สวัสดีค่ะ หลังจากห่างหายจากโควิดไปหลายปี การสอบสัมภาษณ์แบบออนไซต์ก็เริ่มทยอยกลับมาเกือบทุกมหาวิทยาลัยแล้ว น้องๆ อาจจะพอรู้ว่าหากเป็นรอบ Admission การสอบสัมภาษณ์เป็นเพียงการทำความรู้จัก ไม่คัดออก ไม่ตกสัมภาษณ์ แต่สำหรับรอบ Portfolio และ Quota ไม่ใช่แบบนั้น! เพราะหลายที่จะเรียกสัมภาษณ์เกินจำนวนรับ และทำการคัดเลือกโดยมีคะแนนสอบสัมภาษณ์ด้วย
ปัจจุบัน คำถามสัมภาษณ์เดิมๆ เช่น ให้แนะนำตัว หรือคำถามเชิงกดดันจากกรรมการสัมภาษณ์ ก็ยังคงมีใช้อยู่ น้องๆ อาจจะเคยได้ผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว แต่วันนี้ พี่มิ้นท์จะมาอัปเดตและเพิ่มความมั่นใจให้กับน้องๆ ที่ต้องไป "สัมภาษณ์" รอบ Portfolio มาเตรียมตัวไปพร้อมๆ กันเลย
Update 2024! รวมแนวคำถามสอบสัมภาษณ์รอบ Portfolio ติดรอบนี้จะถูกถามอะไรบ้าง
ในบทความนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ต คือ พาร์ตคำถามทั่วไป และพาร์ตคำถามที่เกี่ยวกับรอบ Portfolio แบบอัปเดต ซึ่งการสอบสัมภาษณ์ใช้เวลา 10-20 นาที เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกถามครบทุกประเด็น บางคนตอบคำถามนานก็อาจจะได้ถามเพียงไม่กี่คำถามเท่านั้น ดังนั้นการรู้คำถามและเตรียมตัวไปก่อน ก็น่าจะลดความกดดันและใช้เวลาในการสอบสัมภาษณ์ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น อ่านและนำไปซ้อมสัมภาษณ์กันได้เลย
คำถามทั่วไปที่เจอแน่ๆ
ในหมวดนี้ คือคำถามเบสิค ที่น่าจะต้องถูกถามกันทุกคน ไม่ใช่ว่าคำถามนี้ง่าย แต่เพราะเป็นข้อมูลที่อาจารย์จะรู้จักตัวตนของเรานั่นเองค่ะ ดังนั้นคำถามในหมวดนี้ก็จะประมาณนี้เลย
1. ช่วยเล่า/แนะนำตัวเองหน่อย
เพื่อทำความรู้จักกับน้องๆ และดูบุคลิกของน้องๆ ไปใช้ตัวด้วย ช่วงแนะนำตัวเอง พูดช้าๆ ชัดๆ โดยเฉพาะชื่อ การพูดชัดเจนมีส่วนมากๆ ที่ทำให้อาจารย์จำชื่อเราได้ และสร้างบุคลิกที่ดีด้วย นอกจากนี้ ไม่ควรแนะนำตัวยืดยาว เอาที่จำเป็น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น โรงเรียน แผนการเรียน จังหวัดที่อาศัย รวมถึงอาจพูดเผื่อไปถึงเหตุผลที่อยากเข้าคณะนี้เลยก็ได้
2. ทำไมถึงเลือกคณะนี้ มหาวิทยาลัยนี้
คำถามนี้เจอแน่นอน เพื่อวัดความสนใจส่วนตัวและความตั้งใจในการเลือกเรียน ซึ่งถ้ามหาวิทยาลัยไหนมีให้เขียน SOP ไปแล้ว ก็แนะนำให้อ่านทวนก่อนไปสัมภาษณ์เพื่อตอบให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองเขียน แนะนำให้โยงถึงประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเอง ว่าไปเจอเหตุการณ์อะไรมาถึงตัดสินใจเลือกคณะนี้
3. งานอดิเรกหรือความชอบของคุณ คืออะไร
คำถามนี้วัดความสนใจว่ามีสิ่งเชื่อมโยงกับคณะนี้หรือไม่ และคำตอบของน้องๆ อาจเป็นปลายเปิดที่จะทำให้อาจารย์ถามคำถามอื่นมาอีกเรื่อยๆ
4. สมัครไปกี่ที่ ที่ไหนบ้าง
หลายคนกลัวคำถามนี้ เพราะกลัวว่า สมัครหลายที่แล้วดูเป็นคนหลายใจ ดูไม่ได้อยากเรียนที่นั่นจริงๆ แนะนำว่าไม่ต้องกลัวค่ะ เด็ก ม.6 ทุกคนก็น่าจะเป็นแบบนี้ คือ มีโอกาสก็เลือกสมัครหลายที่ไว้ก่อน ตอบตามจริงได้เลย เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะติดที่ไหน แต่ถ้าใครเลือกสมัครที่เดียวก็ตอบไปแบบมั่นใจได้เลย!
คำถามรอบ Portfolio ฉบับอัปเดต!
ตอบคำถามเบสิคกันไปแล้ว คำถามในรอบ Portfolio อื่นๆ ก็จะเป็นคำถามที่ลึกขึ้น และครึ่งนึงก็อาจจะเป็นคำถามเกี่ยวกับพอร์ตของน้องๆ นั่นเองค่ะ ไปดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง
1. Project ที่ทำใน Portfolio มีที่มายังไง ทำไมถึงทำเรื่องนี้
สิ่งที่อาจารย์ต้องการรู้ คือ กระบวนการคิดและขั้นตอนการทำงานของเรา น้องๆ สามารถเล่าถึงที่มาของปัญหา การตัดสินใจกับเพื่อนๆ ตลอดจนขั้นตอนการทำงาน ซึ่งถ้าน้องได้ทำด้วยตัวเองจริง ก็จะเล่าแบบสบายๆ และสีหน้าก็ภูมิใจเวลาเล่าด้วยค่ะ
2. ไปร่วมกิจกรรม A มา เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ได้อะไรจากกิจกรรมนี้บ้าง
เกียรติบัตรยืนยันผลงานต่างๆ เป็นตัวเปิดคำถามที่ดี กรรมการสัมภาษณ์อาจเลือกมา 1 กิจกรรมที่เคยไปเข้าร่วม และถามถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมนั้น และได้อะไรเรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนั้นๆ
3. ผลงานใน Portfolio เชื่อมโยงกับคณะนี้ยังไง
คำถามนี้ เพื่อดูความเข้าใจเกี่ยวกับคณะว่าสามารถเชื่อมโยง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่จะเรียนได้หรือเปล่า ตรงนี้ถ้าน้องๆ รู้พื้นฐานอยู่แล้วว่าคณะนั้นเรียนอะไรก็เชื่อมโยงได้ไม่ยากค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้หลายมหาวิทยาลัยก็กำหนดให้เลือกผลงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนส่งสมัครอยู่แล้ว ก็น่าจะตอบได้ง่ายขึ้น
4. ตอนทำ Project มีปัญหามั้ย ปัญหาคืออะไร แก้ยังไง ถ้าเกิดขึ้นอีกในมหาวิทยาลัยจะทำยังไง
คำถามข้อนี้ นอกจากจะวัดว่าเราเป็นคนทำงานชิ้นนี้ด้วยตัวเองจริงๆ หรือเปล่า ยังดูทัศนคติของการทำงานด้วย ไม่ว่าจะทำงานเดี่ยวหรือกลุ่ม รวมถึงการแก้ไขปัญหา ซึ่งใครเจอปัญหาอะไร สามารถเล่าได้เต็มที่เลยนะ
5. ถ้าไม่ติดคณะนี้ จะทำยังไง
ใครได้ยินคำถามนี้ไม่ต้องเสียใจหรือโกรธกรรมการ เพราะข้อนี้ ช่วยวัดเรื่องการวางแผนสำรอง ไม่ต้องไปโชว์มั่นว่า "หนู/ผม ติดคณะนี้แน่ๆ" หรือ "ถ้าไม่ติดก็คงเสียใจมากจนไม่อยากทำอะไรแล้ว" การตอบแบบนี้ นอกจากจะสร้างความกดดันให้กรรมการแล้ว ยังไม่น่าประทับใจอีกด้วยค่ะ ก็สามารถตอบไปตามตรงเลยว่า จะเข้าในรอบอื่นๆ และอาจหยอดไปได้ว่า จะเลือกคณะนี้ในรอบอื่นๆ ด้วย
6. อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าคุณเหมาะกับที่นี่/มีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะกับคณะนี้
ข้อนี้เป็นคำถามที่จริงจังขึ้นมาอีกนิด เพราะกรรมการต้องการดูว่าเรามีคุณสมบัติเหมาะจะเรียนคณะนี้จริงมั้ย เพราะบางคณะก็อาจต้องการคนที่มีความชอบหรือบุคลิกอะไรบางอย่างเป็นพิเศษ เช่น ชอบวิชาชีววิทยาเป็นพิเศษ ชอบการทดลอง ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำงานเป็นทีมได้ดี มีความอดทน
7. อะไรคือสิ่งที่คุณอยากพัฒนาตัวเอง ถ้าได้เรียนที่นี่
ข้อนี้ เช็กว่าน้องๆ มีเป้าหมายยังไงกับการเรียนคณะนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับอาจารย์ของคณะด้วย เพราะจะได้รู้เป้าหมาย และหาวิธีพัฒนานิสิตนักศึกษาต่อไปได้ ดังนั้น ใครอยากทำอะไร อยากให้คณะซัพพอร์ตเราด้านไหน ก็ตอบตามจริงไปได้เลย
8. เข้ามาเรียนแล้ว อยากเข้าสาขาอะไรเป็นพิเศษ
หากเป็นคณะที่มีหลายสาขา เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ที่มีการรับแบบเข้าเอกรวมก่อน อาจารย์อาจถามได้ว่า อยากเข้าสาขาอะไรเป็นพิเศษ หากน้องๆ มีเป้าหมายแล้วก็สามารถตอบตามจริงได้เลย เช่น อยากเรียนวิศวกรรมไฟฟ้า อยากเรียนสาขาภาษาอังกฤษ เป็นต้น แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็อาจตอบไปในแนวว่า อยากเข้ามาดูปี 1 ก่อน เพื่อค้นหาตัวเองว่าเหมาะกับสาขาอะไร
9. เป้าหมายสูงสุดของชีวิต คืออะไร
เป็นอีกข้อที่เข้าโหมดจริงจัง และถูกถามมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อยอดมาจากอยากทำอาชีพอะไรในอนาคตนั่นเอง จริงๆ แล้วสามารถตอบเรื่องอาชีพได้เช่นกันค่ะ เช่น อยากเป็นวิศวกร อยากเป็นแพทย์เฉพาะทาง ฯลฯ หรือใครที่จริงจังกว่านั้น ก็สามารถตอบไปถึงเป้าหมายอื่นๆ ได้ เช่น จบปริญญาเอก การสร้างเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรบางอย่าง เป็นต้น ข้อนี้จะเป็นการทดสอบวิสัยทัศน์ อย่าลืมตอบให้เชื่อมโยงกับคณะด้วยนะ และพูดอย่างมั่นใจว่าเรามีเป้าหมายแล้ว ก็น่าจะช่วยให้เราได้คะแนนในส่วนนี้ได้เยอะค่ะ
10. คำถามที่เจาะจงเกี่ยวกับสาขาที่เข้า
คำถามที่เจาะจงเกี่ยวกับสาขาที่เข้า เช่น การทดสอบเชาว์หรือความรู้รอบตัวเกี่ยวกับสาขานั้น เช่น เรียนหมอ อาจจะมีคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมของแพทย์หรือสาขาต่างๆ ของแพทย์, คณะรัฐศาสตร์/นิติศาสตร์ ถามเกี่ยวกับกฎหมาย ปัญหาสังคม, คณะด้านคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีต่างๆ ถามเกี่ยวกับโปรแกรมหรือเครื่องมือต่างๆ, คณะด้านภาษา อาจถามถึงหนังสือ/นักเขียนที่ชอบ วัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศนั้นๆ
เป็นยังไงบ้างคะ กับคำถามที่อัปเดตมาให้น้องๆ ก็ลองนำไปฝึกถามตอบกันดูนะ แต่ถ้าน้องๆ สังเกตดูดีๆ แม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม มหาวิทยาลัยก็ยังคงโฟกัสอยู่ที่ความคิดเห็น ประสบการณ์ และทัศนคติของน้องๆ เป็นหลัก โดยผ่านคำถามหลากหลายแนว เช่น ผ่านผลงานที่ทำ ผ่านประสบการณ์ส่วนตัว ดังนั้น น้องๆ ไม่ต้องเครียด ทำตัวให้สบาย แต่งตัวให้ดูดี พูดให้ไพเราะ และโชว์ความมั่นใจไปเลยว่าเรานี่แหละ เป็นตัวจริง เหมาะกับคณะนั้น เพียงเท่านี้ ก็เพิ่มโอกาสสอบผ่านรอบสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ พี่มิ้นท์ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนนะคะ :)
0 ความคิดเห็น