ใกล้เคียงเพื่อทุ่นเวลาอ่านหนังสือสอบ

พาไปส่อง Course Syllabus

. . . . . . . . .

ในส่วนของคณะ International Studies จะครอบคลุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ + กฎหมายระหว่างประเทศ + ธุรกิจระหว่างประเทศ และเป็นการเรียนที่ discussion เป็นหลัก ทุกคนต้องเตรียมตัวมาแล้ว และนำสิ่งที่ได้จากการอ่านหรือรีเสิร์ชเพิ่มเติม มาคุยกันในคลาส เช่น ในวิชาฝั่ง International Law & Diplomacy (LD) อย่าง International Political Economy (เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ) เราจะเรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการเมืองกับเศรษฐกิจ และผลกระทบของเศรษฐกิจต่อการเมือง 

ตัวอย่างเช่น ถ้ารัฐทำธุรกิจกัน แล้วเกิดการรวมกลุ่ม (เช่น World Bank, WHO, EU) จะมีผลดีหรือผลเสียอะไรตามมาบ้าง ส่งผลอย่างไรกับเศรษฐกิจและการเมืองโลก *เพราะเรื่องเศรษฐกิจไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็นการทำการเมืองไปด้วย เป็นหนึ่งใน Hard Power ที่ควบคุมหรือบังคับให้ประเทศอื่นทำตาม เช่น ใช้ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ บังคับต่อรองให้อีกประเทศทำตามสิ่งที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษทางเศรษฐกิจ (Economic Sanctions) หรือการลดมาตรการกีดกันทางการค้า (The Reduction of Trade Barriers)

หรือถ้าเป็นวิชา International Peace and Security เราจะได้เรียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อความมั่นคงในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมืองโลกในปัจจุบัน (แต่ส่วนมากจะเน้นไปที่ East Asia) ปัจจัยทางประวัติศาสตร์ และปัจจัยการขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อให้เข้าใจว่าความขัดแย้งหรือความร่วมมือในระดับนานาชาตินั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลพวงที่ได้มาจากอะไรบ้าง 

ตัวอย่างเช่น ในการแข่งขันการสร้างอำนาจของรัฐโดยเน้นไปที่มิติการใช้กำลังทางทหารอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศและนำไปสู่การสู้รบครั้งใหญ่เช่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้เมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ถูกสั่งห้ามมีนิวเคลียร์และกองทหารเป็นของตัวเอง แต่แล้วหากมองเรื่องความมั่นคงในมุมของ realist ประเทศที่ไม่มีกองกำลังทหารเลยก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยจากเพื่อนบ้าน เลยเลี่ยงบาลีไปใช้ชื่อเรียกอื่นแทน (=กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น)

 Final Project ของวิชา International Peace and Security นี้ พี่เลือกทำเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เนื่องจากทั้งคู่มีประเด็นเรื่องรวมประเทศตลอด ตอนวิเคราะห์เราอาจต้องไปลองเปิดดูกรณีที่คล้ายๆ แบบนี้ของประเทศอื่นว่าเป็นทิศทางเดียวกันได้มั้ย หรือมีความเฉพาะตัวที่ปรับใช้กับเคสนี้ไม่ได้

ตัวอย่างวิชาอื่นๆ

  • Introduction to International Business
  • Introduction to Economics
  • Introduction to Ethnic Conflict and Management
  • Introduction to International Relations
  • Introduction to International Politics
  • International Security & Peace
  • International Trade Law
  • Politics and Gender
  • Politics and Social Change
  • Global Strategic Management

ส่วนวิชาในฝั่ง Asian Studies (AS) ส่วนใหญ่จะได้เรียนเรื่องราวของประเทศจีน-เกาหลี-ญี่ปุ่นค่ะ และด้วยความที่ "จีน" เป็นพี่ใหญ่สุดใน East Asia และขั้วอำนาจของโลกคืออเมริกากับจีน วิชาส่วนใหญ่จะเน้นลงลึกหรือกล่าวถึงความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศนี้ เช่น วิชาที่ชื่อ China in the World Since 1900 สอนโดยอาจารย์ที่เป็น Expert ฝั่งจีน (อาจารย์เซจอง)  เหมือนได้เรียนประวัติศาสตร์ สนุกแต่ความยากคือจำเยอะ เพราะประวัติศาสตร์จีนยาวนานมาก เราอาจสับสนยุคได้ง่าย

นอกจากนี้ ถึงจะเป็นคณะอินเตอร์ที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ท้ายที่สุดมหาวิทยาลัยก็อยากให้เรามีภาษาเกาหลีติดต่อในระดับที่เรียนต่อได้ โดยจะมีวิชาบังคับภาษาเกาหลี เช่น Korean Language and Writing 

ตัวอย่างวิชาอื่นๆ

  • Korean Language and Korean Culture Introduction
  • American Politics and Government
  • History, Current Issues, and Future of Asia
  • International Relations In East Asia
  • History and Culture in East Asia
  • East Asian History and Civilization
  • Contemporary Issues in East Asia
ส่องทำเนียบอาจารย์ในคณะ IS

Q: ชวนแชร์บรรยากาศ & สังคมมหาวิทยาลัยหญิงล้วน

พี่มัดหมี่: ในบริบทเกาหลี ผู้หญิงมักจะต้องเป็นอารมณ์กุลสตรีไทย พูดน้อย พูดเบา แต่ใน ม.สตรีอีฮวา จะเป็นตัวของตัวเองได้มากกว่า ยอมรับ LGBTQIA+ และมีความเพื่อนหญิงพลังหญิงสูงมากกก (รู้สึกเลยว่า​ โห มหาลัยนี้คนจริงค่ะ!) ที่นี่ปลอดภัยในการดิสคัสกันอย่างอิสระ เช่น ตอนเรียน Politic and Gender วิชาจากคณะ Political Science & International Relations (정치외교학과​​) เราคุยกันแบบเปิดใจ เข้าใจ สนุกและมันส์สุดๆ หรือบางครั้งที่เห็นบางมุมต่าง ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเราพูดคุยกันบนพื้นฐานด้านวิชาการและข้อเท็จจริง 

เมื่อก่อนเราอาจจะเคยเป็นคนที่ปล่อยๆ หยวนๆ แต่สังคมที่นี่ทำให้เราไม่เพิกเฉยกับความไม่ยุติธรรม และได้เห็นสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งค่ะ

พี่มัดหมี่: ถ้าให้อธิบายตอนเรียน ก็คงเป็นคำว่า “Work Hard Play Harder” เหนื่อยแต่สนุก ปกติก่อนเรียนเราจะต้องอ่านหนังสือเตรียมมาอยู่แล้ว การบริหารเวลาจะต้องดูเป็นวันๆ เช่นอาจจะอ่านตุนแล้วไปเที่ยว หรือเที่ยวเสร็จกลับมาทำงานต่อ ฯลฯ ซึ่งการอยู่หอในทำให้เรายิ่งสนิทกับเพื่อนมากขึ้น เราได้เรียน ใช้ชีวิต อ่านหนังสือข้ามคืนไปด้วยกัน พอส่งงานเสร็จสอบเสร็จก็ออกไปปาร์ตี้ด้วยกันทั้งคืนเลยค่ะ~

Q: แชร์ชีวิตนอกคลาส

พี่มัดหมี่: ที่นี่มีกิจกรรมเยอะมากๆ เป็นแนว Practical ตอบโจทย์ความสนใจที่หลากหลายและลงลึก เช่น ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีสากล เทควันโด ชมรมโต้วาทีเกี่ยวกับ UN Model ชมรมนักกฎหมาย ชมรมเรียกร้อง Right Awareness เกี่ยวกับ LGBTIQA+ ชมรมเต้น K-POP และอีกเยอะมาก มีตึกชมรม และข้างในเป็นห้องของแต่ละชมรมแยกกัน 

ตอนแรกพี่อยู่ชมรมเทควันโด มีฝึกกับทีมบ่อยๆ ฝึกกับมหาวิทยาลัยอื่น และออกไปแฮงก์เอาต์ เคยมีโอกาสได้ร่วมในเทศกาลของมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ ส่วนช่วงหลังๆ พี่ไปเข้าชมรมโต้วาทีแทน ชื่อชมรม Politika DIS ได้มาอัปเดตข่าวรอบโลก จับ Political Issue มานั่งคุยกัน คิดเห็นยังไง จะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน ฯลฯ นั่งคุยเรื่องการเมืองเป็นชั่วโมงๆ เพื่อนในชมรมยังสนิทกันจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ ^ ^

Q: หลังเรียนจบพี่มัดหมี่ขอทุน ก.พ. ไปเรียนต่อด้านกฎหมายในเนเธอร์แลนด์ 

พี่มัดหมี่: หลังจากเรียนจบคณะแนวรัฐศาสตร์ที่เกาหลี ทำให้พบว่าการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งที่อาจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้เร็วสุดคือกระบวนการยุติธรรมค่ะ  พอดีกับที่พี่ไปเจอข้อมูลว่ามีทุน ก.พ.กำลังเปิดรับสมัครช่วงที่ปิดเทอม Winter ก็เลยคว้าโอกาสนี้ไว้ ลองสมัครแล้วไปสอบดูค่ะ

พี่ได้ทุนรัฐบาลตามความต้องการของส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ไปเรียนต่อ ป.โท หลังเรียนจบจะต้องเข้ามาปฏิบัติราชการในกระทรวง กรม หรือหน่วยงานรัฐที่ ก.พ.กำหนด เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่า

ขั้นตอนคร่าวๆ การสมัครทุนและมหาวิทยาลัยจะแยกกันค่ะ **ศึกษาประกาศรับสมัครของปี 2566 ประกอบได้ที่ https://www.dek-d.com/studyabroad/61508/  หรือ หน้าเว็บหลักของทุน

1. การสอบทุน ก.พ. มีข้อสอบ 2 ส่วนคือ สอบข้อเขียน และ สอบสัมภาษณ์

  • วิชาภาษาอังกฤษ ครอบคลุม Vocabulary and Expressions และError Recognition Reading Comprehension
  • วิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ ทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์และการใช้เหตุผล โดยการให้แปลความ ตีความ สรุปความ อ่านจับประเด็นจากข้อความหรือบทความ แก้ปัญหาข้อมูลเชิงปริมาณ และวิเคราะห์หาแนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปได้จากข้อมูล เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

2. หลังจากผ่านกระบวนการส่งเอกสารและคัดเลือกจนได้ทุนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือสมัครให้ได้การตอบรับเข้าเรียนค่ะ (ด้วยความที่เป็นประเภททุนบุคคลทั่วไปตามความต้องการของหน่วยงานรัฐ เขาจะมีระบุสาขาเรียนและสังกัดที่จะได้บรรจุหลังเรียนจบ)

Q: การเรียนช่วงนี้ให้อะไรเราบ้าง

พี่มัดหมี่: เขาจับเราที่แทบไม่มีพื้นฐานเรื่องกฎหมายอาญา (เพราะไม่ได้จบจากนิติศาสตร์ หรือ LL.B.) ให้สามารถมองเห็นตั้งแต่ "ต้นน้ำถึงปลายน้ำ" และดูว่าจะกลับมาพัฒนาประเทศได้ยังไงบ้าง 

  • ทำความเข้าใจกฎหมายตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น ร่างกฎหมายด้วยเหตุผลอะไรได้บ้าง การร่างกฎหมายข้อนึงออกมาถือเป็นการควบคุมและสะท้อนสังคมยุคนั้นหรือเปล่า
  • วิชาถัดมาก็คือ ถ้ามีกฎหมายแล้วจะเอาไปบังคับใช้ยังไงต่อ กฎหมายขัดแย้งกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานมั้ย
  • เรื่องการลงโทษ ดีหรือไม่ดี วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย (Pros and Cons) ว่าควรใช้มาตรการคุมขัง หรือวิธีอื่นที่น่าจะดีกว่าการจับคนเข้าคุก
  • แล้วถ้าการเข้าคุกมีผลเสียมากกว่าผลดี เราจะทำยังไงให้สังคมสามารถอยู่ดีมีสุขได้ เพราะคนทำผิดก็ต้องลงโทษหรือแก้ไข มีการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดด้วยแนวคิดอื่น หรือวิธีอื่นหรือไม่
  • คำพิพากษามีความสำคัญ และส่งผลต่อชีวิตคนอย่างไร
  • เราแก้ปัญหาสังคมด้วยกฎหมายได้จริงหรือเปล่า

สรุปคือเราได้เรียนตั้งแต่ออกกฎหมายยังไงให้ดี ถ้าเข้าคุก ผลเสียของคุกคืออะไร ฯลฯ เป็นวงจรไปแบบนี้เลย ระหว่างนั้นจะได้อ่านวิจัยเยอะมาก อย่างน้อยสัปดาห์นึงอ่านไป 500 หน้า+ การเรียนที่นี่ก็เป็น Discussion-based เหมือนกัน แต่จะเน้น​ชีวิตจริงมากกว่า เราที่ไม่ได้อยู่วงการนิติแต่แรกอาจงงๆ ว่าจะหยิบจับเคสไหนมาดี ส่วนเพื่อนๆ ก็มีทั้งที่เป็นอัยการและผู้พิพากษา

ศึกษาในเว็บไซต์หลักสูตร

Q: อัปเดตชีวิตช่วงนี้

พี่มัดหมี่: ทุนนี้มีข้อผูกพันหลังเรียนจบ เช่น พี่เรียนหลักสูตร 1 ปี ต้องกลับมาทำงาน 2 เท่า ก็คือประมาณ 2 ปีค่ะ ปัจจุบันพี่ทำงานในสังกัดสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ)  เป็นสถาบันวิจัยเครือข่ายของ UN หนึ่งเดียวในภูมิภาค ทำร่วมกับ UNODC

รู้สึกโชคดีและอยู่ถูกที่มากๆ เพราะองค์กรนี้มุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และแก้ปัญหาด้วยความยั่งยืน ได้จับ Mission ใหญ่ๆ หลายๆ อย่าง ซึ่งสิ่งที่คิดว่าทำแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากคือพาร์ตที่องค์กรมุ่งเน้นสร้างเครือข่ายผู้นำในสังคมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

ตอนนี้ TIJ มีเปิดหลักสูตรอบรมสำหรับผู้บริหารด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา และ หลักสูตรนานาชาติสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและนโยบาย (The TIJ Workshop for Emerging Leaders on the Rule of Law and Policy) ด้วยนะคะ อ่านรายละเอียดต่อได้เลยที่ https://tijrold.org/ 

 

(**ในเว็บยังมีบันทึกอบรมและเสวนาให้ชมย้อนหลังฟรีด้วยนะคะ ใครสนใจหรืออยากเรียนต่อด้านนี้ ห้ามพลาด!)

Q: อยากฝากอะไรถึงวัยเรียน

พี่มัดหมี่: การเรียนมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบตัวเองเยอะ วินัยสูง และต้องเข้มข้นไปอีกเมื่อเป็นต่างประเทศ สังคมและสภาพแวดล้อมจะทำให้เราตั้งใจเรียนเอง สิ่งสำคัญคือต้องเปิดใจรับความแตกต่าง พยายามอย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว แบ่งเวลาเรียนและเล่นให้เหมาะสม ทำให้เต็มที่และ enjoy ชีวิตค่ะ

. . . . . .

อยากปรึกษารุ่นพี่ต่อนอกตัวจริง
แวะมาเจอกันที่พัทยานะคะ~

. . . . . .

ใครอยากเป็นเด็กอีแด
เรามีรีวิวจากรุ่นพี่อีกเพียบ!

พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น