สวัสดีค่ะน้องๆ พอเริ่มขึ้น ม.6 #dek67 หลายคนก็เริ่มเตรียมตัว เตรียมความพร้อมในการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว ซึ่งนอกจากที่จะต้องเตรียมทำข้อสอบในแต่ละรายวิชาแล้ว จะต้องทำความเข้าใจกฎกติกาในการรับสมัครด้วย
วันนี้พี่แนนนี่ก็เลยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบ TCAS ทั้งหมด มาอธิบายให้น้องๆ และผู้ปกครองที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ เข้าใจไปพร้อมๆ กันว่า TCAS คืออะไร มีกี่รอบ จะต้องยื่นสมัครอย่างไร มีเงื่อนไข มีข้อกำหนดสำคัญอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเรื่องไหนบ้าง
ปูพื้นฐาน TCAS ครบจบในบทความเดียว #dek67 อ่านดี ผู้ปกครองอ่านได้
TCAS คือ อะไร
TCAS (อ่านว่า ที - แคส) ย่อมาจาก Thai University Central Admission System คือ ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มี “ทปอ. หรือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย” เป็นหน่วยงานกลางคอยดูแล ประสานงาน และดำเนินการต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ mytcas.com โดยเริ่มใช้ระบบนี้ครั้งแรกต้ังแต่ปีการศึกษา 2561 หรือ TCAS61 และดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปีนี้เป็นปีที่ 7 หรือ TCAS67 แล้วนั่นเอง
สำหรับระบบนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาไม่ให้มีการวิ่งรอกสอบ ลดค่าใช้จ่ายในการสมัคร และป้องกันการใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อน โดยปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการรับสมัครผ่านระบบ TCAS ทั้งสิ้น 36 แห่ง (อ้างอิงจำนวนจาก TCAS66) และใน TCAS67 อาจจะมีเพิ่มขึ้นก็ได้
โดยภาพรวมของการรับสมัครในระบบ TCAS แล้ว จะแบ่งการรับสมัครออกเป็นรอบๆ และจะมีเงื่อนไขสำคัญในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย คือ ผู้สมัครแต่ละคนจะมีสิทธิ์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพียงคนละ 1 ที่เท่านั้น ทำให้เกิดระบบการบริหารจัดการสิทธิ์ขึ้นมา หรือที่หลายๆ มหาวิทยาลัยเรียกว่า Clearing House
TCAS แต่ละรอบ
ปัจจุบัน TCAS แบ่งการรับสมัครเป็น 4 รอบหลักๆ ได้แก่ รอบที่ 1 Portfolio, รอบที่ 2 Quota, รอบที่ 3 Admission และรอบที่ 4 Direct Admission โดยแต่ละรอบมีลักษณะ มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป และเปิดรับสมัครในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปด้วย
รอบที่ 1 Portfolio
เป็นรอบที่จะเน้นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น แต่ละโครงการ แต่ละสาขาวิชาจะพิจารณาจากผลงาน หรือโจทย์ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเกรดเฉลี่ย (GPAX) 5 ภาคเรียน และอาจจะมีบางสาขาวิชาที่กำหนดใช้คะแนน TGAT/TPAT ด้วย (เริ่มใช้คะแนนใน TCAS66 เป็นครั้งแรก) และหากเป็นโครงการด้านภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรนานาชาติ อาจจะมีใช้คะแนนวัดทักษะทางภาษา เช่น TOEFL, IELTS, CU-TEP, TU-GET เป็นต้น ถ้าใครที่สนใจจะยื่นสมัครในรอบนี้ต้องไปศึกษาระเบียบการรับสมัคร และยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัยเอง
รอบที่ 2 Quota
เป็นรอบที่เน้นผู้สมัครที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด หรืออยู่ในเครือข่ายความร่วมมือของมหาวิทยาลัย หรือมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนด ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเกรดเฉลี่ย (GPAX) 5 ภาคเรียน, คะแนน TGAT, TPAT, A-Level หรือ วิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง ถ้าใครที่สนใจจะยื่นสมัครในรอบนี้ต้องไปศึกษาระเบียบการรับสมัคร และยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัยเอง
รอบที่ 3 Admission
เป็นรอบที่เน้นการใช้คะแนนสอบจากส่วนกลาง ทั้ง TGAT/TPAT และ A-Level รวมถึงอาจจะใช้เกรดเฉลี่ย (GPAX) 6 ภาคเรียน และวิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเองด้วย โดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีอิสระในการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก แต่จะรับสมัครพร้อมกันผ่านหน่วยงานกลาง อย่าง ทปอ. หรือที่เว็บไซต์ mytcas.com และจะยื่นสมัครกี่อันดับก็ได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 10 อันดับ
นอกจากนี้ในรอบ 3 จะมีการประมวลผลการคัดเลือก และประกาศผล 2 ครั้งด้วย โดยการประมวลผลครั้งที่ 2 นั้น จะพิจารณาจากสาขาวิชา และอันดับเดียวกับครั้งที่ 1 เลย
รอบที่ 4 Direct Admission
รอบสุดท้ายของ TCAS แล้ว เป็นรอบที่เน้นเปิดรับผู้ที่ยังไม่มีที่เรียน หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า รอบเก็บตก โดยจะไม่สามารถรู้คณะ สาขาวิชา หรือมหาวิทยาลัยที่เปิดรับล่วงหน้าได้เลย เพราะปกติแล้วรอบนี้จะเปิดรับเฉพาะสาขาวิชาที่ยังมีที่นั่งว่างเหลือจากรอบก่อนๆ โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีอิสระในการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก อาจจะใช้เกรดเฉลี่ย (GPAX), คะแนน TGAT/TPAT, A-Level หรือ วิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเองก็ได้ และอาจจะแตกต่างกันรอบก่อนๆ หรือเหมือนกับรอบก่อนๆ เลยก็ได้ ซึ่งถ้าใครสนใจจะยื่นสมัครในรอบนี้ต้องไปศึกษาระเบียบการรับสมัคร และยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัยเอง
การบริหารจัดการสิทธิ์
กฎเหล็ก กฎสำคัญของระบบ TCAS คือ 1 คน จะมี 1 สิทธิ์ ดังนั้นหลังจากที่ TCAS แต่ละรอบประกาศผลการคัดเลือกออกมาแล้ว ระบบจะให้ทุกคนจัดการสิทธิ์ของตัวเอง ถ้าใครยืนยันสิทธิ์ TCAS รอบใดรอบหนึ่งไปแล้ว ก็จะเท่ากับใช้สิทธิ์ในระบบไปแล้วเช่นกัน และจะทำให้ไม่สามารถยื่นสมัครในรอบอื่นๆ ได้อีก แต่ระบบจะอนุญาตให้สละสิทธิ์ได้ 1 ครั้ง ถ้าต้องการจะสมัครรอบอื่นต่อจริงๆ ก็จะต้องไปสละสิทธิ์ก่อน ซึ่งการจัดการสิทธิ์ต่างๆ ต้องดำเนินการภายในช่วงเวลาที่ทปอ.กำหนดขึ้นเท่านั้น
โดยจะต้องทำความเข้าใจคำศัพท์ 3 คำที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการสิทธิ์กันก่อน ได้แก่
- ยืนยันสิทธิ์ หมายถึง ตกลง หรือต้องการที่จะเข้าเรียนในสาขาวิชาที่ผ่านการคัดเลือก และเมื่อยืนยันสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว จะไม่สามารถไปสมัครรอบอื่นๆ ได้อีก
- ไม่ใช้สิทธิ์ หมายถึง ไม่ตกลง หรือ ไม่ต้องการที่จะเข้าเรียนในสาขาวิชาที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งจะถือว่ายังไม่ได้ใช้สิทธิ์ สามารถสมัครรอบอื่นๆ ได้ ตามปกติ
- สละสิทธิ์ หมายถึง ต้องการยกเลิกสาขาวิชาที่ได้ "ยืนยันสิทธิ์" ไปแล้ว โดยการสละสิทธิ์นี้ก็จะทำได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ถ้าใครเผลอกดสละสิทธิ์เป็นครั้งที่ 2 จะไม่สามารถสมัครในระบบ TCAS ได้อีก
ข้อสอบที่ใช้ในระบบ TCAS
TCAS66 เป็นปีแรก ที่ ทปอ.ก็ได้ปรับเปลี่ยนข้อสอบสนามกลาง สำหรับนำคะแนนไปใช้พิจารณาคัดเลือกในระบบ TCAS จากเดิมที่เคยใช้คะแนน GAT/PAT และวิชาสามัญ คะแนนมีอายุ 2 ปี ก็ปรับเป็นใช้คะแนน TGAT/TPAT และ A-Level และคะแนนมีอายุเพียงแค่ 1 ปี โดยแต่ละสนามสอบก็มีรายวิชา ดังต่อไปนี้
(1) สนามสอบ TGAT/TPAT เปิดรับสมัครและจัดสอบโดย ทปอ. ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนพฤศจิกายน และจัดสอบช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี สำหรับข้อสอบ TGAT/TPAT จะมีจัดทั้งรูปแบบคอมพิวเตอร์ (CBT) และรูปแบบกระดาษ (PBT) แต่จะเป็นการสอบที่สนามสอบทั้งหมด
- TGAT ความถนัดทั่วไป
- TGAT 1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ
- TGAT 2 การคิดอย่างมีเหตุผล
- TGAT 3 สมรรถนะการทำงาน
- TPAT 2 ความถนัดศิลปกรรมศาสตร์
- TPAT 3 ความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์
- TPAT 4 ความถนัดสถาปัตยกรรมศาสตร์
- TPAT 5 ความถนัดครุศาสตร์
(2) TPAT 1 วิชาเฉพาะ กสพท เปิดรับสมัครและจัดสอบโดย กสพท ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนกันยายน และจัดสอบช่วงเดียวกับ TGAT/TPAT วิชาอื่นๆ คือ เดือนธันวาคม แต่ข้อสอบยังคงเป็นรูปแบบกระดาษ รูปแบบเดียวเท่านั้น โดยจะแบ่งข้อสอบออกเป็น 3 ส่วน
- TPAT 11 เชาว์ปัญญา
- TPAT 12 จริยธรรมแพทย์
- TPAT 13 เชื่อมโยง
(3) A-Level เปิดรับสมัครและจัดสอบโดย ทปอ. ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และจัดสอบช่วงเดือนมีนาคม ส่วนข้อสอบจะเป็นรูปแบบกระดาษเท่านั้น
- คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (พื้นฐาน + เพิ่มเติม)
- คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 (พื้นฐาน)
- วิทยาศาสตร์ประยุกต์
- ฟิสิกส์
- เคมี
- ชีววิทยา
- สังคมศาสตร์
- ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
- ภาษาฝรั่งเศส
- ภาษาเยอรมัน
- ภาษาญี่ปุ่น
- ภาษาเกาหลี
- ภาษาจีน
- ภาษาบาลี
รวมไปถึงหลายๆ มหาวิทยาลัย ยังมีการจัดสอบ (4) วิชาเฉพาะมหาวิทยาลัย บางรายวิชาขึ้นเอง สำหรับใช้ยื่นสมัครบางสาขาวิชา โดย TCAS บางรอบ บางสาขาวิชา บางมหาวิทยาลัย อาจจะให้ใช้ยื่นควบคู่กับคะแนนสอบกลางวิชาอื่นๆ หรือบางที่จะใช้แค่คะแนนวิชาเฉพาะเท่านั้น
รายชื่อมหาวิทยาลัยที่จัดสอบวิชาเฉพาะ
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
นอกจากนี้ยังมีข้อสอบอีกกลุ่มที่ใช้คะแนนใน TCAS เช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้ใช้ในทุกรอบ ทุกสาขาวิชา นั่นก็คือ (5) การทดสอบทางภาษา หรือข้อสอบที่วัดความถนัดทางภาษา หรือทักษะภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 อื่นๆ และ (6) การทดสอบทางวิชาการ หรือข้อสอบวัดความถนัด หรือทักษะทางวิชาการต่างๆ โดยส่วนมากทั้ง 2 การทดสอบ จะใช้ใน TCAS รอบ Portfolio หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตรนานาชาติ เช่น
- TOEFL (Test of English as a Foreign Language) ข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ โดยจะวัดทักษะ 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
- IELTS (International English Language Testing System) ข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษ อีกตัวนึงที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ TOEFL โดยจะวัด 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เหมือนกัน
- TOEIC (Test of English for International Communication) แม้จะเป็นข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการทำงานมากกว่า แต่หลายๆ มหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ก็อนุญาตให้ใช้ยื่นสมัครได้
- CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency) ข้อสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของหลายๆ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยจะวัดทั้งหมด 3 ด้าน คือ การฟัง การอ่าน และการเขียน
- TU-GET (Thammasat University General English Test) ข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับในหลายๆ มหาวิทยาลัยเช่นกัน โดยรูปแบบข้อสอบมีทั้ง Computer-Based และ Paper-Based ซึ่งจะวัดทักษะ 4 ด้าน คือ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน
- HSK (Chinese Proficiency Test) ข้อสอบวัดทักษะทางด้านภาษาจีน โดยจะกำหนดใช้ในสาขาวิชาภาษาจีนของบางมหาวิทยาลัยเท่านั้น
- JLPT (Japanese Language Proficiency Test) ข้อสอบวัดทักษะทางด้านภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสามารถใช้ยื่นสมัครในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นของบางรอบ บางมหาวิทยาลัยเท่านั้น
- TOPIK (Test of Proficiency in Korean) ข้อสอบวัดทักษะทางด้านภาษาเกาหลี ซึ่งก็มีเพียงบางมหาวิทยาลัยที่กำหนดใช้ยื่นสมัครสาขาวิชาภาษาเกาหลี
- BMAT (BioMedical Admissions Test) ข้อสอบที่จัดสอบโดย Cambridge Assessment Admissions Testing ใช้สำหรับยื่น 4 คณะ คือ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ โดยจะมีทั้งหมด 3 ส่วน คือ ทักษะการคิด, ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์, การสอบข้อเขียน
- SAT (Scholastic Assessment Tests) ข้อสอบมาตรฐานวัดความสามารถและความถนัดในด้านต่างๆ มีทั้งหมด 3 ส่วน คือ การอ่าน (the reading test) การเขียนและภาษา (the writing and language) และคณิตศาสตร์ (the math test) โดยจะมีทั้งส่วนที่มีเครื่องคิดเลข และไม่มีเครื่องคิดเลข
- GSAT (General Scholastic Aptitude Test) ข้อสอบที่จัดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สามารถใช้เทียบเท่ากับข้อสอบ New SAT ได้เลย โดยมีทั้งหมด 4 ส่วน คือ การอ่าน การเขียนและภาษา คณิตศาสตร์ไม่มีเครื่องคิดเลข และคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลข
ค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับ TCAS
ในการยื่นสมัคร TCAS จะเแบ่งการค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ (1) ค่ายื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยแต่ละรอบ แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดค่าสมัครไว้แตกต่างกันออกไป สำหรับหลักสูตรปกติก็มีตั้งแต่ยื่นสมัครฟรี! มหาวิทยาลัยละ 100 บาท 200 บาท ไปจนถึง 500 - 800 บาท ยกเว้นรอบ 3 Admission ที่จะอยู่ระหว่าง 150 - 900 บาท ขึ้นอยู่กับอันดับที่ยื่นสมัคร และส่วนที่ (2) ค่าสมัครสอบข้อเขียน ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนรายวิชาที่ยื่นสมัคร หากเป็น TGAT/TPAT 2 - 5 จะอยู่ที่วิชาละ 140 บาท, TPAT1 800 บาท และคะแนนสอบ A-Level วิชาละ 100 บาท ส่วนข้อเขียนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับที่แต่ละคณะ หรือมหาวิทยาลัยกำหนด
- ข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด คลิก
ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจาก TCAS66 เป็นหลัก
ส่วน TCAS67 จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยนตรงไหนไหม ต้องรอติดตาม
ณ เวลานี้ ทปอ. ยังไม่ได้ประกาศข้อมูลการรับสมัคร TCAS67 ออกมา แต่ภาพรวมการรับสมัครในระบบ TCAS ยังคงเป็นไปตามปกติ สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเอาไว้ก่อนได้เลย และถ้ามีการปรับเปลี่ยนอะไร ก็น่าจะเป็นแค่กฎกติกาบางส่วน
0 ความคิดเห็น