สวัสดีค่ะ ใกล้ถึงเวลาจัดอันดับแอดมิชชั่นในระบบ myTCAS แล้ว ซึ่งหลังจากประกาศคะแนน A-Level น้องๆ มีเวลากว่า 20 วันในการหาข้อมูลและลองจัดอันดับของตัวเอง แต่ในวันสมัครน้องๆ จะมีเวลาเพียง 7 วันเท่านั้น ดังนั้นต้องจัดอันดับอย่างระมัดระวัง  

และที่สำคัญ ใน TCAS66 จะมีการประมวลผล 2 ครั้ง แต่ในการประมวลผลครั้งที่ 2 จะยังใช้ 10 อันดับเดิมที่น้องๆ ได้เลือกไว้ จึงต้องจัดอันดับให้ดีตั้งแต่ครั้งแรกด้วย สำหรับใครก็ตามที่ยังไม่มีแนวทางในการจัดอันดับ ว่าจะต้องจัดแบบไหน ต้องระวังอะไรบ้าง วันนี้พี่มิ้นท์มีคำแนะนำมาฝากค่ะ

How To จัด 10 อันดับ Admission TCAS66 ยังไงให้ปลอดภัย
How To จัด 10 อันดับ Admission TCAS66 ยังไงให้ปลอดภัย

How to จัด 10 Admission TCAS66 ยังไง ให้ปลอดภัย?

ข้อควรระวังจัดอันดับ Admission ปีนี้

1. เกณฑ์แตกต่างจากปีที่แล้ว

สิ่งที่ยากที่สุดของ Admission ปีนี้คือ มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ในหลายสาขา มีทั้งเปลี่ยนค่าน้ำหนัก เปลี่ยนวิชาสอบเล็กน้อย ไปจนถึงเปลี่ยนยกแผง 100% ซึ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ จะให้เทียบคะแนนตรงๆ ก็อาจจะทำไม่ได้ค่ะ หากอยากทำอาจจะต้องเทียบโดยนำคะแนนไปแทนเกณฑ์ของปีที่แล้ว แต่ขั้นตอนก็อาจจะเยอะกว่าปกติ ดังนั้น ข้อนี้จึงเป็นข้อห้ามอันแรกคือ ถ้าเจอคณะที่เปลี่ยนเกณฑ์ไปเยอะมาก ไม่ควรวางไว้ 3 อันดับท้าย เพื่อความปลอดภัย

2. ระวังมหาวิทยาลัยที่มีเงื่อนไขเรื่องอันดับ

ในขั้นตอนประมวลผล "คะแนน" สำคัญกว่า "อันดับ" คะแนนจะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะติดคณะนั้น คนที่ได้คะแนนมากกว่าจะเป็นคนติดเข้าไปก่อน แต่ต้องระวังบางมหาวิทยาลัยที่มีเงื่อนไขเรื่องอันดับด้วย เช่น

  1. กำหนดอันดับขั้นต่ำไว้ เช่น กำหนดให้เฉพาะคนไว้อันดับที่ 1-5
  2. อันดับแปลงเป็นค่าน้ำหนัก หมายความว่า ยิ่งไว้อันดับสูง จะได้คะแนนมากกว่า เป็นต้น

ข้างต้น เป็น 2 รูปแบบที่เกิดขึ้นในปีนี้ อยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง อ่านเพิ่มที่ https://www.dek-d.com/tcas/62222/

แนวทางการจัด 10 อันดับให้ปลอดภัย

อธิบายคำศัพท์

  • คะแนนบวก หมายถึง คะแนนมากกว่าคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว
  • คะแนนลบ / คะแนนติดลบ หมายถึง คะแนนน้อยกว่าคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว
  • นวโน้มคะแนน หมายถึง ความน่าจะเป็นของคะแนนในปีนี้ อ้างอิงตามค่าสถิติเท่านั้น**

แบบที่ 1 สูตรยอดนิยม 

คือสูตรปกติที่ใช้จัด 10 อันดับได้อย่างปลอดภัย เน้นกลยุทธ์การวางแผนคณะที่ชอบ+เรียงตามความปลอดภัยของคะแนนเป็นหลัก ก็จะวางได้แบบนี้ค่ะ

อันดับ 1-3 เป็นพื้นที่ของคณะในฝัน สามารถเป็นคณะที่มีคะแนนติดลบได้

อันดับ 4-7 เป็นคณะในฝันที่ชอบรองลงมา คืออาจเป็นคณะเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบการสมัคร หรือ สาขาเดิม ต่างมหาวิทยาลัย หรือ คณะเดิม เปลี่ยนสาขา เป็นต้น ไม่ควรเป็นคณะที่คะแนนติดลบ ควรเริ่มบวกประมาณ 5 คะแนนขึ้นไป

อันดับ 8-10 เป็นคณะที่ภาพรวมทั้งคะแนนและเงื่อนไขต่างๆ ปลอดภัย 90-100% หมายความว่า ในด้านคะแนน ควรมีคะแนนบวกเกิน 10-20 คะแนน (สายวิทย์,ศิลป์)หรือ ถ้าให้เซฟมากขึ้น สำหรับสายศิลป์ อาจบวก 15-20 คะแนน (เนื่องจากปีนี้คณะส่วนใหญ่คะแนนเฟ้อ ควรได้คะแนนเผื่อไว้ ยิ่งบวกเยอะยิ่งเซฟ)  

***อย่างไรก็ตาม แนวโน้มคะแนนปีนี้ อาจไม่ได้ขึ้นมากกว่า 10 ทุกคณะ เช่น กลุ่มคณะวิทย์สุขภาพหากใช้สัดส่วนวิชาสามัญ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิต 1 เยอะ ในส่ัดส่วนที่รวมกันเกิน 60-70% คะแนนอาจขึ้นไม่สูง หากอยู่ระหว่าง 5-10 คะแนน ก็ปลอดภัยแล้ว** *

ตัวอย่าง

  • อันดับ 1   : -4
  • อันดับ 2 : -5
  • อันดับ 3  : +1
  • อันดับ 4 : +5
  • อันดับ 5 : +6
  • อันดับ 6 : +7
  • อันดับ 8 : +9
  • อันดับ 9 : +12
  • อันดับ 10 :  + 15

สำหรับเงื่อนไขอื่นๆ ต้องปลอดภัย หมายความว่า ต้องไม่เป็นคณะที่เปลี่ยนเกณฑ์ 100% เพราะจะคาดเดาแนวโน้มคะแนนปีนี้ไม่ได้ รวมทั้งไม่เป็นคณะที่รับน้อยลงเกินครึ่งนึง เช่น จากปี 65 รับ 50 คน ปี 66 รับ 20 คน เพราะหากจำนวนรับน้อยลง ก็จะเป็นปัจจัยเสริมให้คะแนนสูงขึ้นได้อีก

แบบที่ 2 สูตรตามฝัน

หากใครได้ดูรายการเซฟโซฟจากพี่ๆ เด็กดี เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา  พี่ปอลได้ให้คำแนะนำเรื่องการจัดอันดับทิ้งท้ายไว้ว่า ปีนี้รูปแบบการจัดอันดับสามารถปรับเลือกได้ตามความฝันของตนเองได้ แต่จะต้องมีอันดับที่ปลอดภัยรวมอยู่ใน 10 อันดับด้วย 

ดังนั้นหมายความว่า ในอันดับ 1-10  ให้น้องๆ เลือกคณะที่ตัวเองอยากเรียนมาได้ทั้งหมด แต่ 3-4 คณะ/สาขาที่เลือกมา จะต้องมีคะแนนที่เซฟและมั่นใจว่าจะติด  (อย่างน้อย +10 คะแนนขึ้นไป สำหรับคณะสายศิลป์ที่เฟ้อมากๆ คือ 15-20 คะแนนขึ้นไป)  โดยจะเรียงลำดับยังไงก็ได้ เน้นเรียงตามคณะที่อยากเรียน เพราะอย่างน้อยถ้ามีคณะที่คะแนนเซฟแล้ว ก็ไม่น่าจะหลุดจาก 10 อันดับนี้แน่นอน เช่น

ตัวอย่าง

  • อันดับ 1   : +5
  • อันดับ 2 : -5
  • อันดับ 3  : + 12
  • อันดับ 4 : +17
  • อันดับ 5 : -2
  • อันดับ 6 : +4
  • .
  • อันดับ 10 :  + 10

จาก 2 แนวทางการจัดอันดับนี้ จะต่างกันที่การเรียงลำดับคณะ แต่ข้างในไม่ได้แตกต่างกันมาก เพราะทั้ง 2 รูปแบบ จะต้องมีคณะมีคะแนนเซฟรวมอยู่ด้วยแล้ว 3-4 อันดับนั่นเอง

อย่างไรก็ตามนี่เป็นตัวอย่างเท่านั้นค่ะ เพราะคะแนนจริงของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน รวมทั้งโอกาสขึ้นลงของแต่ละคณะก็ไม่เท่ากันด้วย น้องๆ สามารถจัดอันดับโดยดูจากคะแนนคะแนนของตัวเองได้เลย หากได้คะแนนดีอยู่แล้ว เช่น มีตัวเลือกคณะที่มีคะแนนมากกว่าปีที่แล้ว 20 คะแนนขึ้นไป  แบบนี้ก็ถือว่าโอกาสปลอดภัยน่าจะทุกคณะแล้วค่ะ :)

สำหรับน้องๆ ที่อยากฟังแนวโน้มคณะต่างๆ ในรอบ Admission  TCAS66 ไปดูกันได้ที่

 

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด