สวัสดีค่ะน้อง ๆ DEK69 ทุกคน ไหนใครเริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือสำหรับการสอบที่จะมาถึงกันแล้วบ้าง สำหรับใครที่ยังไม่เริ่มหรือเพิ่งจะเริ่ม วันนี้พี่ไหมมาพร้อมกับสไตล์การเรียนรู้ 4 รูปแบบ มาเช็กกันว่าเราถนัดการเรียนรู้แบบไหน เผื่อว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับการอ่านหนังสือสอบของเราได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้นั่นเองค่ะ

ค้นหาสไตล์การเรียนที่ใช่ผ่าน “VARK” เราเป็นประเภทไหนกันนะ!?

น้อง ๆ บางคนอาจจะเคยสงสัยว่า ทำไมเราอ่านหนังสือตามคำแนะนำแล้วถึงไม่เห็นผลกันนะ นั่นอาจเป็นเพราะว่าไม่ใช่สไตล์การเรียนรู้ที่เหมาะกับเรานั่นเองค่ะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าสไตล์การเรียนรู้ของเราเป็นแบบไหนกันนะ วันนี้พี่ไหมเลยชวนน้อง ๆ มาทำความรู้จักกับการเรียนรู้ 4 รูปแบบหรือ VARK ที่จะช่วยทำให้พวกเรารู้จักสไตล์การเรียนรู้ของตัวเองมากขึ้น เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการอ่านหนังสือของเรา

แล้ว VARK คืออะไรล่ะ ?

VARK หรือ VARK modalities เป็นรูปแบบการเรียนรู้โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบคือ การเรียนรู้ผ่านภาพ การเรียนรู้ผ่านเสียง การเรียนรู้ผ่านการอ่านและเขียน สุดท้ายคือการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ซึ่งปกติแล้ว VARK เป็นเครื่องมือสำหรับครู ไว้สำหรับใช้สังเกตผู้เรียนและออกแบบการสอนที่เข้ากับตัวผู้เรียน แต่น้อง ๆ ก็สามารถสังเกตตัวเองผ่าน VARK ได้นะว่าตัวเองเรียนรู้สไตล์ไหน และนำมาปรับใช้กับการเรียนหรือการอ่านหนังสือของเรานั่นเองค่ะ

Visual (V) คือ การเรียนรู้ผ่านภาพ

ลักษณะของผู้ที่มีสไตล์การเรียนรู้นี้ คือจะเรียนรู้ได้ดีผ่านภาพ นำเสนอข้อมูลเป็นรูป เช่น แผนภาพ แผนภูมิ กราฟ รูปภาพ หรือการใช้สัยลักษณ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียน เช่น ลูกศร วงกลม Highlighters Color-coding รูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการถ่ายทอดข้อมูล เน้นข้อมูลที่สำคัญ

วิธีนำมาปรับใช้  

  • แทนที่เนื้อหาในบางช่วง ด้วยการนำรูปมาวางอธิบายแทน
  • การทำแผนผังเชื่อมโยงเนื้อหา
  • การจำเนื้อหาแบบแบ่งเป็นสีด้วย Color-coding
  • การเน้นข้อความสำคัญด้วยไฮไลท์

Auditory (A) คือ การเรียนรู้ผ่านเสียง

ลักษณะของผู้ที่มีสไตล์การเรียนรู้นี้ คือจะเรียนรู้ได้ดีผ่านเสียง การฟัง การได้ยิน น้อง ๆ ที่เรียนรู้ได้ดีในสไตล์นี้มักจะชอบฟังบรรยาย ฟังเทปสรุป พอร์ตแคส การสนทนากลุ่ม การพูดทบทวนกับตัวเอง คิดออกมาเป็นเสียงนั่นเอง รวมถึงการชอบพูดนำเสนอด้วยนะ สมัยเรียนเราเคยสังเกตหรือเปล่าว่าจำคำศัพท์ ตารางธาตุ หรือสูตรคณิตผ่านเพลงนั้นจำง่ายกว่าท่องปากเปล่า นั่นแปลว่าเราอาจถนัดกับการเรียนรู้สไตล์นี้ก็ได้นะ

วิธีนำมาปรับใช้

  • การลองอัดคลิปทบทวนเนื้อหาและนำกลับมาฟัง
  • การสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน
  • การทบทวนศัพท์หรือเนื้อหาตามคำบอก
  • การใช้เพลงช่วยจำเนื้อหา นำเนื้อหามาประกอบเข้ากับเพลง

Read/Write (R) คือ การเรียนรู้ผ่านการอ่านและเขียน

ลักษณะของผู้ที่มีสไตล์การเรียนรู้นี้ คือจะเรียนรู้ได้ดีผ่านการอ่านและเขียน ให้พูดง่าย ๆ แบบตรงตัวก็คือการอ่านหนังสือนั่นเอง โดยคนกลุ่มนี้จะเรียนรู้ได้ดีผ่านข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษร เน้นรับข้อมูลด้วยการอ่านและส่งผ่านข้อมูลด้วยการเขียน ชอบเขียนอธิบายหรือสรุปเนื้อหา

วิธีนำมาปรับใช้

  • สรุปเนื้อหาบทเรียน
  • การจดโน๊ต
  • การทำลิสต์รายการ
  • การอ่านทวนเนื้อหาพร้อมเขียนสรุปใจความสำคัญ

Kinesthetic (K) คือ การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

ลักษณะของผู้ที่มีสไตล์การเรียนรู้นี้ คือจะเรียนรู้ได้ดีผ่านการลงมือทำ อีกความหมายหนึ่งก็คือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์นั่นเอง ไม่ว่าจะการจำลอง การปฏิบัติ การยกตัวอย่าง การสาธิต สถานการณ์จริง หรือจะเป็นรูปแบบวิดีโอประกอบการสอนที่เชื่อมโยงไปจนถึงกรณีศึกษา คนที่มีสไตล์การเรียนรู้แบบนี้จะเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายมากขึ้นเพราะเกิดการเชื่อมโยง

วิธีนำมาปรับใช้

  • การทดลอง
  • การดูวิดีโอสาธิตประกอบ
  • การใช้ภาษาที่สองในชีวิตประจำวัน
  • สร้างสถานการณ์สมมุติในจินตนาการเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหา

สุดท้ายแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีสไตล์การเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงอย่างเดียวก็ได้นะ มนุษย์เราสามารถมีสไตล์การเรียนรู้ที่หลากหลายได้ น้อง ๆ สามารถปรับใช้การเรียนรู้ในแต่ละสไตล์ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาหรือสิ่งที่เราต้องการเรียนได้นะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจำคำศัพท์ในวิชาภาษาอังกฤษเราอาจจะจำได้ดีผ่านการฟังเพลง แต่เราก็ยังสามารถจำศัพท์ผ่านไฮไลท์จากบทความก็ได้นะ ส่วนวิชาเคมี เพื่อที่จะให้เข้าใจปฏิกิริยาของสารเราก็สามารถเรียนรู้ผ่านการทดลองในแลปหรือใช้ภาพผลลัพธ์ของการทดลองในการจำผ่านภาพ ต่อมาวิชาคณิตศาสตร์เราก็สามารถจดจำสูตรด้วยการจดโน้ตแบบสั้น ๆ เพื่อมาย้อนอ่านทบทวนรวดเดียวได้ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการปรับใช้ และสังเกตว่าวิธีการไหนใช้ได้ดีสำหรับเรา

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับการเรียนรู้ทั้ง 4 สไตล์ น้อง ๆ คิดว่าตัวเองเรียนรู้สไตล์ไหนได้ดีบ้างคะ ลองนำมาปรับให้เข้ากับตัวเองเพื่อที่จะได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นส่วนนึงในการวางแผนการอ่านหรือการเรียนของน้อง ๆ ได้นะคะ~

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://vark-learn.com/introduction-to-vark/the-vark-modalities/
พี่ไหม
พี่ไหม - Columnist เด็กสาวผู้รักชิวาว่า ที่พยายามจะเข้าใจระบบ Tcas ที่เปลี่ยนไปทุกปี เหมือนตัวฉันที่เปลี่ยนไปในทุกวัน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น