แพทย์ จุฬาฯ! ปรับใหม่ "เรียนหมอไม่มีเกรด" ลดความเครียดที่ไม่จำเป็น เริ่มปี 67

"แพทยศาสตร์" เป็นหนึ่งในคณะที่ขึ้นชื่อว่าเรียนยากและเครียด แต่วันนี้มีข่าวดีถึงความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน เมื่อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ปรับปรุงหลักสูตรและการประเมินผลแบบใหม่ คือ การประเมินเป็น S/U (Satisfactory/Unsatisfactory) แทนการตัดเกรดแบบเดิม เพื่อลดความเครียดที่ไม่จำเป็น เช่น การแข่งขัน ฯลฯ ทำให้เรียนได้อย่างมีความสุขและพัฒนาเป็นแพทย์ในแบบของตนเองได้

แพทย์ จุฬาฯ ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เรียนหมอปี 67 ไม่ตัดเกรด A-F
แพทย์ จุฬาฯ ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เรียนหมอปี 67 ไม่ตัดเกรด A-F

สิ่งที่เปลี่ยนไปในหลักสูตรแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 67

การประเมินผลใหม่ ไม่ตัดเกรด A-F

การประเมินผลรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตรนี้ จะปรับเป็นการให้ "ผ่าน/ตก" หรือ “S/U (Satisfactory/Unsatisfactory)” ตลอดหลักสูตร แทนการแสดงผลการประเมินแบบเดิมที่เป็นสัญลักษณ์ A-F

โดยมีงานวิจัยว่า การเรียนแบบไม่มีเกรด ช่วยลดระดับความเครียดของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ผลการสอบและพฤติกรรมการเรียนการปฏิบัติงานไม่ได้ลดลง  ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีโรงเรียนที่ตัดเกรด A-F ไม่ถึง 15% ของโรงเรียนแพทย์ทั้งหมด

การปรับเปลี่ยนการแสดงผลการตัดสินการศึกษาครั้งนี้ เป็นการต่อยอดและพัฒนาด้านการประเมินผลผู้เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และมุ่งเน้นการประเมินผลที่เป็นระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าบัณฑิตแพทย์ในหลักสูตรจะบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (Programme Learning Outcomes; PLOs) ทุก PLOs ตามเกณฑ์มาตรฐาน

นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสมดุลการเรียนของนิสิตแพทย์ ให้ยังคงสร้างแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและจริยธรรมให้สังคมไว้วางใจ กับ การดูแลสุขภาวะของนิสิต พร้อมกับให้นิสิตเติบโตและพัฒนาเป็นแพทย์ในแบบของตนเอง

โดยหลักสูตรปรับปรุง 2567 นี้ นิสิตจะได้รับรายงานผลการศึกษาแบบละเอียด เพื่อให้นิสิตนำข้อมูลไปปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิชาการและวางแผนพัฒนาตัวเองต่อไป  

ประเมินผลยังไง เมื่อไม่มีเกรด

การวัดผลในระบบ non-tiered grading system นี้ เป็นการวัดผลที่ยึดที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ คือ

  • ความเป็นเลิศด้านวิชาการ (academic)
  • ความเป็นเลิศด้านสมรรถนะและการปฏิบัติงาน (competency and performance) ได้แก่ การสัมภาษณ์ประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรค การรักษาผู้ป่วย และการทำหัตถการ เป็นต้น
  • ความเป็นเลิศด้านความเป็นวิชาชีพ (professionalism) ได้แก่ พฤตินิสัยในการเรียนการปฏิบัติงานการเรียนและการทำงานเป็นทีม และการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ

การกำหนดความเป็นเลิศทางการศึกษา (Excellence) เป็น 3 ด้านนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนาบัณฑิตแพทย์จุฬาฯ ไม่เฉพาะแต่ในด้านความรู้เท่านั้น แต่รวมถึงทักษะและพฤตินิสัยที่เหมาะสมสำหรับความเป็นแพทย์ด้วย

ไม่มีเกรดแล้วจะถ้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ทำยังไง

จะมีการจัดทำระเบียนประวัติเพื่อแสดงถึง "ความเป็นแพทย์ในแบบของตนเองของนิสิตแต่ละคน" ระเบียนประวัตินี้จะให้ข้อมูลวิชาที่นิสิตเลือกเรียน รางวัล ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของนิสิต ประวัติการทำกิจกรรมที่โดดเด่น และ ความเป็นเลิศทางการศึกษา (Exellence) โดยผลความเป็นเลิศทางการศึกษา ก็จะเป็นการประมวลมาจากผลลัพธ์การเรียนรู้ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 12 ประการ ตามรายละเอียด 3 ด้าน ด้านบนนั่นเอง

ถ้านิสิตได้ U มา จะทำอย่างไร

ในความเป็นจริง ทางคณะจะมีการประเมินนิสิตระหว่างทางตลอดเวลาว่านิสิตเรียนตามเพื่อนทันหรือไม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนการสอบ หากหลังสอบผลคะแนนออกมา ก็จะช่วยก่อนที่จะประเมินออกมาเป็น U เช่น การสอบแก้ตัว แต่ถ้าสุดท้ายแล้วประเมินผลได้ U จริงๆ ก็สามารถเรียนซ้ำได้

เกียรตินิยมยังมีอยู่หรือไม่

ยังคงอยู่มี แต่จะไม่ตัดที่ผลการเรียนแบบเดิม โดยเกณฑ์ใหม่ จะพิจารณาจาก

  • ความเป็นเลิศ (Excellence) ในการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้
  • ระยะเวลาการศึกษา
  • การไม่เคยได้รับสัญลักษณ์ U
  • การไม่เคยถูกตัดคะแนนความประพฤติ และไม่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์

เป็นมิิติใหม่ของการเรียนแพทย์  ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ เพราะการเรียนโดยปราศจากการแข่งขัน หรือความกดดันเรื่องเกรด น่าจะช่วยให้เรียนได้อย่างเข้าใจและมีความสุข และฝึกฝนสมรรถนะต่างๆ ในวิชาชีพแพทย์ได้อย่างเต็มที่ แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ได้อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง มาแชร์กันได้นะ^^

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ชาววัง บางกระตุ๋ย 3 ก.พ. 67 13:11 น. 5

เอิ่ม...แล้วในทรานส์คริป จะระบุยังไง คิด GPA ไง คิดเกียรตินิยมยังไงอ่ะ แล้ววิชาปี 1 ก็ไม่ติดเกรดด้วยป่ะ

0
กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

มัณทนา Member 29 ม.ค. 67 15:14 น. 1

เราเป็นศิษย์เก่าม.รามคำแหงที่อยู่มาตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ระบบเกรด G P F

เราเข้ามาเรียนรามในปีการศึกษา 2552

จนเปลี่ยนมาเป็นระบบเกรด A B C D F ในปีการศึกษา 2555

วิชา RAM1000 (รหัสวิชา 5 หลัก RU100) ความรู้คู่คุณธรรมตัดเกรด S กับ U

คือ S ผ่านและ U ไม่ผ่าน อยู่ที่คะแนนสอบ 100 คะแนน เพราะไม่มีหน่วยกิต

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นมาที่เปลี่ยนหลักสูตรใหม่

การตัดเกรดวิชานี้เปลี่ยนมาเป็น A B C D F แล้วและมี 3 หน่วยกิต

0
กำลังโหลด
ผู้เดินทาง 30 ม.ค. 67 15:14 น. 2

หัวข้อข่าวข้อมูลไม่ถูกต้องครับ คณะแพทย์ศาสตรศิริราช ใช้ระบบไม่มีเกรดชั้นในชั้น Pre Clinic นำร่องเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรกในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมาแล้วครับ

1
กำลังโหลด
เอเจ 30 ม.ค. 67 18:15 น. 3

จริงๆไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ แค่บังคับให้มีวิชาบริหารชีวิต ทุกเทอม บังคับให้เข้าเรียนแต่ไม่มีเกรด ใครไม่เข้าเรียนไม่จบได้ วิชานี้จะสอนว่าจะบริหารความเครียด ความฉลาดในการใช้ชีวิต การสวดมนตร์ นั่งสมาธิ หรือหลายๆอย่างที่ทำให้ปัญญาเกิด จิตใจสงบ ฉลาด ฯลฯ ดีกว่าปล่อยไปตามยถากรรม เด็กยุคนี้เกิดมาในช่วงชีวิตสังคมวุ่นวาย ไม่นับถือศาสนา ขาดประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่มีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต

0
กำลังโหลด
yk.roller Member 30 ม.ค. 67 21:47 น. 4

ควรเน้นสอนให้มีจรรยาบรรณเเพทย์ ไม่เห็นเเก่เงินมากเกินจนดูเหมือนนายทุนหากำไรมากกว่าความเป็นหมอจะดีมาก

0
กำลังโหลด
ชาววัง บางกระตุ๋ย 3 ก.พ. 67 13:11 น. 5

เอิ่ม...แล้วในทรานส์คริป จะระบุยังไง คิด GPA ไง คิดเกียรตินิยมยังไงอ่ะ แล้ววิชาปี 1 ก็ไม่ติดเกรดด้วยป่ะ

0
กำลังโหลด
ไม่เห็นด้วย 12 ก.พ. 67 14:02 น. 6

โดยส่วนตัว ไม่เห็นด้วยที่จะตัดเกรดแบบ ผ่าน (Satisfactory, S) /ไม่ผ่าน (Unsatisfactory, U) ตลอดหลักสูตร 

เพราะว่า บางวิชาที่เน้นความรู้เชิงวิชาการ เช่น รายวิชาในชั้นปรีคลินิกโดยส่วนใหญ่ ควรอย่างยิ่งที่จะเลือกใช้วิธีการวัดผลและประเมินผลที่มีการจำแนก (discrimination) คนเก่ง ออกจาก คนไม่เก่งได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความรู้ทางด้านวิชาการส่วนบุคคล และ เพื่อให้สมกับบัณฑิตผู้มีความรู้ความสามารถตามการประเมินผลที่ได้รับจากการเรียนรู้ของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การคำนวณเกรดแบบระดับขั้น A ถึง F ก็มีเกณฑ์ผ่านของการประเมินผลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นแบบ S/U แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในรายวิชาภาคปฏิบัติการ การฝึกปฏิบัติงาน หรือ สหกิจศึกษา อาจใช้วิธีการคำนวณเกรด S/U ได้ โดยมีการประเมิน ผ่าน/ไม่ผ่าน ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (Rubrics) ตามทักษะต่าง ๆ อย่างครบถ้วน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด