สอบเข้ามหาวิทยาลัยใน TCAS ต้องใช้เงินเท่าไหร่ แพงจริงมั้ย?

สอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องใช้เงินกี่บาท? เป็นคำถามยอดฮิต เมื่อน้องๆ ขึ้น ม.6 เพราะนับไปล่วงหน้า 1 ปี จะมี Events เกี่ยวกับการสมัครและสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียบ ซึ่งก็จะตามมาด้วยค่าใช้จ่าย มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่กิจกรรม

วันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับน้องๆ และผู้ปกครอง พี่มิ้นท์จะมาสรุป ค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ โดยแยกเป็น 3 หมวดหมู่ คือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ TCAS, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ชวน #dek67 - ผู้ปกครอง มาเช็ก! สอบเข้ามหา'ลัย ใช้เงินเท่าไหร่?
ชวน #dek67 - ผู้ปกครอง มาเช็ก! สอบเข้ามหา'ลัย ใช้เงินเท่าไหร่?

สอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องใช้เงินกี่บาท แพงจริงมั้ย? 

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ TCAS

เป็นก้อนใหญ่ที่สุดและ "จำเป็น" ที่ผู้ปกครองจะต้องเตรียมตัวจ่ายในส่วนนี้ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการที่สมัครค่ะ สามารถพูดได้ว่า ยิ่งจ่ายมาก ก็แปลว่าสมัครได้มาก โอกาสสอบติดก็มากขึ้นด้วย

สำหรับ TCAS67 ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะยังมี 4 รอบตามเดิม มีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้

รอบ Portfolio

1. ค่าสมัครรอบ Portfolio  

รอบ Portfolio สมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย บางมหาวิทยาลัย ประกาศรับสมัครเป็น 1 โครงการใหญ่ แต่บางที่ก็จะมาเป็นโครงย่อยๆ 10-30 โครงการเลยก็มี ซึ่งค่าใช้จ่ายในการสมัคร จะคิดแยกโครงการค่ะ โดยเฉลี่ย โครงการละ 200-1,000 บาท (ปกติจะอยู่ที่ 300 บาท หรือ 500 บาท) ยิ่งสมัครหลายโครงการ ก็จะยิ่งเสียค่าสมัครมากขึ้นเท่านั้น เช่น สมัคร 10 โครงการ โครงการละ 300 บาท = เสียค่าสมัคร 3,000 บาท

หมายเหตุ บางโครงการ เลือกได้เพียง 1 คณะ บางโครงการอาจจะเลือกได้มากกว่า 1 คณะแต่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม

2. ค่าทำ Portfolio 

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงค่าจ้างทำ (หรือใครจ้างทำ ก็ต้องบวกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้าไปอีก) บางมหาวิทยาลัย ถ้ามีการสอบสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัย ก็อาจจะต้องเตรียมพอร์ตไปด้วย ค่าใช้จ่ายก็จะเกิดขึ้น เช่น ต้องใช้เล่มพอร์ตแบบไหน ค่า print เอกสารต่างๆ เป็นต้น

3. ค่าสอบสัมภาษณ์และทดสอบทางจิตวิทยา 

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เฉพาะคณะแพทย์ อยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท

4. ค่าสอบวิชาเฉพาะของมหาวิทยาลัย หรือ การสอบภาษาอังกฤษ 

ข้อสอบส่วนนี้ใช้แค่บางคณะที่มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษ เช่น TOEFL, IELTS, SAT, BMAT ฯลฯ เพราะเป็นรอบที่ยื่นความสามารถพิเศษ หลายโครงการก็จะใช้ผลคะแนนภาษาอังกฤษหรือคะแนนอื่นๆ แทนข้อสอบกลางของ ทปอ. ซึ่งค่าสอบส่วนใหญ่จะอยู่ที่หลักพันบาท

รอบ Quota

1. ค่าสมัครรอบ Quota

รอบ Quota ก็สมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัยเหมือนกับรอบ 1 ค่ะ  โครงการละ 200-500 บาท ยิ่งสมัครหลายโครงการ ก็จะยิ่งเสียค่าสมัครมากขึ้นเท่านั้น

รอบ Admission

1. ค่าสมัครรอบ Admission

ค่าสมัคร Admission คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกสาขาค่ะ รอบนี้ สมัครได้สูงสุด 10 อันดับ (1 อันดับ ก็คือ 1 สาขานั่นเอง) ค่าสมัครขึ้นอยู่กับจำนวนอันดับที่สมัคร คือ

  • 1 อันดับ                 150 บาท
  • 2 อันดับ                 200 บาท
  • 3 อันดับ                 250 บาท
  • 4 อันดับ                 300 บาท
  • 5 อันดับ                 400 บาท
  • 6 อันดับ                 500 บาท
  • 7 อันดับ                 600 บาท
  • 8 อันดับ                 700 บาท
  • 9 อันดับ                 800 บาท
  • 10 อันดับ               900 บาท

หากน้องต้องการสมัครแบบเต็มลิมิต 10 อันดับ ก็จะต้องจ่าย 900 บาทค่ะ

2. ค่าสมัครสอบ  

ค่าสมัครสอบ คือ ค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายเมื่อทำการสมัครสอบ โดยข้อสอบเหล่านั้นจะเอาไปใช้ยื่นมหาวิทยาลัยนั่นเอง ส่วนใหญ่จะใช้ในรอบ Admission สำหรับข้อสอบกลางที่จำเป็นสำหรับน้องๆ จะมีอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ

  • ข้อสอบ TGAT/TPAT 2-5 มี 6 วิชา วิชาละ 140 บาท เลือกวิชาสอบได้ ได้แก่
    • วิชา TGAT ความถนัดทั่วไป
    • วิชา TPAT2 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
    • วิชา TPAT3 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์
    • วิชา TPAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • วิชา TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์

 

  • ข้อสอบ A-Level มีทั้งหมด 16 วิชา วิชาละ 100 บาท เลือกวิชาสอบได้ ได้แก่
    • วิชาภาษาไทย
    • วิชาสังคมศึกษา
    • วิชาภาษาอังกฤษ
    • วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1
    • วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2
    • วิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์
    • วิชาฟิสิกส์
    • วิชาเคมี
    • วิชาชีววิทยา
    • วิชาภาษาฝรั่งเศส
    • วิชาภาษาเยอรมัน
    • วิชาภาษาญี่ปุ่น
    • วิชาภาษาจีน
    • วิชาภาษาบาลี
    • วิชาภาษาเกาหลี
    • วิชาภาษาสเปน

ข้อสอบ 2 ส่วนนี้ ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา ใช้วิชาไหน สอบเฉพาะวิชานั้นได้  แต่โดยส่วนมากแล้ว น้องๆ ก็มักจะสอบเผื่อไว้หลายวิชา เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องใช้วิชาอะไรบ้าง (บางทีเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยประกาศออกมาช้ากว่าวันเปิดรับสมัครสอบ ทำให้ไม่รู้ว่าต้องสอบวิชาอะไรบ้าง)

  • ข้อสอบวิชาเฉพาะ กสพท (TPAT1)
    • ไว้สำหรับยื่นเข้า 4 คณะใน กสพท ในรอบ Admission ได้แก่ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ค่าสมัคร 800 บาท

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน

ค่าคอร์สเรียน ติว เรียนพิเศษ 

เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างทางก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่าเกินครึ่งหนึ่งของนักเรียนทั้งหมด น่าจะต้องผ่านการเรียนพิเศษมาบ้าง บางคนเริ่มเริ่มตั้งแต่ ม.4 เลยทีเดียว ดังนั้นส่วนนี้ มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละคนค่ะ

ค่าเข้าค่าย  กิจกรรมพิเศษต่างๆ

ตอนนี้มีทั้งมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนหลายแห่ง ได้จัดค่ายคณะหรือเสริมทักษะอาชีพขึ้นมา โดยชูจุดเด่นว่าเข้าร่วมแล้วจะได้เกียรติบัตรไปใส่พอร์ต น้องๆ หลายคนเลือกใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้เกียรติบัตรมาใส่ Portfolio บางค่ายมีค่าสมัครด้วยนะ ถ้าเป็นค่ายจากมหาวิทยาลัย ก็จะมีค่าใช้จ่ายหลักร้อย ส่วนค่ายเอกชน บางทีก็พุ่งไปหลักพันบาทเลยก็มี

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ค่าเดินทาง 

หากใครสมัครมหาวิทยาลัยที่มีวิชาเฉพาะของตัวเอง หรือ สอบติดแล้วต้องไปสัมภาษณ์ ก็จะมีค่าเดินทางเพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค่าน้ำมันรถ ค่าเครื่องบิน คนที่เดินทางข้ามจังหวัด ก็อาจจะเสียค่าที่พักเพิ่มด้วย

ค่าธรรมเนียมธนาคาร 

หลายๆ มหาวิทยาลัยตอนนี้สามารถสแกนจ่ายออนไลน์ได้แล้ว แต่บางที่ก็ยังเป็นระบบเดิมที่ต้อง print และนำไปจ่ายธนาคาร หรือบางคนไม่มี app ธนาคาร ก็ต้องนำไปจ่ายที่ธนาคารหรือ Counter Service ตรงนี้จะมีเสียค่าธรรมเนียมด้วยค่ะ ประมาณครั้งละ 10 - 15 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการให้บริการของแต่ละที่ แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าต้องจ่ายหลายครั้ง รวมกันก็หลายบาทอยู่นะคะ ><

ค่าถ่ายภาพชุดนักเรียน 

จริงๆ ตอนนี้สามารถถ่ายด้วยตัวเองได้แล้ว แต่ถ้าใครต้องการความเนียบ พร้อมการจัดแสงแบบมืออาชีพ ไปร้านถ่ายรูปก็จะได้รูปที่สวยงามค่ะ

ค่ายืนยันเข้าศึกษา 

บางแห่งอาจมีกำหนดให้น้องๆ ยืนยันกับมหาวิทยาลัยก่อนที่จะยืนยันผ่านระบบ ทปอ. ซึ่งอาจจะมีค่าธรรมเนียม ส่วนนี้น่าจะหลักพันบาทเลยทีเดียว

 

กรณีตัวอย่าง

          สมมติว่า น้อง A อยากเข้าคณะแพทยศาสตร์ กำหนดสถานการณ์ว่า สมัครรอบ 1 Portfolio โครงการคณะแพทย์ จุฬาฯ แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก จึงตั้งใจไปสมัครแพทย์ใน กสพท อีกครั้งนึง

 

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น

  • น้อง A สมัคร โครงการของคณะแพทย์ จุฬาฯ ในรอบ Portfolio มีค่าสมัคร 500 บาท
  • ในโครงการจะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐาน น้อง A เลือกสมัครสอบ TOEFL ค่าสมัครสอบ 6,000 บาท
  • โครงการนี้ ต้องใช้คะแนน BMAT ในการคัดเลือกด้วย ค่าสมัครสอบ BMAT ประมาณ 4,000 - 5,000 บาท และมีค่าธรรมเนียมการสอบจากศูนย์จัดสอบอีก เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 7,500 บาท
  • ต่อมาหากผ่านการคัดเลือกได้เข้าสอบสัมภาษณ์ ต้องเสียค่าสอบสัมภาษณ์ 2,500 บาท
  • และมีค่าตรวจร่างกาย ตามโรงพยาบาลรัฐ ประมาณ 500 บาท
  • เมื่อผลออกมาปรากฎว่าไม่ผ่านการคัดเลือก น้อง A จึงตั้งใจไป กสพท ในรอบ 3 Admission
  • หากจะเข้าคณะใน กสพท จะต้องสมัครสอบ TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท ราคา 800 บาท
  • และต้องสอบ A-Level 7 วิชา (วิชาละ 100 บาท) รวม 700 บาท
  • เมื่อถึงวันจัดอันดับรอบ Admission น้อง A ตั้งใจเลือกคณะแพทย์เต็มครบ 10 อันดับ จะเสียค่าสมัคร 900 บาท

จากรอบ 1 portfolio มาสู่รอบ 3 Admission  น้อง A ใช้จ่ายไปแล้ว 19,400 บาท โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่าย ในกรณีผ่านการคัดเลือกรอบ Admission ก็จะมีการตรวจร่างกายอีก (บางแห่งสามารถใช้ผลตรวจเดิมได้ ถ้าระยะเวลา ไม่เกิน 3 เดือน, 6 เดือน หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด) และยังไม่รวมค่าเดินทางไปสอบในสนามสอบต่างๆ  

 

**อย่างไรก็ตาม นี่เป็นตัวอย่างของการเข้าคณะแพทย์ และรอบ 1 ของคณะแพทย์ก็มักจะเป็นโครงการที่เป็นความสามารถทางภาษาอังกฤษหรือโครงการที่เน้นใช้คะแนนพิเศษ จึงแพงเป็นพิเศษค่ะ น้องๆ ที่ไม่ได้สมัครผ่านโครงการประเภทนี้ ค่าใช้จ่ายก็จะไม่มากเท่านี้ แต่ทั้งนี้บางคนอาจจะสมัครมากกว่า 1 โครงการ/รอบ หรือ สมัครทุกรอบตั้งแต่รอบ 1-3 ค่าใช้จ่ายแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปด้วย

ถ้าจะพูดว่าเป็นรายจ่ายที่จำเป็นก็คงไม่ผิด เพราะถ้าจะหาวิธีการลดค่าใช้จ่าย ก็คงทำได้โดยการสมัครน้อยลง หรือ เลือกโครงการที่ค่าสมัครไม่แพง หรือ เลือกสมัครในโครงการที่ใช้เกณฑ์น้อย หรือ ใช้เกณฑ์ร่วมกับโครงการอื่นๆ ได้ แต่สุดท้ายแล้ว พี่มิ้นท์มักจะแนะนำน้องๆ เสมอว่า เมื่อเราจ่ายอะไรไปแล้ว ทำให้เต็มที่ เพราะหากน้องผ่านการคัดเลือกในคณะที่อยากเรียนจริงๆ มันก็คุ้มค่าเสมอค่ะ :)

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น