วิเคราะห์แนวโน้มคะแนน Admission 66 คณะไหนคะแนนขึ้น บวกเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

สวัสดีค่ะ คะแนน Admission ใน TCAS66 ในมุมนึงจะบอกว่าดูง่ายก็ง่าย แต่จะพูดว่ายากก็ถือว่ายากมากค่ะ ความง่าย คือ สามารถบอกน้องๆ ได้ว่าปีนี้แนวโน้มคะแนนนั้นขึ้นน่าจะทุกคณะ เป็นผลมาจากคะแนนสอบส่วนใหญ่ มีคนทำได้คะแนนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว พร้อมกับจำนวนผู้สมัครที่แต่ละวิชาก็มีมากขึ้นด้วย

ส่วนที่บอกว่ายากคือ แม้ว่าจะรู้ว่าคะแนนมีแนวโน้มขึ้น แต่เกณฑ์ของคณะส่วนใหญ่เปลี่ยน ทำให้ไม่สามารถอ้างอิงคะแนนนั้นได้ 100% หรือพุดง่ายๆ ก็คือ รุ่น tcas66 เป็นรุ่นแรกสำหรับเกณฑ์ใหม่จึงไม่มีคะแนนให้เทียบค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา น้องๆ คงอยากรู้แล้วว่าคะแนนปีนี้คณะไหนจะขึ้นเยอะหรือน้อย ไปดูกันเลยค่ะ

สรุปแนวโน้ม Admission66 คณะไหนคะแนนขึ้น บวกเท่าไหร่ถึงปลอดภัย
สรุปแนวโน้ม Admission66 คณะไหนคะแนนขึ้น บวกเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

วิเคราะห์แนวโน้มคะแนน Admission 66 กับรุ่นแรกที่เปลี่ยนเกณฑ์กันแบบสุดๆ

หลังจากที่คะแนน TGAT/TPAT ออกไปเมื่อประมาณต้นปี พี่มิ้นท์เคยทำแนวโน้มไว้บางส่วนแล้ว โดยจะพิจารณาแค่ในส่วนของ TGAT/TPAT พบว่าคะแนนเฟ้ออย่างชัดเจน เพราะคะแนนขึ้นทุกวิชา ที่ขึ้นได้โหดมาก คือ TPAT3, TPAT4 และ TPAT5 ส่วน TGAT และ TPAT2 แม้จะไม่ได้ขึ้นน่ากลัวหลัก 10 คะแนน แต่ก็ถือว่ามีความเฟ้ออยู่พอสมควร โดยเฉพาะ TGAT ที่มีจำนวนคนสอบเยอะขึ้นมาก ใครอยากอ่านเพิ่มเติม ตามไปดูได้ที่ https://www.dek-d.com/tcas/61750/

แนวโน้มคะแนนของ A-Level

สถิติของคะแนน A-Level ปีแรก หากดูที่ค่าสถิติพื้นฐานคะแนนเฉลี่ย จะพบว่า มีวิชาที่ค่ามีนสูงขึ้นถึง 8 วิชา คือ ภาษาไทย สังคมวิทยา ภาษาอังกฤษ ชีววิทยา คณิตศาสตร์ 2 วิทย์ทั่วไป ภาษาเยอรมัน และ ภาษาบาลี

ซึ่งวิชาพื้นฐานหลักๆ ก็มีจำนวนผู้สมัครมากขึ้น ทำให้ช่วงคะแนนในแต่ละช่วงมีจำนวนมากขึ้น พร้อมกับคะแนนสูงๆ ก็มีคนทำได้มากขึ้นด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะถ้าทุกคนทำได้คะแนนดีกันหมด ก็น่าจะดึงให้คะแนนแอดมิชชั่นสูงขึ้นตามไปด้วย

ส่วนวิชาที่ค่ามีนลดลง คือ คณิตศาสตร์ 1 ฟิสิกส์ เคมี ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนและภาษาเกาหลี แต่ก็ลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แทบไม่มีผล เมื่อเทียบกับส่วนต่างของฝั่งคะแนนเฟ้อ

ช่วงคะแนน A-Level 66

ช่วงคะแนนวิชาสามัญ 65

วิเคราะห์วิชาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ 
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ 1 คณิตศาสตร์ 2 และ ภาษาอังกฤษ

วิชาคณิตศาสตร์ 2 

แม้ค่ามีนจะขึ้นมาประมาณ 9 คะแนน และช่วงคะแนนที่เกาะกลุ่มกันจะอยู่ช่วงเดียวกันคือ 10-20 และ 20-30 แต่ถ้ามองจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้นกว่า 70,000 คน ทำให้ปริมาณของคนที่ทำได้แต่ละช่วงคะแนนมีเยอะขึ้นมากค่ะ โดยเฉพาะคนที่ทำคะแนนได้ 50 คะแนนขึ้นไป ปีที่แล้วมีเพียง 422 คน แต่ปีนี้มี 14,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งเทียบเท่ากับผู้สมัครคณิต 2 ทั้งประเทศในปีที่แล้ว พูดง่ายๆ ว่า 14,000 คน ถ้าเป็นปีที่แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 0-100 คะแนน แต่ปีนี้ 14,000 คนคือคนที่ได้ 50 คะแนนขึ้นไป 

แน่นอนว่าไม่รู้ว่าคนที่สอบวิชานี้จะนำไปใช้คะแนนหรือไม่ แต่คณะสายศิลป์หลายคณะใช้คะแนนคณิต 2 ก็มีแนวโน้มที่มหาวิทยาลัยระดับกลางๆ - ท็อป จะคะแนนพุ่ง เพราะทุกคนมั่นใจในคะแนนของตัวเอง และกล้าเลือกมหาวิทยาลัยดังมากขึ้น และกล้าที่จะเลือก ม.ระดับกลางๆ ไว้ปิดท้ายด้วย  

วิชาภาษาอังกฤษ 

ด้วยปีนี้ปรับให้เหลือ 4 ตัวเลือก ทำให้ง่ายขึ้น จึงทำให้น้องๆ ได้คะแนนมากขึ้นจนภาพรวมคะแนนของประเทศเพิ่มขึ้นถึง 13 คะแนน และช่วงคะแนนที่เกาะกลุ่มกันก็ขยับมา 1 ช่วงคะแนน คือ จาก 20-30 ปีที่แล้ว มาเป็น 30-40 คะแนน 

นอกจากช่วงคะแนนเปลี่ยนแล้ว เมื่อดูจำนวนคนที่ได้มากกว่า 70-100 คะแนน (ซึ่งคะแนนเท่านี้ ใช้ยื่น ม.ดังๆ ได้หลายที่เลย) มีมากถึง 16,466 คน ส่วนปี 65 มีเพียง 1,278 คน! เยอะกว่าปีที่แล้วถึง 12 เท่าค่ะ! และวิชาภาษาอังกฤษก็เป็นวิชาสำคัญทั้งในคณะวิทย์และศิลป์ เรียกว่าใช้เกือบทุกคณะจะถูกกว่า

คณิตศาสตร์ 1 

แม้ว่าค่ามีนจะลดลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมแทบไม่มีผลอะไรค่ะ  เพราะจำนวนคนในแต่ละช่วงคะแนนมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 65 แต่ที่น่าสนใจคือ คนที่ทำได้มากกว่า 70 คะแนนมีลดลงกว่าปีที่แล้วประมาณ 300 คน ถ้าจะมีผล ก็อาจจะทำให้คณะที่ใช้คะแนนคณิต 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยกลาง - Top ลดลงได้นิดหน่อย (แต่ถ้าจับคู่กับวิชาที่เฟ้อมาก น้องๆ จะต้องถ่วงตามค่าน้ำหนักด้วยนะคะ)

ภาษาไทย 

ปีนี้ภาพรวมคนทำได้คะแนนเยอะขึ้น จะเห็นว่าคนสอบ 70% (103,655 คน) ได้คะแนนมากกว่า 50 คะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากค่ะ และถ้าเจาะที่คนที่ทำคะแนน 70-100 คะแนน มีถึง 13,773 คน เทียบกับปีที่แล้วมี 970 คนเท่านั้น ดังนั้นกลุ่มคณะที่ใช้วิชาภาษาไทยเป็นคะแนนเกณฑ์หลัก มีแนวโน้มที่จะคะแนนขึ้นทุกกลุ่มมหาวิทยาลัย!

แนวโน้มแต่ละคณะ

สำหรับปีนี้ เนื่องจากแต่ละคณะมีการกำหนดองค์ประกอบและเกณฑ์ค่อนข้างหลากหลาย จึงจะขอสรุปเป็นกลุ่มคณะที่มีแนวโน้มคะแนนเฟ้อ

  • กลุ่มที่ใช้ TGAT 100%
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + คณิตศาสตร์ 2
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + คณิตศาสตร์ 2 + ภาษาอังกฤษ
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT3
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT4
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT5
  • กลุ่มที่ใช้ ภาษาอังกฤษ (น้ำหนักเยอะ)

อย่างไรก็ตาม ใน 1 คณะ ส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบมากกว่า 2 วิชา ก็จะต้องถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนจริงด้วย นั่นหมายความว่า กลุ่มคณะข้างต้น แม้คะแนนจะมีแนวโน้มขึ้นสูง แต่ถ้ามีการใช้วิชาที่คะแนนฝืด ก็จะถัวๆ ลดความเฟ้อลงได้นิดหน่อยนั่นเองค่ะ  

ตัวอย่างการคาดการณ์กลุ่มคณะต่างๆ ในปี 66  

**โปรดใช้วิจารณญาณ เนื่องจากคำนวณโดยอ้างอิงสถิติเป็นหลัก ยังไม่รวมปัจจัยเรื่องความนิยม หรือการเปลี่ยนแปลงจำนวนรับภายหลัง

สรุปจากรายการเซฟโซน วิเคราะห์แนวโน้มคะแนนปี 66 คะแนนบวกเท่าไหร่ ถึงจะปลอดภัย สรุปแนวโน้มบางคณะ ดังนี้  (คะแนนบวก หมายถึงบวกจากคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว)

  • คณะ กสพท แนวโน้มขึ้น 4-6 คะแนน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยยอดนิยม
  • สัตวแพทยศาสตร์ นอก กสพท คะแนนมีสิทธิ์ลดลง ประมาณ 1 คะแนน (ควรเผื่อไว้ บวก 2-3 คะแนน)
  • เภสัชฯ ม.พะเยา นอก กสพท น่าจะขึ้นประมาณ 10 คะแนน
  • วิศวะฯ (รวม) จุฬาฯ บวก 4-5 คะแนน
  • วิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ บวก 9-10 คะแนน
  • มนุษยฯ ภาษาอังกฤษ ม.เกษตรฯ บวกประมาณ 10 คะแนน
  • บัญชี จุฬาฯ บวก 15-20 คะแนน
  • สถาปัตย์ จุฬาฯ บวก บวก 15-20 คะแนน
  • สหเวชฯ เทคนิคการแพทย์ จุฬา ลบประมาณ 3 คะแนน (หากเผื่อไว้ประมาณ +5 น่าจะปลอดภัย)
  • กายภาพ ม.มหิดล บวก 5-10 คะแนน
  • วิทยาฯ เคมี บวก 10-15 คะแนน
  • อักษรฯ จุฬาฯ บวก 5-10 คะแนน
  • นิเทศฯ จุฬาฯ เลือกภาษาต่างประเทศ คะแนนทรงๆ
  • รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เลือกภาษาต่างประเทศ คะแนนทรงๆ
  • ครุศาสตรฯ ประถมศึกษา จุฬาฯ บวกประมาณ 15-20 คะแนน
  • เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ 5-10 คะแนน
  • พยาบาลฯ บวกประมาณ 5 คะแนน
  • วารสาร มธ. บวก 10-15 คะแนน
  • ศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ บวก 15-20 คะแนน
  • บัญชี ม.เกษตร บวก 10-15 คะแนน

ดูคลิปรายการเซฟโซน

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์จากแนวโน้มจากค่าสถิติเท่านั้น  แต่ในการประมวลผลจริง ยังมีปัจจัยอื่นที่ควบคุมไม่ได้ เช่น จำนวนคนที่สมัคร ถ้ามีคนสมัครจำนวนมาก ก็ยิ่งเป็นตัวดันให้คะแนนสูงขึ้นเพราะมีการแข่งขันสูง ในขณะที่บางคณะ ถ้าดูจากองค์ประกอบที่ใช้ มีแนวโน้มขึ้น แต่ถ้าไม่มีคนสมัครหรือสมัครน้อยมาก ก็ทำให้คะแนนต่ำได้เพราะการแข่งขันต่ำนั่นเอง

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น