
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนครับ ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาจมีคนรอบตัวเราหลาย ๆ คนเริ่มแพ็กกระเป๋าและบินลัดฟ้าไปจีนกันเยอะเลย นั่นเป็นเพราะว่ามหาวิทยาลัยที่จีนส่วนใหญ่เปิดช่วงต้นเดือนกันยายนนั่นเอง และสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังวางแผนเรียนต่อที่จีน วันนี้พี่วินจะพาทุกคนไปส่อง2 มหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่าเป็นตัว Top ของจีน และติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (北京大学) และมหาวิทยาลัยชิงหัว (清华大学) นั่นเองครับ
ต้องบอกเลยครับว่า 2 มหาวิทยาลัยนี้ เป็นคู่ฟัดคู่เหวี่ยงกันตลอดกาลเลยก็ว่าได้ เพราะผลัดกันขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศมาหลายปี (ฟีลเดียวกับจุฬาฯ กับมหิดลสลับกันเป็นอันดับ 1 และ 2 นี่แหละ) เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันดีกว่าว่า แต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดเด่นยังไง เราเหมาะเป็นทีมไหน และมีทุนอะไรให้พวกเราได้ยื่นกันบ้าง ตามมาดูกันเลย!
ฝั่งสีแดง: มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (北京大学)
เรามาส่องสถิติและความเป็นมาของฝั่งสีแดง มหาวิทยาลัยปักกิ่งกันครับ
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (หรือที่หลายคนเรียกย่อว่า เป่ยต้า) เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดของจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 ซึ่งความเป็นมาเริ่มจากหลังจีนพ่ายแพ้ในสงครามจีนญี่ปุ่นครั้งที่ 1 จักรพรรดิกวางซีของรางชวงศ์ชิง มีรับสั่งให้ปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเรียกเหตุการณ์นี้ว่า การปฏิรูปร้อยวัน (戊戌变法) และในช่วงเวลานี้นี่เอง ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ถือกำเนิดขึ้น
คณะ วิทยาลัย และสาขาวิชา
ปัจจุบัน ม.ปักกิ่งมีทั้งหมด 6 คณะ (学部) 30 วิทยาลัย (学院) และ 55 ภาควิชา (院系) และมีสาขาเฉพาะทางสำหรับนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก เช่น
- คณะวิทยาศาสตร์ (Faculty of Sciences)
- คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยี (Faculty of Information and Engineering Sciences)
- คณะมนุษยศาสตร์ (Faculty of Humanities)
- คณะสังคมศาสตร์ (Faculty of Social Sciences)
- คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ (Faculty of Economics & Management)
- ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Science Center)
นอกจากนี้ยังมีคณะ วิทยาลัย และสาขาวิชาอีกมากมาย สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเลยครับ >> https://english.pku.edu.cn/about.html#ab6
ทุนการศึกษา
นอกจากทุนรัฐบาลจีน (CSC; China Scholarship Council) ทุนการศึกษาอาจารย์ภาษาจีน (CLEC) หรือทุนของมหาวิทยาลัยโดยตรงที่เปิดรับสมัครทุกปีอยู่แล้ว ที่ปักกิ่งยังทุนอื่นๆ ให้เราได้ยื่นขอได้ สามารถเช็กเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้เลยครับ
ดูข้อมูลเว็บไซต์เพิ่มเติมฝั่งสีน้ำเงิน: มหาวิทยาลัยชิงหัว (清华大学)
ทีนี้เรามาดูฝั่งสีน้ำเงินกันบ้าง ถึงแม้ว่าจะเข้าวงการมหาวิทยาลัยจีนทีหลังเป่ยต้า แต่ก็จี๊ดไม่แพ้กัน ตามมาดูกันเลย!
มหาวิทยาลัยชิงหัวก่อตั้งขึ้นในปี 1911 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับนักเรียนจีนที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี ได้เกิดกบฏนักมวย (义和团起义) ขึ้น และได้พ่ายแพ้ให้กับพันธมิตรแปดชาติ ทำให้ราชวงศ์ชิงต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวน 30 ล้านดอลลาร์ จากนั้นในปี 1909 ประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ได้ต่อรองกับรัฐสภาของอเมริกา ขอให้ลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ และนำส่วนที่เหลือเป็นทุนสำหรับชาวจีนในการศึกษาต่อที่อเมริกา จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยชิงหัวนั่นเองครับ
คณะ วิทยาลัย และสาขาวิชา
ปัจจุบัน ม.ชิงหัวมีทั้งหมด 21 วิทยาลัย (学院) และอีก 59 คณะ (院系) ครอบคลุมไปด้วยสาขาวิชาเรียนมากมายสำหรับนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก เช่น
- วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ (School of Architecture)
- วิทยาลัยวิศวกรรมโยธา (School of Civil Engineering)
- วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการจัดการ (School of Economics and Management)
- วิทยาลัยมนุษยศาสตร์ (School of Humanities)
- วิทยาลัยสังคมศาสตร์ (School of Sciences)
นอกจากนี้ยังมีคณะ วิทยาลัย และสาขาวิชาอีกมากมาย สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเลยครับ >> https://www.tsinghua.edu.cn/en/Schools___Departments.htm
ทุนการศึกษา
นอกจากทุนรัฐบาลจีน (CSC) ทุนการศึกษาอาจารย์ภาษาจีน (CLEC) หรือทุนของมหาวิทยาลัยโดยตรงที่เปิดรับสมัครทุกปีอยู่แล้ว ที่ชิงหัวยังมีทุนอื่นๆ ที่นักเรียนต่างชาติแบบเราสามารถยื่นขอทุนได้ ตามไปเช็กข้อมูลที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยด้านล่างได้เลย!
ดูข้อมูลเว็บไซต์เพิ่มเติมปักกิ่ง VS ชิงหัว: ส่องสถิติมหาวิทยาลัยก่อนตัดสินใจ
หลังจากที่ได้รู้จักความเป็นมาของทั้งฝั่งสีแดงและสีน้ำเงินแล้ว เรามาดูสถิติการผลัดกันเป็นแชมป์กับรองแชมป์ รวมถึงความโดดเด่นของทั้งคู่กันบ้างดีกว่า
สรุปสถิติ QS University Rankings (เทียบเฉพาะในจีน)
| ปี | ผู้ชนะ (เป็นอันดับ 1 ของจีน) |
|---|---|
| 2013 | Peking University |
| 2014 | Peking University |
| 2015 | Peking University |
| 2016 | Tsinghua University |
| 2017 | Tsinghua University |
| 2018* | Tsinghua University |
| 2019 | Tsinghua University |
| 2020 | Tsinghua University |
| 2021* | Tsinghua University (2nd in Asia) |
| 2022 | Peking University (2nd in Asia) |
| 2023 | Peking University (1st in Asia) |
| 2024 | Peking University (2nd in Asia) |
Fun Fact: ในปี 2018 และ 2021 อันดับของ มหาวิทยาลัยฟู่ตัน (复旦大学; Fudan University) สูงแซงหน้า มหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วย! เรียกได้ว่าเจ๋งไม่แพ้ปักกิ่งและชิงหัวเลยครับ
ข้อมูลที่น่าสนใจ
| Peking University | Tsinghua University | |
|---|---|---|
| QS World University Ranking | 17 | 25 |
| คำขวัญ (Motto) | ไม่มีคำขวัญ | 自强不息、厚德载物 Self-discipline and Social Commitment |
| บุคคลมีชื่อเสียงที่จบจากที่นี่ | หลี่เค่อเฉียง (李克强) อดีตนายกรัฐมนตรีของจีน | สีจิ้นผิง (习近平) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของจีน |
| สีประจำมหาวิทยาลัย | แดง | ม่วงและขาว |
Fun Fact: มหาวิทยาลัยปักกิ่งไม่มีคำขวัญมหาวิทยาลัยที่ “เป็นทางการ” แต่ก็มีบางคนบอกว่า คำขวัญน่าจะเป็น “爱国、进步、民主、科学” หรือไม่ก็ “勤奋、严谨、求实、创新” แปลว่า “รักชาติ ก้าวหน้า ประชาชนเป็นใหญ่ วิทยาศาสตร์” และ “ขยันหมั่นเพียร เคร่งครัด มองความเป็นจริง สร้างสรรค์”
https://www.ivycq.com/zixun/chuntengshijiao/2021/1116/522.html……..
You're Invited!
พูดคุยกับ "รุ่นพี่ทุนรัฐบาลจีน" ได้ที่งานแฟร์ต่อนอก
พิกัดไบเทคบางนา 7-8 ต.ค.66 นี้!
ขอเชิญทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในงาน Dek-D’s Study Abroad Fair ของพวกเราในวันเสาร์ที่ 7 และอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม ณ ไบเทคบางนา (ฮอลล์ EH98) เข้าร่วมฟรี
- พบกับเอเจนซีชั้นนำมากมาย จากหลากประเทศ หลายสาขาวิชา พร้อมช่วยเหลือเรื่องเรียนต่อตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น ทั้งเรื่องเอกสาร สมัครเรียนให้ จัดแจงวีซ่า จองที่พัก และความพร้อมด้านต่างๆ ให้บินไปเรียนแบบ Perfect Planning!
- โปรแกรมบริการ และฐานกิจกรรมมากมาย เพื่อช่วยวางแผนการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ
- โต๊ะปรึกษา 1:1 กับรุ่นพี่นักเรียนไทยที่ได้ทุนสุดฮิต 12 คน ทั้งทุนรัฐบาลเกาหลี, ทุน EGPP (ม.สตรีอีฮวา), ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น, ทุนรัฐบาลไต้หวัน, ทุนรัฐบาลอินเดีย, ทุนรัฐบาลไทย, ทุน DAAD, ทุน Erasmus Mundus, ทุน Franco-Thai, ทุนรัฐบาลจีน ฯลฯ เล็งทุนไหนไว้ หรืออยากค้นหาประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ห้ามพลาด *พบรุ่นพี่ทุนรัฐบาลจีนได้วันเสาร์ที่ 7 และวันอาทิตย์ที่ 8 ต.ค. 66 นะคะ :D
- จัดพร้อมกับ Dek-D’s TCAS Fair ฝั่งไทย เท่ากับว่ามาครั้งเดียวจะได้ค้นหาตัวเองและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ ซึ่งอาจจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศก็ได้!
0 ความคิดเห็น