2 ปีดีต่อใจในสวีเดน! ‘พี่เจมส์’ คว้าทุนเต็มไปต่อโท Earth Science ใน Stockholm U. แคมปัสในอุทยานแห่งชาติ

Hej Hej ชาว Dek-D ทุกวันนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่แค่ในต่างประเทศเท่านั้นค่ะ แต่ในไทยก็ตื่นตัวและต้องการคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเรื่อง SDGs, Climate Change หรือ Carbon Credit มาร่วมพัฒนาระบบการจัดการให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แล้วจะดีแค่ไหน? ถ้าได้ไปเรียนสายวิทย์สิ่งแวดล้อมในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันดับต้นๆ ของยุโรป ใช้ชีวิตในเมืองที่รถเมล์หยุดให้กวางข้ามถนน และเรียนในมหาวิทยาลัยที่แคมปัสตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ!

วันนี้เราจะพาไปอ่านประสบการณ์เรียน 2 ปีที่ดีต่อใจสุดๆ จาก “พี่เจมส์” ศิษย์เก่าวิศวะเกษตรฯ ที่คว้าทุนรัฐบาลสวีเดน (Swedish Institute: SI) ไปเรียนต่อ ป.โท สาขา Physical Geography and Quaternary Geology ที่ Stockholm University มหาวิทยาลัยสายวิทย์ตัวท็อปของประเทศในเมืองสตอกโฮล์ม // เล่าให้อ่านเพลินๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นความสนใจ การเรียน และการใช้ชีวิตในสวีเดน จะดีต่อใจจริงมั้ย ไปหาคำตอบกัน!

Stockholm University [IG]
Stockholm University [IG]

โอกาสทอง! ปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา

จดคำถามที่คาใจ แล้วมาคุยแบบ 1:1 กับ “พี่เจมส์” ตัวจริงได้ในวันอาทิตย์ (13.00–16.30 น.) ที่งาน Dek-D's Study Abroad Fair นะคะ บอกเลยว่ารอบนี้เราได้รับเกียรติจาก 24 รุ่นพี่เด็กนอกหลายทุน หลายประเทศ ได้แก่ ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. และ ทุน UIS, CSC (จีน), GKS (เกาหลีใต้), ASEAN Scholarships (สิงคโปร์), TaiwanICDF (ไต้หวัน), MEXT (ญี่ปุ่น), DAAD (เยอรมนี), Franco-Thai (ฝรั่งเศส), Fulbright TGS (สหรัฐฯ), Chevening (สหราชอาณาจักร), Erasmus+ (ยุโรป), Swedish Institute (สวีเดน), Stipendium Hungaricum (ฮังการี), Australia Awards (ออสเตรเลีย), และทุนจากมหาวิทยาลัย/บริษัทเอกชน

. . . . . . . .

1

จากค่ายปลูกป่า
สู่ใบปริญญาที่สวีเดน

สวัสดีครับ “พี่เจมส์” นะครับ จบ ป.ตรี จากคณะวิศวกรรมโยธาและชลประทาน ม.เกษตรศาสตร์ และเริ่มทำงานที่บริษัทด้านพลังงานมา 5 ปี โดยมีดูโครงการระหว่างประเทศเกี่ยวกับพลังงานน้ำ ก่อนจะไปเรียนต่อที่สวีเดนไปเรียนปี 2016 จบปี 2018 ครับ

ความสนใจสิ่งแวดล้อมของผมน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอน ม.ปลาย ตอนนั้นชอบไปค่ายปลูกป่า เคยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง และมองเห็นว่าปัญหา Climate Change ค่อยๆ เริ่มก่อตัวมานานแล้ว หลักๆ น่าจะเกิดจากระบบจัดการที่ยังไม่รัดกุมหรือมาตรฐานที่ยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้มีกลุ่มคนมากมายได้รับผลกระทบ แต่ปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเอง ก็ค่อยๆ ตื่นตัวและออกแบบระบบจัดการสิ่งแวดล้อมกันจริงจังขึ้นครับ

https://phpumchawsaun.wordpress.com/
https://phpumchawsaun.wordpress.com/ 

“หนึ่งในเช็กลิสต์ตั้งแต่ ม.ปลาย คือได้ไปเรียนต่างประเทศสักครั้งในชีวิต”

ผมเริ่มสนใจยุโรป เพราะรู้จากตอน ป.ตรี ว่าประเทศฝั่งยุโรปสามารถจัดการเรื่องมาตรฐานและกฎระเบียบต่างๆ ได้ดีในระดับนึง แล้วช่วงปี 2016 ผมก็เลยสมัครทั้งทุนเนเธอร์แลนด์และสวีเดน แต่ตอนนั้นยังไม่มีเป้าหมายในใจชัดครับ แต่อาศัยว่าที่ไหนส่งเมลแจ้งว่าเราได้ทุนก่อน ก็จะเลือกที่นั่น // สุดท้ายเลยได้เลือกทุน SI ครับ

ตอนนั้นรู้จักแค่ว่าสวีเดนเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ Volvo แต่พอหาข้อมูลเพิ่มโดยเฉพาะด้านวิจัย ก็พบว่าสวีเดนลงทุนใน R&D สูงติดอันดับต้นๆ ของยุโรป แถมเพื่อนที่ทำงานเป็นแอร์ฯ ยังเล่าว่าประทับใจคนที่นั่นด้วยครับ

. . . . . . . .

2

สมัครทุนรัฐบาลสวีเดน
ไปเรียนมหาลัยตัวตึงสายวิทย์ของประเทศ

เราจะต้องยื่นสมัครทุน SI ก่อน แล้วถึงสมัครมหาลัยครับ ถ้าของผมจำไม่ผิดเลือกได้ 4 อันดับ แต่อย่าลืมศึกษารายละเอียดปีที่น้องๆ สนใจด้วยนะ

ด้วยความที่ผมจบวิศวะ เราได้เรียนพื้นฐานด้านเทคนิคมาแน่นแล้ว ตอนคิดจะต่อ ป.โท ก็ไม่ได้อยากลงลึกด้านเดิม แต่อยากเป็นทั้งนักคิดและนักปฏิบัติโดยต่อยอดจากพื้นฐานที่มี ก็เลยเริ่มมองฝั่ง Science แทนครับ 

สำหรับ Stockholm University เป็นมหาวิทยาลัยที่เด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก ในอดีตเคยเป็นโรงเรียนวิทย์มาก่อน ผมก็เลยเลือกวางที่นี่ไว้อันดับ 1 แต่ถ้าน้องๆ สนใจสายวิศวะ ผมว่า KTH ก็น่าสนใจ เพราะเขามีจุดแข็งด้านวิศวกรรมฯ ในอดีตเคยเป็นโรงเรียนช่างมาก่อนครับ

[อ่านต่อ] ความเหมือนหรือความแตกต่างของนักวิทย์และวิศวกร

https://phpumchawsaun.wordpress.com/2016/11/27/when-engineers-think-like-scientists/ 

โพรไฟล์ตอนสมัครทุน

  • ผมจบจากวิทยาลัยการชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ ตอนเรียนเคยเป็นประธานชมรมถ่ายภาพ (Photo) และชมรมสิ่งแวดล้อม แล้วก็เคยเป็นติวเตอร์
     
  • เกรดตอนจบ 2.48 (เกรด ป.ตรี ไม่ค่อยสวยเพราะส่งการบ้านช้าประจำครับ 555) แต่โชคดีทุนไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละมหาลัย และที่แฟร์มากๆ คือไม่ได้ดูเกรดเฉลี่ยรวมทุกวิชา (GPA) แต่จะดูรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สมัคร เช่น ถ้าจะไปเรียนวิศวะฯ เขาจะดูคะแนนวิชาไลน์คำนวณ คณิตได้เท่าไหร่ เป็นต้น
     
  • ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ซึ่งผมทำงานตรงสาย มีดูโครงการพลังงานน้ำที่เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค น่าจะทำให้ประสบการณ์ทำงานสายพัฒนาและบริบทต่างประเทศเด่นขึ้นมาครับ
     
  • ภาษาอังกฤษก็สำคัญ ตอน ม.ปลายผมเรียนที่เชียงใหม่ จบจาก รร.ปรินส์รอยแยลฯ ซึ่งเขาสอนภาษาอังกฤษดีอยู่แล้ว เลยได้พื้นมาระดับนึง แต่ก็สอบ IELTS ไป 3 รอบกว่าจะได้ 6.5 ให้ผ่านเกณฑ์สมัครมหาลัยได้

ไม่ใช่แค่เรียนฟรี แต่ดูแลดีมาก!

ทุนนี้เน้นมองหาผู้ที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำ และสร้าง impact กลับไปยังประเทศของตัวเอง จากประสบการณ์ส่วนตัวผมประทับใจทุน SI ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเขาตอบเมลเราแบบใส่ใจมากกก ยิ่งพอได้มาเรียนก็รู้ว่ามีระบบสนับสนุนที่ช่วยผลักดันเราหลายอย่างครับ

ทุนครอบคลุมอะไรบ้าง?

  • ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนตลอดหลักสูตร (ทุนชำระตรงให้มหา’ลัยแบบรายเทอม)
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน
  • ประกันสุขภาพ
  • นักเรียนทุนจะได้อยู่ในเครือข่าย SI Network for Future Global Professionals (NFGP) ที่รวมคนเก่งๆ จากหลายประเทศ มีจัดกิจกรรมพัฒนา soft skills, leadership, มี study tour, งาน kickoff และ networking ตลอดปี
  • หลังหมดช่วงรับทุน เรายังอยู่ใน SI Alumni Network ซึ่งมีจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี

ผมเคยได้ตั๋วเข้างาน international water ตั้งแต่เดือนแรกที่มาถึง Stockholm มีนักวิชาการจากทั่วโลกมาแชร์ความรู้ พอมีอีเวนต์ระดับโลกอะไรที่จัดที่นี่ เรามักได้สิทธิ์เข้าไปร่วมด้วยเสมอ และยังมีโอกาสได้ช่วยงานสถานทูตและองค์กรต่างๆ อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะสายสิ่งแวดล้อม จะถูกเชิญไปพูด ไปแชร์ มาคอนเน็กกันตลอด

ทุนรัฐบาลสวีเดน 'SI Scholarships' ปี 2025/26 เรียนฟรี ป.โท ที่สวีเดน (หลักสูตรเพียบ)

https://www.dek-d.com/studyabroad/65566/ 

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 

. . . . . . . .

3

เรียนในประเทศดีต่อใจ
แคมปัสอยู่ในอุทยานแห่งชาติ

ช่วงรอผลทุนผมก็หาข้อมูลการใช้ชีวิตในสวีเดน แล้วก็จินตนาการภาพในหัวไว้ แต่ปรากฏว่าตอนไปจริงๆ First Impression ดีเกินคาดไปอีกครับ นอกจากบ้านเมืองจะสะอาด พื้นที่สีเขียวเยอะ และออกแบบให้เมืองและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ความเซอร์ไพรซ์คือแคมปัสที่ผมเรียนก็ตั้งอยู่ภายในเขตของอุทยานแห่งชาติ Djurgården–Ekoparken หรือ Royal National City Park ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติกลางเมืองแห่งแรกของโลกด้วย

แน่นอนว่าต้องมีช่วงปรับตัว ทั้งอากาศหนาว ฟ้ามืดเร็ว แสงน้อย แถมยังเจอระบบการเรียนที่ไม่คุ้นเคยอีก บางทีก็รู้สึกซึมๆ บ้าง แต่โชคดีที่เครือข่ายนักเรียนไทยในสวีเดนอบอุ่นมากๆ ทำอาหารมาแชร์กันเกือบทุกสัปดาห์ (พี่รัฐก็คือหนึ่งในนั้น) ชีวิตช่วงนั้นเลยง่ายขึ้นและไม่เหงาจนเกินไปครับ

. . . . . . . .

4

เรียนวิทย์แบบเข้าใจโลก
ในฉบับ Top U. ของสวีเดน

ผมไปเรียนหลักสูตร ป.โท Physical Geography​ & Quaternary Geology เป็นสาขาที่เรียนเพื่อให้รู้ว่าโลกของเรามีระบบการทำงานยังไงบ้างในภาพรวม และเลือกเจาะลึกหัวข้อเฉพาะที่สนใจได้ อย่างตอนนั้นผมเลือก Specialisation: Hydrology, Hydrogeology and Water Resource ถ้าแปลชื่อเป็นไทยก็คือ “สาขาอุทกวิทยา อุทกธรณีวิทยา และทรัพยากรน้ำ” ทั้งหมดนี้เรียน 2 ปี เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ

จริงๆ ตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าจะได้ปรับใช้กับงานได้ขนาดไหน แต่มองว่าดินและน้ำคือพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์แทบทุกด้าน ตั้งแต่อุปโภค บริโภค การผลิตไฟฟ้า การพัฒนาเศรษฐกิจ ฯลฯ ซึ่งผมสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่มัธยม และเคยทำงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นการสร้างเขื่อนหรือโครงการพลังงานด้วย เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีถ้าจะได้เรียนให้เชี่ยวชาญติดตัวไว้ก่อน

Note: ผมไปเรียนตอนปี 2016-2018 ทั้งทุนและหลักสูตรอาจแตกต่างจากปัจจุบัน แนะนำให้อัปเดตข้อมูลปัจจุบันที่หน้าเว็บหลักสูตรนะครับ 

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 
https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 

โครงสร้างหลักสูตรที่ไม่แยกวิชาเดี่ยวๆ
แต่ให้เรียนเป็นระบบ คิดเป็นภาพรวม

ที่นี่จะไม่ให้เลือกวิชาแบบแยกเหมือนที่เราคุ้นกัน แต่จะจัดเป็น “โมดูล” (Module) โดยแต่ละโมดูลจะมีวิชาย่อยประมาณ 3–4 วิชา เรียนเป็นเซ็ตไปเลย ข้อดีคือช่วยให้เราเห็นภาพรวมชัด เข้าใจเนื้อหาแบบเป็นระบบ เพราะถ้าให้เลือกเอง บางทีอาจไม่รู้ว่าวิชาไหนควรเรียนคู่กัน หรือเชื่อมยังไง ตัวอย่างเช่น

  • Module 1 เรียนระบบทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงระดับโลก
  • Module 2 เจาะลึกขึ้นเป็นอุทกวิทยา เรียนตั้งแต่น้ำเกิดมายังไง เมฆเป็นยังไง มีทั้งทฤษฎีและภาคสนาม
  • Module 3 เรียนเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ช่วง 2 เทอมแรก ทุกคนจะได้เรียนพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด 4 โมดูล (ยังเลือกไม่ได้) จำนวนวิชาอาจดูไม่เยอะ แต่บอกเลยว่าหนัก เพราะแต่ละโมดูลจะกำหนดชัดเจนว่าต้องอ่านอะไรบ้าง สัปดาห์นึงอ่านขั้นต่ำ 3-4 เปเปอร์ การบ้านมีทุกวีค ถ้าไม่อ่านไม่ทำคือไม่รอด

งานก็เจอครบทุกแบบ ทั้งรายงานเดี่ยว และงานกลุ่มที่เขาจัดคนให้เลย โดยมีพี่ ป.เอก มาเป็นเมนเทอร์ ส่วนการสอบจะมีทั้ง In-class exam (เขียนในห้องเรียนปกติ) กับ Take-home exam ที่ให้โจทย์ตอนเช้า แล้วกำหนดเวลาส่งตอนเย็น มีทั้งเขียนเรียงความ คำนวณ วิเคราะห์ ครบทุกแนวครับ

Tips: สำหรับเรื่องการเรียน ถ้าให้ดีควรเตรียมตัวล่วงหน้าสัก 1 สัปดาห์ครับ ลองอ่านเนื้อหาที่อาจารย์จะสอนไว้ก่อน เพราะเวลาเข้าเรียนจริง เราต้องฟัง lecture และแปลภาษาควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะยากพอสมควร แต่ถ้าเตรียมมาก่อนเราจะเรียนได้สนุกขึ้น เข้าใจเนื้อหาลึกขึ้น และไม่เสียโอกาสที่จะได้ถามจุดที่เราสงสัยจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นคลาสที่มีการถกประเด็นกับอาจารย์ เราจะยิ่งสนุกไปกับบทเรียนได้มากขึ้นครับ (อ่านต่อที่นี่) 

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 

รีวิวโมดูลที่หนักสุด & จุดความคิดนอกกรอบ
(อาจารย์ให้ตัวแปรไม่ครบหรือเปล่า!?)

Module 2 ที่เรียนน้ำในเชิงลึก นึกไม่ออกเลยครับว่าผ่านมาได้ยังไง เพราะทั้งเข้มข้นและต้องปรับตัวอีก แต่ในขณะเดียวกันโมดูลนี้ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมยุโรปถึงไปได้ไกล 

ผมจะติดภาพการเรียนวิศวะที่โจทย์ต้องมีคำตอบ คำนวณต้องได้ตัวเลขถูกผิดออกมา แต่ระบบที่นี่สอนให้คิดนอกกรอบ ยกตัวอย่างในคลาสนึงเขาให้สูตรมา แล้วให้ตัวแปรมาไม่ครบ ถ้าเป็นโจทย์วิศวะทั่วไปต้องมี 4 ตัวแปรถึงจะแก้สมการได้ แต่เขาให้มาแค่ 2 ตัวแปร ผมเลยยกมือถามเลยว่าแบบนี้มันแก้ไม่ได้ เขาบอกว่าใช่ครับ เขาตั้งใจให้มาไม่ครบเพื่อให้คิดว่าโจทย์แบบนี้มันมีปัญหาอะไร ต้องวิเคราะห์ หาวิธีแย้งว่าสิ่งที่ถามมามันไม่สมเหตุสมผล แล้วลองหาทางอื่น ผมเลยใช้สูตรอื่น อธิบายไปว่าถ้าจะหาตัวแปรนี้ได้ ต้องทำยังไงแทน

สุดท้ายพอสอบเสร็จ เขาส่งข้อสอบกลับมาพร้อม feedback ละเอียดมาก ซึ่งชิ้นนี้ผมได้คะแนนเต็ม เพราะเขาไม่ได้อยากได้แค่คำตอบ แต่เขากำลังสอนให้เราคิดนอกกรอบ ตั้งใจให้เราหาทฤษฎีใหม่มาท้าทายของเดิม เพราะทฤษฎีเดียวไม่ได้แก้ได้ทุกอย่าง เลยเป็นเหตุผลที่ผมประทับใจโมดูลนี้ที่สุด (แม้จะเหนื่อยมากก็ตามครับ 5555)

บางโมดูลก็เจอสไตล์ที่ต่างไปเลย
แถมได้ฝึกสกิลสื่อสารอย่างมืออาชีพ

สไตล์การสอนของ Module 3 ที่เรียนเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม คลาสไม่เหมือนที่เคยเจอครับ อาจารย์โยน Textbook เล่มนึงมา แล้วให้เวลาอ่าน 2 วีคเพื่อมาดิสคัสในห้อง ซึ่งการพูดหน้าห้องทำให้เราได้พรีเซนต์ แบ่งกันว่าบทไหนใครจะนำเสนอ อาจารย์จะรอฟังสิ่งที่นักเรียนคิด แล้วเขาก็จะ jump in มาช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้คนทั้งคลาสฟัง 

แล้วเขายังมีจัด Interactive Session แบ่งกลุ่มอีกเวียนกันไปคุยแล้วดิสคัสสิ่งที่มีใน textbook พร้อมกับย้ำเตือนด้วยว่าใน Textbook ไม่ได้แปลว่าถูกทั้งหมด เราอาจต้องแย้งสิ่งที่เขียนมาไม่ครบหรือหาคำตอบต่อจากสิ่งที่เขาเขียน ซึ่งผมได้ยินแล้วตอนแรกก็ยังงงๆ เพราะเคยเข้าใจมาตลอดว่าเราเชื่อสิ่งที่มีในหนังสือเรียนได้แล้ว เปิดโลกมากครับ

ตอนดิสคัสเขาจะสนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น ไม่มีตัดสินถูกหรือผิด แต่ด้วยความเป็นนักเรียนไทย ไม่ใช่เจ้าของภาษา ช่วงแรกจะยังไม่พูดเยอะ และยังเหนื่อยกับการเตรียมพรีเซนต์แต่ละครั้ง แต่ข้อดีของคนเรียนวิศวะคือมีโครงสร้างและ logic อยู่ในหัว เลยอาศัยการอธิบายคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ให้ครบ เรียบเรียงให้ดี 

ต้องบอกว่าในโลกการทำงานจริง ถ้าเก่งแต่สื่อสารไม่เป็นก็จบได้เหมือนกัน แต่สวีเดนช่วยเติมเต็มสกิลนี้ให้ผมเต็มที่ ได้ฝึกคิดละเอียดว่าที่มาที่ไปของเรื่องคืออะไร ตรงนี้เล่ายังไงดี แล้วสรุปให้ผู้ฟังไปคิดต่อ สุดท้ายก็ปรับใช้กับงานได้เต็มๆ และยิ่งชัดสำหรับงานสายอินเตอร์

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 
https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 

ช่องว่างระหว่างผู้เรียนและอาจารย์
น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

อาจารย์ที่สอนมีหลากหลายทั้งจากอิตาลี อเมริกา สวีเดน อิหร่าน ฯลฯ เขาจะวางตัวให้เราเข้าถึงง่าย ถ้ามีคำถามก็สามารถขอนัดเข้าไปคุยได้ ซึ่งสิ่งที่ผมชอบคือระบบที่เราไม่ได้เรียนจากอาจารย์ฝ่ายเดียว แต่ Prof. เองก็เรียนรู้จากเราด้วย เวลาคอมเมนต์เขาจะไม่ได้ฟันธงว่าถูกหรือผิด แต่ชวนคิดต่อ บางทีเรายิงไปหนึ่งคำถาม เขาโยนกลับมา 4-5 คำถามเลยก็มี แต่ว่าเขาก็ไกด์ให้นะ ไม่ได้ปล่อยให้เรางงเอง

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com

เครื่องมือครบ คอมพ์แรงครับ
แถมได้จับงานในสนามจริง!

ความสนุกคือเราได้เรียนและออกภาคสนามทำงานจริง โดยที่มหาลัยเองมีทรัพยากรซัปพอร์ตแบบครบมากๆ อย่างผมต้องเข้าแล็บคอมพ์บ่อย เพราะมีวิชาที่ต้องคำนวณแล้วใช้โปรแกรมเยอะ ที่นี่ก็จัดเครื่องแรงให้เลย ใช้สองจอ ทำงานลื่น แล้วไม่ใช่แค่นั่งเรียนเฉยๆ แต่ยังมีพี่ ป.เอก คอยมาช่วยแนะนำอีก

ตอนเรียนผมยังมีโอกาสได้ไปดูงานที่ Swedish International Development Agency (SIDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐของสวีเดนที่ทำงานด้านการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ไปที่เก็บข้อมูลในป่าจริง วัดอัตราการไหลของน้ำ เก็บตัวอย่างหิน น้ำใต้ดิน ใช้อุปกรณ์จริงทั้งหมด แล้วก็มีที่ปรึกษาเป็นคนในแวดวงสิ่งแวดล้อมมาช่วยดูงานด้วย เรียกว่าได้เห็นภาพการทำงานจริงที่คนเรียนสายนี้ต้องเจอหลังจบ ป.โท เลยครับ

อ่านต่อ: จุดเด่นระบบเรียนที่สวีเดน

. . . . . . . .

5

พาร์ตนี้ขอชวน #รีวิวสวีเดน
ทั้งเรื่องสังคมและการใช้ชีวิต

1. กฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวด

อย่างเช่นที่สวีเดน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง “สตอกโฮล์ม” เขาจะมีกฎหมายควบคุมการจัดการน้ำฝนอย่างเคร่งครัด บังคับให้ทุกอาคารต้องมีระบบรองรับน้ำฝนของตัวเอง ห้ามปล่อยน้ำส่วนเกินลงสู่ระบบสาธารณะเกินกว่าที่กำหนด เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่ต้นทาง 

2. เคารพธรรมชาติ เห็นค่าทุกชีวิต

ความใส่ใจของคนสวีเดนไม่ใช่แค่ตามกฎหมาย แต่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตเลยครับ อย่างหอพักที่ผมอยู่ก็จะมีกวางเดินผ่านเป็นเรื่องปกติ เวลานั่งรถเมล์ ถ้าเห็นกวางกำลังจะข้ามถนน รถจะหยุดให้ทันที คนไม่บีบแตรไม่เร่งอะไรทั้งนั้น เคารพพื้นที่ของทุกชีวิตจริงๆ

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com 

3. แยกขยะละเอียด ใช้ทรัพยากรคุ้มสุด

จริงๆ ที่สวีเดนก็มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยนะ ตอนแรกผมก็สงสัยว่าถ้านิวเคลียร์เป็นสารพิษแบบนี้แล้วจะจัดการยังไง คำตอบคือเขาฝังใต้ดินลึกหลายร้อยเมตร ในพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเปลือกโลก แล้วมีการศึกษาด้านธรณีและน้ำใต้ดินละเอียดมาก รองรับระยะยาวแบบจริงจัง

ส่วนขยะบ้านเรือน เขารีไซเคิลได้แทบทุกอย่าง และถึงขั้นต้องนำเข้าขยะจากต่างประเทศมาเพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่ม ที่หอพักเองก็มีถังแยกถึง 7-8 ประเภท ขนาดกระดาษทิชชู่กับแกนยังต้องแยกคนละถังเลยครับ // ละเอียดสุดๆ แรกๆ ผมยืนงงหน้าถังเป็นสิบนาทีครับ

https://phpumchawsaun.wordpress.com
https://phpumchawsaun.wordpress.com

4. คนสวีเดนส่วนใหญ่เงียบๆ 

คนสวีเดนส่วนใหญ่จะเงียบๆ อาจดูเป็นเพื่อนยากถ้าไม่ได้รู้จักกันตั้งแต่เด็ก แต่มีอยู่วันนึงคอมผมเริ่มงอแง น่าจะฮาร์ดดิสก์เสียครับ ก็นั่งแก๊กๆๆๆ อยู่พักนึง รูมเมทเห็นเข้าเลยเข้ามาดูให้ ไม่ได้พูดเยอะด้วยนะ แค่บอกว่า “เดี๋ยวจบคลาสจะช่วยซ่อมให้”

พอเรียนเสร็จเขาก็พาไปซ่อมคอมพ์จริงๆ สรุปว่าต้องสั่งอะไหล่เพิ่ม แล้วเขาก็พาไปที่บ้านต่อ เพราะมีฮาร์ดดิสก์สำรองเก็บไว้ แล้วจู่ๆ ก็ชวนกินข้าวด้วยเฉยเลย แล้วก็สนิทกันตั้งแต่นั้นมาครับ ทุกวันนี้ยัง text หากันอยู่เลย ใครจะรู้ว่าว่าจุดเริ่มต้นของมิตรภาพเกิดจากฮาร์ดดิสก์เสียแบบนี้ล่ะ

. . . . . . . .

6

จากห้องเรียนสู่เวทีโลก 
ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญสายตรง

หลังเรียนจบจากสวีเดนเมื่อปี 2018 ผมก็อยู่ในสายงาน Climate Change และการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาตลอด รวมแล้วประมาณ 7 ปีครับ เริ่มต้นจากการทำงานกับองค์กรรัฐบาลเยอรมัน GIZ และ "ศูนย์พลังงานอาเซียน สำนักงานเลขาธิการอาเซียน" ซึ่งเป็นงานระดับภูมิภาค ต้องประสานความร่วมมือกับหลายประเทศในอาเซียน

ตอนนี้ผมทำงานกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ​(UNDP) ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Climate Change ดูแลประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะในเรื่องพลังงาน น้ำ และเกษตรครับ งานตรงกับสิ่งที่เรียนมาเป๊ะๆ ได้ใช้ทั้งความรู้ในสายวิชา และ Soft Skills ที่ฝึกมาตลอดแบบเต็มที่เลย

. . . . . . . .

7

แชร์ความรู้และประสบการณ์
ผ่านบล็อกส่วนตัวที่ข้อมูลแน่นสุดๆ

พี่เจมส์มีจัดทำบล็อก https://phpumchawsaun.wordpress.com เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในสายงานด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่สมัยมัธยมและมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมกิจกรรมอย่างการปลูกป่าและสร้างฝายร่วมกับชุมชนในพื้นที่ชนบท จนถึงเส้นทางการทำงานเป็นวิศวกรโยธาด้านอุทกวิทยาและการจัดการน้ำในโครงการพลังงานน้ำใน สปป.ลาวด้วยค่ะ

ใครที่อยากเจาะลึกจากบทสัมภาษณ์นี้ มีหลายหัวข้อที่ชวนติดตามมากๆ // ในลิสต์ด้านล่างนี้ คือหัวข้อที่เราเข้าไปอัปเดตเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 นะคะ

  • Flood Risk Management: A Basic Understanding of Floods and Disasters
  • Swedish teaching system for higher education
  • When engineer thinks like scientist
  • Bachelor’s thesis
  • Internship programme
  • Natural resources study
  • Watershed environment concern
  • Reforestation
คลิกเพื่ออ่านต่อในบล็อก

โอกาสทอง! ปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา

จดคำถามที่คาใจ แล้วมาคุยแบบ 1:1 กับ "พี่เจมส์” ตัวจริงได้ในวันอาทิตย์ (13.00–16.30 น.) ที่งาน  Dek-D's Study Abroad Fair  นะคะ รอบนี้เราได้รับเกียรติจาก 24 รุ่นพี่เด็กนอกหลายทุน หลายประเทศ ได้แก่ ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. และ ทุน UIS, CSC (จีน), GKS (เกาหลีใต้), ASEAN Scholarships (สิงคโปร์), TaiwanICDF (ไต้หวัน), MEXT (ญี่ปุ่น), DAAD (เยอรมนี), Franco-Thai (ฝรั่งเศส), Fulbright TGS (สหรัฐฯ), Chevening (สหราชอาณาจักร), Erasmus+ (ยุโรป), Swedish Institute (สวีเดน), Stipendium Hungaricum (ฮังการี), Australia Awards (ออสเตรเลีย), และทุนจากมหาวิทยาลัย/บริษัทเอกชน

 

. . . . . . . .

[ You are all Invited. ]
โอกาสปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา

เคลียร์คิวให้พร้อม เพราะ Dek-D's Study Abroad Fair จะคัมแบ็กแบบเล่นใหญ่!  พาว่าที่เด็กนอกเริ่มก้าวแรกเตรียมพร้อมออกเดินทาง เพื่อพิชิตฝันเรียนต่อต่างประเทศให้เป็นจริง

  • 40+ บูทสถาบัน/เอเจนซี/มหาวิทยาลัย จาก 20+ ประเทศฮิตทั่วโลก
  • ปรึกษาฟรี 1:1 กับ 24 รุ่นพี่เด็กนอกตัวจริง
  • แจกฟรี! Planner & Timeline วางแผนเรียนต่อนอก 2026
  • IELTS Mock Test ฟรี  (Reading & Writing) โดย British Council IELTS
  • Alumni’s Talk #ทอล์กเด็กนอก แชร์ประสบการณ์เรียนต่อกว่า 20 หัวข้อ
  • โปรแกรมทดสอบความรู้ 10 ภาษา
  • จัดพร้อม Dek-D’s TCAS Fair งาน Open House เรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทยที่ใหญ่ที่สุด มางานเดียวคุ้ม ได้เลือกทั้งไทยและต่างประเทศ
มาเถอะ อยากเจอ~ ดูรายละเอียดงานที่นี่
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น