ดูเลย! เทคนิคเลือกผลงานใส่ Portfolio แต่ละคณะ ใส่อะไรถึงปัง คะแนนนำคนอื่น

ความลับของการสอบติดรอบ Portfolio ไม่ใช่แค่การสมัครในคณะที่ตรงคุณสมบัติหรือความสามารถพิเศษของเราเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเราเลือกผลงานที่ตรงกับคณะได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้นด้วย ซึ่งธรรมชาติของแต่ละคณะก็แตกต่างกัน การเลือกผลงานใส่พอร์ตฟอลิโอจึงสำคัญมากๆ ค่ะ

และวันนี้พี่มิ้นท์จะมารวบรวมให้น้องๆ ดูว่า ถ้าอยากเข้าคณะนี้ จะต้องใช้ผลงานประเภทไหนถึงจะตรงโจทย์ตรงใจกรรมการ และยอมรับเราเข้าไปเป็นนักศึกษาในที่สุด!  

เทคนิคเลือกผลงานใส่ Portfolio แยกตามกลุ่มคณะ
เทคนิคเลือกผลงานใส่ Portfolio แยกตามกลุ่มคณะ

เทคนิคเลือกผลงานใส่ Portfolio ให้เหมาะกับแต่ละคณะ

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับรอบ 1 Portfolio กันก่อน รอบนี้ทุกคนรู้จักกันแค่เป็นรอบที่ใช้ผลงาน แต่ผลงานในที่นี้ก็จะมีทั้งแบบทั่วไปและแบบค่อนข้างเฉพาะทาง ดังนั้นทุกคนจะต้องอ่านระเบียบการให้ดี ดูให้ชัดว่าคณะต้องการอะไร แล้วจึงเลือกทำให้เหมาะสม จะเอาพอร์ตเล่มเดิมยื่นทุกมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ  

ทั้งนี้ ผลงานที่ใส่พอร์ต พี่มิ้นท์จะแบ่งไว้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. ผลงานกลางๆ ใส่ได้ทุกคณะ

จริงๆ มีแล้ว มีหลายคณะที่ไม่ได้กำหนดประเภทผลงานไว้ชัดขนาดนั้น คือ ถ้ามีผลงานอะไรที่ทำในช่วง ม.ปลาย ก็สามารถใส่มาได้เลย เพราะคณะอาจจะไปคัดเลือกกันที่ส่วนอื่น เช่น GPAX หรือสอบสัมภาษณ์ ดังนั้นคณะของใครไม่ได้กำหนดประเภทผลงานก็ถือว่าโชคดีค่ะ เพราะใส่ได้ทุกอย่าง แต่แนะนำให้เลือกที่ดีและโดดเด่นที่สุด นะคะ 

สำหรับผลงานทั่วไป  เช่น

  • ผลงานด้านจิตอาสา เช่น ทำความสะอาดโรงเรียน วัด ชุมชน, การช่วยงานในโรงพยาบาล  เป็นต้น
  • ผลงานกิจกรรมภายในโรงเรียน เช่น พิธีไหว้ครู กีฬาสี การเลือกตั้ง  หรือกิจกรรมอื่นๆ ทางด้านศาสนา เป็นต้น
  • ผลงานที่แสดงความเป็นผู้นำ เช่น หัวหน้าห้อง ประธานรุ่น กรรมการนักเรียน ฯลฯ
  • เกียรติบัตรด้านเป็นเด็กดีมีคุณธรรม ลูกกตัญญู เป็นต้น

2. ผลงานที่ตรงสาย/ตรงคณะ

ในขณะที่อีกหลายคณะ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงๆ  มักจะกำหนดประเภทผลงานในระดับที่ "Perfect" คือ นอกจากจะต้องเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นแล้ว ยังต้องมีผลการแข่งขันในระดับที่ดีด้วย ซึ่งมีกำหนดทั้งในระดับเขต จังหวัด ชาติ ไปจนถึงนานาชาติเลยค่ะ

สำหรับคณะที่กำหนดผลงานที่ตรงสายหรือตรงคณะนี้  น้องๆ จะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกผลงานใส่ Portfolio มากหน่อย ต้องเลือกที่เกี่ยวข้องกับคณะและสำคัญจริงๆ 

ยกตัวอย่าง น้อง A และน้อง B อยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เหมือนกัน

น้อง A มีเกียรติบัตรด้านจิตอาสาเยอะ อยากโชว์ว่าเรามีความเป็นจิตอาสา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ก็เลยใส่เกียรติบัตรด้านจิตอาสา 20 ใบลงไปใน Portfolio จนเต็ม

ในขณะที่น้อง B เลือกผลงานที่ชนะประกวดหุ่นยนต์ 1 รางวัล และเกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขันการใช้โดรนอีก 1 รางวัล  และเป็นรูปถ่ายจากกิจกรรมกีฬาสีที่มีหน้าที่ในการคุมเชียร์ 

กรณีนี้ แม้ว่าน้อง B จะเลือกผลงานมาน้อยกว่า แต่ทุกผลงานมีความหมายและแสดงถึงความสนใจด้านวิศวกรรมได้ดีมาก กรรมการมีโอกาสที่จะให้คะแนนและเลือก B เข้ารอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะจะกำหนดผลงานที่ตรงสายมา ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามใส่ผลงานทั่วไปนะ น้องๆ ยังใส่ได้เหมือนเดิมเพื่อเพิ่มเติมให้พอร์ตน่าสนใจ แต่อย่าลืมแบ่งสัดส่วนให้ดี เพราะคนที่ได้เปรียบคือคนที่มีผลงานโดดเด่นกว่าค่ะ

แล้วต้องเลือกผลงานแบบไหนลง Portfolio แต่ละคณะ

คณะสายวิทย์สุขภาพ ด้านการแพทย์ทั้งหมด

  • การฝึกงานในโรงพยาบาล
  • การทำจิตอาสา
  • การแข่งขันวิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มคณะวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา โครงงาน นวัตกรรม ฯลฯ
  • การเข้าค่ายหรือได้รับเหรียญรางวัล ในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ
  • ผลงานความสามารถด้านภาษาอังกฤษ (ปัจจุบันสำคัญมาก) เช่น ใบผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งมหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ด้วย
  • การเข้าค่ายหรือ Open House ที่เกี่ยวข้องกับคณะนั้นๆ

คณะสายวิทยาศาสตร์

  • การแข่งขันทางวิชาการ เช่น ตอบปัญหาวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โครงงาน ฯลฯ
  • การเข้าค่ายหรือได้รับเหรียญรางวัล ในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ
  • การประกวดนวัตกรรม
  • ผลงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาโดยตรง เช่น จะเข้าสาขาเคมี ก็จะเป็นผลงานด้านเคมี,  จะเข้าสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ก็จะต้องมีผลงานด้านการเขียนโปรแกรม เป็นต้น
  • การเข้าร่วมอบรม หรือสัมมนาภายนอก หรือเรียนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายวิทยาศาสตร์

คณะสายวิศวกรรมศาสตร์

  • การเข้าค่ายหรือได้รับเหรียญรางวัล ในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ
  • ผลงานหรือโครงงานด้านวิศวกรรม เช่น หุนยนต์ การประดิษฐ์นวัตกรรม ฯลฯ ที่เป็นประโยชน์
  • ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของตนเอง
  • การเข้าร่วมอบรม หรือสัมมนาภายนอก หรือเรียนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมศาสตร์
  • ผลงานหรืองานอดิเรก ที่แสดงถึงความสนใจด้านวิศวกรรม เช่น ชอบศึกษาเรื่องเครื่องบิน ชอบดูรถแข่ง เป็นต้น
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายวิศวกรรมศาสตร์

คณะสายสังคมศาสตร์

  • การทำจิตอาสา
  • การแข่งขันทางวิชาการ เช่น การแข่งขันตอบปัญหาทางสังคมศาสตร์ เช่น แข่งตอบคำถามกฎหมาย เป็นต้น
  • ผลงานที่แสดงความเป็นผู้นำ เช่น หัวหน้าห้อง รองหัวหน้าห้อง ประธานสี หัวหน้าโครงการต่างๆ กรรมการนักเรียน ฯลฯ
  • ผลงานที่แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยหรือพลเมืองที่ดี เช่น การเลือกตั้งในโรงเรียน, การลงสมัครเลือกตั้งในโรงเรียน ฯลฯ
  • ผลงานหรืองานอดิเรกสิ่งที่แสดงถึงความสนใจในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ อาจจะมีบทความที่เคยเขียน, การสรุปประวัติศาสตร์ หรือภาพถ่ายสถานที่สำคัญ เป็นต้น
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายสังคมศาสตร์

คณะสายภาษา

  • การสอบวัดระดับภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ สอบ TOEFL, IELTS, CU-TEP หรืออื่นๆ
  • การประกวดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา เช่น ประกวดเขียน ประกวดอ่าน ประกวดพูดสุนทรพจน์ Crossword ฯลฯ
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายภาษา
  • การไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ
  • ผลงานบล็อค /เพลง/เรียงความ หรือสื่ออื่นๆ ที่แสดงถึงความสามารถในการใช้ภาษานั้นๆ
  • การเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เช่น เข้าร่วมกิจกรรมทำอาหาร, การร้องเพลง หรือกิจกรรมในวันสำคัญของแต่ละประเทศ ทั้งที่จัดในประเทศไทยและต่างประเทศ

คณะสายครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์

  • ประสบการณ์สอนพิเศษ
  • การทำจิตอาสา โดยเฉพาะด้านการสอน
  • ผลงานการแข่งขันในสาขาที่สมัคร เช่น สมัครครุฯ-ศึกษาฯ สาขาภาษาไทย ให้เลือกผลงานเช่น การแข่งขันภาษาไทย อ่านทำนองเสนาะ สะกดคำ เป็นต้น
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์

คณะสายนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน

  • การแสดงละครเวที
  • ผลงานการทำสื่อของตัวเอง เช่น Youtube, Instagram, TikTok หรือช่องทางอื่นๆ ที่แสดงถึงความสามารถด้านสื่อสารมวลชน
  • ผลงานการประกวดทำสื่อ เช่น ประกวดภาพถ่าย หนังสั้น การลงเสียง พากย์หนัง เป็นต้น
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน
  • ผลงานการจัดกิจกรรมที่นักเรียนเป็นผู้จัดงาน เช่น Open House ของแผนการเรียน ที่อาจจะมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์, การออกแบบสื่อที่ใช้ในงาน, การเป็นวิทยาการ, ผู้นำกิจกรรม เป็นต้น

คณะสายเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • ผลงานการออกแบบกราฟฟิก การเขียนโปรแกรม เกม 2D 3D หรืออื่นๆ ทางด้านดิจิทัล
  • ผลงานเว็บไซต์ส่วนตัว
  • ผลงานสื่อของตนเอง เช่น Blog, Youtube, TikTok หรืออื่นๆ
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ผลงานอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่การประกวด แต่แสดงให้เห็นถึงทักษะการใช้เครื่องมือหรือเข้าใจในเรื่องของการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์

คณะสายศิลปะ-ศิลปกรรม

  • ผลงานการออกแบบ เช่น วาดภาพ การลงสี ทั้งที่ประกวดและวาดเก็บเป็นผลงานส่วนตัว
  • ผลงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การออกแสดงผลงาน, การทำงานหรือรับจ้างออกแบบต่างๆ
  • การประกวดการแสดงดนตรี รำไทย นาฏศิลป์ สำหรับสายศิลปกรรมด้านดนตรี
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายศิลปะ-ศิลปกรรม

คณะสายบริหาร-บัญชี

  • ผลงานการแข่งขันด้านวิชาการ เช่น การแข่งขันตอบปัญหาเศรษฐศาสตร์ การแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ เป็นต้น
  • ผลงานการประกวด เช่น การออกแบบธุรกิจ เป็นต้น
  • การเข้าค่าย, Open House ในคณะสายบริหาร-บัญชี
  • ผลงานหรือกิจกรรมส่วนตัว เช่น การขายของออนไลน์  เป็นต้น

ข้อควรระวัง!

ปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายแห่ง จัดค่ายอ้างว่าแนะนำคณะ/หลักสูตรต่างๆ และเรียกเก็บเงินราคาสูง แลกกับการได้เกียรติบัตร ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กรรมการตรวจ Portfolio หลายคณะ ไม่ให้ความสำคัญกับเกียรติบัตรที่มาจากโครงการเหล่านี้ เพราะไม่ต้องการสนับสนุนให้นักเรียนเสียเงินสร้างพอร์ต โดยอาจารย์ได้แนะนำว่า ให้เริ่มทยอยเก็บผลงานตั้งแต่ ม.4-5 แต่ถ้า ม.6 ไม่ทันแล้วจริงๆ ให้รวบกิจกรรมที่ทำในโรงเรียน หรือ ร่วมกิจกรรมจากคณะ/มหาวิทยาลัย หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะมีภาษีที่ดีกว่า

เป็นยังไงบ้างคะ กับข้อมูลที่พี่มิ้นท์นำมาฝากวันนี้ น่าจะเป็นไอเดียให้กับน้องๆ ไปตามหาเกียรติบัตรมาใส่ Portfolio ได้ ย้ำอีกครั้งว่า การทำพอร์ตฟอลิโอ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินราคาแพงเพื่อเกียรติบัตร 1 ใบ เพราะมันไม่ได้สะท้อนความสนใจในคณะนั้นได้อย่างแท้จริงค่ะ แต่ผลงานควรเป็นสิ่งที่เราสนใจและสะสมมาจนเห็นชัดว่าเราสนใจจริงๆ  ซึ่งการได้มาบางทีไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลยก็ได้ค่ะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด