การไปเรียนต่อที่จีนก็อาจเป็นความฝันของใครหลายๆ คนเช่นเดียวกัน (พี่วินเองก็ด้วย) แต่ก็ใช่ว่าจะจัดกระเป๋าและบินไปเรียนได้เลย เพราะกว่าจะถึงจุดนั้นได้ต้องเตรียมตัวหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องเอกสารที่มากมายนับไม่ถ้วน ข้อสอบวัดระดับภาษา HSK ที่หลายคนมองว่ายากเกินเอื้อม และเรื่องอื่นๆ จิปาถะหยุมหยิมมากมายที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้เราท้อใจและรู้ตัวอีกทีก็ล้มเลิกความฝันไปซะแล้ว
Photo Credit: ECNU
หากน้องๆ คนไหนตั้งโกลไว้อยากไปเรียนต่อจีน ต้องบอกว่าแค่แรงกายคงไม่พอ วันนี้พี่เลยขอพาน้องๆ #ทีมจีน ทุกคนไปเติมแรงใจ พร้อมทำความรู้จักกับ 5 เมืองในดินแดนมังกรที่ที่น่าไปเรียนต่อ ว่ากันว่าผู้คนก็หน้าตาดีไม่พอ แถมยังเป็นบ้านเกิดของดาราชายจีนดังๆ ซะด้วย~ ว่าแต่จะมีเมืองที่เราเล็งๆ ไว้อยู่มั้ย และแต่ละที่มีมหาวิทยาลัยไหนดังๆ ตั้งอยู่บ้าง เรามาวาร์ปไปพร้อมกันเลยครับ!
................
1. จะลำบากเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยง ถ้าได้เคียงข้าง ‘หูอี้เทียน’ ที่เจ้อเจียง
เจ้อเจียง (浙江) ถือเป็นหนึ่งในมณฑลที่ก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีไม้แพ้เซี่ยงไฮ้เลย โดยเฉพาะเมืองหางโจว (杭州) ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น Silicon Valley ของจีน (เมืองที่มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรม) ขนาดบริษัท Alibaba ธุรกิจออนไลน์ขนาดใหญ่ของประเทศก็มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ นอกจากนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เรียกว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ ทั้งมีพื้นที่ติดทะเล ป่าไม้ มีทรัพยากรแร่สำคัญ ฯลฯ และที่สำคัญคือ นักแสดงแถวหน้าไม่ว่าจะเป็น หูอี้เทียน หวังจื่อฉี หวังอันอวี้ ก็ล้วนอิมพอร์ตจากมณฑลเจ้อเจียงนี่แหละจ้า
ส่วนมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อของมณฑลนี้ ต้องยกให้มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง aka ‘เจ้อต้า’ (浙江大学; Zhejiang University) หนึ่งใน C9 League ซึ่งเปิดสอนมาตั้งแต่ปี 1897 โดยล่าสุดก็ติดอันดับที่ 3 ของประเทศ และอันดับ 44 ของโลก โดย QS World University Rankings 2024 ด้วยนะครับ ส่วนหลักสูตรที่เปิดสอนที่นี่ก็ขึ้นชื่อทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ แต่ที่คนไทยนิยมไปเรียนกันก็ต้องยกให้ MBBS หรือหลักสูตรแพทย์อินเตอร์เลยครับ ดังมาก! (เว็บไซต์มหาวิทยาลัย: https://www.zju.edu.cn/ )
Photo Credit: 浙江大学
................
2. กระทบไหล่ ‘หยางหยาง’ ที่เซี่ยงไฮ้ เส้นทางจะยากแค่ไหนก็ขอสู้
ถัดจากเจ้อเจียงก็ต้องวาร์ปมาเช็กอินที่เซี่ยงไฮ้ เพราะถ้าพูดถึงเมืองในจีนที่มีเจริญก้าวหน้าโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี จะขาดมหานครเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เลยครับ เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ มีท่าเรือสำคัญ มีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ติดอันดับโลก อีกทั้งยังผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมและสมัยใหม่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และอีกไฮไลต์ของเซี่ยงไฮ้คือ ป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมบันเทิง นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักแสดงชื่อดังอย่างเช่น หยางหยาง สวีเจิ้งซี ติงอวี่ซี อู๋เหล่ย และเฉินเซียว อีกด้วย ใครชอบวงการบันเทิงจีน ถ้าได้มาเรียนที่เซี่ยงไฮ้ก็คือฟินสุดๆ แถมยังมีทุนรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ที่มอบให้กับนักศึกษาต่างชาติทุกปีด้วยนะครับ
และถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยของเมืองนี้ บอกเลยว่าแต่ละที่มีชื่อเสียงมาก ไม่ว่าจะเป็น
- ม.ฟู่ตัน (复旦大学) มหาวิทยาลัยที่ ranking ทัดเทียมกับ ม.ปักกิ่ง และ ชิงหัว
- ซ่างซี่ (上海戏剧学院) 1 ใน 3 เสาหลักวิทยาลัยการแสดงของจีน
- ม.ครุศาสตร์หัวตง (华东师范大学) ที่โดดเด่นในด้านการสอนจนทัดเทียมกับ เป่ยต้า เป่ยซือต้า และชิงหัว
- ม.เซี่ยงไฮ้เจียวทง (上海交通大学) หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อยู่ C9 League ของจีน
Photo Credit: 复旦大学
3. ซิ่งจากไท่กั๋วสู่ฉงชิ่ง ติ่ง ‘เซียวจ้าน’ ทานหมาล่าต้นตำรับของแทร่!
มาต่อกันที่ฉงชิ่ง (重庆) หรือจุงกิง (Chungking) เป็น 1 ใน 4 ของนครปกครองโดยตรงของรัฐบาลกลาง มีความเจริญรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจกลางคืน เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการค้าในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และเป็นมหานครแห่งหม่าล่า (ฟินสุดๆ) นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Deloitte และ Apple ด้วย และถ้าหากน้องๆ คนไหนอยากเรียนต่อที่นี่ก็ต้องฟิตแรงขาเอาไว้ให้พร้อม เพราะว่าภูมิประเทศของฉงชิ่งนั้นตั้งอยู่บนเทือกเขานั่นเองครับ ซึ่งถ้าใครได้ไปเยือนสักครั้งก็ต้องร้องว้าว เพราะสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่องหรือท้องถนนก็คือมีความซับซ้อนมากๆ
แต่ถึงจะเดินขึ้นเขาเหนื่อยแค่ไหน แต่บอกเลยว่าแรงใจมาเต็มเปี่ยม เพราะว่ากันว่าผู้คนที่เมืองนี้หน้าตาดีมากๆ และฉงชิ่งยังเป็นบ้านเกิดของนักแสดงที่ดังที่สุดในจีนคนหนึ่งด้วย และคนๆ นั้นก็คือ ‘เซียวจ้าน’ นั่นเองครับ
ส่วนมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองนี้ ก็คงหนีไม่พ้น ‘มหาวิทยาลัยฉงชิ่ง’ (重庆大学) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1929 เป็นส่วนหนึ่งของ Project 211 และ 985 บอกเลยว่าสามารถการันตีเรื่องคุณภาพได้แน่นอน นอกจากนี้ยังโดดเด่นในด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย ที่สำคัญคืออีกมหาวิทยาลัยมีทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วยนะ (เว็บไซต์มหาวิทยาลัย: http://english.cqu.edu.cn/)
Fun Fact:
หลายคนเห็นคำว่า Chungking แล้วอาจจะนึกถึงภาพยนตร์ของหว่องกาไวเรื่อง Chungking Express ซึ่งคำว่า Chungking ในชื่อเรื่องนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองฉงชิ่งแต่อย่างใด แต่มาจาก Chungking Mansion ที่ตั้งอยู่ในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ที่หว่องกาไวเติบโตมานั่นเอง
4. มุ่งสู่กวางตุ้ง บ้านเกิดหนุ่มหน้าตาดี จะ ‘เจิงซุ่นซี’ หรือ ‘สวีข่าย’ ก็เอาใจไปเลย
ข้ามจากฝั่งตะวันตกมาทางตอนใต้ของจีน เช็กอินที่ ‘กวางตุ้ง’ (广东) ที่นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในมณฑลของจีนที่เจริญรุ่งเรืองสุดๆ แถมเทคโนโลยีก็ก้าวหน้าทันสมัยโดยมีเมืองชูโรงอย่าง เซินเจิ้น (深圳) ที่ได้รับฉายาว่าเป็น Silicon Valley ของจีนร่วมกับจงกวนชุน (中关村) และหางโจวที่กล่าวไปก่อนหน้า และนอกจากจะเด่นเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังเป็นบ้านเกิดของนักแสดงชื่อดังอย่าง สวีข่าย เจิงซุ่นซี และเฉินเจ๋อหยวนด้วย
สำหรับมหาวิทยาลัยในมณฑลกวางตุ้งที่มีชื่อเสียงก็ต้องยกให้มหาวิทยาลัยซุนยัดเซ็น (中山大学; Sun Yat-Sen University) ซึ่งก่อตั้งในปี 1924 มีชื่อเสียงในด้านวิทยาศาสตร์ และมีคณะแพทยศาสตร์ติดอันดับต้นๆ ของประเทศและยังเป็นโรงเรียนแพทย์แผนตะวันตกแห่งแรกในจีนด้วยครับ (เว็บไซต์มหาวิทยาลัย: https://www.sysu.edu.cn/sysuen/ )
5. รอนานๆ บั่นทอนหัวใจ บินไฟลต์ตรงหา ‘หวังอี้ป๋อ’ ที่เหอหนานเลยดีกว่า
ปิดท้ายที่ ‘เหอหนาน’ (河南) หนึ่งในมณฑลที่อยู่ทางภาคกลางของจีน ที่นี่นับว่าเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีอารยธรรมเก่าแก่ยาวนานนับพันปี และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณถึง 4 แห่งจากทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่ ลั่วหยาง (洛阳) อันหยาง (安阳) ไคเฟิง (开封) และเจิ้งโจว (郑州)
เอาล่ะ pop-quiz ครับทุกคน คำถามคือ หวังอี้ป๋อ เกิดที่ไหนในเหอหนาน (10 คะแนน)
a. ลั่วหยาง (洛阳)
b. อันหยาง (安阳)
c. ไคเฟิง (开封)
d. เจิ้งโจว 郑州)
เฉลย: ลั่วหยาง (洛阳) ครับ // ไหนใครตอบถูกกันบ้าง
สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนต่อที่เหนอหนาน บอกเลยว่ามหาวิทยาลัยในมณฑลนี้ที่มีชื่อเสียงมากๆ และเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเหอหนาน (河南大学) และมหาวิทยาลัยเจิ้งโจว (郑州大学) ซึ่งทั้งคู่ได้รับเลือกให้เป็น Double First Class University เรียกว่าเรียนจบจากที่นี่ก็คือการันตีได้เลย
Photo Credit: HENU, ZZU
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเหอหนาน: https://www.henu.edu.cn/
- มหาวิทยาลัยเจิ้งโจว: http://english.zzu.edu.cn/
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พี่วินเชื่อว่าบทความนี้น่าจะจุดไฟในตัวน้องๆ ให้ลุกโชนขึ้นมาได้อีกครั้ง และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนไม่มากก็น้อย สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเรียนต่อที่จีน พี่วินก็ขอเป็นกำลังใจให้ทำตามความฝันสำเร็จกันทุกคนเลยนะครับ
0 ความคิดเห็น