สวัสดีค่ะ หลังจากการประกาศผล Admission แล้ว ขั้นตอนต่อไปของบางมหาวิทยาลัย ก็จะมีการจัดสอบสัมภาษณ์รอบ Admission ด้วย ซึ่งในปีที่ผ่านๆ มา ด้วยสถานการณ์โควิด ก็มีการยกเลิกไปเกือบ 100% บางที่ก็ปรับรูปแบบเป็นการสัมภาษณ์ออนไลน์ แต่มาปีนี้ สถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติ หลายมหาวิทยาลัยก็นำการสอบสัมภาษณ์กลับมาด้วย
หลายคนมีความกังวลว่า ถ้าไม่ผ่านสัมภาษณ์รอบนี้จะเกิดอะไรขึ้น วันนี้พี่มิ้นท์จะมาเล่าให้ฟังว่า การสอบสัมภาษณ์แอดมิชชั่น นั้นต้องเตรียมตัวยังไง จะน่ากลัวอย่างที่คิดหรือเปล่า และที่ไหนที่ไม่มีสัมภาษณ์บ้าง
รอบ Admission มีตกสัมภาษณ์มั้ย ที่ไหนไม่มีสัมภาษณ์บ้าง
ก่อนอื่น วิธีที่น้องๆ จะรู้ว่า มหาวิทยาลัยนั้นมีการสอบสัมภาษณ์หรือเปล่า ให้น้องๆ ดูที่ระเบียบการรอบ 3 ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ค่ะ จะมีระบุอยู่ในกำหนดการ หากมีสัมภาษณ์ ก็จะระบุช่วงวันและเวลาในการสัมภาษณ์ไว้ด้วย
สัมภาษณ์รอบ Admission มีตกสัมภาษณ์มั้ย
จริงๆ แล้วการสัมภาษณ์รอบ 3 ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เพราะเป็นการสัมภาษณ์เพื่อทำความรู้จักว่าที่นิสิตนักศึกษาของคณะนั่นเอง พร้อมทั้งเป็นโอกาสพูดคุยกันระหว่างน้องๆ กับอาจารย์ ถ้าอยากถามอะไรก็ถามได้เลยตรงนั้นค่ะ เพราะบางคนสอบติดมายังไม่รู้เลยว่าคณะเรียนอะไร ใช่กับที่ตัวเองคิดหรือเปล่า โดยจะไม่มีการคัดออกเหมือนรอบอื่นๆ เพราะไม่มีการรับเกินจำนวนรับเพื่อตัดคนออกค่ะ
กรณีที่จะตกสัมภาษณ์ ก็จะมีอยู่บางกรณี เช่น มีปัญหาสุขภาพที่เป็นโรคต้องห้ามของคณะ, เป็นบุคคลวิกลจริต และสุดท้ายคือ มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดหรือปลอมแปลงข้อมูลเพื่อให้สมัครคณะนั้นได้ในแอดมิชชั่น ตรงนี้ถ้าตรวจพบก็มีสิทธิ์ที่จะถูกปรับตกค่ะ
ดังนั้นอยากให้น้องๆ สบายใจได้ว่า การสัมภาษณ์รอบ Admission เป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งซึ่งไม่มีผลต่อการคัดตกรอบค่ะ หากใครผ่านการคัดเลือกแล้ว 99.99% ก็ได้เป็นนิสิต/นักศึกษาคณะนั้นแน่นอน
การเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์รอบ 3
1. ตรวจสอบว่าเป็นการสัมภาษณ์แบบไหน ไปที่มหาวิทยาลัยหรือสัมภาษณ์ออนไลน์
2. แต่งกายด้วยชุดนักเรียน ทั้งสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยและออนไลน์
3. เตรียมเอกสารให้ครบ ตรวจสอบได้จากระเบียบการว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง แต่หลักๆ จะมีใช้อยู่ 3-4 อย่าง คือ
- ใบสมัครแอดมิชชั่น
- หลักฐานส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาใบ ปพ.1, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
- รูปถ่าย (ขนาดอาจมีการแจ้งภายหลัง)
- Portfolio (ถ้ามีการกำหนดให้นำไปด้วย)
4. เตรียมความพร้อมและความมั่นใจไปให้เยอะๆ (แต่ไม่ต้องเยอะเกินไป) ทำตัวให้เป็นธรรมชาติ ตอบคำถามให้ชัดเจน ฉะฉาน ซึ่งคำถามที่จะเจอได้บ่อยๆ เช่น
- ให้แนะนำตัว
- ทำไมอยากเรียนคณะนี้
- เป้าหมายในอนาคตอยากทำหรืออยากเป็นอะไร
- รู้มั้ยว่าคณะนี้เรียนอะไร
- ประสบการณ์หรือกิจกรรมที่เคยทำในอดีต
- ฯลฯ
5. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันไปสัมภาษณ์ จะได้ไม่เกิด Accident ในวันสัมภาษณ์ เช่น ท้องเสีย ไม่สบาย ปวดหัว หรือโรคอื่นๆ ที่จะเป็นอุปสรรคในวันสัมภาษณ์ แม้ว่าการสัมภาษณ์จะไม่มีปัดตก แต่น้องจำเป็นต้องไปสัมภาษณ์ค่ะ หากไม่ไปสัมภาษณ์ ก็จะมีผลต่อการพิจารณาเข้าเรียน
มหาวิทยาลัยที่ไม่มีสัมภาษณ์
จากข้อมูลปัจจุบัน มีหลายมหาวิทยาลัยที่ไม่มีการสอบสัมภาษณ์รอบ Admission หมายความว่า หากผ่านการคัดเลือกแล้ว ให้ทำรายการยืนยันสิทธิ์ในระบบ myTCAS บางที่อาจจะต้องส่งเอกสารใบตรวจร่างกายเพิ่มเติม จากนั้นก็รอประกาศผลอย่างเป็นทางการ และดำเนินการตามขั้นตอนของมหาวิทยาลัยได้เลย
มหาวิทยาลัยที่ไม่มีการสัมภาษณ์ในรอบ 3 เช่น จุฬาฯ, ม.เกษตรศาสตร์, ม.เชียงใหม่, ม.ทักษิณ, ม.อุบลราชธานี, ม.แม่ฟ้าหลวง, มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา, ม.มหาสารคาม, ม.แม่โจ้ เป็นต้น
update! มหาวิทยาลัยที่ยกเลิกการสอบสัมภาษณ์ ได้แก่ ม.นเรศวร
รายละเอียดการสอบสัมภาษณ์รอบ 3 Admission (เฉพาะที่ออกประกาศมา)
สำหรับน้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือก มหาวิทยาลัยใดที่มีการสอบสัมภาษณ์ จะมีข้อมูลการสัมภาษณ์บอกในหน้าประกาศผลให้แล้ว และบางมหาวิทยาลัยอาจประกาศเพิ่มเติมในหน้าเว็บไซต์ พี่มิ้นท์รวบรวมให้ ดังนี้ค่ะ
- ม.ธรรมศาสตร์ คลิก
- ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คลิก
- ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คลิก
- ม.ศรีนครินทรวิโรฒ คลิก
- ม.ขอนแก่น คลิก
- ม.พะเยา เฉพาะคณะสหเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ คลิก
พี่มิ้นท์เชื่อว่าในวันสอบสัมภาษณ์ น้องๆ คงทำมันอย่างเต็มที่ที่สุด เพราะถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายและเป็นเหมือนผลสำรวจที่พิสูจน์ความพยายามของเรา ขอให้ทำทุกอย่างอย่างมั่นใจ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับคณะ ถามอาจารย์ให้เต็มที่ จะยิ่งทำให้น้องๆ มีเสน่ห์มากขึ้นค่ะ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดี :)
2 ความคิดเห็น
มีของมหิดลให้ดูไหมครับ
อยากทราบว่าสอบสัมภาษณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร การสอบสัมภาษณ์รอบ3 ทำสีผมมามีโอกาสโดนปัดตกมั้ยคะ