สวัสดีค่ะ มีน้องๆ ถามเข้ามาเกี่ยวกับการคิดคะแนน TCAS ว่าต้องคิดยังไง ถ้าคณะนั้นๆ ใช้มากกว่า 1 วิชาและมีค่าน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ซึ่งการคิดคะแนนแบบนี้ ปกติมหาวิทยาลัยจะไม่บอกวิธีคิดคะแนน จะบอกเพียงค่าน้ำหนักเท่านั้น

แต่ใครที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว จะสามารถคำนวณคะแนนด้วยตัวเองได้! และไปประยุกต์ใช้กับคณะที่ต้องการได้เลยค่ะ

How To คำนวณคะแนน TCAS ด้วยตัวเอง ใช้ได้กับทุกรอบ!
How To คำนวณคะแนน TCAS ด้วยตัวเอง ใช้ได้กับทุกรอบ!

How to คิดคะแนน TCAS67 ถ้าใช้คะแนนมากกว่า 2 วิชา

คะแนนแต่ละคณะเต็มเท่าไหร่ มาจากอะไรบ้าง

หากไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ คณะส่วนใหญ่ก็จะมีคะแนนเต็ม 100 คะแนนค่ะ โดย 100 คะแนน ก็จะมาจากองค์ประกอบของเกณฑ์คัดเลือกที่แตกต่างกัน  

ยกตัวอย่าง คณะวิทยาศาสตร์ (เป็นแค่การยกตัวอย่าง ไม่ได้อ้างอิงมหาวิทยาลัยใด)

  • มหาวิทยาลัย A: ใช้ TGAT 50% + TPAT3 50%  
  • มหาวิทยาลัย B: ใช้ A-Level คณิต20% + อังกฤษ20% + ฟิสิกส์20% + เคมี20% + ชีววิทยา20%  

จากตัวอย่างนี้ น้องๆ จะเห็นว่าแม้ว่าคณะเดียวกัน ต่างมหาวิทยาลัยก็อาจมีการกำหนดใช้วิชาและค่าน้ำหนักแตกต่างกันได้

วิธีคำนวณคะแนน

TGAT TPAT และ A-Level ทุกวิชาตอนนี้มีคะแนนเต็ม 100 คะแนนเท่ากันทุกวิชา เป็นข้อดีเพราะคำนวณคะแนนได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ แต่ก่อนจะไปที่สูตรคำนวณ มารู้จักคำศัพท์กันก่อนค่ะ

(1) คะแนนดิบ คือ คะแนนสอบของน้องๆ

(2) ค่าน้ำหนัก คือ สัดส่วนคะแนนที่มหาวิทยาลัยจะนำคะแนนนั้นไปใช้

สูตรคำนวณ

สำหรับคณะที่ใช้ TGAT/TPAT และ A-Level


คะแนนดิบ x ค่าน้ำหนัก /100  

ยกตัวอย่างการคำนวณคะแนน 

น้อง A ได้คะแนน : TGAT 65 คะแนน, TPAT3 42 คะแนน  

ตัวอย่างค่าน้ำหนักของเกณฑ์คัดเลือก : TGAT 50% + TPAT3 50%  

เมื่อแปลงเป็นคะแนนตามสัดส่วนที่กำหนด จะได้คะแนนเท่ากับ

  1. คะแนน TGAT = 65*50 / 100 = 32.5 คะแนน (จากคะแนนเต็มส่วนนี้ 50 คะแนน)
  2. คะแนน TPAT3 = 42*50 / 100 = 21 คะแนน (จากคะแนนเต็มส่วนนี้ 50 คะแนน)

ดังนั้น หากจะยื่นคณะนี้ จะได้คะแนนทั้งหมด 53.5 คะแนน (จาก 100 คะแนนเต็ม)

 

หากคณะนั้นใช้ GPAX ด้วย จะมีสูตรการคิดของ GPAX ดังนี้

สูตรคำนวณ

สำหรับคณะที่ใช้ GPAX, TGAT/TPAT และ A-Level

(1) คิดเกรด = เกรดที่ได้ x ค่าน้ำหนัก /4  

(2) คิดคะแนน = คะแนนดิบ x ค่าน้ำหนัก /100  

ยกตัวอย่างการคำนวณคะแนน 

น้อง B ได้คะแนน : GPAX 3.60, TGAT 65 คะแนน, TPAT3 42 คะแนน  

ตัวอย่างค่าน้ำหนักของเกณฑ์คัดเลือก : GPAX 20% + TGAT 30% + TPAT3 50% 

เมื่อแปลงเป็นคะแนนตามสัดส่วนที่กำหนด จะได้คะแนนเท่ากับ

  1. คะแนน GPAX =  3.60 *20 / 4 =  18 คะแนน (จากคะแนนเต็มส่วนนี้ 20 คะแนน)
  2. คะแนน TGAT = 65*30 / 100 = 19.5 คะแนน (จากคะแนนเต็มส่วนนี้ 30 คะแนน)
  3. คะแนน TPAT3 = 42*50 / 100 = 21 คะแนน (จากคะแนนเต็มส่วนนี้ 50 คะแนน)

ดังนั้น หากจะยื่นคณะนี้ จะได้คะแนนทั้งหมด 58.5 คะแนน (จาก 100 คะแนนเต็ม)

เกณฑ์ที่แตกต่างกัน ทำให้น้องๆ ได้คะแนนแต่ละที่ไม่เท่ากัน  ดังนั้นไม่ควรเปรียบเทียบว่า เราได้คะแนน ม.นี้ เท่านี้ ม.อื่นก็จะได้เท่านี้เหมือนกัน 

น้องๆ อาจจะมีคำถามว่า "สัดส่วนค่าน้ำหนักคะแนน" มีความสำคัญยังไง

จากตัวอย่างการคำนวณคะแนนด้านบน น้องๆ จะเห็นได้ว่า วิชาที่มีค่าน้ำหนักเยอะ จะยิ่งมีผลต่อคะแนนโดยรวมค่ะ  ดังนั้นเทคนิคสำคัญของการยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัย คือ ดูเกณฑ์คัดเลือกให้เข้าใจว่าใช้วิชาอะไรบ้าง และวิชาไหนเป็นสัดส่วนสำคัญ ก็ควรตั้งใจทำวิชานั้นให้ได้คะแนนดีๆ เพื่อดึงให้คะแนนสูง

จากเคสการคำนวณคะแนนด้านบน จะเห็นว่าวิชา TPAT3 แม้จะทำคะแนนสอบได้น้อยกว่าวิชา TGAT แต่วิชานี้ดันมีสัดส่วนค่าน้ำหนักมากกว่า ก็เลยทำให้แปลงเป็นคะแนนออกมาได้สูงกว่านั่นเอง

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ คิดคะแนน TCAS เองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดใช่มั้ยคะ สูตรนี้เอาไปแปลงใช้ได้กับเกณฑ์ทุกแบบที่มีคะแนนเต็ม 100 ซึ่งรวมถึงคณะที่ใช้ A-Level ก็คิดแบบเดียวกันได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบคิดเอง รอติดตามโปรแกรมคำนวณจากเว็บ Dek-D ได้เลย จะมีมาให้น้องๆ ใช้งานฟรีทุกปี พร้อมกับฟังก์ชันเจ๋งๆ ที่ช่วยเรื่องการจัดอันดับอีกด้วย

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด