ลองจินตนาการว่า ถ้าเด็กมหา'ลัยมี “เพื่อน” ที่คอยให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าเรื่องเรียน วิเคราะห์บุคลิกภาพ หรือแม้แต่เรื่องหางานที่เหมาะสมกับเรา มันจะดีแค่ไหนกันนะ?
นี่ไม่ใช่แค่จินตนาการ แต่คือของจริง! ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ได้พัฒนาขึ้น ในโครงการที่มีชื่อว่า "AI เพื่อนซี้ 24 ชั่วโมง" โดย ดร.วรสรวง ดวงจินดา ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า เป็นการประยุกต์ใช้ AI มาช่วยนักศึกษาในด้านต่างๆ และน่าจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาไทยในอนาคต สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น เรียกว่าเป็นข่าวดีของน้องๆ ที่เรียนมหาวิทยาลัยศรีปทุมเลยล่ะ
แนวคิดนี้เกิดจากการที่มหาวิทยาลัยสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษา Gen Z ที่ใช้มือถือเป็นหลัก และต้องการความช่วยเหลือแบบทันที ไม่ใช่รอคิวหรือรอเวลาเปิดทำการ มหาวิทยาลัยศรีปทุมจึงคิดค้นระบบ AI ที่ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนคู่คิด พร้อมให้คำปรึกษาตลอดวัน โดยมี AI ถึง 3 คนที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ได้แก่ พี่เปอร์, พี่ฟิว และ พี่จ๊อบ ซึ่งพี่ AI แต่ละคนก็มีหน้าที่แตกต่างกันไปด้วย คือ
- พี่เปอร์ (PERsonality) มีหน้าที่วิเคราะห์บุคลิกภาพของนักศึกษาด้วยหลัก MBTI ช่วยให้นักศึกษารู้จักตนเองมากขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปใช้พัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ได้อย่างมีเป้าหมาย
- พี่ฟิว (Future) มีหน้าที่เป็นโค้ชในวิชา Future Skills โดยใช้กิจกรรมและบทเรียนที่ปรับให้เหมาะกับนิสัยของผู้เรียน เช่น คนชอบเนื้อหาสั้นก็จะได้แบบกระชับ คนชอบรายละเอียดก็จะได้คำอธิบายแบบครบถ้วน
- พี่จ๊อบ (Job) มีหน้าที่ช่วยจับคู่นักศึกษากับงานที่เหมาะสม โดยใช้ข้อมูลจากทั้งพี่เปอร์และพี่ฟิว รวมถึงเชื่อมโยงกับตำแหน่งงานจริง ๆ ในระบบทั้งไทยและต่างประเทศ
AI ทั้งสามนี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบออนไลน์ของ SPU ที่ชื่อว่า SPU d-Learning ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้อยู่แล้ว นักศึกษาสามารถใช้งานได้ทุกเวลา เหมือนมี “เพื่อนคู่คิด” ที่ไม่หลับไม่นอนคอยช่วยเหลือเสมอถ้านักศึกษามีปัญหา
สิ่งสำคัญคือ ได้ผสมผสานแก่นของปรัชญาของมหาวิทยาลัย "การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ" พร้อมกับคำนึงถึงจริยธรรมเป็นหลัก โดยอ้างอิงมาตรฐานระดับสากลของ UNESCO และแนวคิดของ OECD Learning Compass 2030 ที่นักศึกษาต้องมี "student agency" ทักษะอนาคตเพื่อรับมือโลกที่ไม่แน่นอน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่า AI ที่นำมาใช้นั้นใช้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และยั่งยืน
ตอนนี้มีนักศึกษากว่าหมื่นคนได้ใช้งานระบบนี้แล้ว และผลตอบรับก็แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่มาเสริมให้การเรียนรู้ดียิ่งขึ้น สร้างบัณฑิตที่เข้าใจตัวเอง มีทักษะแห่งอนาคต และพร้อมสู่โลกการทำงานจริง
โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การศึกษาไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือเพื่อนร่วมทางในชีวิตการเรียนรู้และเข้าใจเราอย่างแท้จริง
0 ความคิดเห็น