Hej Hej ชาว Dek-D ทุกวันนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่แค่ในต่างประเทศเท่านั้นค่ะ แต่ในไทยก็ตื่นตัวและต้องการคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเรื่อง SDGs, Climate Change หรือ Carbon Credit มาร่วมพัฒนาระบบการจัดการให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แล้วจะดีแค่ไหน? ถ้าได้ไปเรียนสายวิทย์สิ่งแวดล้อมในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันดับต้นๆ ของยุโรป ใช้ชีวิตในเมืองที่รถเมล์หยุดให้กวางข้ามถนน และเรียนในมหาวิทยาลัยที่แคมปัสตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ!
วันนี้เราจะพาไปอ่านประสบการณ์เรียน 2 ปีที่ดีต่อใจสุดๆ จาก “พี่เจมส์” ศิษย์เก่าวิศวะเกษตรฯ ที่คว้าทุนรัฐบาลสวีเดน (Swedish Institute: SI) ไปเรียนต่อ ป.โท สาขา Physical Geography and Quaternary Geology ที่ Stockholm University มหาวิทยาลัยสายวิทย์ตัวท็อปของประเทศในเมืองสตอกโฮล์ม // เล่าให้อ่านเพลินๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นความสนใจ การเรียน และการใช้ชีวิตในสวีเดน จะดีต่อใจจริงมั้ย ไปหาคำตอบกัน!
![Stockholm University [IG] Stockholm University [IG]](https://image.dek-d.com/contentimg/2025/kookkai/72_K'JamesSI/James_Sweden1.jpg)
โอกาสทอง! ปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา
จดคำถามที่คาใจ แล้วมาคุยแบบ 1:1 กับ “พี่เจมส์” ตัวจริงได้ในวันอาทิตย์ (13.00–16.30 น.) ที่งาน Dek-D's Study Abroad Fair นะคะ บอกเลยว่ารอบนี้เราได้รับเกียรติจาก 24 รุ่นพี่เด็กนอกหลายทุน หลายประเทศ ได้แก่ ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. และ ทุน UIS, CSC (จีน), GKS (เกาหลีใต้), ASEAN Scholarships (สิงคโปร์), TaiwanICDF (ไต้หวัน), MEXT (ญี่ปุ่น), DAAD (เยอรมนี), Franco-Thai (ฝรั่งเศส), Fulbright TGS (สหรัฐฯ), Chevening (สหราชอาณาจักร), Erasmus+ (ยุโรป), Swedish Institute (สวีเดน), Stipendium Hungaricum (ฮังการี), Australia Awards (ออสเตรเลีย), และทุนจากมหาวิทยาลัย/บริษัทเอกชน

. . . . . . . .
1
จากค่ายปลูกป่า
สู่ใบปริญญาที่สวีเดน
สวัสดีครับ “พี่เจมส์” นะครับ จบ ป.ตรี จากคณะวิศวกรรมโยธาและชลประทาน ม.เกษตรศาสตร์ และเริ่มทำงานที่บริษัทด้านพลังงานมา 5 ปี โดยมีดูโครงการระหว่างประเทศเกี่ยวกับพลังงานน้ำ ก่อนจะไปเรียนต่อที่สวีเดนไปเรียนปี 2016 จบปี 2018 ครับ
ความสนใจสิ่งแวดล้อมของผมน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอน ม.ปลาย ตอนนั้นชอบไปค่ายปลูกป่า เคยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง และมองเห็นว่าปัญหา Climate Change ค่อยๆ เริ่มก่อตัวมานานแล้ว หลักๆ น่าจะเกิดจากระบบจัดการที่ยังไม่รัดกุมหรือมาตรฐานที่ยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้มีกลุ่มคนมากมายได้รับผลกระทบ แต่ปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเอง ก็ค่อยๆ ตื่นตัวและออกแบบระบบจัดการสิ่งแวดล้อมกันจริงจังขึ้นครับ

“หนึ่งในเช็กลิสต์ตั้งแต่ ม.ปลาย คือได้ไปเรียนต่างประเทศสักครั้งในชีวิต”
ผมเริ่มสนใจยุโรป เพราะรู้จากตอน ป.ตรี ว่าประเทศฝั่งยุโรปสามารถจัดการเรื่องมาตรฐานและกฎระเบียบต่างๆ ได้ดีในระดับนึง แล้วช่วงปี 2016 ผมก็เลยสมัครทั้งทุนเนเธอร์แลนด์และสวีเดน แต่ตอนนั้นยังไม่มีเป้าหมายในใจชัดครับ แต่อาศัยว่าที่ไหนส่งเมลแจ้งว่าเราได้ทุนก่อน ก็จะเลือกที่นั่น // สุดท้ายเลยได้เลือกทุน SI ครับ
ตอนนั้นรู้จักแค่ว่าสวีเดนเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ Volvo แต่พอหาข้อมูลเพิ่มโดยเฉพาะด้านวิจัย ก็พบว่าสวีเดนลงทุนใน R&D สูงติดอันดับต้นๆ ของยุโรป แถมเพื่อนที่ทำงานเป็นแอร์ฯ ยังเล่าว่าประทับใจคนที่นั่นด้วยครับ
. . . . . . . .
2
สมัครทุนรัฐบาลสวีเดน
ไปเรียนมหาลัยตัวตึงสายวิทย์ของประเทศ
เราจะต้องยื่นสมัครทุน SI ก่อน แล้วถึงสมัครมหาลัยครับ ถ้าของผมจำไม่ผิดเลือกได้ 4 อันดับ แต่อย่าลืมศึกษารายละเอียดปีที่น้องๆ สนใจด้วยนะ
ด้วยความที่ผมจบวิศวะ เราได้เรียนพื้นฐานด้านเทคนิคมาแน่นแล้ว ตอนคิดจะต่อ ป.โท ก็ไม่ได้อยากลงลึกด้านเดิม แต่อยากเป็นทั้งนักคิดและนักปฏิบัติโดยต่อยอดจากพื้นฐานที่มี ก็เลยเริ่มมองฝั่ง Science แทนครับ
สำหรับ Stockholm University เป็นมหาวิทยาลัยที่เด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก ในอดีตเคยเป็นโรงเรียนวิทย์มาก่อน ผมก็เลยเลือกวางที่นี่ไว้อันดับ 1 แต่ถ้าน้องๆ สนใจสายวิศวะ ผมว่า KTH ก็น่าสนใจ เพราะเขามีจุดแข็งด้านวิศวกรรมฯ ในอดีตเคยเป็นโรงเรียนช่างมาก่อนครับ
[อ่านต่อ] ความเหมือนหรือความแตกต่างของนักวิทย์และวิศวกร
https://phpumchawsaun.wordpress.com/2016/11/27/when-engineers-think-like-scientists/
โพรไฟล์ตอนสมัครทุน
- ผมจบจากวิทยาลัยการชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ ตอนเรียนเคยเป็นประธานชมรมถ่ายภาพ (Photo) และชมรมสิ่งแวดล้อม แล้วก็เคยเป็นติวเตอร์
- เกรดตอนจบ 2.48 (เกรด ป.ตรี ไม่ค่อยสวยเพราะส่งการบ้านช้าประจำครับ 555) แต่โชคดีทุนไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละมหาลัย และที่แฟร์มากๆ คือไม่ได้ดูเกรดเฉลี่ยรวมทุกวิชา (GPA) แต่จะดูรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สมัคร เช่น ถ้าจะไปเรียนวิศวะฯ เขาจะดูคะแนนวิชาไลน์คำนวณ คณิตได้เท่าไหร่ เป็นต้น
- ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ซึ่งผมทำงานตรงสาย มีดูโครงการพลังงานน้ำที่เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค น่าจะทำให้ประสบการณ์ทำงานสายพัฒนาและบริบทต่างประเทศเด่นขึ้นมาครับ
- ภาษาอังกฤษก็สำคัญ ตอน ม.ปลายผมเรียนที่เชียงใหม่ จบจาก รร.ปรินส์รอยแยลฯ ซึ่งเขาสอนภาษาอังกฤษดีอยู่แล้ว เลยได้พื้นมาระดับนึง แต่ก็สอบ IELTS ไป 3 รอบกว่าจะได้ 6.5 ให้ผ่านเกณฑ์สมัครมหาลัยได้
ไม่ใช่แค่เรียนฟรี แต่ดูแลดีมาก!
ทุนนี้เน้นมองหาผู้ที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำ และสร้าง impact กลับไปยังประเทศของตัวเอง จากประสบการณ์ส่วนตัวผมประทับใจทุน SI ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเขาตอบเมลเราแบบใส่ใจมากกก ยิ่งพอได้มาเรียนก็รู้ว่ามีระบบสนับสนุนที่ช่วยผลักดันเราหลายอย่างครับ
ทุนครอบคลุมอะไรบ้าง?
- ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนตลอดหลักสูตร (ทุนชำระตรงให้มหา’ลัยแบบรายเทอม)
- ค่าใช้จ่ายรายเดือน
- ค่าตั๋วเครื่องบิน
- ประกันสุขภาพ
- นักเรียนทุนจะได้อยู่ในเครือข่าย SI Network for Future Global Professionals (NFGP) ที่รวมคนเก่งๆ จากหลายประเทศ มีจัดกิจกรรมพัฒนา soft skills, leadership, มี study tour, งาน kickoff และ networking ตลอดปี
- หลังหมดช่วงรับทุน เรายังอยู่ใน SI Alumni Network ซึ่งมีจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี
ผมเคยได้ตั๋วเข้างาน international water ตั้งแต่เดือนแรกที่มาถึง Stockholm มีนักวิชาการจากทั่วโลกมาแชร์ความรู้ พอมีอีเวนต์ระดับโลกอะไรที่จัดที่นี่ เรามักได้สิทธิ์เข้าไปร่วมด้วยเสมอ และยังมีโอกาสได้ช่วยงานสถานทูตและองค์กรต่างๆ อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะสายสิ่งแวดล้อม จะถูกเชิญไปพูด ไปแชร์ มาคอนเน็กกันตลอด
ทุนรัฐบาลสวีเดน 'SI Scholarships' ปี 2025/26 เรียนฟรี ป.โท ที่สวีเดน (หลักสูตรเพียบ)

. . . . . . . .
3
เรียนในประเทศดีต่อใจ
แคมปัสอยู่ในอุทยานแห่งชาติ
ช่วงรอผลทุนผมก็หาข้อมูลการใช้ชีวิตในสวีเดน แล้วก็จินตนาการภาพในหัวไว้ แต่ปรากฏว่าตอนไปจริงๆ First Impression ดีเกินคาดไปอีกครับ นอกจากบ้านเมืองจะสะอาด พื้นที่สีเขียวเยอะ และออกแบบให้เมืองและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ความเซอร์ไพรซ์คือแคมปัสที่ผมเรียนก็ตั้งอยู่ภายในเขตของอุทยานแห่งชาติ Djurgården–Ekoparken หรือ Royal National City Park ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติกลางเมืองแห่งแรกของโลกด้วย
แน่นอนว่าต้องมีช่วงปรับตัว ทั้งอากาศหนาว ฟ้ามืดเร็ว แสงน้อย แถมยังเจอระบบการเรียนที่ไม่คุ้นเคยอีก บางทีก็รู้สึกซึมๆ บ้าง แต่โชคดีที่เครือข่ายนักเรียนไทยในสวีเดนอบอุ่นมากๆ ทำอาหารมาแชร์กันเกือบทุกสัปดาห์ (พี่รัฐก็คือหนึ่งในนั้น) ชีวิตช่วงนั้นเลยง่ายขึ้นและไม่เหงาจนเกินไปครับ

. . . . . . . .
4
เรียนวิทย์แบบเข้าใจโลก
ในฉบับ Top U. ของสวีเดน
ผมไปเรียนหลักสูตร ป.โท Physical Geography & Quaternary Geology เป็นสาขาที่เรียนเพื่อให้รู้ว่าโลกของเรามีระบบการทำงานยังไงบ้างในภาพรวม และเลือกเจาะลึกหัวข้อเฉพาะที่สนใจได้ อย่างตอนนั้นผมเลือก Specialisation: Hydrology, Hydrogeology and Water Resource ถ้าแปลชื่อเป็นไทยก็คือ “สาขาอุทกวิทยา อุทกธรณีวิทยา และทรัพยากรน้ำ” ทั้งหมดนี้เรียน 2 ปี เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดครับ
จริงๆ ตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าจะได้ปรับใช้กับงานได้ขนาดไหน แต่มองว่าดินและน้ำคือพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์แทบทุกด้าน ตั้งแต่อุปโภค บริโภค การผลิตไฟฟ้า การพัฒนาเศรษฐกิจ ฯลฯ ซึ่งผมสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่มัธยม และเคยทำงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นการสร้างเขื่อนหรือโครงการพลังงานด้วย เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีถ้าจะได้เรียนให้เชี่ยวชาญติดตัวไว้ก่อน
Note: ผมไปเรียนตอนปี 2016-2018 ทั้งทุนและหลักสูตรอาจแตกต่างจากปัจจุบัน แนะนำให้อัปเดตข้อมูลปัจจุบันที่หน้าเว็บหลักสูตรนะครับ


โครงสร้างหลักสูตรที่ไม่แยกวิชาเดี่ยวๆ
แต่ให้เรียนเป็นระบบ คิดเป็นภาพรวม
ที่นี่จะไม่ให้เลือกวิชาแบบแยกเหมือนที่เราคุ้นกัน แต่จะจัดเป็น “โมดูล” (Module) โดยแต่ละโมดูลจะมีวิชาย่อยประมาณ 3–4 วิชา เรียนเป็นเซ็ตไปเลย ข้อดีคือช่วยให้เราเห็นภาพรวมชัด เข้าใจเนื้อหาแบบเป็นระบบ เพราะถ้าให้เลือกเอง บางทีอาจไม่รู้ว่าวิชาไหนควรเรียนคู่กัน หรือเชื่อมยังไง ตัวอย่างเช่น
- Module 1 เรียนระบบทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงระดับโลก
- Module 2 เจาะลึกขึ้นเป็นอุทกวิทยา เรียนตั้งแต่น้ำเกิดมายังไง เมฆเป็นยังไง มีทั้งทฤษฎีและภาคสนาม
- Module 3 เรียนเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ช่วง 2 เทอมแรก ทุกคนจะได้เรียนพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด 4 โมดูล (ยังเลือกไม่ได้) จำนวนวิชาอาจดูไม่เยอะ แต่บอกเลยว่าหนัก เพราะแต่ละโมดูลจะกำหนดชัดเจนว่าต้องอ่านอะไรบ้าง สัปดาห์นึงอ่านขั้นต่ำ 3-4 เปเปอร์ การบ้านมีทุกวีค ถ้าไม่อ่านไม่ทำคือไม่รอด
งานก็เจอครบทุกแบบ ทั้งรายงานเดี่ยว และงานกลุ่มที่เขาจัดคนให้เลย โดยมีพี่ ป.เอก มาเป็นเมนเทอร์ ส่วนการสอบจะมีทั้ง In-class exam (เขียนในห้องเรียนปกติ) กับ Take-home exam ที่ให้โจทย์ตอนเช้า แล้วกำหนดเวลาส่งตอนเย็น มีทั้งเขียนเรียงความ คำนวณ วิเคราะห์ ครบทุกแนวครับ
Tips: สำหรับเรื่องการเรียน ถ้าให้ดีควรเตรียมตัวล่วงหน้าสัก 1 สัปดาห์ครับ ลองอ่านเนื้อหาที่อาจารย์จะสอนไว้ก่อน เพราะเวลาเข้าเรียนจริง เราต้องฟัง lecture และแปลภาษาควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะยากพอสมควร แต่ถ้าเตรียมมาก่อนเราจะเรียนได้สนุกขึ้น เข้าใจเนื้อหาลึกขึ้น และไม่เสียโอกาสที่จะได้ถามจุดที่เราสงสัยจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นคลาสที่มีการถกประเด็นกับอาจารย์ เราจะยิ่งสนุกไปกับบทเรียนได้มากขึ้นครับ (อ่านต่อที่นี่)

รีวิวโมดูลที่หนักสุด & จุดความคิดนอกกรอบ
(อาจารย์ให้ตัวแปรไม่ครบหรือเปล่า!?)
Module 2 ที่เรียนน้ำในเชิงลึก นึกไม่ออกเลยครับว่าผ่านมาได้ยังไง เพราะทั้งเข้มข้นและต้องปรับตัวอีก แต่ในขณะเดียวกันโมดูลนี้ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมยุโรปถึงไปได้ไกล
ผมจะติดภาพการเรียนวิศวะที่โจทย์ต้องมีคำตอบ คำนวณต้องได้ตัวเลขถูกผิดออกมา แต่ระบบที่นี่สอนให้คิดนอกกรอบ ยกตัวอย่างในคลาสนึงเขาให้สูตรมา แล้วให้ตัวแปรมาไม่ครบ ถ้าเป็นโจทย์วิศวะทั่วไปต้องมี 4 ตัวแปรถึงจะแก้สมการได้ แต่เขาให้มาแค่ 2 ตัวแปร ผมเลยยกมือถามเลยว่าแบบนี้มันแก้ไม่ได้ เขาบอกว่าใช่ครับ เขาตั้งใจให้มาไม่ครบเพื่อให้คิดว่าโจทย์แบบนี้มันมีปัญหาอะไร ต้องวิเคราะห์ หาวิธีแย้งว่าสิ่งที่ถามมามันไม่สมเหตุสมผล แล้วลองหาทางอื่น ผมเลยใช้สูตรอื่น อธิบายไปว่าถ้าจะหาตัวแปรนี้ได้ ต้องทำยังไงแทน
สุดท้ายพอสอบเสร็จ เขาส่งข้อสอบกลับมาพร้อม feedback ละเอียดมาก ซึ่งชิ้นนี้ผมได้คะแนนเต็ม เพราะเขาไม่ได้อยากได้แค่คำตอบ แต่เขากำลังสอนให้เราคิดนอกกรอบ ตั้งใจให้เราหาทฤษฎีใหม่มาท้าทายของเดิม เพราะทฤษฎีเดียวไม่ได้แก้ได้ทุกอย่าง เลยเป็นเหตุผลที่ผมประทับใจโมดูลนี้ที่สุด (แม้จะเหนื่อยมากก็ตามครับ 5555)
บางโมดูลก็เจอสไตล์ที่ต่างไปเลย
แถมได้ฝึกสกิลสื่อสารอย่างมืออาชีพ
สไตล์การสอนของ Module 3 ที่เรียนเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม คลาสไม่เหมือนที่เคยเจอครับ อาจารย์โยน Textbook เล่มนึงมา แล้วให้เวลาอ่าน 2 วีคเพื่อมาดิสคัสในห้อง ซึ่งการพูดหน้าห้องทำให้เราได้พรีเซนต์ แบ่งกันว่าบทไหนใครจะนำเสนอ อาจารย์จะรอฟังสิ่งที่นักเรียนคิด แล้วเขาก็จะ jump in มาช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้คนทั้งคลาสฟัง
แล้วเขายังมีจัด Interactive Session แบ่งกลุ่มอีกเวียนกันไปคุยแล้วดิสคัสสิ่งที่มีใน textbook พร้อมกับย้ำเตือนด้วยว่าใน Textbook ไม่ได้แปลว่าถูกทั้งหมด เราอาจต้องแย้งสิ่งที่เขียนมาไม่ครบหรือหาคำตอบต่อจากสิ่งที่เขาเขียน ซึ่งผมได้ยินแล้วตอนแรกก็ยังงงๆ เพราะเคยเข้าใจมาตลอดว่าเราเชื่อสิ่งที่มีในหนังสือเรียนได้แล้ว เปิดโลกมากครับ
ตอนดิสคัสเขาจะสนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น ไม่มีตัดสินถูกหรือผิด แต่ด้วยความเป็นนักเรียนไทย ไม่ใช่เจ้าของภาษา ช่วงแรกจะยังไม่พูดเยอะ และยังเหนื่อยกับการเตรียมพรีเซนต์แต่ละครั้ง แต่ข้อดีของคนเรียนวิศวะคือมีโครงสร้างและ logic อยู่ในหัว เลยอาศัยการอธิบายคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ให้ครบ เรียบเรียงให้ดี
ต้องบอกว่าในโลกการทำงานจริง ถ้าเก่งแต่สื่อสารไม่เป็นก็จบได้เหมือนกัน แต่สวีเดนช่วยเติมเต็มสกิลนี้ให้ผมเต็มที่ ได้ฝึกคิดละเอียดว่าที่มาที่ไปของเรื่องคืออะไร ตรงนี้เล่ายังไงดี แล้วสรุปให้ผู้ฟังไปคิดต่อ สุดท้ายก็ปรับใช้กับงานได้เต็มๆ และยิ่งชัดสำหรับงานสายอินเตอร์


ช่องว่างระหว่างผู้เรียนและอาจารย์
น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย
อาจารย์ที่สอนมีหลากหลายทั้งจากอิตาลี อเมริกา สวีเดน อิหร่าน ฯลฯ เขาจะวางตัวให้เราเข้าถึงง่าย ถ้ามีคำถามก็สามารถขอนัดเข้าไปคุยได้ ซึ่งสิ่งที่ผมชอบคือระบบที่เราไม่ได้เรียนจากอาจารย์ฝ่ายเดียว แต่ Prof. เองก็เรียนรู้จากเราด้วย เวลาคอมเมนต์เขาจะไม่ได้ฟันธงว่าถูกหรือผิด แต่ชวนคิดต่อ บางทีเรายิงไปหนึ่งคำถาม เขาโยนกลับมา 4-5 คำถามเลยก็มี แต่ว่าเขาก็ไกด์ให้นะ ไม่ได้ปล่อยให้เรางงเอง

เครื่องมือครบ คอมพ์แรงครับ
แถมได้จับงานในสนามจริง!
ความสนุกคือเราได้เรียนและออกภาคสนามทำงานจริง โดยที่มหาลัยเองมีทรัพยากรซัปพอร์ตแบบครบมากๆ อย่างผมต้องเข้าแล็บคอมพ์บ่อย เพราะมีวิชาที่ต้องคำนวณแล้วใช้โปรแกรมเยอะ ที่นี่ก็จัดเครื่องแรงให้เลย ใช้สองจอ ทำงานลื่น แล้วไม่ใช่แค่นั่งเรียนเฉยๆ แต่ยังมีพี่ ป.เอก คอยมาช่วยแนะนำอีก
ตอนเรียนผมยังมีโอกาสได้ไปดูงานที่ Swedish International Development Agency (SIDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐของสวีเดนที่ทำงานด้านการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ไปที่เก็บข้อมูลในป่าจริง วัดอัตราการไหลของน้ำ เก็บตัวอย่างหิน น้ำใต้ดิน ใช้อุปกรณ์จริงทั้งหมด แล้วก็มีที่ปรึกษาเป็นคนในแวดวงสิ่งแวดล้อมมาช่วยดูงานด้วย เรียกว่าได้เห็นภาพการทำงานจริงที่คนเรียนสายนี้ต้องเจอหลังจบ ป.โท เลยครับ
. . . . . . . .
5
พาร์ตนี้ขอชวน #รีวิวสวีเดน
ทั้งเรื่องสังคมและการใช้ชีวิต
1. กฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวด
อย่างเช่นที่สวีเดน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง “สตอกโฮล์ม” เขาจะมีกฎหมายควบคุมการจัดการน้ำฝนอย่างเคร่งครัด บังคับให้ทุกอาคารต้องมีระบบรองรับน้ำฝนของตัวเอง ห้ามปล่อยน้ำส่วนเกินลงสู่ระบบสาธารณะเกินกว่าที่กำหนด เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่ต้นทาง
2. เคารพธรรมชาติ เห็นค่าทุกชีวิต
ความใส่ใจของคนสวีเดนไม่ใช่แค่ตามกฎหมาย แต่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตเลยครับ อย่างหอพักที่ผมอยู่ก็จะมีกวางเดินผ่านเป็นเรื่องปกติ เวลานั่งรถเมล์ ถ้าเห็นกวางกำลังจะข้ามถนน รถจะหยุดให้ทันที คนไม่บีบแตรไม่เร่งอะไรทั้งนั้น เคารพพื้นที่ของทุกชีวิตจริงๆ

3. แยกขยะละเอียด ใช้ทรัพยากรคุ้มสุด
จริงๆ ที่สวีเดนก็มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยนะ ตอนแรกผมก็สงสัยว่าถ้านิวเคลียร์เป็นสารพิษแบบนี้แล้วจะจัดการยังไง คำตอบคือเขาฝังใต้ดินลึกหลายร้อยเมตร ในพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเปลือกโลก แล้วมีการศึกษาด้านธรณีและน้ำใต้ดินละเอียดมาก รองรับระยะยาวแบบจริงจัง
ส่วนขยะบ้านเรือน เขารีไซเคิลได้แทบทุกอย่าง และถึงขั้นต้องนำเข้าขยะจากต่างประเทศมาเพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่ม ที่หอพักเองก็มีถังแยกถึง 7-8 ประเภท ขนาดกระดาษทิชชู่กับแกนยังต้องแยกคนละถังเลยครับ // ละเอียดสุดๆ แรกๆ ผมยืนงงหน้าถังเป็นสิบนาทีครับ

4. คนสวีเดนส่วนใหญ่เงียบๆ
คนสวีเดนส่วนใหญ่จะเงียบๆ อาจดูเป็นเพื่อนยากถ้าไม่ได้รู้จักกันตั้งแต่เด็ก แต่มีอยู่วันนึงคอมผมเริ่มงอแง น่าจะฮาร์ดดิสก์เสียครับ ก็นั่งแก๊กๆๆๆ อยู่พักนึง รูมเมทเห็นเข้าเลยเข้ามาดูให้ ไม่ได้พูดเยอะด้วยนะ แค่บอกว่า “เดี๋ยวจบคลาสจะช่วยซ่อมให้”
พอเรียนเสร็จเขาก็พาไปซ่อมคอมพ์จริงๆ สรุปว่าต้องสั่งอะไหล่เพิ่ม แล้วเขาก็พาไปที่บ้านต่อ เพราะมีฮาร์ดดิสก์สำรองเก็บไว้ แล้วจู่ๆ ก็ชวนกินข้าวด้วยเฉยเลย แล้วก็สนิทกันตั้งแต่นั้นมาครับ ทุกวันนี้ยัง text หากันอยู่เลย ใครจะรู้ว่าว่าจุดเริ่มต้นของมิตรภาพเกิดจากฮาร์ดดิสก์เสียแบบนี้ล่ะ
. . . . . . . .
6
จากห้องเรียนสู่เวทีโลก
ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญสายตรง
หลังเรียนจบจากสวีเดนเมื่อปี 2018 ผมก็อยู่ในสายงาน Climate Change และการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาตลอด รวมแล้วประมาณ 7 ปีครับ เริ่มต้นจากการทำงานกับองค์กรรัฐบาลเยอรมัน GIZ และ "ศูนย์พลังงานอาเซียน สำนักงานเลขาธิการอาเซียน" ซึ่งเป็นงานระดับภูมิภาค ต้องประสานความร่วมมือกับหลายประเทศในอาเซียน
ตอนนี้ผมทำงานกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Climate Change ดูแลประเด็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะในเรื่องพลังงาน น้ำ และเกษตรครับ งานตรงกับสิ่งที่เรียนมาเป๊ะๆ ได้ใช้ทั้งความรู้ในสายวิชา และ Soft Skills ที่ฝึกมาตลอดแบบเต็มที่เลย

. . . . . . . .
7
แชร์ความรู้และประสบการณ์
ผ่านบล็อกส่วนตัวที่ข้อมูลแน่นสุดๆ
พี่เจมส์มีจัดทำบล็อก https://phpumchawsaun.wordpress.com เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในสายงานด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่สมัยมัธยมและมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมกิจกรรมอย่างการปลูกป่าและสร้างฝายร่วมกับชุมชนในพื้นที่ชนบท จนถึงเส้นทางการทำงานเป็นวิศวกรโยธาด้านอุทกวิทยาและการจัดการน้ำในโครงการพลังงานน้ำใน สปป.ลาวด้วยค่ะ
ใครที่อยากเจาะลึกจากบทสัมภาษณ์นี้ มีหลายหัวข้อที่ชวนติดตามมากๆ // ในลิสต์ด้านล่างนี้ คือหัวข้อที่เราเข้าไปอัปเดตเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 นะคะ
- Flood Risk Management: A Basic Understanding of Floods and Disasters
- Swedish teaching system for higher education
- When engineer thinks like scientist
- Bachelor’s thesis
- Internship programme
- Natural resources study
- Watershed environment concern
- Reforestation
โอกาสทอง! ปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา
จดคำถามที่คาใจ แล้วมาคุยแบบ 1:1 กับ "พี่เจมส์” ตัวจริงได้ในวันอาทิตย์ (13.00–16.30 น.) ที่งาน Dek-D's Study Abroad Fair นะคะ รอบนี้เราได้รับเกียรติจาก 24 รุ่นพี่เด็กนอกหลายทุน หลายประเทศ ได้แก่ ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. และ ทุน UIS, CSC (จีน), GKS (เกาหลีใต้), ASEAN Scholarships (สิงคโปร์), TaiwanICDF (ไต้หวัน), MEXT (ญี่ปุ่น), DAAD (เยอรมนี), Franco-Thai (ฝรั่งเศส), Fulbright TGS (สหรัฐฯ), Chevening (สหราชอาณาจักร), Erasmus+ (ยุโรป), Swedish Institute (สวีเดน), Stipendium Hungaricum (ฮังการี), Australia Awards (ออสเตรเลีย), และทุนจากมหาวิทยาลัย/บริษัทเอกชน
. . . . . . . .
[ You are all Invited. ]
โอกาสปรึกษาฟรีกับ 24 รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 4-5 ต.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา
เคลียร์คิวให้พร้อม เพราะ Dek-D's Study Abroad Fair จะคัมแบ็กแบบเล่นใหญ่! พาว่าที่เด็กนอกเริ่มก้าวแรกเตรียมพร้อมออกเดินทาง เพื่อพิชิตฝันเรียนต่อต่างประเทศให้เป็นจริง
- 40+ บูทสถาบัน/เอเจนซี/มหาวิทยาลัย จาก 20+ ประเทศฮิตทั่วโลก
- ปรึกษาฟรี 1:1 กับ 24 รุ่นพี่เด็กนอกตัวจริง
- แจกฟรี! Planner & Timeline วางแผนเรียนต่อนอก 2026
- IELTS Mock Test ฟรี (Reading & Writing) โดย British Council IELTS
- Alumni’s Talk #ทอล์กเด็กนอก แชร์ประสบการณ์เรียนต่อกว่า 20 หัวข้อ
- โปรแกรมทดสอบความรู้ 10 ภาษา
- จัดพร้อม Dek-D’s TCAS Fair งาน Open House เรียนต่อมหาวิทยาลัยในไทยที่ใหญ่ที่สุด มางานเดียวคุ้ม ได้เลือกทั้งไทยและต่างประเทศ
0 ความคิดเห็น