สวัสดีค่ะน้องๆ ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” หรือที่เราเรียกกันว่า “ABAC (เอแบค)” เป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่ pop-up เข้ามาในหัวของใครหลายคนแน่นอน เพราะที่นี่เปิดการเรียนการสอนมากว่า 50 ปี ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ
วันนี้เราก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดี ม.อัสสัมชัญ ที่จะมาเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญของ ABAC ในยุคนี้ ถ้าน้องๆ อยากรู้ว่า ABAC กำลังเดินทางไปในทิศทางไหนบ้าง ไปติดตามบทสัมภาษณ์นี้กัน

คุยกับ “ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา” อธิการบดี ABAC
กับภารกิจพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่อนาคต
Q1 : ตอนนี้ ABAC จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : เริ่มที่ ABAC จะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน อย่าง “มหาวิทยาลัยชิงหัว” (Tsinghua Shenzhen International Graduate School) และ “มหาวิทยาลัยปักกิ่ง” (Peking University) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของ ABAC ที่เราหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมได้
Q2 : ABAC ร่วมมือกับ “มหาวิทยาลัยชิงหัว” ด้านไหนบ้าง
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : สำหรับม.ชิงหัว (Tsinghua Shenzhen International Graduate School) จะร่วมมือกันในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร และผลิตบัณฑิตร่วม ซึ่งครอบคลุมสาขาที่สำคัญต่ออนาคต เช่น โลจิสติกส์อัจฉริยะ วิทยาการข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และระบบเมืองอัจฉริยะ
โดยเราตั้งใจเปิดหลักสูตรที่ทั้ง 2 สถาบันจะรับรองและพัฒนาร่วมกันได้ มีแลกเปลี่ยนคณาจารย์ สร้างห้องปฏิบัติการร่วม และวิจัยเชิงลึก เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และสร้างบัณฑิตที่มีวิสัยทัศน์และศักยภาพระดับสากล และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีแบบนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพของ ม.อัสสัมชัญ ในการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลสีเขียวได้
Q3 : แล้วกับ “มหาวิทยาลัยปักกิ่ง” ร่วมมือกันด้านไหนบ้าง
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : ส่วนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ก็ร่วมกันจัดตั้งโครงการ “Arts and Technology Development Project” ที่วิทยาเขตสุวรรณภูมิ
โครงการนี้เป็นสะพานเชื่อมศิลปะและเทคโนโลยี โดยได้รับการสนับสนุนจาก UNESCO Chair on Creativity and Sustainable Development in Rural Areas ซึ่งเป็นโครงการระดับโลก มีจุดเริ่มต้นที่ปักกิ่งในปี 2024 และมีเป้าหมายในการผสานอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมของชนบทและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การพัฒนาชนบทเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ทาง ABAC ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกอบรมร่วม เวิร์กช็อประดับนานาชาติ การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และโครงการศึกษาภาคสนามในชุมชนชนบท ผ่านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าหมายให้ศิลปวัฒนธรรมและสินค้าไทย ได้รับการยอมรับมากขึ้นบนเวทีโลก
Q4 : โครงการเหล่านี้จะช่วยพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน ได้อย่างไรบ้าง
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : การพัฒนามหาวิทยาลัยไม่ได้แยกขาดจากการบริการชุมชน เราอยากให้งานวิจัย และนวัตกรรมของเรา แก้ไขปัญหาในสังคมได้จริงๆ ซึ่งความร่วมมือกับ UNESCO Chair ก็ช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในเวทีระดับโลก แล้วมาประยุกต์ใช้กับบริบทไทย เช่น การพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่างด้านศิลปะ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่น

Q5 : การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ABAC มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : เราอยากจะผลักดันให้ ABAC เป็น “มหาวิทยาลัยดิจิทัลสีเขียว” ที่ผสมผสานเทคโนโลยี ศิลปะ และสนับสนุนผู้ประกอบการได้อย่างกลมกลืน เราจะสร้างผู้เรียนที่มีคุณธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักวิชาการและนักปฏิบัติ และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะสอดคล้องกับพันธกิจใหม่ เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกหลักสูตร ทุกแผนงาน และทุกโครงการ สร้างพันธมิตรกับสถาบันชั้นนำทั่วโลก สนับสนุนสตาร์ทอัป และโครงการเพื่อสังคม
ABAC มีศูนย์บ่มเพาะธุรกิจที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทุกคณะ มาแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ความฝัน และสร้างสตาร์ทอัป โดยมีคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่างๆ มาเป็นพี่เลี้ยง รวมถึงยังส่งเสริมนักศึกษาที่ต้องการพัฒนาผลงานศิลปะ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ให้สามารถออกสู่ตลาดโลกได้ ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และความเข้าใจทางพหุวัฒนธรรม
Q6 : อะไรคือความท้าทายของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : ความท้าทาย คือ การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมที่รวดเร็ว ABAC ปรับทั้งตัวหลักสูตร และสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ รวมถึงจะต้องคำนึงถึงคุณค่าทางจริยธรรมและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กับทักษะ ทางเทคนิคและวิชาชีพ เพราะผู้ประกอบการและนักวิจัยในอนาคต จะต้องมีจิตสำนึกต่อสังคม ธรรมชาติ และความสุขของเพื่อนร่วมโลก
Q7 : สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากฝากน้องๆ ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา : ผมเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง ทุกคนมีความฝันและความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว เราครู อาจารย์ และผู้ใหญ่ต้องสนับสนุน สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้แต่ละคนค้นหาความสนใจ และพัฒนามันอย่างต่อเนื่อง ต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงมีโอกาสซ่อนอยู่
สำหรับน้องๆ และลูกๆ ที่สนใจเทคโนโลยี หรือศิลปะ อย่าลืมว่าการผสมผสานสองสิ่งนี้ สามารถสร้างสิ่งใหม่ที่มีคุณค่ามหาศาล ABAC พร้อมสนับสนุน และอยู่เคียงข้างในการเดินทางสู่อนาคตของพวกคุณ โอกาสในการสร้างฝันให้เป็นจริงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ต้องลงทุน ลงแรง ทำงานหนัก แม้เผชิญปัญหาและอุปสรรค ก็ต้องเรียนรู้ต่อไปและไม่ถอยง่ายๆ ตามคติพจน์มหาวิทยาลัยของเรา Labo Omnia Vincit : วิริยะอุตสาหะย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ

ถ้าใครสนใจยื่นสมัครปีการศึกษา 2568 นี้ ก็เตรียมตัวได้เลย!
เพราะปีนี้ ABAC เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ครอบคลุมหลายสาขาวิชา ทั้งด้านบริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปกรรม การสื่อสาร กฎหมาย และสาขาวิชาชีพเฉพาะอื่นๆ ซึ่งจะสามารถเลือกเรียนได้ทั้งวิทยาเขตสุวรรณภูมิ และวิทยาเขตหัวหมากเลย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นสมัครได้ที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษา
- โทร. 02-783-2222
- อีเมล : abac@au.edu
- LINE : @abac
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เน้นการเรียนรู้เชิงลึก การบูรณาการนวัตกรรมดิจิทัล และประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาศักยภาพบัณฑิตให้พร้อมแข่งขันในระดับสากล
0 ความคิดเห็น