เรียนต่ออังกฤษหาที่พักยังไงดี? แชร์ Tips ฉบับมือใหม่ & ชี้เป้าพิกัดซื้อของเข้าหอ | Dek-D x UK

Hello! สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ค่ะ ตอนนี้พี่พลอยกี้มีโอกาสเดินทางมาเรียนต่อ ป.โท ที่ ‘University of Leeds’ เมืองลีดส์ (Leeds) ประเทศสหราชอาณาจักร และล่าสุดก็เพิ่งซื้อของเข้าหอไป วันนี้พี่เลยอยากมาแชร์ทริกการเลือกหอพัก รวมถึงชี้เป้าร้านน่าสนใจในการเลือกซื้อของใช้เข้าหอกัน จะมีร้านไหนบ้าง เลื่อนไปส่องกันเลยค่ะ Let’s go~

ประเภทหอพักสำหรับนักศึกษาใน UK

ต้องบอกว่าที่อังกฤษมีตัวเลือกหอพักเยอะมากๆ พี่ขอยกตัวอย่างประเภทที่พักหลักๆ ที่นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกอยู่กันตามด้านล่างเลยค่ะ

1. หอพักในมหาวิทยาลัย (On-campus accommodation)

หรือรู้จักกันในชื่อ ‘Halls of Residence’ หรือ ‘University Halls’ เป็นหอที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดูแล และถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตของนักศึกษาก็ว่าได้ เพราะโลเคชันมักอยู่ภายในหรืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่าหอประเภทอื่น แถมราคายังเป็นมิตรกับนักศึกษา คิดค่าน้ำ-ค่าไฟแบบเหมารวมอยู่ในค่าเช่าห้องเรียบร้อย นอกจากนี้น้องๆ อาจได้สิทธิประโยชน์อื่นเพิ่มเติมจากมหา’ลัยด้วย เช่น คนที่พักในหอของ University of Leeds จะได้สิทธิ์ในการใช้บริการศูนย์กีฬาฟรีทันที (ไม่ต้องสมัคร membership เพิ่ม) 

2. หอพักนักศึกษาของเอกชน (Purpose-built student accommodation หรือ PBSA)

หรือที่เราคุ้นกันว่า ‘หอนอก’ นั่นเอง เป็นหอพักที่บริษัทเอกชนเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะมีอยู่หลายเครือ เช่น IQ, Vita, Prestige Student Living เป็นต้น บางที่อาจตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย บางที่อาจอยู่ใกล้ตัวเมือง (City Centre) อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของน้องๆ แต่ละคนเลยว่าอยากพักจุดไหน และด้วยความที่เป็นหอพักของนักศึกษา แน่นอนว่าเรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก แต่ละที่จะมี CCTV หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและยังคิดค่าน้ำ-ค่าไฟแบบเหมารวมเช่นเดียวกับหอใน นอกจากนี้อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อยู่ภายในหอด้วย เช่น ยิม, ห้องซักผ้า, ห้องอ่านหนังสือ, อาหารเช้าแบบ Grab & Go เป็นต้น (แล้วแต่ที่) 

3. บ้านพักแบบแชร์ (Shared House) 

ส่วนใหญ่มีโลเคชันอยู่ห่างจากตัวเมืองและมหาวิทยาลัย แต่ข้อดีคือมีค่าเช่าย่อมเยากว่าตัวเลือกอื่น แถมถ้าใครมีเพื่อนเยอะแล้วอยากแชร์บ้านอยู่ด้วยกันก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ แต่ขอโน้ตไว้นิดนึงว่าที่พักประเภทนี้อาจไม่ได้รวมบิลค่าน้ำ-ค่าไฟ และบริการ Maintenance เพื่อซ่อมแซมความเสียหายเหมือนกับหอพักในสองข้อแรกนะคะ 

หอ Carlton Hill ของมหา’ลัย
หอ Carlton Hill ของมหา’ลัย
(Photo Credit: University of Leeds)

เลือกห้องแบบไหนดี?

หากน้องๆ เลือกได้แล้วว่าจะอยู่หอพักไหน แต่ละแห่งก็จะมีประเภทห้องให้เลือกด้วยค่ะ โดยปกติแล้วจะมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1.  Shared room: พูดง่ายๆ ก็คือการแชร์ห้องอยู่กับเพื่อนนั่นเอง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะเราต้องใช้ Facilities ทั้งหมดในห้องร่วมกับรูมเมท
  2. Private room หรือ En-suite: เป็นห้องพักยอดฮิตของนักศึกษาก็ว่าได้ เพราะราคาแรงเท่าการอยู่ห้องแบบ Studio ห้องประเภทนี้จะเป็นห้องใหญ่ อยู่รวมกันประมาณ 5-8 คน แต่น้องๆ จะได้ห้องนอนส่วนตัวแยก (บางที่อาจมีห้องน้ำส่วนตัวให้) แต่ก็ยังต้องแชร์ Facilities อื่นๆ (เช่น ครัว เครื่องซักผ้า เป็นต้น) กับเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน ข้อดีคือเราอาจไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวเพราะทางหอพักหรือคนที่พักอยู่ก่อนหน้าอาจทิ้งของไว้ให้ค่ะ
  3. Studio: ห้องประเภทนี้เหมาะกับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ โซนครัว โต๊ะอ่านหนังสือ แต่ก็แลกมาด้วยราคาค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว 
ห้องพักแบบ En-suite ในหอ CitySide ของมหา’ลัย
ห้องพักแบบ En-suite ในหอ CitySide ของมหา’ลัย
(Photo Credit: University of Leeds)
ห้องครัว & ห้องนั่งเล่นส่วนกลางสำหรับห้องแบบ En-suite
ห้องครัว & ห้องนั่งเล่นส่วนกลางสำหรับห้องแบบ En-suite
(Photo Credit: University of Leeds)

สำหรับการเลือกหอและห้องนั้น น้องๆ อาจพิจารณาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง โลเคชันของหอ รวมไปถึงเรตค่าเช่าที่เราสามารถจ่ายไหว ส่วนใหญ่แล้วหอพักที่ประเทศอังกฤษจะคิดค่าเช่าเป็นรายสัปดาห์ (per week) เรตก็จะแตกต่างกันตามประเภทหอ ประเภทห้อง และเมืองที่เราไปเรียนต่อ อย่างหอที่เมืองลีดส์ก็จะอยู่ที่ประมาณ 110 - 300 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้บางที่อาจมีตัวเลือกให้เราแบ่งจ่ายเป็นงวดได้ด้วยค่ะ 

อีกหนึ่ง Tips ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์คือ แนะนำให้เข้า Google Map เพื่อเช็กโลเคชันของหอว่าอยู่ใกล้ร้านค้าใดบ้างเพื่อที่เวลาซื้อของจะได้สะดวกขึ้น รวมไปถึงเราจะได้ศึกษาวิธีเดินทางจากหอไปมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ และที่สำคัญคือก่อนเซ็นสัญญากับทางหอ น้องๆ ควรอ่านและทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุในสัญญาอย่างถี่ถ้วนด้วยนะคะ

ตามไปซื้อของเข้าหอกัน!

ทุกๆ ปีจะมีนักเรียนไทยที่เรียนจบแล้วส่งต่อของใช้ให้กับคนที่กำลังจะมาเรียนด้วย เรียกได้ว่าถึงขั้นลดแลกแจกแถมกันเลย น้องๆ สามารถเข้าไปส่องได้ที่กลุ่ม Facebook นักเรียนไทยในอังกฤษ Thai Student in UK’ นอกจากนี้แต่ละเมืองก็จะมีกลุ่ม Openchat สำหรับส่งของต่อแยกไปอีก ซึ่งข้อดีของการอยู่ในกลุ่มเหล่านี้คือเราจะได้ของในราคาถูก เช่น หม้อหุงข้าวราคา 5 ปอนด์ แต่ถ้าเราซื้อใหม่อาจต้องจ่ายขั้นต่ำ 15 ปอนด์เลยทีเดียว

แต่ที่เล่าทั้งหมดนั้นพี่ไม่ทันของส่งต่อใดๆ เพราะกว่าพี่จะเดินทางมาถึงอังกฤษ คนขายก็บินกลับไทยกันแล้ว แถมของบางชิ้นพี่ก็ F ไม่ทันคนอื่น ทำให้พี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปซื้อของเข้าหอเอง และนี่คือลิสต์ร้านทั้งหมดที่พี่ไปช้อปปิงมาค่ะ 

Tesco Superstore

Photo Credit:
Photo Credit: rated near me

และนี่ก็คือร้านแรกที่พี่ไปเช็กอินค่ะ ที่นี่ให้ฟีลเหมือน Tops หรือ Lotus’s ที่ไทยค่ะ ความแตกต่างคือจะเป็น shop แบบ stand-alone ไม่ได้อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าใดๆ ที่นี่มีทั้งของใช้ในบ้าน เครื่องครัว อาหารแห้ง ของสด ผลไม้ Dairy Products ต่างๆ ให้เลือกซื้อเยอะมาก แต่ตอนที่พี่ไปถึง ทางร้านมีของที่พี่ต้องการไม่ครบ เลยต้องมูฟไปร้านอื่นต่อ

Primark

ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ดังของอังกฤษก็ว่าได้ สาขาที่พี่แวะไปมีทั้งหมด 3 ชั้นอยู่ภายในห้าง Trinity Leeds นอกจากจะขายเสื้อผ้าในราคาย่อมเยาแล้ว ยังมีของใช้ในบ้านขายด้วยค่ะ ของที่พี่ซื้อจากที่นี่ก็จะเป็นพวกเครื่องนอน เช่น หมอน ไส้ผ้านวม (Devet) ผ้าปูเตียง เป็นต้น ซึ่งก่อนที่เราจะซื้อก็ควรเช็กขนาดเตียงที่หอให้เรียบร้อยก่อนนะคะ อย่างตอนพี่ลืมถามคนดูแลหอว่าเตียงมีขนาดเท่าไหร่ ตอนซื้อเลยกะๆ เอา แต่ยังโชคดีที่ซื้อมาถูกไซส์ 

Boots

Photo Credit:
Photo Credit: Boots UK

เชื่อว่าเป็นร้านที่น้องๆ หลายคนคุ้นหู สาขาที่พี่แวะไปอยู่ภายใน Trinity Leeds เช่นเดียวกับ Primark ภายในร้านจะขายสินค้าใกล้เคียงกับที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ยารักษาโรค เครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ ที่ดูแปลกตาไปคือจะมีโซน Food & Drink ให้เราซื้อของกินด้วย โดยเค้าจะมีอาหารให้เราเลือกจับคู่แบบ Meal Deal (อาหารจานหลัก + ขนม/ผลไม้ + เครื่องดื่ม) ซึ่งการเลือกซื้อแบบนี้จะทำให้เราได้อาหารในราคาที่ถูกลงค่ะ (ความจริงมีอีกหลายร้านเลยค่ะที่มี Meal Deal ให้ เช่น Tesco Express เป็นต้น)

Argos

ที่นี่ขายทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้าน แต่ความพิเศษคือ ตอนเดินเข้าไปในร้านเราจะไม่เห็นชั้นวางสินค้าอย่างร้านอื่นๆ เพราะเราต้องสั่งของผ่านเครื่องที่ตั้งหน้าร้าน ซึ่งให้ฟีลคล้ายกับการสั่งของออนไลน์ที่เราสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้าได้ และหลังจากจ่ายเงินที่เครื่องแล้ว เราก็ยื่นใบเสร็จให้พนักงานแล้วรอรับสินค้าได้ทันทีเลยค่ะ (สะดวกมาก) 

แต่หากน้องๆ คนไหนอยากนอนช้อปที่หอ ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ที่หน้าเว็บไซต์ Argos ได้เช่นกัน และเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะไปรับสินค้าเองที่ร้านหรือจะให้เขาเอามาส่งที่หอ และสำหรับใครที่ไม่รู้ว่าควรซื้ออะไรบ้าง ในเว็บไซต์ก็มีหมวด Uni Essentials ที่รวบรวมของต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการอยู่หอและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ เช่น Laptop, เครื่องนอน, เครื่องครัว, อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ

TK Maxx

ร้านนี้ก็จะคล้ายๆ กับ Primark ค่ะ มีขายทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมลดราคา รองเท้า กระเป๋า ของใช้ภายในบ้าน ฯลฯ สาขาที่พี่แวะไปตั้งอยู่ใน Crown Point Shopping Park ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้าดังหลายร้าน เช่น Argos, Poundland, M&S Foodhall, Currys ถ้าน้องๆ คนไหนอยากช้อปของเข้าหอให้ครบภายใน 1 วันก็แนะนำที่นี่เลยค่ะ

Currys

เป็นร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ พี่ต้องขอเกริ่นก่อนว่าสาเหตุที่แวะมาร้านนี้ด้วยเพราะพี่กำลังตามหาพัดลม เนื่องจากในห้องพักค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว (หอพักส่วนใหญ่ในอังกฤษมักไม่มีแอร์ให้) แล้วโชคดีมากที่มีสินค้าในสต็อกเหลืออยู่เป็นชิ้นสุดท้ายพอดี ความประทับใจคือพนักงานเกือบทั้งร้านช่วยกันตามหาพัดลมให้ เพราะช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว เลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่หาซื้อพัดลมยาก อย่างถ้าสั่งซื้อกับร้าน Argos ต้องมารับของอีกวันนึง ถ้าน้องๆ คนไหนเป็นคนขี้ร้อนเหมือนพี่ แนะนำให้ลองถามไปในกลุ่มส่งของต่อตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ามีใครขายพัดลมไหม เพื่อที่เราจะได้ราคาที่ถูกลงและได้รับของทันทีที่มาถึงค่ะ 

Poundland

รียกได้ว่าเป็นร้านในดวงใจของพี่​ ณ ตอนนี้เลยค่ะ เพราะขายสินค้าหลากหลายทั้งเสื้อผ้า ขนม ของใช้ในบ้าน ฯลฯ และความปังคือสินค้าเกือบทั้งหมดมีราคา 1 ปอนด์ตามชื่อร้านเลย เรียกได้ว่าราคาย่อมเยาเหมาะกับนักศึกษาอย่างเราสุดๆ 

แชร์ Tips เพิ่มเติมสำหรับมือใหม่

  • ร้านค้าเหล่านี้มักจะมี Membership Card ให้เราสมัคร (บางที่จะมีส่วนลดพิเศษให้นักศึกษาด้วย) ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดหรือสะสมแต้มได้ เบื้องต้นแนะนำให้น้องๆ สมัครสมาชิกได้ทางแอปพลิเคชันของแบรนด์เหล่านี้ค่ะ
  • บางร้านอาจขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าร้านอื่น โดยน้องๆ อาจลองเทียบราคาในหน้าเว็บไซต์ของหลายๆ ร้าน เพื่อที่เราจะได้ซื้อของในราคาที่ยังอยู่ใน Budget ที่ตั้งไว้ค่ะ
  • ตอนนี้ร้านค้าในอังกฤษส่วนใหญ่มีเครื่องชำระสินค้าด้วยตัวเอง (Self-checkout) ซึ่งวิธีการใช้งานก็ใกล้เคียงกับเครื่องที่ไทยค่ะ แต่เราอาจต้องสังเกตป้ายด้านบนนิดนึงว่าเครื่องนั้นรับเงินสด (Cash) ด้วยไหม เพราะบางเครื่องรับแค่บัตร (Card) เพียงอย่างเดียว
  • ร้านค้าทุกร้านจะไม่มีถุงใส่ของให้ ดังนั้นน้องๆ ควรเตรียมถุงผ้าพกติดกระเป๋าไว้ เพราะถ้าใครซื้อของเยอะ เราอาจต้องเสียเงินซื้อถุงจากทางร้านเพิ่มอีกค่ะ
  • การซื้อของมีคม (มีด-กรรไกร) บางร้านจะต้องไปซื้อกับพนักงานโดยตรง และบางร้านเราต้องยื่น Passport หรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่นๆ ให้พนักงานเช็ก เพราะที่นี่เขามีกฎห้ามขายมีดให้กับคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีนั่นเอง   

………………………

เป็นไงบ้างคะกับข้อมูลเรื่องหอพักในประเทศอังกฤษและรีวิวประสบการณ์การซื้อของเข้าหอของพี่ ต้องบอกว่าเป็นการซื้อของที่ค่อนข้างวุ่นและเหนื่อยทีเดียว เพราะวันนั้นเป็นวันแรกที่พี่เดินทางมาถึงประเทศอังกฤษพอดี น้องๆ คนไหนที่เพิ่งแลนดิ้ง อยากเช็กอินเข้าห้องแล้วนอนพักผ่อนเลย หอส่วนมากจะมี Student Packs ให้เราสั่งซื้อพวกเครื่องนอน-เครื่องครัวไว้ก่อน พอเราเช็กอินเข้าพักก็จะได้รับของทันทีค่ะ 

และสำหรับใครที่อยากรีวิวประสบการณ์เลือกห้องพัก การซื้อของเข้าห้อง หรือมีร้านไหนอยากแชร์เพิ่มเติมก็สามารถคอมเมนต์ทิ้งไว้ได้เลยนะคะ (เผื่อพี่จะได้ไปตามรอยบ้าง^^) แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าค่า~

Source:
https://study-uk.britishcouncil.org/blog/10-things-to-consider-when-choosing-student-accommodation-in-uk 
https://www.ucas.com/money-and-student-life/student-life/accommodation-advice/undergraduate-accommodation 
https://www.vitastudent.com/en/blog/news/different-university-student-accommodation-types/  
https://www.gov.uk/buying-carrying-knives
พี่พลอยกี้
พี่พลอยกี้ - Columnist หนอนหนังสือ ผู้หลงรักเพลง K-POP ฝันอยากท่องโลกกว้าง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น